ความรู้สึกเย็นะเืไล่ขึ้นมาจากขาของกอนจนถึงหน้าอกของเขา เขาลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสีน้ำเงินสลัวๆ เป็แสงแรกที่เ้ามาเมื่อเขาลืมตาขึ้น และแล้วความเ็ปก็ถาโถมเข้าหาเขาราวกับพายุฝนลูกใหญ่ เขาค่อยฝืนสังขารคลานขึ้นจากบ่อน้ำมายังขอบบ่อ
สายตาของเขาค่อยๆ กวาดไปรอบๆ ช้าๆ ตอนนี้สติของเขาเริ่มกลับมาแล้ว เขาจำได้ว่าโดนราสซ้อมและถูกส่งลอยออกไปจากนั้นจึงตกลงไปในเหว เด็กหนุ่มไล่ทบทวนความทรงจำตัวจนไม่คิดว่าว่าตัวเองจะสามารถรอดเหตุการณ์แบบนี้มาได้
ทว่าสภาพตอนนี้ไม่ได้ห่างจากคำว่าปางตายมากนัก ขาขวาของเขามีแผลลึกจนเห็นกระดูก อาจจะโดนบาดตอนเขากลิ้งหลังจากตกลงมาบนพื้น โชคยังดีที่กระดูกยังไม่หักไม่อย่างนั้นเขาคงลำบากแน่นอน ส่วนแขนซ้ายของเขาปวดจนไม่สามารถขยับได้เลย เท่าที่ลองคลำดูน่าจะกล้ามเนื้อฉีกขาดไม่ก็กระดูกร้าว
แขนขวาแค่รู้สึกปวดเล็กน้อยหน้าอกมีรอยฟกช้ำจ้ำใหญ่ๆ หลายที่ รอยช้ำจากแส้ก็ปรากฏอยู่บนร่างกายเขาแทบทุกส่วน แม้ว่าเืที่หัวจะหยุดไหลแล้วก็ตามแต่ความเ็ปยังคงอยู่ กอนจึงฉีกเสื้อของเขาแล้วนำมาพันแผลรอบขาขวาของตัวเอง
ตอนนี้เขามองรอบๆ ตัวอีกครั้ง มันเป็โพรงถ้ำเล็กๆ แต่มีแสงสีน้ำเงินสลัวๆ จากแท่งหินที่ดูเหมือนผลึกอยู่เต็มผนังถ้ำ ภายในถ้ำนี้มีเพียงบ่อน้ำและมีทางเดินเพียงทางเดียวอยู่ด้านขวาของเขาเท่านั้น
เขาคิดว่าตอนตกลงมาคงตกลงใส่แม่น้ำแล้วไหลมาเจอทางเชื่อมที่อยู่กับถ้ำนี้ โชคดีมากที่ไม่ได้จมน้ำตาย กอนจึงเดินไปหยิบก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมาทุบผลึกเรืองแสงให้แตก แต่กว่าจะมีผลึกแตกหักออกมาก้อนหินที่ใช้ทุบก็เหลือเพียงครึ่งเดียว กอนค่อยๆ หยิบผลึกเรืองแสงขึ้นมา จากนั้นจึงเดินไปยังทางออกเพียงหนึ่งเดียวของถ้ำนี้
เขาเดินกระเสือกกระสนตามทางมาเรื่อยๆ ยิ่งเดินยิ่งอ่อนล้าทั้งความหิวความเหนื่อยความเ็ป รุมเร้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ในตอนนี้เขาคิดแค่ว่าจะต้องรอดไปให้ได้เท่านั้น
ตุ๊บ!!!!!!
ในที่สุดความเหนื่อยล้าก็เป็ฝ่ายชนะ เขาหมดสติไปอีกครั้ง ร่างของเขาล้มลงไปบนพื้นถ้ำ
“พ่อครับ วันนี้จะไปล่าอะไรเหรอ” เสียงเด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามผู้เป็พ่อด้วยท่าทางไร้เดียงสา
“วันนี้พ่อจะไปล่าเสือดิน ย๊ากๆ ๆ” พูดเสร็จพ่อของเขาก็ทำท่าทางเหมือนเสือ แล้วกระโจนเข้าไปหยอกล้อเด็กน้อย
“คิกๆ ๆ พ่อๆ ๆ หยุดๆ ๆ มันจั๊กกาจี๋” เมื่อได้ยินเด็กน้อยพูดผู้เป็พ่อจึงหยุดทำทันที
“พ่อไปก่อนนะลูก” เขากล่าวลาพร้อมโบกมือ ไม่ช้าพ่อของเขาก็เลือนไปจากสายาตา
ตกเย็นพ่อของเขากลับมาพร้อมกับเสือดิน และเรียกเด็กน้อยผมสีดำมานั่งข้างๆ
“กอน มานี่ก่อนสิ พ่อจะสอนชำแหละเนื้อสัตว์”
“ฮั๋บป๋ม” เด็กน้อยตอบกลับทันทีแล้วรีบเดินดุ่มๆ ไปหาพ่อของเขา ั้แ่จำความได้จนถึงสิบขวบ พ่อของเขาได้สอนเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็การชำแหละเนื้อสัตว์ แยกแยะสมุนไพรรวมถึงพืชมีพิษ ด้วยความที่เขาไม่สามารถควบคุมพลังธาตุเพื่อช่วยเหลือตัวเองได้ พ่อของเขาจึงมักจะทำเพิงไว้บนต้นไม้เพื่อให้เขานั่งดูตอนที่พ่อออกล่า
“จำไว้ให้ดีนะกอนนี่เป็สิ่งสุดท้ายที่พ่อจะสอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากยังมีชีวิตอยู่ ก็จงเข้มแข็งขึ้นและหาทางมีชีวิตต่อไป ข้อสอง เพื่อนนั้นเป็สมบัติที่มีค่ากว่าสิ่งไหน เมื่อเ้ามีแล้วก็จงรักษาเอาไว้ให้ดีๆ” และวันต่อมาเมื่อเขาตื่นนอนก็ไม่เจอพ่อแม่แม่ของเขาอีกเลย และก็มีเพียงแค่จดหมายฉบับเดียววางอยู่บนโต๊ะเท่านั้น
“ดูแลตัวเองให้ดีนะลูกรัก “มันเป็ลายมือของแม่เขาแน่นอน ทว่าตัวหนังสือกลับเขียนอย่างรีบร้อน น้ำตาของเขาไหลออกมาโดยไม่มีเสียงร้อง มันทำให้เขาเศร้าโศกไปเป็เดือน และกว่าจะผ่าน่เวลาที่ยากลำบากขนาดนี้ ก็ใช้เวลาเป็ปี และเมื่อคิดถึงคำสอนสุดท้ายของพ่อ มันก็ทำให้เขามีแรงสู้ต่อไป
กอนค่อยๆ ลุกขึ้นมาอีกครั้ง การหมดสติครั้งนี้ทำให้เขานึกถึงอดคีตและคำสอนจากของพ่อเขา
“ผมสัญญาครับพ่อ ถ้าผมยังไม่ตาย ผมจะสู้ต่อไป” เขาพูดออกมาด้วยเสียงที่แ่เบา แล้วค่อยๆ เดินต่อไป แม้จะเ็ปแต่เขาก็ยังฝืนทนต่อไป เพราะหากยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีทางเดินต่อไปเสมอ
ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ทว่าตอนนี้เขาเห็นแสงๆ หนึ่งอยู่ด้านหน้า แม้ว่ามันจะยังคงอีกไกลกว่าเขาจะเดินไปถึงตรงนั้น แต่ในที่สุดเขาก็เดินมาจนถึง
แสงแดดได้ส่องประกายเจิดจ้าเข้ามาในดวงตา ทำให้ตาของเขาต้องปิดลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ปรับสภาพตาให้มองเห็นได้ แต่กระนั้นมันกลับไม่ทำให้เขาดีใจเลยเพราะเมื่อตั้งใจมองไปรอบๆ ดีๆ มันพื้นที่โล่งขนาดไม่ใหญ่มากนักและดูเหมือนว่าจะเป็ที่โลงในเหวลึก เขาแหงนหน้ามองปากเหวที่อยู่้า จากการกะด้วยสายตาคร่าวๆ มันสูงเกินกว่าที่เขาจะปีนขึ้นไปได้
ถึงร่างกายของเขาจะหายดีก็ตามแต่ด้วยระยะขนาดนี้คงเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะปีนออกไป เขาค่อยๆ นั่งลงบนพื้นแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ มองไปยังแม่น้ำสายเล็กๆ สายหนึ่ง แถมในน้ำยังมีปลาแหวกว่ายอยู่บ้าง
ดวงอาทิตย์ลับหายไปแล้วตอนนี้มีแค่ดวงจันทร์และหมู่ดาวเท่านั้นที่พอจะปลอบประโลมเขาได้ แต่แล้วก็มีแสงๆ หนึ่งส่องกระทบตาจากอีกด้านหนึ่งของหุบเหวเหว เขาก้าวเดินไปข้างหน้าและหยิบผลึกเรืองแสงออกมาชูมันขึ้นเหนือหัว แสงสว่างส่องกว้างออกไปขยายวิสัยทัศน์ให้กับเขา และพบว่ามันแสงนั้นส่องมาจากถ้ำอีกถ้ำหนึ่ง เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเข้าไปด้านใน
เมื่อมองดูให้ดีๆ เขาก็ต้องสะดุ้งเพราะเจอโครงกระดูกเข้าเต็มๆ แต่ท่าทางใของเขาก็หายไปทันทีเพราะเขา เห็นแหวนคลังสวมอยู่บนนิ้วของโครงกระดูก
แหวนคลังมีความสามารถในการเก็บของตามขนาดมิติภายในแหวน ยกเว้นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่ไม่สามารถเก็บไว้ในแหวนคลังได้ การใช้งานทำได้โดยการใส่พลังธาตุิญญาซึ่งเป็พลังธาตุบริสุทธิ์ก่อนจะแปลงไปเป็ธาตุต่างๆ เพื่อควบคุมพลังธาตุตามธรรมชาติ
แหวนคลังถูกสร้างขึ้นมาจากศาสตร์การแปรธาตุ โดยการสลักอักขระและวงเวทย์ที่มีขนาดเล็กอยู่บนตัวแหวน ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็ผู้สร้างคนแรก แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานมากั้แ่ผู้คนเริ่มรู้จักแหวนคลัง ก็มีกลุ่มที่สามารถสร้างแหวนคลังได้เพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น และส่วนมากพวกเขาก็มักจะเกี่ยวข้องกับผู้ครองทวีปหรือเหล่าราชวงศ์
อีกทั้งแหวนคลังของแต่ละกลุ่มก็ยังมีความสามารถไม่เหมือนกันเลย เนื่องจากทุกกลุ่มต่างก็หาทางพัฒนาสร้างแหวนรูปแบบใหม่เป็ของตัวเองตลอดมา แหวนคลังของบางกลุ่มสามารถช่วยผู้สวมใส่ควบคุมพลังธาตุได้ดีขึ้น ในขณะที่อีกกลุ่มสามารถเก็บของได้มากกว่ากลุ่มอื่น
ส่วนขั้นตอนการสร้างล้วนถูกเก็บเป็ความลับจากกลุ่มผู้สร้างเหล่านี้ การลอกเลียนแบบแหวนก็ไม่สามารถทำได้ โดยง่าย เพราะทุกวงที่ถูกสร้างมาจะลงอักขระและวงเวทย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างมิติภายในแหวนเอาไว้ด้วย เพื่อเป็การพลางอักขระและวงเวทย์ที่แท้จริง บางวงถึงกับสามารถทำลายตัวเองได้ทันทีหากมีการตรวจสอบวงเวทย์บนแหวน
กอนหวังว่าแหวนคลังที่เขาพบนี้จะมีของที่จำเป็อยู่ข้างใน เนื่องจากแหวนคลังสามารถเก็บอาหารไว้ได้ยาวนานโดยที่อาหารไม่เน่าเสีย หากว่าภายในยังคงมีอาหารเหลืออยู่นิดหน่อยมันก็คงจะพอที่จะต่ออายุของเขาได้สักพัก เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบแหวนคลังพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ
“ผู้าุโข้าต้องขอขมาด้วย ท่านตายไปแล้วคงไม่ได้ใช้ ดังนั้นข้าขอแหวนนี้เถอะนะ” เมื่อหยิบแหวนออกมาจากนิ้วของโครงกระดูก เขาก็โค้งคำนับเป็การขอบคุณ ถึงท่าทางมันจะเงอะงะไปบ้างเพราะว่าเขาาเ็อยู่ แต่เขาก็ทำด้วยใจ
เขานมองแหวนที่อยู่ในมือแล้วกลั้นใจรีดพลังธาตุิญญาเพื่อใช้ในการเปิดแหวน
“อ๊ากกกก!!!!”
เมื่อเขาพยามจะใช้พลังธาตุความเ็ปที่ราวกับโดนมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นที่หัวใจ ทว่ามันก็คุ้มค่าที่ยอมทนเจ็บเพราะในที่สุดเขาก็สามารถเปิดใช้งานแหวนคลังได้สักที แถมมันยังไม่ใช่แหวนคลังราคาถูกๆ ทั่วไปด้วย
แหวนคลังวงนี้มีความจุเท่ากับข้าวสาร300กระสอบ ซึ่งถือว่ามีความจุเยอะมาก คนทั่วไปมักมีความจุแหวนเพียงแค่5กระสอบเท่านั้น อีกทั้งราคาของแหวนยังแพงมาก แค่แหวนคลังความจุ5กระสอบนั้นก็มีราคา1เหรียญทองแล้ว แสดงว่าผู้าุโคนนี้น่าจะมีฐานะพอสมควรถึงได้มีแหวนคลังที่ความจุมหาศาลขนาดนี้ แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่ามีของ เหลืออยู่ด้านในเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
กอนรีบค้นดูของข้างในทันที เมื่อเห็นของบางอย่างในแหวน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความสิ้นหวังจากก่อนหน้านี้ได้สลายไปจนหมดสิ้น เพราะภายในมันมีอาหารอยู่มากพอสมควร หากกินแบบประหยัดก็พอให้รอดชีวิตไปได้อีกสักปีสองปี ทว่ากับมีของอีกอย่างที่เป็ความหวังยิ่งกว่า