สายลมเย็นพัดผ่านเชิงเขา
หลังการค้นพบแท่นหินโบราณแห่งใหม่ บรรยากาศทั่วหมู่บ้านชิงเหอยิ่งตึงเครียดกว่าเดิม
คำว่า
"ผู้เฝ้าผนึกคนสุดท้ายมิได้ตาย"
ยังคงดังก้องอยู่ในใจของทุกคน
โดยเฉพาะซูอู๋เซวียน
รองเ้าหอเฝ้าราตรีส่วนกลางยืนอยู่หน้าแท่นหินเป็เวลานาน
ดวงตาของเขาสะท้อนอักขระโบราณที่สลักอยู่บนพื้นผิวสีดำ
คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
"ท่านรองเ้าหอ..."
เฉินเยี่ยนชิวเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"ท่านคิดว่าเื่นี้เป็ไปได้หรือไม่"
ซูอู๋เซวียนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตอบช้า ๆ
"หากเป็เื่อื่น ข้าคงไม่เชื่อ"
"แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับผู้เฝ้าผนึก..."
"ไม่มีสิ่งใดเป็ไปไม่ได้"
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบลงทันที
...
ไม่ไกลออกไป
กลุ่มคนชุดดำกำลังยืนสังเกตการณ์อยู่บนเนินหิน
พวกเขาไม่ได้เข้ามาใกล้
ไม่ได้สร้างปัญหา
แต่ก็ไม่คิดจะจากไป
ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง
ชายชุดดำผู้นำมองแท่นหินอยู่เงียบ ๆ
ก่อนเผยรอยยิ้มบางเบา
"ในที่สุด..."
"ร่องรอยก็เริ่มปรากฏ"
ชายอีกคนเอ่ยถาม
"ท่านคิดว่าเขายังอยู่จริงหรือ"
ผู้นำส่ายหน้า
"ข้าไม่รู้"
"แต่สิ่งที่อยู่ใตู้เาแห่งนี้รู้"
...
ในคืนนั้น
หลินเซวียนนั่งสมาธิอยู่ตามลำพัง
หลังเปิดประตูมรรคา
เขาััได้ว่าการรับรู้ของตนเปลี่ยนไปมาก
เมื่อหลับตาลง
โลกทั้งใบพลันแปรเปลี่ยน
เส้นปราณล่องลอยอยู่ในอากาศ
เส้นกรรมเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
และเงาิญญาอ่อนแอจำนวนหนึ่งยังคงวนเวียนอยู่รอบหมู่บ้าน
แต่คืนนี้
มีบางอย่างแตกต่างออกไป
เส้นกรรมสีดำสายหนึ่ง
ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
มันทอดยาวจากูเา
เชื่อมไปยังชายชุดดำผู้นำ
จากนั้นจึงหายเข้าไปในความมืดอันไกลโพ้น
หลินเซวียนขมวดคิ้ว
ทันใดนั้น
ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในห้วงจิต
ทะเลหมอกสีดำ
เมืองโบราณอันพังทลาย
ตะเกียงนับไม่ถ้วนลอยอยู่บนท้องฟ้า
และตรงกลางเมือง
มีบุคคลผู้หนึ่งยืนอยู่
สวมชุดคลุมสีเทาเก่าแก่
ใบหน้าพร่ามัว
มองไม่ชัด
แต่สิ่งที่ทำให้หลินเซวียนใ
คือคนผู้นั้นกำลังมองมาที่เขา
ราวกับรู้ตัวว่าถูกมองเห็น
วินาทีต่อมา
เสียงแหบต่ำก็ดังขึ้น
"ผู้ถือโคม..."
หัวใจของหลินเซวียนกระตุก
เสียงนี้
เขาเคยได้ยินมาก่อน
จากใต้ผนึก
"ท่านคือใคร"
เขาเผลอถามออกไป
ภาพตรงหน้าสั่นไหว
ก่อนเสียงนั้นจะตอบกลับมา
"จงระวัง..."
"ผู้เฝ้ามอง..."
ตูม!
ภาพทั้งหมดแตกสลายทันที
หลินเซวียนลืมตาขึ้น
หอบหายใจแรง
เืสายหนึ่งไหลออกจากมุมตา
ดวงตาแห่งกรรมของเขาสั่นไหวรุนแรง
เหมือนเพิ่งฝืนมองสิ่งที่ไม่ควรมอง
...
เช้าวันต่อมา
ข่าวร้ายอีกเื่ก็มาถึง
คนของหอเฝ้าราตรีรีบวิ่งเข้ามารายงาน
สีหน้าซีดเผือด
"ท่านรองเ้าหอ!"
"พบร่องรอยใหม่ใต้โพรง!"
ทุกคนรีบมุ่งหน้าไปยังูเาทันที
เมื่อเดินลงไปถึงประตูหินโบราณ
แม้แต่ซูอู๋เซวียนยังต้องหรี่ตา
เพราะบนรอยแตกของประตู
มีอักขระใหม่ปรากฏขึ้น
ราวกับเพิ่งถูกสลักขึ้นเมื่อคืน
มู่ชิงเหยารีบตรวจสอบ
ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไป
"นี่คืออักษรโบราณยุคก่อนหอเฝ้าราตรี"
"ข้าอ่านได้เพียงบางส่วน"
นางสูดหายใจลึก
แล้วกล่าวออกมา
"ผู้เฝ้ามองจะตื่น"
"เมื่อสายสืบทอดกลับคืน"
ทั้งโพรงตกอยู่ในความเงียบ
เฉินเยี่ยนชิวกำดาบแน่น
หานเทียนจวินขมวดคิ้ว
แม้แต่ซูอู๋เซวียนยังมีสีหน้าเคร่งเครียด
เพราะนี่เป็ครั้งแรก
ที่ข้อความบนผนึกเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง
ราวกับบางสิ่งกำลังสื่อสารกับพวกเขา
และในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับอักขระ
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า
ลึกลงไปหลังประตูหิน
ในความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด
ดวงตาคู่หนึ่ง
ได้ลืมขึ้นช้า ๆ
ประโยคปิดบท
"บางสิ่งกำลังเฝ้ามองโลกภายนอก"
"และมันเพิ่งเริ่มตื่นจากการหลับใหลเท่านั้น..."