ส่วนคนที่กำลังมีอิทธิพลต่อหัวใจเขาอยู่นั้น ก็ยุ่งวุ่นวายกับการพาช่างไปดูทำเลปลูกศาลา กลางแดดร้อนมาเป็นชั่วโมงๆ แล้ว พอเสร็จก็ต้องรีบเตรียมเอกสารการเบิกเงินเพื่อเอาไปให้คนที่ใจไม่อยากเจอเซ็นอนุมัติอย่างยากจะหลีกเลี่ยง
หรือถ้าทำได้อย่างมากพรุ่งนี้เช้าก็เอาไปฝากไว้กับเลขาแล้วค่อยแวะไปเอาช่วงบ่ายเท่านั้น เมื่อมองเห็นทางที่จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขาได้แล้ว ก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย
“พี่ตะวันคะคุณผู้หญิงให้ขึ้นไปหาค่ะ”
แหม่มเข้ามาบอกเมื่อเตรียมเอกสารเสร็จพอดิบพอดี จึงรีบเก็บโต๊ะและเก็บเอกสารเบิกเงินใส่แฟ้มเตรียมเอากลับบ้านด้วย พรุ่งนี้ไปแต่เช้าก่อนที่เขาจะเข้าออฟฟิศยังได้ คงไม่ต้องเจอหน้ากันแน่ จากนั้นก็รีบขึ้นไปหาเจ้านาย
“ตาจิณบอกว่าลืมแฟ้มไว้ในห้องนอนแน่ะ ฝากให้ตะวันเอาไปส่งที่ออฟฟิศที เห็นว่าต้องใช้ประชุมในอีกหนึ่งชั่วโมง จะเลยกลับบ้านก็ได้นะ”
แผนที่วางไว้เป็นอันจบสิ้นกัน แต่ไม่เป็นไร เอาไปฝากไว้กับเลขาหน้าห้องทั้งแฟ้มทั้งเอกสารเบิกเงินก็ได้ นั่นคือทางออกที่มองเห็นในตอนนี้ ไม่ถึงชั่วโมงก็มายืนอยู่หน้าห้องเขาแล้ว แต่ไม่เห็นเลขาคนสวย นอกจากเด็กฝึกงานที่ดูเหมือนกำลังยุ่งเกินกำลัง
“พี่แมวออกไปทำธุระให้คุณจิณแล้วก็จะกลับบ้านเลยค่ะ หนูไม่กล้ารับฝากไว้กลัวจะถูกดุ พี่ตะวันเอาไปให้เองได้หรือเปล่าคะ คุณจิณอยู่ในห้องค่ะ เห็นบ่นๆ ว่าปวดหัวด้วย หนูเพิ่งเอายาเข้าไปให้เมื่อกี้นี้เองค่ะ”
แผนล่มอีกแล้ว ก็จะไปกลัวอะไรนักหนา แค่เอาไปให้รอเขาเซ็นแกร็กเดียวก็ออกมา ไม่ยุ่งยากสักนิด นั่นคือคำปลอบใจตัวเอง จึงเคาะประตูสองสามครั้งแล้วก้าวเข้าไปในห้องอันเงียบกริบ
ไฟเปิดไว้แค่ดวงเดียว และไม่มีเขานั่งอยู่กับโต๊ะ แต่เห็นร่างยาวเหยียดนอนทอดไปจนสุดโซฟา จะปลุกก็ไม่กล้า จะเดินหนีก็ไม่อยากเสียเที่ยว จึงเดินเอาเอกสารกับแฟ้มไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปดูว่าเขาหลับหรือจะไม่สบาย
อยากยกมือไปแตะหน้าผากก็ไม่กล้า และขณะที่ยืนครุ่นคิดอยู่นั่นเอง มือบางก็ถูกอีกมือคว้าไว้อย่างแผ่วเบา พร้อมกับใบหน้าหล่อเหล่าก็ลืมตาขึ้นมาทันที
“คุณไม่สบายหรือเปล่าคะ จะไปหาหมอมั้ย”
กระนั้นเจ้าของมือก็ยังใจแข็งถามด้วยความเป็นห่วง แม้ในใจจะหวั่นไหวไม่น้อยกับเพียงแค่เขาจับมือเท่านั้น จิณณวัตรลุกขึ้นนั่งแล้วรั้งแขนให้ร่างบอบบางนั่งลงใกล้ๆ ก่อนส่งยิ้มบางๆ ไปให้
“ปวดหัวนิดหน่อย แต่กินยาแล้วอีกเดี๋ยวก็คงจะหาย คุณเป็นห่วงผมเหรอ”
ทำเอาดวงหน้าขาวแดงก่ำทันใด ไม่บอกก็รู้ว่าอีกคนเขินอายเอามากๆ หากแต่เก็บอาการเก่ง แล้วแก้เก้อด้วยการขยับห่างเขาหลายคืบ แต่เขาไม่ย่อท้อรีบขยับตามไปจนชิด แขนก็รีบสอดไปหาเอวคอดไว้อย่างไม่รีรอ พอเห็นเจ้าของเอวก้มหน้าหนีอาย มือหนาจึงค่อยๆ เชยคางให้หันมาหาเขาตรงๆ
ถึงได้เห็นสองดวงตาคู่สวยกับแววหวาดหวั่น ร่างก็แข็งทื่อเหมือนคืนนั้นไม่มีผิด นั่นก็แปลว่าคนตรงหน้ากำลังกริ่งเกรงว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แล้วเข้าก็ค่อยๆ โน้มลงไปหาริมฝีปากอิ่มเพื่อให้คำตอบ ด้วยการบรรจงจูบอย่างนุ่มนวล แม้ร่างบอบบางจะแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดก็ตามที
เมื่ออีกฝ่าไม่ได้ขัดขืนหรือปฏิเสธ แม้จะไม่ตอบรับก็ตามที เขาจึงเดินหน้าด้วยการเบียดกายเข้าหาจนชิดติดพนักโซฟา แล้วควานหาลิ้นอุ่นๆ ฝ่ามืออุ่นก็เลื่อนลงมาหาอกตั้งแล้วสัมผัสอยู่นอกร่มผ้าอย่างเชื่องช้า แต่ก็ทำให้ร่างแข็งทื่อเมื่อครู่ อ่อนระทวยลงได้ เขาจึงเลื่อนมือไปหากระดุม
หากก็มีมือบางยกขึ้นมากันเอาไว้ เขาจึงละความตั้งใจแล้วมอบจูบอันพลิ้วหวานให้แทน เบียดกายเข้าแนบชิดอีกจนอกของทั้งเสียดสีกันอย่างอบอุ่น แต่ไม่นานก็มีมือบางค่อยๆ ดันอกเขาออก พร้อมกับน้ำเสียงอ้อนวอนเมื่อเขาละจากกระจับอิ่มไปจูบพวงแก้มนุ่ม
“อย่าค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
“ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องเลี้ยงข้าวเย็นผม และให้ผมเลือกร้านเองด้วย ไม่อย่างนั้นผมก็จะ...”
อาทิตยาต้องรีบดันอกเขาไว้ และเอนกายออกห่างจากใบหน้าที่โน้มไปใกล้จนเกือบจะถึงแก้มอยู่แล้ว
“ก็ได้ค่ะ”
พร้อมกับยอมรับข้อเรียกร้องอย่างไม่มีทางเลี่ยง
“แล้วคุณไม่ใช้แฟ้มและไม่เข้าประชุมเหรอคะ”
“ถ้าไม่ทำแบบนี้ผมจะได้เห็นหน้าคุณและได้...คุณแบบนี้เหรอ”
จมูกโด่งยื่นไปหาแก้มด้วยความรวดเร็ว ตามด้วยรอยยิ้มอย่างอิ่มใจจากเจ้าของจมูก แต่เจ้าของพวงแก้มกลับส่งสายตาเขียวปัดให้แทน และเขียวหนักขึ้นไปอีกเมื่อร้านอาหารที่เขาเลือกนั้นก็คือคอนโดของเธอนั่นเอง
“ผมยังไม่ได้ชิมแกงเผ็ดเป็ดย่างฝีมือแม่คุณเลยนะ วันนั้นแกงทั้งหม้อกรอกใส่ถุงอย่างเดียวไม่ตักแบ่งให้แขกอย่างผมชิมเลย”
เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แล้วเดินนำเจ้าของห้องไปหน้าตาเฉย
“ต้องหุงข้าวก่อน คุณนอนรอสักครึ่งชั่วโมงนะคะ”
อาทิตยารีบหุงข้าวแล้วหนีเข้าห้องไปอาบน้ำ ปล่อยให้แขกเนอนรออย่างใจเย็น อาหารถูกเลือกมาอุ่นสองอย่าง เห็นผักรวมในถุงที่ขอมาจากผ่อนเมื่อหลายวันก่อนยังอยู่ในสภาพเดิม
จึงตั้งกระทะผัดเพิ่มอีกหนึ่ง เลยเกิดเสียงดังปลุกให้คนเคลิ้มหลับตื่นขึ้นมา ก็พอดีกับแม่ครัวจำเป็นยกอาหารไปวางบนโต๊ะ
“น่ากินจัง ไหนลองชิมซิ จะอร่อยเหมือนหน้าตาหรือเปล่า”
เขาใช้ส้อมตักผัดผักในจานมีควันโชยมาชวนให้ลิ้มลอง ครั้นเอาเข้าปากแล้วเคี้ยวเขาก็แทบอยากจะคายออกเสียตรงนั้น แล้วทำหน้าหยีเบ้ปาก จนคนทำใจเสียหน้าเจื่อนและขาดความมั่นใจไปเลยทีเดียว
“เค็มปี๋เลยล่ะคุณ น้ำปลามีอีกหรือเปล่านี่”
แม่ครัวก็ไม่ยอมเชื่อรีบตักเข้าปากชิมทันที และก็แทบจะคายออกทันทีหากไม่รีบตักข้าวเปล่าเข้าปาก ทำเอาเขายิ้มร่าออกมาด้วยความขำ แต่ก็ยังอุตส่าห์ปลอบด้วยน้ำเสียงเพราะพริ้ง
“ไม่เป็นไรหรอก ตักผักน้อยๆ ใส่ข้าวเยอะๆ ก็ได้ แล้วเรายังมีกับอีกตั้งสองอย่างแน่ะ กินเถอะผมหิวจะแย่ เมื่อเที่ยงมัวแต่ยุ่งจนไม่ได้กินข้าวเลยล่ะ ขอชิมแกงเผ็ดก่อนนะ”
ว่าแล้วเขาก็ตักชิมอย่างหิว
“อืห์ม!!! อร่อย คุณลองชิมสิ ไม่เผ็ดมากเป็ดก็นุ้มนุ่ม ไม่เหนียวเหมือนที่ร้านทำเลย”
แถมยังมีน้ำใจตักใส่จานให้อีกคนด้วย พร้อมกับบรรยายอย่างละเอียด อาทิตยาออกจะขำไม่น้อย เพราะแกงพวกนี้ตัวเองคุ้นลิ้นมาตั้งแต่เกิด ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกก็ได้ แต่ก็ไม่ว่าอะไรนอกจากกินด้วยความหิวไม่แพ้กัน แถมรู้สึกดีไม่น้อยเมื่อเขาตักอาหารใส่จานให้บ่อยครั้ง
“ผมเก็บล้าง ส่วนคุณก็ชงชาให้ผมก็แล้วกัน”
นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ใคร่จะได้เห็นเขาทำ หรือจะว่าไม่เคยเลยก็คงจะไม่ผิด อาทิตยาแอบยิ้มให้เขาที่กำลังหันหลังเก็บถ้วยชามไปล้าง แล้วก็เดินไปหาเคาน์เตอร์หมายจะชงชาให้ตามคำเรียกร้องของเขา แต่ก็เปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
“นี่อะไรเอ่ย หน้าตาไม่เห็นจะเหมือนชาเลย”
จิณณวัตรก้มมองถ้วยเซรามิกที่เจ้าของห้องเตรียมไว้ให้
“ซุปไก่สกัดผสมโสมค่ะ ดึกแล้วคุณอย่าดื่มชาหรือกาแฟเลยนะคะ ทำงานหนักมาทั้งวันกินของบำรุงพวกนี้จะดีกว่าค่ะ”
สายตาคมไม่ได้มองถ้วยอีกแล้ว หากเป็นใบหน้าสวยดวงตาคู่งามต่างหากที่เขาจับจ้อง เพราะซาบซึ้งใจไม่น้อยในความห่วงใยที่มีให้เขา และดูเหมือนเขาจะไม่เคยได้ยินสาวคนไหนที่ห่วงเขาอย่างนี้มาก่อน
เพราะส่วนใหญ่จะห่วงว่าเขาจะพาไปกินอาหารร้านหรูหราแถวไหน จะซื้อของกำนัลอะไรให้ในวันพิเศษต่างๆ มากกว่า
“คุณเป็นห่วงผมเหรอ”
อีกครั้งที่อาทิตยาพูดไม่ออก ตอบอะไรไม่ได้ และเกิดอาการขวยเขินไม่ต่างจากตอนอยู่ในออฟฟิศเขาเมื่อเย็นนี้เลย แน่นอนว่าคนข้างๆ รับรู้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
จึงขยับเข้าไปใกล้ๆ แขนซ้ายสอดไปหาเอว ส่วนตัวก็โน้มไปหากลีบกุหลาบที่กำลังเม้มเข้าหากันเพราะเจ้าของกลีบกำลังเอียงอาย แต่ก็ไม่วายจ้องมองสบตาคู่คมของเขา
ที่โน้มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งรับรู้กับจุมพิตนุ่มนวลอีกครั้ง และครั้งนี้สองมือบางไม่ได้ดันอกเขาไว้แล้ว แต่เลื่อนไปเป็นโอบหลังอบอุ่นเขาไว้แทน
แล้วก็ลูบไล้ไปมาเมื่อหัวใจให้รู้สึกวาบหวามกับรสสัมผัสจนอธิบายไม่ถูก อกนุ่มก็วาบไหวในทุกครั้งที่มีมือเขากอบกำสลับกับไล้ไปมาระหว่างสองข้าง
ไม่กี่วินาทีฝ่ามืออุ่นจนจะกลายเป็นร้อนก็สอดเข้าใต้ชายเสื้อยืดตัวน้อย แล้วไล้ไปตามผิวกายอ่อนละมุล กระทั่งพานพบกับอกอิ่มที่มีบราปกปิดไว้อีกชั้น
จุมพิตแผ่วเบาค่อยๆ เคลื่อนคล้อยเป็นหนักแน่น มือที่กุมกำอกอิ่มก็หนักหน่วงขึ้นอีกเช่นกัน
และนั่นทำให้เจ้าของอกเรียกสติที่เกือบจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลแสนไกลกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วรีบใช้สองฝ่ามือบางดันอกเขาไว้ เพราะเกรงกลัวว่าจะหลงทางไปมากกว่านี้
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































