บทที่ 82
ผ่านพ้นความอดอยาก
ความอดอยากในช่วงหน้าหนาวมากมายจนเกินบรรยาย ผู้คนส่วนใหญ่ภายในเมืองแม้ว่าจะมีอาหารพอประทังชีวิต แต่ว่าก็ไม่ได้กินจนอิ่มท้อง
คนที่ร่ำรวยภายในเมืองชายแดนแห่งนี้มีเพียงไม่มาก แต่คนเหล่านั้นก็ล้วนแล้วเก็บเสบียงของตนเองเอาไว้อย่างมิดชิด
ไม่ต้องการจะช่วยเหลือพวกผู้คนภายในเมือง มีเพียงแค่ซูฉีและนายหญิงจื่อที่นำเอาเสบียงอาหารที่กักตุนเอาไว้ออกมาช่วยเหลือ
มันสามารถประทังชีวิตของผู้คนภายในเมืองไปได้ถึงสิบห้าวันเต็มๆ แต่ในยามนี้ของพวกมันกำลังจะหมดผู้คนภายในเมืองกำลังย่ำแย่
แต่ผู้ใดจะคาดคิดในช่วงหน้าหนาวเช่นนี้ แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวมันได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเหล่าผู้คน
“ ว่าอย่างไรนะกองทัพ… ” ซูฉีแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ
“ ใช่แล้วขอรับในยามนี้กองทัพเกราะดำเดินทางกลับมาแล้ว ” ฮุ่ยหวงอธิบายด้วยใบหน้าแตกตื่น บนใบหน้าของเด็กหนุ่มกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่เพียงเท่านั้นขอรับการกลับมาในครั้งนี้ พวกเขายังนำเอาเสบียงอาหารจำนวนมากเดินทางกลับมาด้วย ”
“ พวกเรารอดแล้วขอรับในยามนี้มีเสบียงอาหารเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงผู้คนให้ผ่านหน้าหนาวไปได้อย่างแน่นอน ”
เด็กหนุ่มแทบกระโดดขึ้น ใบหน้าในยามนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข เรื่องทุกข์ระทมที่ผ่านมาหลายต่อหลายวันมันหายไปในชั่วพริบตา
ซูฉียังไม่อยากเชื่อใบหน้าของนางยังคงตกอยู่ในห้วงภวังค์ “ พวกเขากลับมาแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ ” นางย้ำถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ ใช่ขอรับเพราะเขากลับมาแล้ว ”
ซูฉีไม่รีรอรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและก็วิ่งออกไปด้านนอก นางทำการวิ่งออกไปบริเวณด้านนอก
ด้านนอกแม้ว่าจะวิ่งออกไปยังไม่ถึงถนนใหญ่ได้ยินเสียงโห่ร้องที่เต็มไปด้วยความดีใจ บนถนนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังยินดีเหล่าผู้คนภายในเมืองที่อดอยากพบเจอเสบียงอาหารจำนวนมาก
อาหารจำนวนมากที่ถูกส่งมาที่เมืองมันเดินทางกลับมาพร้อมกับเกราะดำ
ซูฉีเห็นกองทัพขนาดใหญ่ค่อยๆลำเลียงเสบียงอาหารจำนวนมากเข้ามาภายในเมือง ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
ผู้ใดจะคาดคิดกองทัพเกราะดำจะเดินทางกลับมาพร้อมกับใช้อาหารจำนวนมาก “ นี่มัน… ”
ซูฉีถึงกับพูดไม่ออก จนฮุ่ยหวงที่อยู่บริเวณข้างกายได้เอ่ยพูดขึ้น “ คือว่าข้าได้ยินมาว่า พวกเขาเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง ”
“ โดยการเดินทางนั้นผ่านช่วงฤดูหนาวหิมะนั้นปกคลุมหนาแต่ว่าทัพเองก็เดินทางอย่างไม่หยุด ”
“ ท่านแม่ทัพหวงสั่งการให้ทหารล่าเสบียงอาหารในระหว่างทางมาตลอด เก็บรวบรวมพวกเนื้อสัตว์จำนวนมากและก็ของจำเป็น”
“ ยามนี้เมื่อเดินทางกลับมาถึงเมืองก็นำเสบียงอาหารจำนวนมากมาแจกจ่ายให้กับผู้คนภายในเมืองเช่นที่เห็น ”
“ พวกเรารอดแล้ว ” ฮุ่ยหวงอธิบายด้วยรอยยิ้ม
ในช่วงฤดูหนาวหิมะปกคลุมหนากองทัพไม่มีกองทัพใดเลือกที่จะทำการเดินทัพหรอก เพราะว่ามันทั้งอันตรายและก็ทั้งยากลำบาก พวกเขาถ้าจะเดินทางก็คงจะต้องรอเวลาให้ฤดูหนาวนั้นผ่านพ้นไป
แต่ในยามนี้กองทัพเกราะดำเร่งเดินทางกลับมาที่เมือง แถมในยามที่ทำการเดินทัพยังเก็บรวบรวมสรรพอาหารอีก
ถึงแม้ว่าเป็นการกระทำที่นั่งไม่คาดคิดเอาไว้ แต่ยังไงก็เถอะมันก็ทำให้นางนั้นผ่านพ้นเรื่องราวครั้งนี้ไปได้
ซูฉีถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ ดูเหมือนว่าเรื่องราวที่นางกำลังหนักใจอยู่มันจะหายไปแล้ว
ปัญหาที่ทับ อยู่ภายในอกของนางถูกยกออกไปทั้งหมด ในยามนี้นางกำลังโล่งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในที่สุดเรื่องที่กำลังหนักใจอยู่ก็หายไปสักที
“ ท่าทางแบบนั้นคืออะไร… ” เสียงอันแผ่วเบาและเย็นชาอันคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง
ซูฉีได้ยินเสียงขนทั่วทั้งร่างกายลุกพองขึ้นมา ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นรีบหันไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อหันไปมองบริเวณด้านหลังสิ่งที่นางพบคือด้านหลังของนางมันคือร่างสูงโปร่งของแม่ทัพหนุ่มที่หล่อเหลา
หวงเจียวลู่ยืนอยู่ด้านหลังของนางแสดงแววตาได้สงสัย ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มจ้องมองมา
“ ท่าน!!! ” ซูฉีแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ นางไม่รู้ว่าแม่ทักหนุ่มผู้นี้เข้ามาได้อย่างไร
เขาก้าวเข้ามาด้านหลังนางโดยที่นางไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย หวงเจียวลู่แสดงร้อยยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น
“ ว่าอย่างไร? เจ้าทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร ”
ซูฉีแสดงท่าทางเก้ๆกังๆ ก่อนที่นางจะพูดขึ้นมา “ ข้าเพียงแค่สบายใจเจ้าค่ะ”
“ ลืมทักทายไปเลย คารวะท่านแม่ทัพหวง ” นางย่อกายคารวะแม่ทับหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทางนอบน้อม
หลังจากที่คารวะแม่ทับหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าของนางเรียบร้อยแล้ว นางเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ถาม “ ยินดีด้วยที่ท่านแม่ทัพเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย ”
ในยามนี้การเดินทางไปที่เมืองหลวงมันเป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างมาก แน่นอนว่าการที่รอดกลับมาได้เช่นนี้โดยที่ไม่มีอันใดถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดี
ผู้คนส่วนใหญ่ที่เห็นเกราาะดำเคลื่อนพลไปยังเมืองหลวง พากันตื่นตระหนกตกใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบางคนคิดว่ามันอาจจะเกิดสงครามกลางเมือง
แต่ในยามนี้การที่เดินทางกลับมาได้โดยที่ไม่มีอันใด แสดงให้เห็นว่ามันน่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซูฉีจึงโล่งใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หวงเจียวลู่ดูไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นอีกฝ่ายค่อยๆพูดขึ้นมา “ ข้าต้องกลับมาได้อยู่แล้ว ”
“ ในครั้งนี้ไม่ได้ยากลำบากอะไรเพียงแค่เดินคุยกับพวกขุนนางเท่านั้น ”
แม้ว่าแม่ทัพหนุ่มจะพูดออกมาแบบนั้นแต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย การเดินทางในครั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่ก็รู้ดีว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
หวงเจียวลู่เพียงแค่พูดออกมาให้ดูเหมือนว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาธรรมดาเท่านั้น
“ แต่ก็ไม่คิดนะเจ้าคะที่ท่านเเม่ทัพจะล่าพวกเสบียงอาหารพวกนี้กลับมาด้วย ” นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เหนือความคาดหมายซูฉีถึงแม้ว่ากองทัพจะเดินทางกลับมา แต่นางก็ไม่คิดว่ากองทัพจะลาพกเสบียงอาหารพวกนี้กลับมาด้วย
แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยสนใจ ครับแต่อันที่จริงแล้วดูเหมือนว่าเขาจะพอคาดการณ์ได้ว่าเสบียงอาหารของเมืองนี้น่าจะไม่พอ
“ ในวันพรุ่งนี้จะมาพบข้าที่กองทัพ ข้ามีเรื่องที่จะแจ้งให้เจ้ารู้ ” หวงเจียวลู่พูดก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ซูฉีที่ยืนอยู่ได้แต่งุนงงนางไม่สามารถคาดเดาได้ว่าท่านแม่ทัพต้องการจะพูดอะไรกับนาง
….
หนึ่งวันผ่านไปหลังจากที่กองทัพเกราะดำเดินทางเข้ามาภายในเมือง บรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ
สิ่งที่สามารถสังเกตได้เลยก็คือผู้คนจำนวนมากภายในเมือง พวกเขานั้นเริ่มมีเสบียงอาหารกินมากขึ้น และไว้วางใจกับความปลอดภัยของเมืองแห่งนี้มากขึ้น
แม้จะอยู่ภายในช่วงหน้าหนาวแต่การเดินทางกลับมาของกองทัพเกราะดำมันก็ทำให้ผู้คนภายในเมืองมีขวัญกำลังใจเพิ่มมากขึ้น
นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีซูฉีเห็นสถานการณ์ภายในเมืองกลับเข้าสู่ความสงบ นางเองก็พึงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
อย่างไรเสียดูเหมือนว่าเรื่องราวร้ายๆจะผ่านไปได้แล้ว
ณ ค่ายของกองทัพเกราะดำ
ซูฉีเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ตามคำนัดหมายที่ท่านแม่ทัพหวงให้เอาไว้เมื่อเดินทางมาถึงผู้คนภายในค่ายต้อนรับเป็นอย่างดี ซูฉีเดินตรงเข้าไปภายในกระโจมของแม่ทัพหวง
จบบท