แสงจันทร์ทอดผ่านช่องไม้เข้ามาในเรือนรอง สายลมพัดเอื้อยชวนให้สะท้านและกลิ่นสมุนไพรที่ตลบอบอวลอยู่ทั่วอากาศในยามราตรี ทำให้ที่แห่งนี้เงียบสงบเป็พิเศษ มันเงียบสงบเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงเต้นของหัวใจตนเอง
เสี่ยวหลานยืนลังเลอยู่หน้าประตูห้องของคุณชายไป๋อวี่ ั์ตากลมโตฉายแววเขินอายปะปนด้วยความสับสน และความคาดหวังที่แม้ตนเองยังมิอาจเอื้อนเอ่ย
นางสวมชุดนอนผ้าบางสีอ่อน ในมือน้อยกำแน่นราวต้องรวบรวมเรี่ยวแรงจากทั่วทั้งร่าง ส่วนสิ่งที่อยู่ในกำมือนั้นคือม้วนตำราเก่า ซึ่งได้มาจากพ่อค้าต่างเมือง เนื้อกระดาษหยาบกร้านทว่าหนักแน่นด้วยถ้อยความชวนสะท้านใจ
“ หากบุรุษลมปราณอ่อนโรย หยางไม่หมุนเวียน ควรใช้ปากของสตรีดูดดึงกระแสโลหิต เพื่อปลุกพลังหยางจากราก เพื่อช่วยคืนสมดุลและฟื้นพลังอย่างรวดเร็ว ”
เสี่ยวหลันที่คิดถึงถ้อยความเ่าั้ก็ใจเต้นแรง ริมฝีปากบางกระซิบแ่เบา “ หากเนื้อความในตำราเล่มนี้เป็ความจริง และวิธีการรักษาได้ผล คุณชายที่ป่วยจนทำให้ถูกถอนหมั้นคงจะหายดีในเร็ววัน ”
ด้วยความปรารถนาของสาวรับใช้ที่ได้รับความเมตตาจากคุณชาย นางจึงกำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไปอย่างแ่เบา
ภายในห้อง แสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่างทาบลงบนร่างสูงใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผย่อกเปลือยเปล่า กล้ามเนื้อขาวเนียนแน่นราวหยกสลักจาก์ ริมฝีปากเรียบได้รูปหลับพริ้มไร้ท่าทีใด เว้นเสียแต่ส่วนหนึ่งใต้ผ้าบางที่ขึงตึงสูงเด่น
เสี่ยวหลานคุกเข่าลงข้างเตียง มือบางเอื้อมแตะแก้มเขาแ่เบา “ คุณชาย... ขออภัยที่เสี่ยวหลานต้องล่วงเกินเช่นนี้นะเ้าคะ ที่ข้าทำก็เพื่อช่วยให้คุณชายหายดี ”
หลังจากนั้นนางก็ค่อย ๆ ดึงผ้าคลุมกายเขาลง เผยภาพที่ทำให้ลมหายใจติดขัด
แท่งหยางใหญ่โตแข็งขึงร้อนผ่าวราวกับมีชีวิตรอรับการััด้วยความกระหาย ั์ตานางสั่นระริก ส่วนมือก็สั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ แต่แล้วนางก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความแน่วแน่
“ นี่เพื่อ... ช่วยรักษาคุณชาย ”
แล้วปลายลิ้นอุ่นก็แตะััยอดปลายแก่นกาย กลิ่นบุรุษและไอร้อนซ่านขึ้นจนนางสั่นสะท้าน
ริมฝีปากบางค่อย ๆ ทีละน้อยดูดดึงอย่างเก้กังในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปสัญชาตญาณก็ได้นำพาให้หญิงสาวสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
ในอีกด้านหนึ่งใต้เปลือกตาที่หลับลง ไป๋อวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ มือข้างหนึ่งกำผ้าห่มแน่น ความรู้สึกที่แล่นพล่านไปทั่วร่างทำให้เขาแทบระงับไม่อยู่
ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็เสี่ยวหลาน สาวน้อยผู้ที่มักเคร่งครัดในตำราและมีั์ตาใสบริสุทธิ์ กลับกำลังทำสิ่งนี้กับเขาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็ทำให้เขาเลือกหลับตาลงอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
‘ หึ… นี่น่ะหรือวิธีการรักษาผู้ป่วย เช่นนั้นข้าก็จะปล่อยให้เ้ารักษาอย่างสุดฝีมือเลยก็แล้วกัน ’
ด้านล่างริมฝีปากนุ่มนิ่มขยับดูดดึงลึกขึ้นเรื่อย ๆ ลิ้นเล็กไล้วนจากโคนจรดปลาย เสียงเฉอะแฉะดังแ่ในห้องเงียบเสมือนสายลมกระซิบ
ส่วน้าก็มีเสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอชายหนุ่ม แต่เสี่ยวหลานกลับนึกว่าเป็สัญญาณที่หมายความว่า... วิธีการรักษาเริ่มได้ผล
นางจึงเร่งจังหวะริมฝีปากรูดเข้าออกเร็วขึ้น แรงขึ้น จนเสียงดูดดึงดังชัดเจนในยามค่ำ น้ำลายเชื่อมโยงระหว่างลิ้นกับแท่งร้อนจนไหลเยิ้ม แสงจันทร์สะท้อนความเปียกชื้นจนวาววับ
ไป๋อวี่กัดฟันแน่น กลั้นเสียงลมหายใจพร่า
‘ อื้ม… เสี่ยวหลานของข้า ดูเหมือนเ้าจะกล้ากว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก ’
และเมื่อริมฝีปากของนางเร่งรูดแรงขึ้นอีก เขาก็กระตุกสะโพกตามแรงดูด พร้อมเลื่อนมือไปกดศีรษะนางลงแน่นขึ้นด้วยสัญชาตญาณ
แล้วในลมหายใจนั้นเอง ร่างของเขาก็สะท้าน หยาดของเหลวพุ่งทะลักเข้าสู่โพรงปากอุ่นตามเสียงครางต่ำขาดห้วง
เสี่ยวหลานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รีบกลืนมันลง มือสั่น ๆ ปาดริมฝีปากพร้อมพึมพำแ่
“ ได้ผลจริง ๆ ด้วย คุณชายตอบสนองแล้ว ขอให้คุณชายหายดีเร็ว ๆ เถอะนะ ”
ส่วนทางด้านไป๋อวี่ยังนอนนิ่งพร้อมยิ้มบางในความมืด
‘ เด็กโง่ เ้าไม่รู้เลยว่า การกลั้นหัวเราะยากกว่ากลั้นอารมณ์เสียอีก ’
หลังจากนั้นเสี่ยวหลันก็จัดผ้าห่มให้คุณชายใหม่ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบงัน
ในขณะที่ไป๋อวี่นอนมองแสงจันทร์ แล้วกระซิบเบา ๆ ราวรำพึงกับตนเอง
“ เ้านี่ล่ะ ทำให้ข้ารู้สึกอยากกลายเป็คนป่วยจริง ๆ แล้วสิ หากได้รับการรักษาเช่นนี้ ต่อให้ตายก็คงมิอยากหายป่วย ”
…
รุ่งเช้าในเรือนรอง แสงแดดอ่อนสาดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้ไผ่ ส่องผิวกายขาวซีดของชายหนุ่มที่ยังเอนกายพิงหมอนอยู่บนเตียง
ไป๋อวี่ทอดตามองร่างเล็กที่เดินเข้ามา เสี่ยวหลานยืนหน้าแดง มือกอดม้วนตำราแนบอกแน่น ไม่กล้าสบตาเขา
“ เสี่ยวหลัน วันนี้เกิดเื่แปลกประหลาดขึ้น ตอนที่ข้าตื่นขึ้นมา ข้ารู้สึกดีขึ้นอย่างมิน่าเชื่อ ” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมดวงตาคมที่จับจ้องร่างเล็ก
เสี่ยวหลานที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็สะดุ้งหน้าแดงจัด คำพูดของคุณชายทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวราวกลองศึก
“ จริงหรือเ้าคะ ข้าดีใจเหลือเกินที่คุณชายอาการดีขึ้น ดูเหมือนข้าจะช่วยรักษาคุณชายได้จริง ๆ เ้าค่ะ ”
“ เ้า... เ้าช่วยรักษาข้างั้นรึ ” เขาทวนคำอย่างเนิบช้าทั้งที่มุมปากยังยกยิ้มคล้ายไม่อาจห้ามใจ
เสี่ยวหลันคุกเข่าลงข้างเตียง ก่อนจะวางตำรานั้นบนตักเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ ข้าได้ตำราเล่มนี้มาโดยบังเอิญเ้าค่ะ ” เสียงของเสี่ยวหลันแ่เบาราวเสียงกระซิบ นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนกล่าวต่อ
“ ในนั้นเขียนไว้ว่า หากบุรุษหยางอ่อน ลมปราณไม่เดิน ให้สตรีใช้ปากเปิดจุดลมปราณให้คืนสมดุลเ้าค่ะ ”
“ อืม... ” เขาลากเสียงในลำคอ มองตำรา แล้วเงยหน้าขึ้นสบตานางด้วยแววตาลุ่มลึก
“ เช่นนั้น เ้าก็ได้ทดลองวิธีการรักษานี้กับข้า ”
เสี่ยวหลันหน้าแดงจัด หัวใจแทบหลุดออกมานอกอก
“ ข้าขออภัยเ้าค่ะคุณชาย ข้าเพียงอยากให้ท่านหายดี ข้าไม่มีเจตนาิ่เกียรติคุณชายเลยนะเ้าคะ ”
เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มบาง แล้วเอ่ยช้า ๆ “ มิเป็ไร ข้ามิได้โกรธเ้าเลยสักนิด อีกทั้งข้ายังคิดว่าการรักษาของเ้าได้ผลดีทีเดียว ”
เขาลูบสันตำราเบา ๆ แล้วเอ่ยต่อด้วยเสียงเรียบสงบ ทว่าชวนให้ใจสั่น “ ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้ว คืนนี้เ้าก็ช่วยรักษาข้าอีกแล้วกันนะ ”
เสี่ยวหลานเบิกตากว้างใบหน้าขึ้นสีจัด นางก้มหน้าจนแทบมุดพื้น แต่ก็ไม่มิได้ตอบปฏิเสธ
ไป๋อวี่มองตามแผ่นหลังน้อย ๆ ที่รีบก้าวออกจากห้องแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ คืนนี้... ข้าจะให้เ้าช่วยรักษาแบบเต็มที่เลย ”
เขาพึมพำกับตนเองพร้อมยกยิ้มเ้าเล่ห์ คิดมิถึงจริง ๆ ว่าการที่เขาแกล้งป่วยเพื่อจะได้มิต้องแต่งงานกับสตรีผู้นั้น จะทำให้เขามีโอกาสกับสตรีที่น่ารักและน่าแกล้งเช่นนี้
ส่วนตำราเล่มนั้น ความจริงมันก็แค่นิทานสำหรับบุรุษไว้อ่านเพื่อผ่อนคลายตนเอง ดูเหมือนเสี่ยวหลันจะยังอ่านตำรามามิมากพอ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นนี้