นาวินเลือกชุดที่ดูดีที่สุดแม้เขาจะเป็คนที่แต่งตัวเซอร์ๆ เป็ทุนเดิมอยู่แล้วแต่เมื่อต้องไปในสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีเขาจะต้องปรับให้มันเข้ากับสถานที่ให้มากที่สุด หากมันเซอร์ๆ เกินไปอาจจะไปสะดุดวัยรุ่นแถวนั้น เขาเองอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะที่แบบนั้นไม่เหมาะที่จะไปคนเดียว แต่เขาก็เลือกที่จะบินเดี่ยวตามถนัดมากกว่า
เมื่อทุกอย่างพร้อม นาวินบิดมอเตอร์ไซด์คันเก่งมุ่งหน้าไปยังผับดังกล่าวเพียงไม่นานเขาก็มาจอดอยู่ในลานจอดรถของผับแห่งนั้น เขาแปลกใจไม่น้อย เพราะถึงแม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปได้ไม่นานแต่เขาก็พบว่า ลานจอดรถเกือบไม่มีที่ว่างให้เขาได้จอดมอเตอร์ไซด์ของเขาแล้ววัยรุ่นหลายๆ กลุ่ม เดินกันให้ขวักไขว่ เมื่อเขาเดินเข้าไปในผับก็พบว่านักท่องราตรีทั้งหลายได้เข้ามาจับจองที่นั่งกันจนเกือบเต็มแล้ว โชคดีที่เขามาคนเดียว จึงหาที่นั่งได้ไม่ยากนัก
นาวินเลือกโต๊ะในสุดในจุดที่เหมาะที่จะสังเกตการณ์ได้ง่าย
เสียงเพลงที่ดังกึกก้องจนแสบแก้วหูกลิ่นควันบุหรี่คลุ้งกระจาย ผสมปนเปไปกับเหล้าเบียร์ที่ถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะทุกโต๊ะหลายคนโยกตัวไปตามเสียงเพลง พลางยกแก้วขึ้นมาดื่มเป็ระยะๆ บรรยากาศแบบนี้เขาไม่คุ้นเคยเอาซะเลย
นาวินเลือกสั่งเครื่องดื่มและอาหารอย่างละนิดเขาทำทีโยกตัวไปตามจังหวะของเพลง แม้จะดูขัดๆ เขินๆแต่ดูกลมกลืนกับคนนับร้อยได้ไม่ยาก
เมื่อปรับตัวเข้ากับบรรยากาศในร้านได้แล้วเขาจึงเริ่มทำภารกิจของเขา เขาโยกตัวไปมาพร้อมกับเสียงเพลงพลางใช้สายตามองไปยังพนักงานเสิร์ฟทุกคนแต่ก็ไม่พบพาฝัน เขาใจร้อนอยากจะรู้ให้ได้เขาอยากถามสอบถามกับพนักงาน แต่มันก็เสี่ยงเกินไปถ้าเขาจะถามหาเธอจากใครสักคนที่เป็พนักงานของร้าน
“หรือเธอจะอยู่หลังร้าน” นาวินพูดกับตัวเองเบาๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงลุกขึ้นเดินไปเดินมาทำทีไปเข้าห้องน้ำบ้าง ไปตรงโน้นตรงนี้บ้าง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของพาฝัน
จนกระทั่ง เขาเดินผ่านโต๊ะแคชเชียร์
เด็กสาวที่เขารู้จักกำลังง่วนอยู่กับการคิดบัญชีแม้เธอจะไม่ได้เงยหน้ามาให้เขาเห็นชัดๆ แม้จะอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวๆ แต่เขาก็มั่นใจเกินร้อยว่านั่นคือคนที่เขากำลังตามหา
นาวินรีบกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิมจากจุดนั้น เขาสามารถมองเห็นหล่อนในระยะไกลๆ ได้ จากการเฝ้ามองหล่อนทำให้นาวินรู้ได้ว่า เธอคือแคชเชียร์ของร้านโดยมีชายหนุ่มหน้าตาดีที่ขับรถไปรับเธอเมื่อตอนเย็น เข้ามาพูดคุยกับเธอเป็ระยะๆดูเหมือนว่า ชายหนุ่มคนนั้นจะเป็คนสำคัญของที่นี่ เพราะเขาจะคอยเดินไปทักทายกับแขกตามโต๊ะต่างๆอยู่บ่อยครั้ง โดยมีบอดี้การ์ดร่างกายกำยำสองคน คอยขนาบข้างอยู่ตลอดเวลา
นาวินนั่งอยู่ที่เดิม นานแค่ไหนไม่รู้แต่เขารู้ง่วงแล้ว แม้จะมีเสียงเพลงกรอกหูดังกึกก้องแต่ตอนนี้ร่างกายของเขาเริ่มทนไม่ไหวกับควันบุหรี่ที่อบอวลไปทั่วห้องแคบๆ นี่
และเหมือนโชคจะเข้าข้างเขาเพราะไม่นานหลังจากนั้น พาฝันลุกขึ้นจากโต๊ะแคชเชียร์เดินแหวกฝูงชนมายังประตูทางออก โดยมีหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นเดินประกบเธอมาติดๆ ทั้งสองแวะทักทายลูกค้าสองสามโต๊ะก่อนจะออกจากผับไป
นาวินรีบเชคบิลเขาไม่มีเวลาที่จะรอเงินทอน เขารีบวิ่งออกจากผับตามคนทั้งสองไปในทันที
เขาวิ่งออกมาถึงหน้าร้านเป็เวลาเดียวกับที่คนทั้งสองก้าวขึ้นรถเก๋งสีขาวคันเดิม
นาวินรีบวิ่งไปยังมอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถเขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ ใกล้เที่ยงคืนแล้ว แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในร้าน ลานจอดรถจึงมีเพียงเขากับเด็กรับฝากรถและคนอื่นๆ ไม่กี่คนเท่านั้น
ทันทีที่ไปถึงรถ เขาก้าวขาขึ้นคร่อมรถบิดกุญแจ พร้อมสตาร์ทเครื่องหมายจะรีบออกไปให้ทันกับสองคนนั้น
แต่ไม่ทันการเสียแล้ว
เด็กรับฝากรถ พร้อมชายฉกรรจ์ 4-5 คน เดินตรงมายังเขา และล้อมเอาไว้
“อ้ออ.. นี่ครับ”นาวินกล่าวพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบแบงค์ร้อยออกมาใบหนึ่งยื่นให้เด็กคนนั้น
เด็กคนนั้นรับเงินพร้อมกับเดินจากไป
แต่ชายฉกรรจ์อีก 4 คน ยังไม่ยอมไปพวกนั้นยืนจ้องหน้าเขาเหมือนจะเอาเื่
“นี่พวกคุณ้าทิปด้วยเหรอ”นาวินพูดพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอีกรอบ แต่คราวนี้มือของเขาว่างเปล่าไม่มีเงินติดออกมาด้วย
“เสียใจด้วยนะ เงินผมหมดแล้ว”นาวินพูดเสียงอ่อน พร้อมกับพยายามขับรถแทรกกลุ่มคนเ่าั้ออกไป แต่ไม่เป็ผลหนึ่งในสี่คนนั้น ยื่นมือมาบิดกุญแจรถของเขา แล้วยึดเอาไว้
“เฮ้ๆ นี่คุณทำอะไรของคุณ” นาวินเริ่มรู้ตัวว่า กำลังจะมีปัญหาแล้ว
“คุณมาทำอะไรที่นี่”หนึ่งในสี่เอ่ยถามขึ้น
“ก็มาเที่ยวเหมือนคนอื่นๆ หนะสิถามได้” นาวินตอบพลางก้าวออกมาจากรถ เขารู้แล้วว่า หลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น เขาหันซ้ายหันขวาเลือกหาทำเลที่ได้เปรียบที่สุด
“เที่ยวเหรอ มาคนเดียวเนี่ยนะบอกมาดีดี คุณตามผู้จัดการมาทำไม” ชายคนเดิมถามซ้ำ
...นี่เขารู้ตัวเหรอว่าเราตามมา...นาวินนึกใจ ทีนี้เขารู้แล้วว่า เขาคงไม่รอดออกไปจากที่นี่ดีดีแน่ เอาไงเอากัน
“ผมไม่ได้ตามใครมาทั้งนั้นบอกแล้วว่ามาเที่ยว ถ้าไม่ให้เที่ยว ก็ได้ ทีหลังผมจะไม่เหยียบมาที่นี่อีกเอากุญแจผมคืนมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมแจ้งตำรวจนะ” นาวินทำใจดีสู้เสื้อ
“แน่จริงก็เข้ามาเอาสิ” ชายคนดังกล่าวแกว่งกุญแจในมือโชว์ยั่วให้นาวินเข้าไปเอา
นาวินเอื้อมมือไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่เร็วเท่ากับชายคนนั้นที่ดึงมือกลับ พร้อมกับสวนหมัดตรงๆเข้ามาใบหน้าของเขาเต็มๆ
จากนั้นก็เกิดการชุลมุนกันขึ้นทั้งสองฝ่าย และหมัดกันไปมา แต่ดูเหมือนว่า นาวินจะไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้วเพราะนอกจากหมัดแรกของชายคนนั้นแล้ว หมัดต่อๆ มาของทั้งสี่คนจะไม่เข้าเป้าเลยมีเพียงกำปั้นและลูกเตะของนาวินเท่านั้นที่ทำให้ชายทั้งสี่คนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นร้องเสียงโอดโอย
นาวินเดินไปหยิบกุญแจที่ยังอยู่ในมือของชายคนนั้นที่ตอนนี้นอนเอามือกุมท้องอยู่กลางลานจอดรถเมื่อได้กุญแจมาแล้ว นาวินรีบวิ่งไปที่รถของเขา แต่ไม่ทันที่จะไปถึงเสียงะโดังมาจากทางด้านหน้าของผับ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
นาวินหันไปมองยังต้นเสียงบอร์ดี้การ์ดร่างใหญ่สองคนเดินตรงมายังเขาพร้อมกับปืนสั้นที่ขึ้นลำพร้อมยิงอยู่ในมือ
นาวินยกมือสองข้างขึ้นเผยให้เห็นว่าเขาไม่อยากมีเื่แล้ว ก่อนที่ชายสองคนนั้นจะเดินมาถึงตัวเขา พร้อมๆ กับรถเก๋งสีขาว ที่วนกลับมายังที่เกิดเหตุ
“ปล่อยเขาไป” น้ำเสียงเบาๆ แต่หนักแน่นดังมาจากในรถ
“ครับพี่” บอร์ดี้การ์ดร่างั์ลดปืนลงพร้อมส่งสัญญาณให้นาวินออกไปจากที่ตรงนั้น
นาวินไม่รอช้ารีบวิ่งไปขึ้นรถสตาร์ทออกตัวด้วยความเร็ว พาตัวเขาออกจากที่ตรงนั้นไปในทันที