EP.3 — ผู้ตายไม่้าให้เธอกลับไปเฉย ๆ
ไฟจากมือถือดับไปแล้ว
แต่ตาของศศิชาก็ค่อย ๆ ปรับให้รับความมืด
เธอมองอะไรไม่ชัด
แต่รู้แน่ว่า “ไม่เดียวดาย” บนชั้นสองของบ้านนี้
กลิ่นไหม้ยังคงอยู่
ไม่แรง
แต่คงที่เหมือนเพิ่งเกิดเมื่อครู่นี้ ทั้งที่รอบตัวไม่มีความอุ่นเลยสักนิด
มีแต่ความเย็นที่ค่อย ๆ แทรกผ่านิั
ศศิชาใช้ลมหายใจตัวเองพยายามตั้งสติ
เสียงเต้นหัวใจแรงจนแทบกลบเสียงอื่น
ทว่ามีเสียงหนึ่งเล็ดแทรกอยู่เื้ั—
เสียงบางอย่าง ขูดพื้นเบา ๆ
เหมือนปลายเล็บลากบนไม้
ไม่รุนแรง
แต่ตั้งใจให้ได้ยิน
เธอรู้สึกเหมือนเงานั้นไม่ได้หายไป
แต่เพียง “ถอยไปยืนที่มุมห้อง” รอดูว่าศศิชาจะทำอย่างไรต่อ
ศศิชาค้นไฟฉายสำรองในกระเป๋า สั่นเล็กน้อย
พอเปิดไฟได้ แสงสว่างสั่น ๆ กวาดไปรอบห้อง
ห้องนี้แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์เหลือ
เหลือแค่เศษไม้ไหม้แตก
บางเส้นมีคราบสีดำเกาะเป็ปื้น
เหมือนมีควันครุกรุ่นอยู่ั้แ่คืนที่เกิดเหตุ
เธอส่องไปที่พื้น
“เงาผู้หญิงเมื่อครู่” หายไปแล้ว
แต่ตรงกลางห้องกลับมี รอยเท้าชื้นเป็ปื้นกลม ๆ เหมือนคนที่เพิ่งเดินบนพื้นเปียกน้ำ
และมันหยุดอยู่ตรงที่เธอยืน
ศศิชาขยับตัวเล็กน้อย
รอยเท้าไม่หาย …
ไม่จาง …
ค่อย ๆ “เพิ่มจำนวน” ทีละก้าว
จากมุมหนึ่งของห้อง เดินเข้าหาเธอช้า ๆ
เหมือนมีคนเดินอยู่ในความว่างเปล่า
แล้วเสียงของเงาก็ดังซ้ำอีกครั้ง
ชัดเจนขึ้น
เหมือนใกล้กว่าเดิม
“อย่ากลับไป…
ยังไม่พอ…”
ศศิชากัดฟันแน่น
คำพูดนั้นไม่ใช่ขู่
มันเหมือนคำขอ
หรือคำสั่ง
นักข่าวสัญชาตญาณบอกเธอว่า
ผีผู้หญิงตนนั้นไม่ได้้าให้เธอหนี
แต่มองลลิตาเป็ “ทางเดียว” ที่ความจริงจะได้ถูกเปิดเผย
เธอกระซิบเบา ๆ
“คุณชื่ออะไร”
ไม่มีคำตอบ
มีเพียงรอยเท้าที่หยุดนิ่ง
เหมือนคนยืนฟัง
แต่ไม่พูด
เพราะพูดไม่ได้
หรือไม่อยากเปิดเผยทั้งหมดในตอนนี้
ไฟฉายสั่นนิดหนึ่ง
ศศิชาเห็นอะไรบางอย่างลอยลงมาช้า ๆ
คือ เศษกระดาษไหม้เกรียมครึ่งใบ
มันตกลงตรงหน้าเธอเหมือนมีใครปล่อยจากเหนือศีรษะ
เธอเก็บขึ้นมา
ตัวหนังสือด้านหนึ่งถูกไฟกินไปเกือบหมด
เหลือแค่มุมล่างที่ยังพออ่านออก
“…บันทึกคำให้การ เบื้องต้น
ผู้หญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 20-25 ปี
พบร่องรอยการกักขัง…”
แล้วบรรทัดก็ขาดไป
ถูกไฟกินจนเป็รู
หัวใจศศิชาจมหายไปวูบ
นี่คือหลักฐานที่ “ไม่น่าจะอยู่ที่นี่”
และยิ่งไม่น่าอยู่ในห้องที่ถูกทำลายด้วยไฟ
ขณะเธอกำลังไล่อ่าน
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
เสียงของคน “จริง ๆ” ไม่ใช่ผี
ทุ้มต่ำและเกินคาดคิด
“คุณไม่ควรเข้ามาที่นี่”
ศศิชาหันกลับช้า ๆ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า
ใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีดำ
หน้าตาเหมือนคนผ่านมาเห็นพอดี
แต่สายตานั้น…
เฉียบ
นิ่ง
เหมือนเขารู้ว่าเธอจะมา
หรือเฝ้ามาบ่อยจนเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมด
เขาขยับใกล้ขึ้นหนึ่งก้าว
เท้าบนพื้นไม้ไม่มีเสียงเลย
แตกต่างจากเสียงก้าวเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“ที่นี่… มีคนไม่อยากให้ใครมายุ่ง
เข้าใจใช่ไหม?”
ศศิชาจ้องเขา
นิ่ง
ไม่ตอบ
เพราะรู้ดีว่าการตอบคำถามคนแปลกหน้าในสถานการณ์แบบนี้
คือการเปิดช่องให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยง
แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงักคือ—
ชายคนนี้
ไม่เห็นเศษกระดาษไหม้ที่ลอยลงมาจากอากาศเมื่อครู่
ทั้งที่อยู่ตรงพื้น
อยู่ในตำแหน่งที่เขามองน่าจะเห็น
เหมือนเขา “ไม่สามารถเห็น”
บางอย่างในห้องนี้
หรือตั้งใจทำเป็มองไม่เห็น
ศศิชาถอยมาหนึ่งก้าว
แต่ยังไม่ละสายตา
ชายคนนั้นยกนิ้วขึ้นชี้ทางลงบันได
“กลับเถอะ
ก่อนที่เื่มันจะยุ่งกว่านี้”
ศศิชารู้สึกทันที
เขาไม่ใช่เ้าที่
ไม่ใช่เ้าของบ้าน
แต่เป็ “มนุษย์”
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในบ้านหลังนี้
และคำว่า “ยุ่ง” ของเขา
ฟังดูเหมือนคำขู่มากกว่าคำเตือน
ก่อนเธอจะตอบอะไร
เสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง—
คราวนี้ชัดเจน
กดดัน
และสั่งตรง
“อย่าไปกับเขา”
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว
“คุณว่าอะไรนะ?”
ศศิชาไม่ตอบ
เพราะเสียงนั้นไม่ได้มาจากเธอ
แต่มาจากในห้อง
อยู่ด้านหลังของชายคนนั้น
ใกล้มาก
ใกล้จนน่ากลัวที่สุดคือ
เขาไม่ได้ยินเลยสักคำ
ไฟฉายในมือลลิตากระพริบอีกครั้ง
แล้วสิ่งที่เธอเห็นคือ—
เงาของผู้หญิงโผล่ขึ้นด้านหลังชายคนนั้นช้า ๆ
แล้วค่อย ๆ ชี้นิ้วไปที่ตัวเขา
นิ้วนั้นสั่น
เหมือนเต็มไปด้วยความโกรธเก่าแก่ที่ยังไม่ดับ
แล้วเสียงดังขึ้นในหูเธอ
แ่
แต่คมราวกับกรีดเนื้อ
“เขาเป็คนแรกที่เผาฉัน”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*