บทที่ 26 คนชั่วคนนั้น จะต้องซวยครั้งใหญ่แน่
หลิวตงมองเด็กน้อยวัยสามขวบครึ่งตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอย สีหน้าจริงจังของกู้เสวี่ยซงทำลายความหวังสุดท้ายของเขา
"อา… อาจารย์?" เขาเองก็จำไม่ได้ว่าพูดสองคำนี้ออกไปได้อย่างไร ตอนนี้ในหัวเหลือแค่คำว่า ‘อับอาย’ เท่านั้น
ตัวเองมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี แต่กลับสู้เด็กน้อยไม่ได้ อายุปูนนี้แล้วช่างน่าอายจริง ๆ ถึงอย่างนั้น เขาก็ตระหนักได้ทันที
อายุยังน้อยที่ดีจริง ๆ!
นี่ไม่ใช่เด็กอัจฉริยะของจริงหรอกเหรอ? ถ้าเขาลักพาตัวเธอเข้าองค์กรได้ ตอนกลับไป เขาจะเอาใบเลื่อนขั้นตบหน้าหัวหน้า ให้เขาดูให้ชัด ๆ ว่าสายตาอันแหลมคมของเขามองคนไม่ผิด!
ยิ่งคิด หลิวตงก็ยิ่งตื่นเต้น เขามองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยสายตาเป็ประกาย กู้อวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เข้าใจความหมายของสายตานี้ดี
นี่มันจะมาแย่งน้องสาวเขาล่ะสิ ชายหนุ่มหมุนตัวบังน้องสาวไว้ด้านหลัง จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจ
เหยาเหยาก็โผล่หัวออกมาจากหลังขาพี่เจ็ด ดวงตาโตกลมโตจ้องมองชายตรงหน้า
"ขอโทษครับ อย่าเข้าใจผิด" หลิวตงเห็นทั้งสองคนระแวง ก็รีบอธิบายทันที "ผมไม่ได้มีเจตนาอื่น อาจารย์อายุน้อย แต่มีความสามารถถึงขนาดนี้ พอดีองค์กรพิเศษของเรากำลังรับสมาชิกใหม่ ไม่ทราบว่าอาจารย์น้อยสนใจจะเข้าร่วมไหมครับ"
"อ้อ ที่แท้ก็กำลังรับสมัครคนอยู่นี่เอง!"
เหยาเหยากอดอก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดูว่า "ถ้าเข้าร่วมองค์กรของคุณ ต้องทำภารกิจต่าง ๆ พี่เจ็ดบอกว่า จะทำงานต้องอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ตอนนี้เหยาเหยาอายุแค่สามขวบครึ่ง ยังทำงานไม่ได้ ดังนั้น เหยาเหยาเข้าร่วมกับพวกคุณไม่ได้"
หลิวตงไม่คิดเลยว่าจะถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลนี้ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ส่วนกู้อวี่เห็นว่าการล่อลวงคนของเขาล้มเหลว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจอยู่ลึก ๆ คิดไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่เขาพร่ำสอนเื่การป้องกันการหลอกลวงไว้ก่อนหน้า จะได้ผลดีขนาดนี้
"งั้นเหรอ… ขอโทษที่รบกวนนะ" หลิวตงรีบควบคุมตัวคนร้ายกลับไปอย่างหงอย ๆ
ตอนที่กำลังจะจากไป เขายังยื่นนามบัตรให้พร้อมกับพูดว่า "ครั้งนี้คุณช่วยองค์กรของเราไว้ได้มาก หากมีเื่้าความช่วยเหลือ โปรดติดต่อผมโดยตรง ผมพร้อมที่จะไปทันทีที่ได้รับคำสั่ง"
ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็ถึงบุคคลระดับอาจารย์ชั้นสูง ถึงแม้จะอายุน้อย ไม่ยอมเข้าร่วมองค์กร แต่ก็น่าคบหาไว้เป็อย่างยิ่ง
เมื่อทุกคนไปหมดแล้ว บรรยากาศในห้องโถงก็เงียบลง
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของกู้เหิงก็สั่นขึ้น เขากดรับสาย ไม่นานก็พูดว่า "ตกลง" จากนั้นก็วางสาย หันไปมองกู้เสวี่ยซงแล้วพูดว่า "พ่อ จับคนที่จ้างเสวียนกวงทำร้ายแม่ได้แล้ว เป็หลิวหรูไห่"
"เป็มันได้ยังไง!" กู้เสวี่ยซงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน
่ก่อนหน้านี้เขาให้พ่อบ้านไปสืบเื่ขโมยของในบ้าน ก็ได้เบาะแสมาบ้าง เดิมทีการสืบสวนอย่างละเอียดต้องใช้เวลาอีกหลายวัน คิดไม่ถึงว่าลูกสาวจะจับคนร้ายได้ก่อน
เสวียนกวงไม่ได้ลบข้อมูลการติดต่อกับผู้จ้างวานในโทรศัพท์ ทำให้ตระกูลกู้สามารถระบุตัวผู้จ้างวานได้ทันทีจากวันที่และบันทึกการโอนเงินจากธนาคาร เพียงแต่ผลลัพธ์กลับน่าใ
"ตระกูลหลิวกับพวกเรามีสัมพันธ์อันดีไม่ใช่เหรอ วันนี้ก็มาร่วมงานเลี้ยงด้วย กล้าปกปิดความร้ายกาจไว้เื้ัขนาดนี้เชียวเหรอ"คุณชายสาม กู้จิ่นเหนียนอดพูดขึ้นไม่ได้
ก่อนหน้านี้พวกเขาสันนิษฐานว่าเป็ฝีมือของตระกูลที่ไม่ถูกกับตระกูลกู้ ใครจะรู้ว่าโดนอำพรางซะจนเกือบหลงกลไปไกล
"ไม่ต้องสนใจอะไรให้มาก หลิวหรูไห่ เกือบทำให้แม่ของพวกแกตาย มันไม่สมควรมีชีวิตสงบสุขอีกต่อไป เ้าใหญ่ แกไปจัดการเื่นี้ซะ" กู้เสวี่ยซงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายความว่าจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ในโลกนี้มีวิธีมากมายที่จะทำให้คนเราอยู่อย่างตายทั้งเป็
หลิวหรูไห่ให้ความสำคัญกับธุรกิจของตระกูลหลิวเป็อย่างมาก ดังนั้น ถ้าตระกูลหลิวล้มละลาย เขาย่อมเ็ปยิ่งกว่าได้รับความตายเสียอีก
"พ่อ… พี่ใหญ่… ทั้งสองคนไม่ต้องเหนื่อยมากหรอกค่ะ เพราะคนคนนั้นกำลังจะซวยแล้ว" เหยาเหยามองพ่อและพี่ชาย แล้วพูดขึ้นมาลอย ๆ
แน่นอนว่าเธอเกลียดคนที่คิดทำร้ายแม่ของเธอมาก เมื่อครู่เธอให้พี่เจ็ดเอารูปคนคนนั้นให้เธอดู
หลังจากนั้น ก็พบรังสีบางอย่างบนใบหน้าของอีกฝ่าย
“เหยาเหยา ทำไมถึงพูดแบบนั้น” กู้เสวี่ยซงก็เริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง
ลูกสาวคนนี้เป็เหมือนดาวนำโชคของบ้าน มีความสามารถมาก เธอบอกว่าซวย แสดงว่าต้องซวยแน่ ๆ
“อืม จากการดูโหงวเฮ้ง และดาวจรบ่งบอกว่า เขามีผู้หญิงคนอื่นลับหลังภรรยา และอีกฝ่ายก็ให้กำเนิดลูกชายให้เขาด้วย”
“แต่โชคลาภของเขาก็บอกว่า เขาประสบความสำเร็จได้เพราะครอบครัวของภรรยา เขาหวาดกลัวอำนาจของครอบครัวภรรยา เลยเก็บงำเื่นี้ไว้ตลอด แต่ตอนนี้ความลับกำลังจะถูกเปิดเผยแล้ว”
ครอบครัวของภรรยามีอำนาจมาก หลิวหรูไห่ก็เป็ฝ่ายผิด ถ้าอีกฝ่ายเอาเื่ขึ้นมา เขาก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย นี่มันไม่เรียกว่าซวยแล้วจะเรียกว่าอะไร
เหยาเหยาอายุยังน้อย แต่ก็รู้ว่าการนอกใจไม่มีทางจบลงด้วยดี
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ หลิวหรูไห่ ขึ้นชื่อเื่กลัวภรรยา แต่กลับกล้าเลี้ยงดูเมียน้อย แถมยังปล่อยให้มีลูกอีก นี่มันเหมือนกับจุดตะเกียงกลางสายฝน แล้วหาเื่ตายชัด ๆ”
กู้หลี่หัวเราะจนปากแทบฉีก เขาพูดว่า “ฉันจะไปเป็ทนายความให้ภรรยาเขาเอง รับรองว่าเขาจะไม่ได้แม้แต่บาทเดียว”
กู้เสวี่ยซงเหลือบมองลูกชายอย่างพอใจ พร้อมเอ่ยปากให้สัญญา “ทำดี ๆ ล่ะ ถ้าทำสำเร็จ รถที่แกเล็งไว้คราวก่อน ไปรับมาได้เลย”
อย่าดูถูกว่าคุณชายห้าวัน ๆ เอาแต่เหลวไหล ถ้าเป็เื่กฎหมาย เขานี่แหละเก่งกาจจริง ๆ เขาถึงกล้าพูดออกมา แสดงว่าต้องทำได้แน่
“ว้าว! ขอบคุณครับพ่อ เื่นี้ผมจัดการได้อยู่แล้ว” กู้หลี่ยิ้มจนแก้มแทบปริ
ก่อนหน้านี้ ตัวเขาเองก็อยากจะได้รถอยู่แล้ว แต่ติดที่ว่าเงินไม่พอก็เลยได้แต่นึก ๆ ไว้ ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้แค่จัดการคนเลว แค่นั้นไม่พอยังได้กำไรอีกต่างหาก แบบนี้จะไม่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวได้ยังไง เขาเหลือบมองเหยาเหยาที่สวมชุดกระโปรงเ้าหญิงอยู่แวบหนึ่ง ก็อดใจไม่ไหว โผเข้าไปอุ้มเธอหมุนไปรอบ ๆ
“เหยาเหยา! เธอนี่มันนำโชคให้พี่จริง ๆ เลย!”
“ต่อไปนี้มีอะไรที่อยากได้ ก็บอกพี่ห้าได้เลย พี่จะวิ่งหามาให้จนกว่าเธอจะได้มัน”
เหยาเหยาไม่คิดว่าพี่ห้าจะเข้ามากอดเธอแบบไม่ทันตั้งตัว เด็กน้อยหมุนติ้ว ๆ ไปหลายรอบ แก้มเธอแดงระเรื่อ พูดเสียงอ่อนหวานว่า “พี่ห้า หนูเวียนหัว ปล่อยหนูลงหน่อย”
“โอ๊ะ ๆ!” ได้ยินดังนั้น กู้หลี่ก็รีบวางน้องสาวลงทันที
เฉินฮุ่ยมองสามีและลูก ๆ ปกป้องเธอแบบนี้ ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมา แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า “เอาล่ะ เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว กลับห้องไปพักผ่อนกันเถอะ”
งานเลี้ยงเริ่มั้แ่หกโมงเย็น วุ่นวายกันมาตั้งนาน ก็ได้เวลานอนพอดี
กู้เหิงลุกขึ้นยืนเป็คนแรก เขาจะไปดูกู้เวย ลูกชายของตนเอง ตอนที่ถูกส่งตัวกลับมา เขาตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง กินอะไรไปนิดหน่อยก็หลับต่อ เพราะอาการยังไม่ค่อยดี เขาก็เลยต้องไปดูอีกทีเพื่อความสบายใจ
เหยาเหยาเริ่มรู้สึกง่วง เธอจึงหันไปบอกให้พี่เลี้ยงพาเธอกลับห้อง แต่ทันใดนั้น กู้อวี่ก็เสนอตัวเองขึ้นมาว่า “เหยาเหยา พี่เจ็ดไปส่งเธอเองนะ”
พูดจบ เขาก็ส่งสายตาให้คนอื่นอย่างรู้กัน เหยาเหยาถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสโชว์ฟันขาวสะอาดออกมา “ตกลงค่ะ ไปกันเถอะ!”
ตอนแรก กู้หลี่ก็อยากจะอาสาไปส่งด้วย แต่กลับถูกทั้งสองคนปฏิเสธ เขาทำได้แค่มองน้องสาวถูกเ้าเจ็ดพาตัวออกไป
เขาแอบกำหมัดแน่น บอกกับตัวเองว่าไม่ได้การแล้ว เขาต้องพยายามมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเ้าเจ็ดจะแย่งความรักจากน้องสาวไปจนหมด
ในขณะเดียวกัน กู้อวี่กับเหยาเหยาก็มาถึงหน้าประตูแล้ว
“เหยาเหยา พรุ่งนี้พี่ไลฟ์สดตอนเจ็ดโมงเช้า อย่าลืมมาอยู่เป็เพื่อนพี่ด้วยนะ”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง เพราะก่อนหน้านี้ เหยาเหยาก็เคยรับปากเขาไว้แล้ว ครั้งนี้เธอจึงไม่ลังเลที่จะพยักหน้าตอบตกลง “ได้เลยค่ะ พี่เจ็ด”
“เจอกันพรุ่งนี้นะ!”
“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ!” กู้อวี่ยิ้มจนแก้มแทบปริ เขาหันไปเห็นพี่ห้าเดินตรงเข้ามา จึงหรี่ตามองอย่างดูแคลน
สายตาของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่า น้องสาวยังไงก็สนิทกับเขามากกว่า!
กู้หลี่โกรธจนแทบคลั่ง หน้าแดงก่ำเหมือนโดนไฟเผา