อากาศร้อนอบอ้าวหลายบ้านจึงออกมานั่งกินข้าวกันใต้ชายคาบ้าน
คำพูดของสวี่เยว่ทำให้พวกเขาหันไปมองสวี่ฮุ่ย
สวี่ฮุ่ยพูดประชดประชันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เสียงเธอเบาไปหน่อย ควรจะเอาโทรโข่งมาะโนะแบบนั้นทั้งบ้านพักถึงจะได้ยิน”
สวี่เยว่ดวงตาแดงก่ำเหมือนโดนใครรังแก“ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่กังวล เสียงเลยดังไปหน่อย”
สวี่ฮุ่ยยิ้มบางๆ แล้วพูด “มีครั้งไหนที่เธอแฉเื่ฉันต่อหน้าคนนอกโดยตั้งใจบ้างล่ะเธอจิตใจดีขนาดนี้จะจงใจประจานฉันได้ยังไง จริงไหม?”
คำประชดประชันสองประโยคนี้ทำให้สวี่เยว่พูดไม่ออก
กู่ซิ่วรีบกระโจนออกมาจากในบ้านทันที“แกกล้าทำแล้วยังกลัวน้องพูดอีกเหรอ”
สวี่ฮุ่ยพูดอย่างใจเย็น“หนูไม่ได้กลัว อยากจะพูดอะไรก็ตามใจเถอะค่ะ”
บ้านสกุลสวี่มีลูกสามคนนอกจากสวี่ฮุ่ยกับสวี่เยว่ที่เป็ฝาแฝดแล้วยังมีลูกชายคนโตชื่อสวี่รั่วเฉิน
สวี่รั่วเฉินอายุมากกว่าน้องสาวฝาแฝดห้าปีปีนี้เขาอายุยี่สิบสาม
เขาเคยสอบเข้ามหาวิทยาลัยสองครั้งแต่สอบไม่ติดแม้แต่ระดับอนุปริญญาคุณตาจึงฝากฝังให้เขาไปทำงานเป็พนักงานขายที่โรงงานทอผ้าในอำเภอ
ปกติเขาจะพักอยู่ที่หอพักรวมของหน่วยงาน
วันนี้เขาลาหยุดกลับมาบ้านเพื่อถามน้องสาวทั้งสองคนว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็อย่างไรบ้าง
สวี่รั่วได้ยินแม่เล่าว่าน้องสาวคนเล็กปีนี้สอบติดระดับอนุปริญญาอาจจะสอบติดมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
ส่วนน้องสาวคนโตคงสอบตกตามเคยทางบ้านจึงให้เธอไปสอบบรรจุเป็พนักงานรัฐวิสาหกิจแต่เธอก็ไม่ยอมไปยังอยากเรียนซ้ำชั้นอีก
สวี่รั่วเฉินจึงเอ็นดูน้องสาวคนเล็กยิ่งกว่าเดิมทั้งเรียบร้อย เชื่อฟังและเรียนเก่ง น้องสาวแบบนี้ใครเห็นก็รัก ใครเห็นก็เอ็นดู
และยิ่งรังเกียจน้องสาวคนโตที่ร้ายกาจชวนปวดหัว
เมื่อได้ยินคำพูดของสวี่ฮุ่ยเขารีบเดินออกจากบ้านแล้วเอ็ดว่า “เธอทำผิดแล้วยังแขวะเยว่เยว่อีก!”
สวี่ฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันตั้งใจกรอกใบคัดเลือกมหาลัยจริง ๆ ”
“ตั้งใจเหรอ?อาจารย์โทรมาที่บ้านบอกว่าคิดไม่ถึงว่าเธอจะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์โหย่วเหอ”
กู่ซิ่วหัวเราะเยาะ“แกคงไม่รู้จักคำว่าเหลิงเกินตัวสินะถ้าแกสอบติดมหาวิทยาลัยแพทย์โหย่วเหอฉันจะตัดหัวตัวเองให้แกเอาไปทำเก้าอี้นั่งเลย!”
คุณพ่อสวี่พูดไกล่เกลี่ยไปเรื่อย“พอแล้ว อย่าทะเลาะกันเลย นาน ๆ ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที ก็ควรมีความสุขสิ ใช่ไหม”
สวี่รั่วเฉินไม่ยอม“น้องกรอกใบยื่นเข้ามหาลัยมั่ว ๆ พ่อไม่ว่าสักคำเหรอ?”
สวี่ต้าซานไม่อยากตำหนิลูกสาวคนโตเื่นี้
สวี่ฮุ่ยสอบไม่ติดที่ไหนอยู่แล้วต่อให้กรอกใบสมัครมั่ว ๆ ไปก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเธอ
แต่ลูกชายคนโตจ้องมองเขาเขม็งสวี่ต้าซานจึงจำใจตำหนิสวี่ฮุ่ยเล็กน้อย
สวี่เยว่ผิดหวังอย่างมาก
เธอหยิบยกเื่ใบสมัครขึ้นมาพูดทันทีที่สวี่ฮุ่ยกลับมาก็เพื่อให้พ่อด่าสวี่ฮุ่ยสักยก
แต่พ่อกลับไม่ทำตามที่เธอ้าทำให้สวี่เยว่โกรธเคืองพ่อสุด ๆ
สวี่ฮุ่ยเห็นทุกอย่างคาตาแต่ก็รู้ว่าถ้าพูดมากไปตอนนี้จะทำให้พ่อเ็าใส่เธอด้วย เธอจึงเลือกที่จะเงียบ
การตกปลาไหลต้องใช้ไส้เดือนเป็เหยื่อ
หลังกินข้าวเสร็จสวี่ฮุ่ยหยิบถุงพลาสติกกับพลั่วเล็ก ๆ ออกไปขุดไส้เดือน
กู่ซิ่วทำหน้าบึ้งแล้วเรียกเธอ“เมื่อเช้าแกยังเที่ยวเล่นข้างนอกไม่หนำใจอีกเหรอ? กินข้าวเสร็จก็จะออกไปเที่ยวอีก?เก็บจานชามให้เรียบร้อยก่อนสิ!”
การที่สวี่ฮุ่ยกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ไม่ได้กลับมาเพื่อรับใช้พวกเขาเหมือนชาติที่แล้ว
เธอยิ้มให้กู่ซิ่ว“แม่ หนูจะไปขุดไส้เดือน เดี๋ยวตอนกลางคืนจะไปตกปลาไหลจะได้เอาเงินไปรักษาน้องไง”
สวี่ฮุ่ยแค่พูดไปอย่างนั้นจะไม่โง่หาเงินให้สวี่เยว่ใช้เหมือนชาติที่แล้วหรอกคิดก็อย่าหวัง!
กู่ซิ่วได้ยินแบบนั้นความโกรธบนใบหน้ากเลือนหายไปครึ่งหนึ่ง
สวี่ฮุ่ยลงแรงไม่นานก็ขุดไส้เดือนได้เยอะแยะ
ตอนที่เธอกำลังถือถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยไส้เดือนกลับบ้านเธอก็ชนเข้ากับชายร่างเตี้ยที่เดินตรงหัวมุม
สวี่ฮุ่ยล้มลงกับพื้นส่วนชายคนนั้นแม้จะไม่ล้ม แต่หมวกฟางใบใหญ่ที่สวมอยู่ก็หล่นลงพื้น
ต่อให้ชายคนนั้นจะกุลีกุจอเก็บหมวกขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็วทว่าสวี่ฮุ่ยก็ยังเห็นปานแดงคล้ำบนขมับด้านขวาของเขาอยู่ดี
ปานแดงหรือเนื้องอกหลอดเืเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์หลอดเืใน่ตัวอ่อนจนก่อตัวเป็เนื้องอกหรือความผิดปกติของหลอดเืที่พบได้บ่อยในิัและเนื้อเยื่ออ่อน
ปานพบเห็นได้ทั่วไปแต่ปานขนาดใหญ่ขนาดนี้ไม่ค่อยมีนัก
สวี่ฮุ่ยจดจำไว้ในใจโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเธอกลับถึงบ้านกู่ซิ่วก็เลิกงานกลับมาแล้ว
สวี่รั่วเฉินพี่ชายคนโตซื้อถ่านรังผึ้งกลับมาจำนวนมากกำลังขนไปวางใต้ชายคาบ้านตัวคนเดียวจนเหงื่อท่วมตัว
กู่ซิ่วเห็นสวี่ฮุ่ยก็หน้าบูด“ไป ไปช่วยพี่ชายแกขนถ่านซะ!”
สวี่เยว่ที่กำลังกินแตงโมอยู่ที่โต๊ะอาหารเห็นคุณพ่อสวี่ปั่นจักรยานเข้ามาในประตูบ้านพัก
เธอก็รีบเช็ดปากหยิบแตงโมชิ้นหนึ่งเดินไปหาสวี่ฮุ่ยแล้วพูดเสียงอ่อนหวาน “พี่คะพี่คงร้อนแย่เลย กินแตงโมหน่อยสิ”
ชาติที่แล้วสวี่ฮุ่ยไม่เข้าใจแต่ชาตินี้เธอเข้าใจทุกอย่าง
สวี่เยว่ทำดีกับเธอก็เหมือนอีเห็นมาอวยพรปีใหม่ไก่นั่นแหละต้องมีแผนร้ายแน่ๆ
เธอหันกลับไปมองด้านหลังเห็นพ่อกำลังปั่นจักรยานกลับมา
เธอจึงหยิบแตงโมแล้วส่งต่อให้สวี่รั่วเฉิน“พี่ พี่กินเถอะ เดี๋ยวฉันไปขนถ่านเอง”
สวี่เยว่พูด“ฉันจะไปขนถ่านกับพี่สาวเอง”
สวี่รั่วเฉินก็ไม่ได้ปฏิเสธล้างมือแล้วนั่งกินแตงโมที่โต๊ะอาหาร เขาเรียกสวี่เยว่มากินด้วย แต่สวี่เยว่ไม่ยอม
พ่อกลับมาเห็นลูกสาวทั้งสองคนกำลังขนถ่าน ส่วนลูกชายกลับนั่งกินแตงโมอยู่ที่โต๊ะอาหาร
เขาก็ทำหน้าบึ้งแล้วพูดว่า“รั่วเฉิน ทำไมถึงปล่อยให้น้องสาวทั้งสองขนถ่านส่วนตัวเองกลับนั่งกินแตงโม?”
สวี่ฮุ่ยพูดขึ้น“พ่อคะ อย่าเข้าใจพี่ผิด เขาขนถ่านอยู่เมื่อกี้
สวี่เยว่เอาแตงโมมาให้ฉันกินฉันไม่ได้กิน เลยให้พี่กิน เขาถึงได้นั่งกิน”
เธอหันไปพูดกับสวี่เยว่“ต่อไปอย่าเอาอะไรมาให้พวกเรากินตอนที่พ่อเลิกงานนะพ่อจะเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ”
สวี่เยว่พูดตะกุกตะกัก“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอตั้งใจแค่เตือนให้เธอระวังในอนาคต”
น้ำเสียงของสวี่ฮุ่ยอ่อนโยนมากแม้แต่กู่ซิ่วก็หาเหตุผลเข้าข้างสวี่เยว่ไม่ได้
ส่วนสวี่รั่วเฉินกลับมองน้องสาวคนเล็กด้วยสายตาครุ่นคิด