[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ยอดอัจฉริยะลึกลับแห่งดินแดนตงฮวง เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์จินหยางแห่งสำนักเจียโหลว

    ตอนที่ 41 ยอดอัจฉริยะลึกลับแห่งดินแดนตงฮวง เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์จินหยางแห่งสำนักเจียโหลว 

            เทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ในยุคบรรพกาลนั้น มีต้นกำเนิดความเป็นมาอันยาวนานเป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถสืบย้อนกลับไปถึงยุคแห่งพื้นพิภพเทียนชิงในสมัยก่อน

            เหล่าผู้บำเพ็ญถึงกับคาดเดากันว่า ในเทือกเขาเหล่านี้อาจมีเทพเจ้าผู้สูงส่งประทับอยู่ ว่ากันว่าในอดีตเคยมีแสงเพลิงศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงเจิดจ้าไปทั่วทั้งนภา อีกทั้งยังมีคลื่นพลังอันน่าครั่นคร้ามแผ่กระจายไปทั่วหล้า 

            บัดนี้ เหล่าสรรพชีวิตจากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ในยุคบรรพกาลก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในดินแดนต่างๆ

            มีผู้บำเพ็ญบางคนจับสังเกตได้ว่า เส้นทางที่พวกเขามุ่งหน้าไปนั้นคือนครโบราณชงเยวี่ย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของตระกูลหลิน!

            ผู้คนต่างพากันคาดเดากันว่า จุดประสงค์ของเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้

            บางทีอาจเกี่ยวพันกับบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ผู้นั้น!

    นครโบราณชงเยวี่ย

            ในฐานะนครโบราณที่ตั้งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของเขตศูนย์กลางเทวา จึงเปรียบเสมือนจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อกับเขตแดนต่างๆ ทั่วทุกสารทิศ มีผู้บำเพ็ญเพียรอาศัยอยู่ราวหนึ่งร้อยล้านชีวิต 

            ทั่วทั้งนครปกคลุมด้วยหมอกเมฆแห่งวิญญาณ อีกยังแฝงไปด้วยไอสีรุ้งพวยพุ่งตระการตา

            วิหารตำหนักและโรงสุราต่างๆ ตั้งเรียงรายอย่างงดงาม

            อีกทั้งยังมีแสงแห่งอักขระศักดิ์สิทธิ์เรืองรองส่องประกายระยิบระยับ เหล่าผู้บำเพ็ญและสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ล้วนแปรเปลี่ยนร่างเป็นสายรุ้งศักดิ์สิทธิ์ พุ่งทะยานไปมาอย่างอัศจรรย์เกินจินตนาการ

            ในฐานะที่เป็นสถานที่จัดงานประลองวิถีแห่งมรรคาในช่วงเวลานี้ สถานที่แห่งนี้จึงย่อมดึงดูดสายตาของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรจากทั่วทุกสารทิศ

            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อข่าวลือเกี่ยวกับบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์จากจากแดนสวรรค์เบื้องบนได้แพร่สะพัดออกไป

            ก็ยิ่งทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมาที่นี่ 

            สำนักศักดิ์สิทธิ์และราชวงศ์ใหญ่ต่างส่งยอดฝีมือผู้ทรงพลังพร้อมกับของกำนัลอันล้ำค่ามามอบให้เพื่อแสดงความเคารพ

            ไม่เพียงแต่มุ่งหน้ามาจากดินแดนจงโจวเท่านั้น แม้แต่เขตแดนอันห่างไกลอย่างดินแดนเป่ยโม่และดินแดนหนานหลิ่ง ก็ยังมีอัจฉริยะรุ่นเยาว์เดินทางมาเพื่อร่วมงาน ทั้งมาเพื่อร่วมประชันฝีมือเพื่อแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์

            อีกทั้งหลายคนก็มาพร้อมกับเป้าหมายอันซ่อนเร้น 

            อย่างการหาโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในสถานการณ์เช่นนี้ ก็หาใช่เรื่องน่าอายที่ต้องปกปิดมิกล้ากระทำไม่

            “สหายจินหยาง มิได้พบกันเสียนาน บัดนี้ดูเหมือนพลังฝีมือของท่านจะลึกล้ำเกินหยั่งถึงเสียแล้ว”

            “เป็นเช่นนั้นที่ไหนกันเล่า สหายเจิงเทียนต่างหากที่ก้าวหน้ามิใช่น้อย ดูเหมือนจะฝึกฝนวิชาเทพศาสตรานั้นจนสำเร็จแล้วกระมัง”

            “ฮ่าฮ่า ก็เป็นเพียงแค่โชคช่วยเท่านั้น มิอาจเทียบกับพวกท่านทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ได้”

            “ส่วนคุณหนูเฉิน มิได้พบเจอกันหลายปี บัดนี้ความงามของท่านยิ่งงดงามเจิดจรัสกว่าเดิม สมแล้วที่เป็นผู้นำแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ว่านหัว ผู้เป็นเลิศเหนือกว่าผู้ใด"

            ในขณะนั้น ภายในศาลาแห่งหนึ่ง มีกลุ่มชายหญิงรุ่นเยาว์กำลังสนทนากัน บรรยากาศรอบตัวพวกเขาต่างเปล่งประกายไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ดวงตาเปล่งประกายล้ำลึกสุดจะหยั่ง 

            ในผู้คนเหล่านั้น มีบางคนที่แผ่กลิ่นอายมั่นคงสงบนิ่งดั่งขุนเขา

            อีกบางคนก็มีรูปโฉมอันงดงามตราตรึงใจ

            เหล่าผู้บำเพ็ญที่มองพวกเขามาจากระยะไกล ต่างก็เผยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพยำเกรง 

            ต่างยอมรับในใจถึงสถานะอันสูงส่งและน่าเกรงขามของบุคคลเหล่านี้

            ไม่ว่าจะเป็นทายาทสืบทอดของตระกูลโบราณ องค์ชายแห่งจักรวรรดิ หรือเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีภูมิหลังอันทรงอำนาจค้ำจุนอยู่เบื้องหลัง

            ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวนับไม่ถ้วนแฝงตัวอยู่ในเงามืดคอยคุ้มครองพวกเขาไว้  

            การที่กลุ่มคนหนุ่มสาวผู้เป็นยอดอัจฉริยะเช่นนี้มารวมตัวกันเพียงเพื่อสนทนาและดื่มชาในบรรยากาศสบายๆ เช่นนี้ ช่างเป็นภาพที่ยากจะจินตนาการนัก

            หากข่าวนี้แพร่ออกไป ย่อมสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนมากมายอย่างแน่นอน

            “สหายจินหยาง ได้ยินมาว่าไม่นานมานี้ท่านได้ประมือกับยอดอัจฉริยะผู้หนึ่งจากดินแดนตงฮวงนับร้อยกระบวนท่า ผลัดกันรุกผลัดกันรับ สูสีกันจนยากจะตัดสิน แถมสุดท้ายยังกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันอีกหรือ”

            “เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่”

            ภายในศาลา มีผู้เอ่ยถามชายหนุ่มผู้เปล่งประกายดุจเทพสุริยันด้วยความสงสัย

            ชายหนุ่มผู้นี้ แม้แต่เส้นผมยังเปล่งประกายราวกับลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสว่างไสว เขาคือจินหยาง เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์เจียโหลว 

            สำนักศักดิ์สิทธิ์เจียโหลวแห่งดินแดนตงฮวงนั้น เป็นสำนักเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานยิ่งกว่าตระกูลหลิน อีกทั้งบรรพชนของสำนักก็เคยทะยานขึ้นสู่แดนสวรรค์ เป็นที่รู้กันว่ามีฐานรากยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่างยิ่ง

            ในฐานะเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ จินหยางมีฝีมือที่เหนือกว่าผู้ใดในรุ่นเดียวกัน และบัดนี้เขาได้มีพลังถึงในระดับขั้นมรรคาเทพตอนปลายแล้ว

            เมื่อได้ยินคำถาม จินหยางก็หัวเราะอย่างเปิดเผยและตอบด้วยความภาคภูมิว่า “จริงแท้แน่นอน น้องชายของข้าเป็นอัจฉริยะที่ไม่ธรรมดา ข้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าเขาคือยอดอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์อันหาได้ยากยิ่งในรอบพันปี!”

            “ด้วยพลังเพียงระดับมรรคาเทพขั้นกลาง ก็สามารถประมือกับข้าได้นับร้อยกระบวนท่าโดยมิมีทีท่าว่าจะพ่ายแพ้ แถมยังบีบให้ข้าต้องใช้กายาเทพสุริยัน ถึงจะสามารถปราบเขาลงได้ แต่ข้าก็สัมผัสได้ว่า เขายังซ่อนไพ่ตายที่ยังมิได้ใช้ไว้อีกมาก…”

            “น้องชายของข้าผู้นี้มีพรสวรรค์มิธรรมดา อีกทั้งจิตใจยังมั่นคงสุขุม มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้ในภายภาคหน้า แต่ช่างน่าเสียดายที่ไปขัดแย้งกับผู้ทรงอำนาจจนถูกใส่ร้ายและต้องระหกระเหินจากบ้านเกิดในดินแดนตงฮวงมาพึ่งพาดินแดนจงโจวเข้า”

            เขากล่าวด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย

            เรื่องราวของผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้น เขาเคยได้ยินน้องชายเล่าให้ฟังแล้ว และรู้ดีว่านั่นมิใช่พลังที่น้องชายของเขาจะสามารถต่อกรได้โดยสิ้นเชิง

            ส่วนข่าวลือที่แพร่สะพัดในดินแดนตงฮวงนั้น เขาไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไรนัก

            อันใดที่ว่าเขาอิจฉาริษยา อันใดที่ว่าเขาเป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์ หวังหมายปองเทพธิดาที่มิอาจเอื้อมถึง

            ในสายตาของตัวเขา เห็นได้ชัดว่าเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักไท่เสวียนที่คิดไต่เต้า กลับทรยศหักหลังน้องชายของเขา

            แล้วสร้างข่าวลือกล่าวโทษเขาเสียเอง

            คำที่ว่าจิตใจของสตรีนั้นแสนอำมหิต คงมิได้เกินจริงนัก

            เฮือก!

            คำพูดของจินหยางทำให้ผู้คนในศาลาถึงกับสูดหายใจลึก ก่อนจะหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ดวงตาแต่ละคู่ฉายแววเปลี่ยนไป 

            พวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกตกตะลึง

            ในฐานะที่เป็นยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์เช่นเดียวกัน พวกเขารู้จักนิสัยของจินหยางดีว่าเป็นคนซื่อตรง ตรงไปตรงมา และมิมีทางพูดโป้ปดมดเท็จ

            อีกทั้งสิ่งสำคัญที่สุดคือ เขายังมีพลังฝีมือที่สูงส่งกว่าใครในที่นี้ 

            แม้แต่ในดินแดนจงโจวเองก็ยังนับว่าอยู่ในระดับแนวหน้า นอกจากองค์ชายสามแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยและอีกเพียงไม่กี่คนแล้ว ก็ยากที่จะหาผู้ใดมาเทียบเคียงเขาได้

            หากมองทั่วทั้งคนรุ่นเยาว์ในดินแดนจงโจวแล้ว จินหยางสามารถจัดอยู่ในห้าอันดับแรกของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของดินแดนจงโจวได้อย่างมิต้องสงสัย

            เมื่อแม้แต่เขายังกล่าวชมด้วยท่าทีเช่นนี้แล้ว ย่อมทำให้ผู้คนอดสงสัยมิได้ว่า

            ยอดอัจฉริยะลึกลับจากดินแดนตงฮวงผู้นั้นจะต้องแข็งแกร่งถึงเพียงใดกัน

            “สหายจินหยาง ยอดอัจฉริยะจากดินแดนตงฮวงที่ท่านกล่าวถึงมีนามว่าเช่นไรหรือ หากมีโอกาส พวกเราอยากจะทำความรู้จักกับเขาสักครั้ง” ทุกคนต่างเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น หวังจะได้สืบรู้ถึงเบื้องหลังของชายผู้นั้น

            ทว่าพอได้ยินคำถามนี้ สีหน้าของจินหยางพลันดูลำบากใจขึ้นมา คล้ายลังเลที่จะเอ่ยปากออกไป “เรื่องนี้นั้น…”

            ชื่อของน้องชายของเขาผู้นั้น แม้จะมิใช่สิ่งต้องห้าม

            เพียงแต่หากเปิดเผยออกไป เกรงว่าคนตรงหน้าทั้งหมดคงจะตกตะลึงจนมิกล้าเอ่ยถามอะไรอีกต่อไป

            ถึงจินหยางจะเป็นคนซื่อตรง แต่เขาก็มิได้ไร้สติพอจะพูดออกไปอย่างง่ายดาย

            เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนก็เข้าใจในทันที และมิได้คาดคั้นเพิ่มเติม

            ทันใดนั้นเอง ก็มีผู้หนึ่งอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า “เหตุใดหอเด็ดดาราแห่งตระกูลหลิน จึงได้เปิดต้อนรับผู้มาเยือนกัน”

            ผู้กล่าวพูดคือเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์หยวนชู ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีพลังฝีมือแข็งแกร่งอีกผู้หนึ่ง

            คำพูดนั้นทำให้ผู้คนหันมองตามสายตาของเขาไป และพลันหยุดนิ่งไปด้วยความตกตะลึง

            หอเด็ดดาราของตระกูลหลินมีความหมายเปรียบเปรยถึงการเอื้อมมือเด็ดดวงดารา ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในนครโบราณชงเยวี่ย ที่แห่งนั้นสามารถมองชมทัศนียภาพที่เหนือชั้นอันกว้างไกลได้ทั่วทั้งนครโบราณ

            จากตำแหน่งนี้ สามารถมองเห็นภาพของสถานที่นั้นได้อย่างพอดิบพอดี

            โดยปกติแล้วหอแห่งนี้จะใช้รับรองเฉพาะบุคคลระดับสูงสุดของแต่ละสำนักศักดิ์สิทธิ์หรือจักรวรรดิ ดังเช่นเจ้าสำนักหรือจักรพรรดิเพียงเท่านั้น

            แต่ในวันนี้กลับเปิดใช้งานได้

            เรื่องนี้กลับสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในทันที

            “และยังมีผู้อาวุโสระดับมหาปราชญ์ของตระกูลหลินมาต้อนรับด้วยตนเองเช่นนี้อีก…”

            “อ๊ะ สตรีในอาภรณ์สีน้ำเงินนั่นดูเหมือนจะเป็นหลินชิวหาน ผู้เป็นยอดอัจฉริยะหญิงแห่งตระกูลหลินใช่หรือไม่ ส่วนสตรีในอาภรณ์ขาวที่ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าโปร่งบางครึ่งหน้านั้น คงจะเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนแห่งดินแดนตงฮวงกระมัง…”

            ยอดอัจฉริยะอีกคนหนึ่งเปล่งเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง เขาจำหญิงสาวทั้งสองคนนั้นได้ในทันที

            ครั้งหนึ่งในอดีต เขาเคยไปเยือนยังดินแดนตงฮวง และมีโอกาสโชคดีได้พบเห็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนตงฮวงผู้นั้นด้วยสายตาตนเอง

            “ถ้าเช่นนั้น บุรุษในอาภรณ์ขาวผู้นั้นก็คงจะเป็น…”

            “ท่านผู้นั้นหรือ!”

            ไม่นานนัก พวกเขาก็เข้าใจได้ถึงสถานการณ์ตรงหน้า พร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย แต่ละคนล้วนมีสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น

            ด้วยการต้อนรับระดับนี้ มิต้องเดาให้ยากก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด

            พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบกับบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นในสถานที่แห่งนี้!

            นี่เป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งที่จะได้เข้าพบ!

            พวกเขาจึงรีบลุกขึ้น เตรียมตัวที่จะเข้าไปคารวะ

            เหล่ายอดหญิงงามบางคนถึงกับหยิบเครื่องประทินโฉมจากแหวนมิติออกมาแต่งแต้มวงหน้าให้ดูงดงามน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

            มีเพียงจินหยางที่เผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมาชั่วครู่ แต่โชคดีที่มิมีผู้ใดทันสังเกตเห็น

            …

            ภายในหอเด็ดดารา 

            นี่เป็นสถานที่ที่กู้ฉางเกอและคณะได้มาเยือน ภายใต้การนำทางของผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลิน

            ด้วยฐานะของกู้ฉางเกอ ตระกูลหลินย่อมตระเตรียมการต้อนรับที่สมเกียรติที่สุดให้แก่เขา

            หอเด็ดดาราแห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้มองเห็นทัศนียภาพทั่วทั้งนครโบราณจากมุมสูง และสามารถทอดสายตามองออกไปไกลนับหมื่นลี้ ทิวทัศน์โดยรอบช่างงดงามและตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

            โดยปกติแล้ว สถานที่แห่งนี้สงวนไว้สำหรับบุคคลระดับเจ้าสำนักหรือผู้ครองอำนาจระดับสูงสุดเพียงเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288