ในแดนจอมเวทย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการฝึกวิชาเวทย์ เด็กทุกคนเมื่ออายุแปดปีก็ต้องเข้ารับการศึกษาจากสำนักศึกษาในอาณาเขตของตนเพื่อศึกษาเวทย์พลังขั้นพื้นฐาน เรียนรู้ความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับพลังเวทย์ โดยอาณาเขตการปกครองมีสามสิบสามอาณาเขต ดังนั้นสำนักศึกษาจึงมีสามสิบสามแห่งตามจำนวนอาณาเขตการปกครอง
โดยแต่ละอาณาเขตจะมีเ้าอาณาเขตหนึ่งคนที่ต้องมีด่านพลังด่านจอมเวทย์ขั้นเชี่ยวชาญหรือมากกว่าเท่านั้น
อย่างจอมมหาเวทย์เย่มู่จี้ที่ปกครองอาณาเขตที่สิบสามก็เป็หนึ่งในสิบสุดยอดผู้ปกครองของแดนจอมเวทย์ทั้งมวล
สุ่ยลิ่วก็เป็หนึ่งในศิษย์ของสำนักศึกษาที่สิบสามเช่นกัน เขาชอบใส่ชุดชาวบ้านธรรมดามากกว่าเพราะเขาชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน สุ่ยลิ่วเป็ผู้ที่ชอบมีส่วนร่วมแต่ไม่ชอบเป็ตัวละครหลัก
วันนี้เขาเดินออกมาจากโรงน้ำชาสวน์อย่างหงุดหงิดใจ เพราะไม่เกิดเื่ใหญ่อะไรตามที่เขาคาดไว้ น่าเสียดายยิ่งนัก เขาเดินเรื่อยเปื่อยอยู่บนถนนในเมืองเสียนเตี้ยนเพื่อเดินทางกลับสำนักศึกษาที่สิบสามของเขาและไม่ลืมเปลี่ยนชุดเป็ชุดสีฟ้าน้ำทะเลของสำนักศึกษาที่สิบสาม
เมื่อเดินไปจนถึงศูนย์กลางของเมืองเสียนเตี้ยนเขาก็พบกับประตูศิลาขาวสูงใหญ่ ทางด้านซ้ายของประตูมีรูปปั้นที่ทำศิลาขาวเช่นกันเป็รูปปั้นเท่ากับคนจริง เป็คนชราหนวดเครายาวเฟื้อยถือไม้เท้าวิเศษชนิดหนึ่ง รูปปั้นชายชราศิลาขาวถือไม้เท้ายกขึ้นราวกับจะปลดปล่อยวิชาออกมา ทางด้านขวาเป็รูปปั้นศิลาขาวเช่นกันเป็รูปชายชราคนเดิมแต่คราวนี้ยืนอ่านตำราด้วยมือขวามือซ้ายไพล่หลังดูมีสมาธิและจริงจังต่อการศึกษา
ส่วนประตูศิลาขาวขนาดใหญ่มีความกว้างที่คนสิบคนสามารถเดินเรียงแถวกระดานเข้าไปได้ความกว้างราวๆสิบจั้ง ความสูงก็สูงเท่ากับคนยืนต่อตัวกันขึ้นไปห้าคน ราวๆยี่สิบห้าจั้งได้ ้ามีการสลักคำร่องลึกบนประตูศิลาขาวว่า "ศึกษา" และ "สิบสาม" อยู่บนประตู (หนึ่งจั้งเท่ากับ33.3เิเ)
ประตูสูงยี่สิบห้าจั้ง กว้างสิบจั้ง รอบๆเป็กำแพงหนาและสูงสิบห้าจั้งล้อมรอบสถานศึกษาที่สิบสามที่มีพื้นที่มากกว่าห้าลี้เอาไว้ (หนึ่งลี้เท่ากับห้าร้อยเมตร)
ขนาดสถานศึกษาที่สิบสามที่ว่าใหญ่โตแล้วต้องไปดูขนาดเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าเจ็ดสิบลี้ ใหญ่อย่างยิ่งเมืองเสียนเตี้ยนที่เป็เมืองหลวงของอาณาเขตที่สิบสามที่เป็ที่ตั้งของจวนเ้าอาณาเขต สำนักศึกษาที่สิบสาม และหอเวทย์ที่สิบสาม เป็เมืองที่สำคัญที่สุดของอาณาเขตที่สิบสามของเย่มู่จี้ เมืองรองอื่นๆของอาณาเขตที่สิบสามยากจะเทียบเคียงได้กับเมืองเสียนเตี้ยนแห่งนี้
ตรงข้ามของประตูสำนักศึกษาที่สิบสามก็คือจวนเ้าอาณาเขตที่สิบสาม "จวนตระกูลเย่" นั่นเอง ด้านหน้าของจวนตระกูลเย่มีประตูไม้เลอค่าขนาดใหญ่แต่ใหญ่ไม่เท่าประตูของสำนักศึกษาที่สิบสาม ประตูไม้สูงสิบจั้ง ความกว้างอยู่ที่สามจั้ง ้าประตูมีอักษรคำว่า "เย่" เขียนอยู่ ด้านหน้าจวนมีรูปแกะสลักกิเลนสายฟ้าสองตัวตั้งอยู่ รูปแกะสลักไม้กิเลนสองตัวดูดุร้ายเป็อย่างยิ่ง มีทหารยามนับร้อยเฝ้ารักษาการณ์อยู่รอบๆกำแพงจวนตระกูลเย่ การรักษาความปลอดภัยนับว่าเข้มงวดยิ่งนัก
สุ่ยลิ่วมองหน้าจวนตระกูลเย่ได้ยินเสียงคนกลุ่มใหญ่เดินมาหน้าจวนตระกูลเย่ เป็เย่เจ๋อลิ่วพาเย่หานมาถึงจวนของตระกูลเย่นั่นเอง ยามเห็นเย่เจ๋อลิ่วรีบทำความเคารพแล้วเปิดประตูให้เย่เจ๋อลิ่วเดินเข้าไปเป็คนแรก เย่หานก้าวเข้าไปเป็คนที่สอง และตามมาด้วยลูกน้องของเย่หานที่โดนทหารยามตรวจสอบสิ่งของอย่างเข้มงวดจึงปล่อยมห้เข้าไปในจวนได้ เมื่อทั้งสองและลูกน้องของเย่หานเข้าจวนตระกูลเย่ไปหมดแล้ว ประตูไม้ก็ปิดสนิท
สุ่ยลิ่วที่ด้อมๆมองๆอยู่ก็เลิกสนใจจวนตระกูลเย่และเดินเข้าไปในสำนักศึกษาของตนเองการจะผ่านประตูของสำนักศึกษานั้นไม่ใช่การเปิดประตูตามปกติเพราะประตูสำนักศึกษาเป็ประตูที่ไม่มีบานประตูแต่เป็การกางม่านพลังเวทย์กั้นไว้แทนบานประตู การปลดม่านพลังเวทย์ที่กั้นไว้ต้องนำป้ายศิลาขาวของสำนักศึกษาที่สลักชื่อเ้าของป้ายเอาไว้มาแปะไว้ที่ม่านพลังเวทย์ที่กั้นไว้ สุ่ยลิ่วนำป้ายศิลาแปะของตนไปที่ม่านเวทย์ของสำนักศึกษา ม่านพลังเวทย์ที่กั้นไว้ส่องสว่างออกมาเล็กน้อยแล้วเปิดเป็ช่องเล็กช่องหนึ่งให้สุ่ยลิ่วพอที่จะนำตัวผ่านเข้ามาได้
สุ่ยลิ่วไม่รอช้าก้าวเข้าไปในเขตสำนักศึกษาของตนทันที เมื่อก้าวเข้าไปทั้งตัวม่านพลังเวทย์ก็ปิดผนึกไว้ตามเดิม
ในอาณาบริเวณของสำนักศึกษาที่สิบสามที่มีพื้นที่กว่าห้าลี้ แบ่งออกเป็หลายส่วน
ส่วนแรก ศาลาศึกษาที่อยู่ใจกลาง เป็ที่ไว้ให้เหล่าศิษย์ได้เรียนรู้วิชาต่างๆ เป็อาคารที่สร้างจากศิลาขาวขนาดใหญ่สามอาคารวางตัวเรียงกัน แต่ละอาคารมีสี่ชั้น
อาคารแรกด้านซ้ายเป็อาคารสำหรับเรียนรู้วิชาเวทย์พื้นฐานต่างๆ
อาคารตรงกลางเป็อาคารสำหรับศึกษาวิชาเวทย์ระดับหนึ่งถึงวิชาเวทย์ระดับสาม
อาคารทางขวาเป็อาคารสำหรับเรียนวิชาเวทย์ระดับสี่ขึ้นไป แต่เงื่อนไขสำหรับผู้ที่้าเรียนวิชาเวทย์ระดับสี่ขึ้นไปนั้นต้องรับงานเป็อาจารย์ของสำนักศึกษาหรือต้องทำงานในสำนักศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทำให้คนส่วนมากนั้นที่จบการศึกษาจากที่นี่จะมีด่านพลังอยู่ที่แค่ด่านครองเวทย์เท่านั้น
ในสำนักศึกษาถ้าอายุครบยี่สิบปีก็จะถือว่าจบการศึกษาแล้ว ถ้า้าอยู่สถานศึกษาต่อก็ต้องทำงานกับสถานศึกษา
ส่วนต่อมาจะอยู่ด้านซ้ายของอาคารเรียนเป็ส่วนบ้านพัก มีทั้งสำหรับศิษย์ บ้านพักสำหรับอาจารย์ บ้านพักแขกที่มาเยี่ยมเยือนสำนักศึกษาที่สิบสาม
ทางด้านขวาของอาคารเรียนเป็ร้านค้าของสำนักศึกษาและโรงอาหารของสำนักศึกษา
ส่วนด้านหลังของอาคารเรียนเป็ที่ประชุมของสำนักและลานจัดกิจกรรมต่างๆ
ด้านหน้าของอาคารเรียนจะเป็เรือนไม้รับรองแขก ซึ่งเรือนไม้รับรองแขกจะอยู่ด้านหน้าสุดหลังจากผ่านประตูสำนักศึกษามา
สุ่ยลิ่วอายุสิบหกปีเท่านั้นแต่หน้าเขานั้นแก่เกินวัยไปหน่อยหน้าเขาเหมือนคนอายุยี่สิบกว่าๆไปแล้ว สุ่ยลิ่วดินเข้ามาแล้วเดินอยู่บริเวณเรือนไม้รับรองแขก ขนาดใส่ชุดศิษย์เหมืิอนกัน ศิษย์บางคนเห็นหน้าเขายังนึกว่าสุ่ยลิ่วเป็อาจารย์ของพวกตนซะอย่างนั้น โค้งตัวแล้วคารวะเขาเสมอ สุ่ยลิ่วได้แต่ส่ายหัวและยอมรับไปโดยปริยาย
สุ่ยลิ่วยามนี้อยู่ด่านครองเวทย์เข่นเดียวกับเย่เจ๋อลิ่วผู้โด่งดัง แถมสุ่ยลิ่วยังไม่ได้รับการสืบทอดพลังแบบเย่เจ๋อลิ่วอีกด้วย ถึงอายุมากกว่าหนึ่งปีแต่พร์ของสุ่ยลิ่วก็ยังมากกว่าเย่เจ๋อลิ่วเสียอีก
เนื่องจากสุ่ยลิ่วดูแก่นัก การมีด่านพลังอยู่ที่ด่านครองเวทย์ั้แ่อายุสิบหกปีของสุ่ยลิ่วในสายตาคนทั่วไปก็นึกว่าเขาเป็อาจารย์ด่านครองเวทย์กันทุกคน สุ่ยลิ่วจึงไม่โดดเด่นเท่าใดนัก ชะตากรรมเช่นนี้ถ้าอัจฉริยะที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีคงประกาศโอ้อวดศักดิ์ดาของตนไปแล้ว
สุ่ยลิ่ว้าความสงบในชีวิตจึงไม่มีปัญหากับการถูกด้อยค่าพร์ของตนเท่าใดนัก
"คารวะท่านอาจารย์" เสียงสดใสของสตรีดังขึ้นจากด้านหลังของสุ่ยลิ่ว
"โถ่ ศิษย์พี่ถัง ท่านเลิกเรียกศิษย์น้องสุ่ยเช่นนั้นเสียที ข้าทราบว่าศิษย์น้องสุ่ยหน้าแก่เกินวัยไปหน่อย แต่ท่านทำเช่นนี้ไม่กลัวศิษย์น้องสุ่ยเสียใจหรือไร?" เสียงสตรีแหลมเล็กอีกคนก็ดังขึ้นเช่นกัน
สุ่ยลิ่วหันไปมองด้านหลังก็พบสตรีสูงโปร่งคนหนึ่งนำมือมาอังไว้ที่ปากหัวเราะคิกคัก และพบสตรีตัวเล็กอีกคนที่ยืนเท้าเอวบ่นสตรีสูงโปร่งคนนี้ สตรีสูงโปร่งมีนามว่าถังถัง สตรีตัวเล็กมีนามว่าป้านจี๋
"สุ่ยลิ่ว คารวะศิษย์พี่ถัง ศิษย์พี่ป้าน" สุ่ยลิ่วกล่าวพร้อมโค้งคำนับสตรีทั้งสอง
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกศิษย์น้อง เ้าจะไปที่ไหนกันเล่า? อาคารเรียนเวทย์ระดับสามหรือไปบ้านพักของเ้ากันเล่า?" ป้านจี๋ สตรีตัวเล็กน่ารักจิ้มลิ้มถามสุ่ยลิ่ว
"ข้าจะไปอาคารเรียนเวทย์ขอรับ" สุ่ยลิ่วกล่าวตอบ
"โอ้ พวกข้าก็จะไปอาคารเรียนเวทย์พอดี งั้นพวกเราก็ไปด้วยกันเถิด ศิษย์น้องสุ่ย" ถังถังเอ่ยชวน และไม่ทันสุ่ยลิ่วจะตอบ นางจับแขนสุ่ยลิ่วแล้วลากเขาไปโดยไม่บอกไม่กล่าว วิ่งนำป้านจี๋ไปไกล ส่วนป้านจี๋ก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วค่อยวิ่งตามไป
ถังถังที่เป็สาวสูงโปร่ง เป็สตรีอายุสิบเก้าปี นางนั้นงดงามเป็อย่างยิ่งเป็ที่หมายตาของชายหนุ่มหลายคนซึ่งนางไม่ชอบอย่างยิ่งที่มีคนมาตามนางเยอะแยะ จึงใช้สุ่ยลิ่วเป็ไม้กันสุนัข เพราะสุ่ยลิ่วนั้นดูมีอายุและยังตัวสูงใหญ่ หน้าตาของสุ่ยลิ่วคมเข้ม ดุดัน น่ากลัวนัก เหล่าคุณชายตระกูลใหญ่เห็นซิ่วจงแล้วทุกคนกลัวหัวหดไปหมด ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย