บทที่ 43 หัวใจแตกสลาย
ช่วงนี้จูลี่รู้สึกแย่มาก เธอมีความรู้สึกไม่มั่นคงและวิตกกังวลอยู่เสมอ เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน…
หลังจากที่โม่เฟิงได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เธอก็กลัวว่าโม่เฟิงจะทิ้งเธอไป เพราะความจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโม่เฟิงนั้นไม่ได้มีรากฐานมาจากความรัก แต่เป็นเพียงความต้องการทางร่างกายของโม่เฟิงเท่านั้น
กล่าวได้ว่าจูลี่ไม่มีความมั่นคงในความสัมพันธ์ครั้งนี้เลย ตั้งแต่เริ่มต้น เธอก็รู้ดีว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวของโม่เฟิง เพราะโม่เฟิงกล้าที่จะมีความสัมพันธ์กับเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โม่เฟิงใช้วิธีนี้กับผู้หญิง นี่คือสาเหตุที่ทำให้จูลี่รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
ตอนนี้โม่เฟิงได้รับการเลื่อนตำแหน่งแล้ว สถานะของเขาก็เปลี่ยนไป ซึ่งหมายความว่าเขาจะมีโอกาสได้พบกับผู้หญิงคนอื่นมากขึ้น มีผู้หญิงที่พร้อมจะเข้ามาพัวพันกับเขามากขึ้น และด้วยบุคลิกของโม่เฟิงเอง เขาก็มีโอกาสที่จะไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจูลี่จึงรู้สึกว่าเธออาจจะต้องเลิกกับโม่เฟิงในไม่ช้า
วันนี้ญาติของจูลี่ต้องการซื้อบ้าน เพื่อเตรียมไว้เป็นเรือนหอ เธอจึงไปช่วยเลือกบ้านด้วย และในตอนเที่ยงญาติของเธอก็ชวนโม่เฟิงมาร่วมทานอาหารด้วย
จูลี่จึงโทรหาโม่เฟิงล่วงหน้า เธอยืนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง เธออยากจะมีบ้านกับโม่เฟิงที่นี่ อยากใช้ชีวิตอยู่กับเขา แต่เธอก็รู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอรู้ดีว่าผู้หญิงในบริษัท สวยกว่าเธอ หุ่นดีกว่าเธอ มีเยอะแยะ โม่เฟิงคงไม่เลือกเธอหรอก
ทันใดนั้นรถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาวก็แล่นเข้ามาในโครงการหมู่บ้านจัดสรร จูลี่จำได้ทันทีว่าเป็นรถของโม่เฟิง เพราะเธอใส่ใจเขามาก นี่คือรักแรกของเธอ เธออยากให้ความรักครั้งนี้สมบูรณ์แบบ เธอจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ
จูลี่อยากจะวิ่งลงไปกอดโม่เฟิงใจจนจะขาด แต่ความสงสัยทำให้เธอต้องล้มเลิกความคิดนั้น เพราะเธอไม่รู้ว่าโม่เฟิงมาที่นี่ทำไม ไม่รู้ว่าบนรถของโม่เฟิงจะมีใครลงมา
แม้ว่าบ้านทุกหลังในโครงการแห่งนี้จะขายเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังมีผู้อยู่อาศัยไม่มากนัก เพราะทุกคนต้องการตกแต่งบ้านของตัวเองอย่างพิถีพิถันเพื่อให้รู้สึกอบอุ่น ดังนั้นที่จอดรถในหมู่บ้านจึงยังไม่เปิดให้บริการ โม่เฟิงจึงต้องจอดรถไว้ที่โล่งแห่งหนึ่ง
ในขณะที่จูลี่รู้สึกหัวใจของเธอกำลังจะระเบิดออกมา… จางหมิงจูและโม่เฟิงก็ก้าวลงมาจากรถ หัวใจของจูลี่แตกสลาย แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเดาไว้แล้วว่าโม่เฟิงคงไม่ได้มีเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว แต่การคาดเดาและการได้เห็นความจริงกับตานั้นแตกต่างกันมาก
หากเป็นการคาดเดา เธอยังสามารถทำเป็นไม่สนใจได้ แต่เมื่อความจริงปรากฏขึ้น เธอกลับพบว่าหัวใจของเธอแตกสลาย วิญญาณของเธอหลุดลอยหายไป เพราะเธอรักเขามาก นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมากเช่นกัน
แน่นอนว่าทุกคนอยากให้คนรักของตัวเองสมบูรณ์แบบ อยากให้เขารักและเอาใจใส่ตัวเองมากกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ หรือมากกว่าใคร ๆ อยากเป็นคนพิเศษในสายตาของเขา
แต่เมื่อพบว่าทุกอย่างเป็นเพียงจินตนาการของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดมากขึ้น เพราะความรักก็เปรียบเสมือนจินตนาการระหว่างคนสองคน…
จูลี่วาดฝันว่าตัวเองดูดีที่สุดในสายตาเขา และเขาก็คือคนที่เพียบพร้อมสำหรับเธอ ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกลับพังทลายลง เพราะคนที่ตัวเองรักกำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่น
ญาติของจูลี่สะกิดเธอเบา ๆ แล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า “จูลี่ เธอไม่สบายหรือเปล่า? ไปหาหมอไหม?”
จูลี่เพิ่งรู้ตัวว่ายังมีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ เธอจึงยิ้มแห้ง ๆ แล้วส่ายหัว “พวกพี่กลับไปก่อนก็ได้นะคะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ พอดีเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต้องไปทำ เที่ยงนี้ฉันคงไม่ได้ไปทานข้าวด้วยนะคะ”
สุดท้ายญาติของเธอก็ยอมแพ้ พวกเขาจึงจากไปโดยทิ้งจูลี่ให้อยู่คนเดียว ตอนนี้จูลี่ไม่อยากจากไปแบบนี้ เพราะในใจของเธอยังมีความหวังริบหรี่ เธอหวังว่าโม่เฟิงแค่มาดูบ้าน เธอหวังว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีความสำคัญสำหรับโม่เฟิงเท่าเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งเหล่านี้ แต่นี่คือเหตุผลที่ทำให้เธอยังคงอยู่ เธอจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
เดิมทีตึกสามเหลือห้องว่างไม่กี่ห้อง และจูลี่ก็มีหมายเลขห้องที่ยังไม่ได้ขายของทั้งตึก เธอจึงตัดสินใจเดินหาทีละห้อง แต่เนื่องจากห้องเหล่านี้ล็อคจากด้านนอกทั้งหมด ต้องไปเอากุญแจที่สำนักงานขายเท่านั้น ทำให้หาได้ง่ายขึ้นมาก
ในตอนนี้ทางด้านของโม่เฟิงที่กำลังหลงใหลในเรือนร่างของจางหมิงจู เขาซุกหน้าลงไปบนหน้าอกอันอวบอิ่มของเธอ พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมยั่วยวน คลอเคล้ากับเสียงครางหวาน ๆ ของจางหมิงจู โม่เฟิงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หมิงจู ผมขอโทษ ผมอดใจไม่ไหวจริง ๆ”
ขณะนี้จางหมิงจูกำลังจมดิ่งอยู่ในความสุข เธอไม่ได้ยินที่โม่เฟิงพูดอย่างชัดเจน จนกระทั่งเขาพูดเป็นครั้งที่สาม เธอจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ หัวใจของเธอเต้นแรง เธอไม่คิดว่าครั้งแรกของเธอจะมอบให้กับคนแปลกหน้าได้ง่ายดายเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังตอบสนองเขาอย่างเร่าร้อน ทำให้จางหมิงจูอดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายในสายตาของโม่เฟิงหรือเปล่า และเขาคงแค่ต้องการเล่นสนุกกับเธอเท่านั้น
โม่เฟิงลูบผมของจางหมิงจูอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากของเขาประกบลงบนริมฝีปากบางของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะจูบไล้ไปทั่วผิวกายเนียนขาวราวกับต้องการประทับรอยจ้ำแดงไว้บนทุกส่วนของร่างกาย
ในตอนนี้ร่างกายของจางหมิงจูไวต่อสัมผัสมาก เมื่อเธอถูกโม่เฟิงยั่วเย้าเช่นนี้ ความปรารถนาในใจของเธอก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับเขื่อนที่กักเก็บน้ำไว้ เมื่อมีมุมหนึ่งถูกพังทลาย มันก็ไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอตอบสนองโม่เฟิงอย่างรวดเร็ว ใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามร่างกายอันกำยำของเขา รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายนั้น
แม้ว่าโม่เฟิงจะดูผอมบาง แต่ร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งมากเพราะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เป็นประจำ กล้ามเนื้อของเขาจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็ดึงดูดสายตาของผู้หญิง ทำให้พวกเธอรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าร่างกายแบบนี้สามารถเป็นที่พึ่งพาที่มั่นคงให้กับพวกเธอได้
แน่นอนว่าร่างกายของโม่เฟิงตอบสนองขึ้นมาอีกครั้งเช่นกัน เขาจึงเริ่มรุกเร้าเธอ ทันใดนั้นทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงคราง ประสานกับร่างกายที่กอดรัดกันอย่างหลงใหล แม้ว่านี่จะเป็นสัญชาตญาณดิบ แต่มันก็เร้าร้อนและเย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก
ประตูห้องไม่ได้ล็อค จูลี่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง เธอได้ยินเสียงครางที่คุ้นเคย และรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน เธออยากจะพุ่งเข้าไป แต่เธอก็ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่กล้าที่จะก้าวเท้าเข้าไป เพราะเธอกลัวว่าจะได้เห็นภาพนั้น เธอไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเรื่องทั้งหมดนี้ในฐานะอะไร
ในฐานะแฟนสาวงั้นเหรอ? ตอนนี้ตัวจูลี่เองก็เริ่มไม่แน่ใจในสถานะนี้แล้ว เพราะเธอพบว่าตัวเองไม่ได้รู้จักโม่เฟิงดีพอ และสถานะนี้ก็เป็นสิ่งที่โม่เฟิงสามารถปฏิเสธได้ง่าย ๆ จูลี่ไม่อยากเผชิญหน้ากับโม่เฟิงอย่างน่าสมเพชแบบนั้น
แต่จูลี่ก็ไม่อยากจากไปแบบนี้เช่นกัน เพราะเธอไม่อยากจากโม่เฟิงไป แม้ว่าตอนนี้เขาอาจจะแค่เล่นสนุกกับเธอ แต่ตอนนี้จูลี่อยากรู้ว่าโม่เฟิงคิดอย่างไร เธออยากได้ยินจากปากของเขาว่าเธอแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ เธออยากรู้ว่าโม่เฟิงจริงจังกับเธอ
แต่จูลี่กลับพบว่าตัวเองไม่มีความกล้าที่จะถามโม่เฟิง เธอได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ฟังเสียงของคนที่ตัวเองรักคลอเคล้ากับผู้หญิงอื่น หัวใจของเธอแตกสลายทีละน้อย จนกระทั่งเธอไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป จูลี่จึงรู้ว่าที่จริงแล้วเธอเคยรักเขามากแค่ไหน และเธอก็เจ็บปวดมากเช่นกัน
ในที่สุดจูลี่ก็เลือกที่เดินออกจากตรงนี้ไป เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเดินลงไปชั้นล่างอย่างเหม่อลอย ในขณะเดียวกันเธอก็กดโทรหาโม่เฟิง
ทั้งสองคนที่กำลังจะถึงจุดสุดยอดก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์ โม่เฟิงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ทันใดนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที แน่นอนว่าเป็นจูลี่ที่โทรมา เขาจึงกดรับสายแล้วพูดเบา ๆ ว่า “ที่รัก มีอะไรหรือเปล่า?”
ในตอนนี้จูลี่ร้องไห้อย่างหนัก หัวใจของเธอแตกสลาย เพราะผู้ชายคนนี้กล้าเรียกเธอว่าที่รักต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคิดอย่างไร แต่นี่ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งไม่ใช่เหรอ? อย่างน้อยเธอก็ยังอยู่ในใจของเขาบ้าง
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของจูลี่ โม่เฟิงก็ตกใจอย่างมาก เขาไม่สนใจจาง หมิงจูที่อยู่ใต้ร่างของเขาเลย โม่เฟิงรีบถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ที่รัก เกิดอะไรขึ้น? อย่าร้องไห้นะ บอกฉันมาสิ ฉันจะช่วยเธอเอง!”
ในตอนนี้จูลี่ปลงใจแล้ว เพราะเมื่อเธอได้ยินเสียงครางของโม่เฟิงกับจางหมิงจู เธอก็รู้ว่าระหว่างเธอกับโม่เฟิงจบลงแล้ว เธอเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แน่นอนว่าเธอไม่อนุญาตให้ผู้ชายของตัวเองมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธอ และจูลี่ก็ไม่ยอมให้ผู้ชายของเธอนอกใจเช่นกัน
เหตุผลที่จูลี่ยังไม่ตัดใจ เพราะเธออยากรู้ว่าเธอมีค่าแค่ไหนในใจของเขา เธออยากรู้ว่ารักแรกของเธอมีความหมายหรือไม่ ตอนนี้เธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว…
จูลี่จึงยิ้มออกมา เธอเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “โม่เฟิง เราเลิกกันเถอะ!”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะโม่เฟิงตกใจกับคำพูดนี้ ดวงตาของเขามีน้ำตารื้นขึ้นมาทันที โม่เฟิงไม่ใช่คนไร้หัวใจ เขาทุ่มเทความรู้สึกที่แท้จริงให้กับผู้หญิงทุกคนที่อยู่กับเขามานาน ไม่เช่นนั้นเขาคงอดที่จะลงมือกับหานเซี่ยวไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย
โม่เฟิงมีจุดยืนของตัวเอง ตอนนี้ผู้หญิงคนแรกกำลังจะจากเขาไป หัวใจของเขาก็เจ็บปวด โม่เฟิงพูดอย่างขมขื่นว่า “ฉันขอโทษ ฉันมันไม่ดีเอง ฉันขอร้องล่ะ อยู่กับฉันต่อได้ไหม? ถ้าเธอให้อภัยฉัน ฉันจะทำตัวให้ดีกว่านี้”
แน่นอนว่าจูลี่ได้ยินเสียงร้องไห้ของโม่เฟิง เธอก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางถอยแล้ว จูลี่อยากจะบอกว่าเธอยังอยากอยู่ต่อ แต่คิดว่าถ้าให้โม่เฟิงเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ แบบนั้นความรักของเธอคงเห็นแก่ตัวมากเกินไปหรือเปล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น จูลี่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนโม่เฟิงได้ สุดท้ายทั้งสองฝ่ายคงไม่มีความสุข การเลิกราแบบนั้นคงเจ็บปวดเกินไป สู้เลิกกันอย่างเด็ดขาดแบบนี้ดีกว่า เธอส่ายหัวเบา ๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หลังจากเลิกกันแล้ว พวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ ? ฉันพอใจกับรักครั้งแรกที่นายมอบให้แล้ว ขอบคุณนะ… โม่เฟิง”
สายถูกตัดไปแล้ว… แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของคนสองคนแตกสลาย ในขณะนี้จางหมิงจูที่อยู่ใต้ร่างของโม่เฟิงก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “โม่เฟิง นี่คุณใจลอยตอนที่ทำกับฉันครั้งแรกงั้นเหรอ? ถ้าคุณเป็นแบบนี้ ฉันจะไปแล้วนะ!”
ตอนนี้โม่เฟิงเพิ่งได้สติ เขานึกถึงความเป็นไปได้มากมายเกี่ยวกับการจากไปของจูลี่ เพราะเขารู้ว่ามันยากที่จะรั้งเธอไว้ เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจในตัวเอง เพียงแต่เขาไม่คิดว่าเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง ๆ มันจะทำให้เขาเจ็บปวดได้ขนาดนี้
โม่เฟิงมองไปที่จางหมิงจูที่อยู่ใต้ร่างของเขา ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองไม่มีอารมณ์ที่จะทำต่อ โม่เฟิงจึงยื่นเสื้อผ้าให้เธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้มจืดเจื่อนว่า “วันนี้อารมณ์ผมไม่ค่อยดี ไว้คราวหน้าค่อยว่ากันใหม่นะ”
ผู้หญิงเกลียดอะไรมากที่สุดน่ะเหรอ? ก็ผู้ชายที่พูดถึงผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอยังไงล่ะ
ดังนั้นจางหมิงจูจึงร้องไห้ออกมา เพราะเธอพบว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้แม้แต่จะโกหกเธอ เธอรู้ว่าครั้งแรกของเธอ ไม่สำเร็จแล้ว พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ไร้โอกาสแก้ตัว เพราะสิ่งที่เธอทุ่มเทไปนั้นไร้ค่า แม้แต่คำพูดหวาน ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งก็แลกมาไม่ได้
โม่เฟิงค่อย ๆ เช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มของจางหมิงจูอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเอ่ยอย่างสำนึกผิดว่า “ผมขอโทษด้วยนะ เมื่อกี้นี้แฟนผมโทรมาบอกเลิกน่ะ ผมเลยไม่มีอารมณ์ที่จะทำต่อแล้ว คุณคงไม่อยากให้ผมทำแบบนั้นทั้งที่ใจคิดถึงผู้หญิงคนอื่นอยู่หรอกใช่ไหม? เพราะมันไม่ยุติธรรมกับคุณเลย”
แม้คำพูดของโม่เฟิงจะฟังดูหวานหู แต่จางหมิงจูก็ยังจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลย ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชังโม่เฟิง เธอเกลียดที่เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ เกลียดที่เขาทำร้ายจิตใจเธอหลังจากที่ได้เธอมาแล้ว เธออยากจะแก้แค้นโม่เฟิง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!!