[จบแล้ว]ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

    ตอนที่ 38 แผนการ (1)

    20 1-2

                ตอนที่ 38 แผนการ (1)

     

                หลังจากร่ำลาจางหลานเป็นที่เรียบร้อย หลินจิงซูก็ฉุกคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสอันดีที่จะเก็บหลักฐานการนอกใจระหว่างหลินชิงอี้กับอู๋ซิ่วเหลียนก็ได้ เพียงแต่จะหยิบวิธีการใดออกมาใช้นั้นยังเป็นอีกเรื่อง

                หลินจิงซูแวะไปเดินตลาดเพื่อหาซื้ออาหารสำหรับเจ้าเหมียว และวัตถุดิบสำหรับทำชานมไข่มุกจำพวกชาดำ นม น้ำตาล และอื่นๆอีกหลายอย่าง

                แต่ทว่าช่างน่าเสียดายที่ในยุคสมัยนี้ยังไม่มีเม็ดไข่มุกขาย เธอจึงจำต้องเปลี่ยนแผนเล็กน้อย หันไปซื้อผลไม้สดเพิ่มเติม ตั้งใจว่าจะทำชานมผสมผลไม้ให้จู้หยานลองชิมแทน

                เมื่อกลับถึงบ้าน หลินจิงซูที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านก็ได้เคาะประตูพร้อมกับร้องตะโกนบอกผู้เป็นแม่

                “แม่คะ หนูกลับมาแล้วค่ะ”

                “กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”

                ติงเสวี่ยเหม่ยขานรับมาจากในบ้าน

                “แม่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่พอดี ลูกรีบไปล้างไม้ล้างมือก่อนนะจ๊ะ”

                “แม่คะ เดี๋ยวหนูจะช่วยแม่อีกแรง วันนี้ตั้งใจจะลองทำชานมไข่มุกดูเหมือนกัน”

                “ชานมอะไรนะ?”

                ติงเสวี่ยเหม่ยเลิกคิ้วด้วยความฉงนใจทันที

                “มันคือเครื่องดื่มเหรอลูก?”

                “ของดีเลยล่ะค่ะแม่” หลินจิงซูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขณะที่พูดก็หมุนตัวเดินเข้าครัว และเริ่มลงมือต้มน้ำชงชาทันที

                “เสร็จแล้วเดี๋ยวก็รู้ รสชาติของมันบอกได้คำเดียวว่า สุดยอด!”

                “ก็ได้ ก็ได้ แม่จะรอชิมนะจ๊ะ”

                สมัยที่ติงเสวี่ยเหม่ยยังมีชีวิตอยู่ หลินจิงซูไม่เคยทำอาหารให้แม่ของเธอทานเลยสักครั้ง ย้อนกลับไปในชีวิตก่อนหน้า นับตั้งแต่ที่ติงเสวี่ยเหม่ยผูกคอตายนั้น ก็ไม่มีใครอยู่เคียงข้างดูแลเธออีกเลย ในความทรงจำของเธอปรากฏเพียงแค่ชื่อเดียวซึ่งก็คือหลินชิงอี้ พ่อผู้ไม่เคยแยแสสนใจลูกตัวเองเลยแม้แต่น้อย

                เขาทุ่มเททั้งเวลา ความรัก และเงินทองให้แต่อู๋ซิ่วเหลียนกับลูกสาวของเธอเท่านั้น

                นึกถึงเรื่องราวอันแสนเลวร้ายเหล่านั้น หลินจิงซูก็ปล่อยอุปกรณ์ทำครัวทุกอย่างในมือลง แล้วโผเข้าสวมกอดติงเสวี่ยเหม่ยอย่างอดไม่ได้ จู่ๆเธอก็พูดขึ้นด้วยความรู้สึกรันทดใจว่า

                “แม่คะ หนูสัญญาว่าจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด พวกเราสองแม่ลูกจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น มีเงินมีทองใช้ไม่ขาด พวกเราจะไม่ต้องลำบากอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป”

                ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของบุตรสาว แต่เธอก็สวมกอดกระชับตอบด้วยความรักใคร่เอ็นดูเช่นกัน

                “เด็กโง่ แม่ต่างหากที่ควรต้องดูแลลูกให้ดี แม่น่ะจะไม่ยอมอ่อนแอเป็นแม่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ชีวิตของพวกเราสองคนจะต้องดีขึ้นแน่นอนจ้ะ”

                ระหว่างนั้น หม้อต้มชานมก็เดือดปุดๆ

                “เตรียมตัวชิมได้เลยค่ะแม่ รับรองได้ว่าดื่มเพียงแค่อึกเดียวก็ติดใจแล้ว!”

                พบเห็นประกายตาแพรวพราวตื่นเต้นของลูกสาวตัวน้อย ติงเสวี่ยเหม่ยก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและตั้งหน้าตั้งตารอชิมเครื่องดื่มแสนอร่อยเช่นกัน

                “หนูขอเวลาชงแป๊ปนึงนะคะ เดี๋ยวจะเอามาให้แม่ลองชิมดู”

                หลินจิงซูหายเข้าครัวไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมด้วยชาเย็นสีน้ำตาลส้มหน้าตาน่ากิน และเพียงทดลองจิบดูแค่คำเดียวเท่านั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับตาสว่างโร่ อดใจหายไม่ได้กับรสชาติที่แสนอร่อยกลมกล่อมยิ่งของมัน

                “รสชาติยอดเยี่ยมมากเลย ลูกไปได้สูตรมาจากไหนเหรอจ๊ะ?”

                “ความลับค่ะแม่ ครั้งหน้าหนูจะสอนวิธีทำให้แม่นะคะ”

                หลินจิงซูขยิบตาให้อีกฝ่าย เผยให้เห็นสีหน้าท่าทางแก่นแก้วซุกซน

                “ได้ทีก็เอาเชียวนะเจ้าตัวดี” ติงเสวี่ยเหม่ยอดถอนหายใจกับตัวเองไม่ได้ ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอกับบุตรสาวในช่วงเวลานี้ช่างวิเศษเสียเหลือเกิน

                ติงเสวี่ยเหม่ยแอบตัดสินใจแน่วแน่หนักแน่นกับตัวเองว่า เธอจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลือต่อจากนี้เพื่อปกป้องลูกสาว!

                หลังมื้ออาหารเย็น หลินจิงซูนำอาหารแมวที่ปรุงเสร็จแล้วไปที่บ้านของจู้หยาน พร้อมกับชาชมอีกสองแก้ว

                ก้าวข้ามพ้นธรณีประตูไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็เพิ่งนึกถึงเรื่องตั๋วรีสอร์ทสำหรับทั้งครอบครัวขึ้นมาได้ จึงรีบหมุนตัวกลับและหันไปพูดทิ้งท้ายว่า

                “แม่คะ รอหนูกลับมาก่อนนะคะ หนูมีเรื่องอยากจะปรึกษาแม่หน่อย”

                “โอ้? ได้สิ” สำหรับลูกสาวตัวน้อย ติงเสวี่ยเหม่ยดูจะไร้ซึ่งความเป็นห่วงกังวลใดๆ ไม่ใช่เพราะไม่รักไม่ห่วงใย แต่เป็นเพราะลูกสาวคนนี้ของเธอนั้นเก่งกว่าแม่อย่างเธอมากนัก และติงเสวี่ยเหม่ยเองก็รู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งนี้มากจริงๆ

                เธอต้องโชคดีเพียงใดกัน ถึงได้มีลูกสาวดีๆอย่างหลินจิงซู!

               

                มาถึงบ้านคุณย่าหวัง เธอก็ยิ้มทักทายทั้งศาสตราจารย์หวังและคุณย่าหวังอย่างสุภาพนอบน้อม จากนั้น จึงค่อยตรงดิ่งขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาชั้นบน

                ตั้งแต่ที่ได้พบเจอกับหลินจิงซู ศาสตราจารย์หวังก็สัมผัสได้ว่า ทัศนคติต่างๆของจู้หยานเริ่มจะแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทีละเล็กละน้อย นับวันเขาก็ยิ่งรู้สึกถูกใจสาวน้อยคนนี้มากขึ้น ก็ลองคิดดูสิ? ทั้งที่เธออยู่ในครอบครัวที่ไม่พร้อมแบบนั้น แต่ก็ยังสามารถจัดระเบียบชีวิตและรับมือกับปัญหาต่างๆได้อย่างมีสติ นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เธอเป็นเด็กสาวที่แข็งแกร่งเพียงใด! บางทีหลานชายของเขาอาจจะฟื้นจากอาการป่วยได้เร็วขึ้นกว่าที่คิด หากได้รับความช่วยเหลือจากแม่สาวน้อยคนนี้อีกแรง!

                ศาสตราจารย์หวังได้เล็งเห็นแล้วว่า หลินจิงซูคือทางรอดเดียว เธอเป็นคนเดียวที่จะสามารถช่วยจู้หยานได้ในเวลานี้!

     

                ระหว่างเดินขึ้นบันไดมุ่งหน้าสู่ชั้นสอง หลินจิงซูก็เห็นจู้หยานกำลังยืนอุ้มแมวขนปุยรอข้าวกล่องของตนอยู่เงียบๆเหมือนเคย

                ได้ยินเสียงหลินจิงซูเดินขึ้นมาเท่านั้น เจ้าสาหร่ายก้อนโตก็รีบกระโดดออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มทันที สี่เท้าน้อยๆเดินจ้ำตรงเข้ามาเคล้าเคลียหลินจิงซู ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารแมวในชามไม่ลืมหูลืมตาเช่นเคย

                จัดการเรื่องอาหารของเจ้าสาหร่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวของจู้หยาน

                “วันนี้มีอาหารพิเศษเพิ่มมาให้ด้วย”

                “หมายความว่ายังไง?”

                จู้หยานเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

                “นี่นายความจำสั้นรึไง? ก็ที่ฉันเคยสัญญากับนายไว้ว่าจะทำชานมไข่มุกมาให้ลองชิมไงล่ะ แต่โทษทีที่ไม่สามารถหาไข่มุกสำเร็จรูปมาทำให้ได้ นายลองดื่มแบบร้อนดูก่อนนะ แล้วค่อยทดลองดื่มแบบเย็น ส่วนที่เหลือนี่ก็คือชาผลไม้สดหลากหลายชนิด นายชอบแบบไหนก็บอกแล้วกัน”

                หลินจิงซูทยอยนำชานมทั้งแบบร้อนและเย็น รวมไปถึงชาผลไม้หลากหลายชนิดออกมา แล้วยื่นส่งให้กับจู้หยาน

                “ผมไม่ได้ลืม แต่ไม่คิดว่าคุณจะทำมาให้เร็วขนาดนี้”

                “ฝีมือระดับฉันแล้ว แป๊ปเดียวก็เสกมาให้ได้!”

                ตลอดชีวิตในชาติก่อนหน้าของหลินจิงซูนั้น เธอเผชิญพบแต่งานหนักชนิดหามรุ่งหามค่ำไม่มีพัก เพราะถ้าใครขยันขันแข็งไม่มากพอก็จะถูกเขี่ยทิ้งทันที

                หลังจากลองจิบชานมดู จู้หยานก็พ่ายแพ้ให้กับรสชาติความกลมกล่อมของมันอย่างราบคราบ รอยยิ้มที่หาได้ยากฉายปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของเขาทันที

                “รสชาติไม่เลวเลย ชานมร้อนเหมาะกับช่วงฤดูหนาว ส่วนชานมเย็นเหมาะกับช่วงฤดูร้อน”

                “ฉันยังเตรียมชาผลไม้มาให้ด้วยนะ มีหลากหลายชนิด แถมยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย นายลองชิมดูสิ”

                หลินจิงซูเทชาผลไม้ใส่ถ้วยแล้วยื่นให้ชายหนุ่มอีกครั้ง

                ภายหลังโบกมือร่ำลาจู้หยานแล้ว หลินจิงซูก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที

                ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเช่นทุกวัน เขายืนเฝ้ามองเธอเดินจากไปจนลับสายตาไป จู้หยานจดบันทึกและถ่ายรูปอาหารทั้งหมดไว้ ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือชานมและชาผลไม้ที่แสนอร่อย พร้อมร่องรอยความกังวลบางอย่างที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

     

     

               

               

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 ที่คุณอ่าน