เสียงโห่ร้องและเสียงซุบซิบดังสนั่นทั่วลานประลอง เหล่าศิษย์พรรคมารอัคคีทมิฬต่างจับจ้องไปยัง "หลินเฟย" ที่ยืนอยู่กลางสนามด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้จะเผชิญหน้ากับศิษย์ระดับกลางผู้ใช้วรยุทธอย่าง เจียงหลง ผู้มีร่างกายกำยำและกระบี่ในมือที่เปล่งประกายคมกริบ
"อย่ามัวเสียเวลาเลยไอ้หนู! แสดงวิชาลับของแกออกมาเดี๋ยวนี้!" เจียงหลงะโอย่างไม่สบอารมณ์ เขามองหลินเฟยราวกับเป็ตัวตลก
ลู่ซานไม่ตอบโต้ เขาหยิบหน้าไม้ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาพาดบ่าอย่างช้าๆ มืออีกข้างคลำถุงผ้าที่ซ่อนลูกดอกอาบสารสกัดพิเศษไว้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่เกินกว่าเด็กหนุ่มไร้วรยุทธพึงจะมี
เ้าสำนักไป๋ซานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สังเกตการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในแววตากลับมีความคาดหวังแฝงอยู่ ท่านหญิงอวิ๋นซีที่นั่งข้างบิดา จ้องมองหลินเฟยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความห่วงใย ความสงสัย และความประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของเขา
"เริ่มการประลอง!" เสียงประกาศดังขึ้น
เจียงหลงไม่รอช้า พุ่งเข้าหาหลินเฟยราวพยัคฆ์ กวาดกระบี่เข้าใส่ด้วยความเร็วและพลังที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าในชั่วพริบตา นี่คือวิชา "กระบี่เมฆาคลั่ง" ที่เลื่องชื่อของเขา หากเป็หลินเฟยคนเดิม คงถูกฟันขาดเป็สองท่อนไปแล้ว
แต่ลู่ซานไม่ใช่หลินเฟยคนเดิม เขามองเห็นการเคลื่อนไหวของเจียงหลงในรูปแบบของ เวกเตอร์ความเร็ว และ ทิศทาง ในสมองของเขาคำนวณระยะทางและมุมปะทะอย่างแม่นยำ
ฉัวะ!
กระบี่ของเจียงหลงพุ่งผ่านอากาศไปอย่างรุนแรง แต่กลับฟาดถูกเพียงอากาศธาตุ! หลินเฟย (ลู่ซาน) กลิ้งตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด ด้วยความคล่องตัวที่น่าเหลือเชื่อ
"เ้าหลบได้!" เจียงหลงใ ไม่คิดว่าคนไร้วรยุทธจะหลบวิชาของเขาได้
ลู่ซานไม่เสียเวลาให้คู่ต่อสู้ตั้งตัว เขาง้างหน้าไม้ เล็งไปที่ ข้อศอก ของเจียงหลง ซึ่งเป็จุดสำคัญที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระบี่
ฟิ้ว!
ลูกดอกพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เจียงหลงรีบยกกระบี่ขึ้นป้องกัน แกร๊ง! เสียงโลหะปะทะกัน ลูกดอกถูกสะท้อนออกไป แต่แรงกระแทกจากลูกดอกนั้นก็รุนแรงพอที่จะทำให้มือของเจียงหลงชาเล็กน้อย
"พลังอะไรกัน!" เจียงหลงอุทาน
ลู่ซานไม่หยุดแค่นั้น เขายิงลูกดอกออกไปอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้เขาไม่ได้ยิงหวังผลสังหาร แต่เป็การยิงเพื่อ จำกัดการเคลื่อนไหว ของเจียงหลง ลูกดอกดอกหนึ่งพุ่งเฉียดเท้า เจียงหลงต้องถอย สองดอกพุ่งผ่านศีรษะ ทำให้เขาต้องก้มหลบ
เจียงหลงเริ่มเสียเปรียบ เขาไม่สามารถพุ่งเข้าประชิดตัวหลินเฟยได้เลย เพราะทุกครั้งที่ขยับตัว ก็จะมีลูกดอกพุ่งเข้ามาจากทิศทางที่คาดไม่ถึง ราวกับหลินเฟยอ่านการเคลื่อนไหวของเขาได้
"นี่ไม่ใช่แค่หน้าไม้ธรรมดา!" ศิษย์คนหนึ่งะโ
"ใช่! มันเร็วกว่า และแม่นยำกว่าหน้าไม้ทั่วไปหลายเท่า!" อีกคนเสริม
เจียงหลงหงุดหงิดเต็มที เขาตัดสินใจใช้ไม้ตาย พลังปราณสีแดงอ่อนเริ่มแผ่ออกมาจากร่างของเขา กระบี่ในมือเปล่งแสงรุนแรงขึ้น นั่นคือสัญญาณของวิชา "กระบี่เพลิงพิโรธ" ที่จะเพิ่มพลังโจมตีมหาศาล
"เ้าคนไร้ประโยชน์! ตายซะ!" เจียงหลงพุ่งเข้าหาหลินเฟยด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้
ลู่ซานมองเห็นพลังปราณที่แผ่ออกมา เขาเข้าใจในทันทีว่านี่คือ "พลังงาน" ในอีกรูปแบบหนึ่ง เขานึกถึงหลักการป้องกันการแผ่รังสีในโลกเดิม
เขารีบล้วงถุงผ้าเล็กๆ ออกมา มือข้างหนึ่งง้างหน้าไม้เตรียมพร้อม ส่วนมืออีกข้างก็หยิบ "ะเิควัน" ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมา
ตู้ม!
เสียงะเิเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาทันที ปกคลุมลานประลองจนมองไม่เห็นสิ่งใด
"ควันอะไรกัน!" เจียงหลงร้องลั่น เขาถูกควันปกคลุมจนมองไม่เห็นทิศทาง แถมสารเคมีในะเิควันยังทำให้ดวงตาของเขาระคายเคืองอย่างรุนแรง
นี่คือกลยุทธ์ของลู่ซาน ไม่ใช่การปะทะด้วยกำลัง แต่เป็การใช้ "วิทยาการ" เพื่อสร้างความได้เปรียบ
ในขณะที่เจียงหลงกำลังสับสนและเสียหลักอยู่ในกลุ่มควัน ลู่ซานก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าไปหาเจียงหลงในระยะประชิด มือข้างหนึ่งใช้หน้าไม้จ่อไปที่ลำคอของเจียงหลง อีกมือหนึ่งก็จับแขนของคู่ต่อสู้ไว้แน่น
เมื่อควันจางลง ภาพที่ปรากฏทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง!
หลินเฟย ยืนประชิดตัวเจียงหลง ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากกระบี่ของเจียงหลงเพียงคืบเดียว หน้าไม้ของเขาจ่ออยู่ที่ลำคอของเจียงหลงอย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ปลายนิ้วกระตุก เจียงหลงก็ไม่อาจต้านทานได้!
"ข้าชนะแล้ว" ลู่ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ลานประลองเงียบสนิทราวกับป่าช้า ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังระงมยิ่งกว่าครั้งใดๆ! ศิษย์ไร้วรยุทธเอาชนะศิษย์ระดับกลางได้อย่างสิ้นเชิง! ไม่ใช่ด้วยกำลัง แต่ด้วยกลยุทธ์และสิ่งที่เรียกว่า "วิทยาการ"
เ้าสำนักไป๋ซานลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทึ่งและพึงพอใจ "ดี! ดีมากหลินเฟย! เ้าได้สร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคน!"
ท่านหญิงอวิ๋นซีมองหลินเฟยด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย นางไม่เคยเห็นเขาเช่นนี้มาก่อน เขายืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ในฐานะผู้ถูกรังแก แต่เป็ผู้ชนะที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ
หวังฟงยืนกำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและแค้นเคือง "เป็ไปไม่ได้! นี่มันไม่ใช่การประลองยุทธ์! มันคือ... เล่ห์กล!"
แต่ไม่มีใครสนใจคำพูดของหวังฟงอีกแล้ว ในวันนี้ ชื่อของหลินเฟยได้ถูกจารึกไว้ในพรรคมารอัคคีทมิฬ ในฐานะผู้ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "วรยุทธไม่ใช่ทุกสิ่ง" และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของ "วิทยาการ" ที่จะสั่นะเืโลกแห่งวรยุทธ