[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70

    ตอนที่ 35 เข้าห้องดำรอบสอง

    ตอนที่ 35 เข้าห้องดำรอบสอง


    สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ต้องพูดขนาดนี้ก็ได้ ถึงบ้านพวกเราจะติดทะเล แต่กินน้ำทะเลมันไม่อิ่มนะ อีกอย่างมันเค็ม มีใครดื่มน้ำทะเลแล้วไม่เป็นไรบ้าง”

    หลินเจี้ยนเฉ่า “น้ำทะเลกินไม่ได้ แต่อาหารทะเลกินได้สินะ”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไอหยา พี่หญิงใหญ่ พี่อย่าพูดไป  อาหารทะเลอะไรกัน ฉันไม่เคยเห็นกุ้งหอยปูปลาเลยสักตัว”

    “ตอนพวกเธอมาน้ำขึ้นพอดีสินะ เธอเห็นไหมว่าจนถึงตอนนี้น้ำยังไม่ลด เธอว่าถ้าพึ่งพาอาหารทะเลจะไม่อดตายเหรอ?”

    หลินเจี้ยนเฉ่า “น้ำทะเลพวกนี้ก็ไม่ใช่ขึ้นทุกวัน ต้องมีสักเวลาที่มันลง อีกอย่างไม่ใช่ว่าพวกเธอยังมีเงินเดือนหลินเจี้ยนเยี่ยเหรอ?”

    สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็หัวเราะเยาะ “อย่าพูดถึงเงินเดือนเขาเลย ไม่ใช่ว่าพี่พูดไปแล้วเหรอว่าในบ้านก็พึ่งพาเขาหาเลี้ยงหมด พวกเราไม่กี่คนก็กินลมแทนข้าวกันมาหมดแล้ว”

    “น้องเล็ก เมื่อกี้รื้อไปรอบหนึ่งแล้วหาอะไรเจอไหม”

    หลินเจี้ยนเฟิ่งตอบกลับด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ต้องเป็นเพราะแกซ่อนไว้แน่ ๆ”

    สวี่ม่ายซุ่ย “เธออย่าพูดส่ง ๆ แบบนี้สิ เธอค้นที่ใหญ่ ๆ ทั้งนอกทั้งในหมดแล้ว จะไปซ่อนที่ไหนได้?”

    หลินเจี้ยนเฟิ่งเบะปากอย่างไม่สนใจไยดี “ใครล่ะจะรู้ว่าแกแอบซ่อนไว้ไหน?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “เธอพูดมาขนาดนี้ฉันก็นึกขึ้นได้แล้ว บ้านเรายังมีรูหนูอยู่อีกสองสามที่ เธออยากจะล้วงเข้าไปหาไหมล่ะ?”

    หลินเจี้ยนเฟิ่ง “แก!”

    ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังจากด้านนอกเข้ามา “หลินเซียว โจรอยู่ไหน?”

    หลินเซียว “อยู่ในห้อง พวกพี่รีบไปสิ”

    หลินเจี้ยนเฉ่ากับหลินเจี้ยนเฟิ่งได้ยินเสียงก็ร้อนรนขึ้นมา “สวี่ม่ายซุ่ย นี่เธอกล้าตะโกนเรียกทหารมาจริง ๆ เหรอ!?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ทีพวกเธอยังกล้าค้นบ้านฉันเลย ทำไมฉันจะไม่กล้าตะโกนเรียกคน”

    ตอนที่พูดอยู่ คนก็ถึงประตูบ้านแล้ว  หลังเห็นสวี่ม่ายซุ่ย ทหารสองสามนายก็ตะโกนพูดด้วยความสุภาพ “พี่สะใภ้”

    สวี่ม่ายซุ่ยพยักหน้า “พวกหล่อนสองคนอาศัยตอนฉันไม่อยู่ในบ้านรื้อบ้านฉันจนเละ ฉันสงสัยว่าพวกหล่อนคือสายลับบนเกาะ พวกนายพากลับไปตรวจสอบหน่อย”

    ทหารสองสามนายไม่รู้จักหลินเจี้ยนเฉ่ากับหลินเจี้ยนเฟิ่ง พอได้ยินคำพูดสวี่ม่ายซุ่ยสีหน้าก็พลันเคร่งขรึม ช่วงนี้บนเกาะมีการตรวจคนที่เข้มงวด หากเห็นว่าเป็นผู้ต้องสงสัยก็จะโดนพาตัวไปหมด 


    หลินเจี้ยนเฉ่าฟังจบก็จ้องสวี่ม่ายซุ่ยด้วยสายตาดุร้ายพลางตอบ “สหาย สหาย คุณอย่าไปฟังที่หล่อนพูดส่งเดช”

    “ฉันเป็นพี่ใหญ่ของหลินเจี้ยนเยี่ย นี่คือน้องเล็กของหลินเจี้ยนเยี่ย พวกเราเอาจดหมายแนะนำตัวมาแล้ว ไม่เชื่อคุณก็ดู” หล่อนว่าแล้วไปเอาจดหมายแนะนำตัวมา

    ทหารฟังจบก็มองไปที่สวี่ม่ายซุ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ “พี่สะใภ้ นี่?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันไม่รู้จักพวกหล่อน ถ้าจดหมายแนะนำตัวเป็นของปลอมล่ะ?”

    นายทหารรับจดหมายแนะนำตัวจากหลินเจี้ยนเฉ่ามาดู ก็ลังเลสักพักก่อนตอบ “เอาอย่างนี้ละกัน พวกคุณทั้งสองฝั่งก็ตามผมไปที่กรมสักเที่ยว ถึงเวลาก็ให้ผู้กองหลินตัดสิน”

    หลินเจี้ยนเฉ่ากับหลินเจี้ยนเฟิ่งได้ฟังก็หน้าซีด “มีจดหมายแนะนำตัวแล้ว ทำไมยังต้องไปกรมทหารอีกล่ะ?”

    นายทหาร “เพราะสหายสวี่ไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกคุณ จดหมายฉบับนี้ก็ยังเป็นที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นของปลอมที่พวกเราต้องตรวจสอบ”

    หลินเจี้ยนเฉ่า “ไม่ไปได้ไหม ตอนนี้พวกเราจะกลับแล้วได้หรือเปล่า”

    นายทหาร “ไม่ได้” พูดจบก็พาพวกหล่อนไปด้วยท่าทางแข็งกร้าว

    เพราะคนบนเกาะต่างก็รู้จักสวี่ม่ายซุ่ยกันหมด นายทหารจึงปฏิบัติต่อสวี่ม่ายซุ่ยดีมาก แต่กับหลินเจี้ยนเฉ่าและหลินเจี้ยนเฟ่ยกลับไม่ดีเท่าไรนัก

    อันที่จริงแล้วนายทหารก็ไม่ได้มีความคิดอะไรกับพวกหล่อน แต่ทั้งสองเคยได้ยินยายเฒ่าหลินคร่ำครวญถึงความทุกข์ยากมากเกินไป เล่าจนห้องดำน่ากลัวเป็นพิเศษ ทำให้ทั้งสองกลัวตั้งแต่ยังไปไม่ถึงกรมทหาร

    ยังดีที่พวกนายทหารต่างก็รู้ความ พอถึงกรมทหารก็เริ่มขังพวกหล่อน ส่วนสวี่ม่ายซุ่ยนั่งดื่มชาสบาย ๆ ในกรมทหาร ไม่นานก็มีคนด้านนอกผลักประตูเข้ามา

    “เธอก้าวหน้าขึ้นนะ วุ่นวายกันมาถึงกรมทหารเลย?” พอหลินเจี้ยนเยี่ยเข้ามา เขาก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์


    สวี่ม่ายซุ่ยเงยหน้ามองเขาอย่างเย็นชา “ทำไม กรมทหารมาไม่ได้เหรอคะ?”


    หลินเจี้ยนเยี่ย “คุณก็รู้อยู่ว่าพวกหล่อนมีสถานะอะไร ยังจะกล้าพูดส่งเดช คุณไม่กลัวหล่อนสองคนจะออกมาไม่ได้เหรอ?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ทำไมฉันจะออกไม่ได้ ฉันก็แค่สงสัยสถานะพวกหล่อนอย่างมีเหตุผล สอบสวนแล้วไม่ดีกว่าเหรอ?”

    หลินเจี้ยนเยี่ยมองท่าทางอาจหาญของสวี่ม่ายซุ่ยก็แทบเต้นผางอย่างร้อนใจ “ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณกล้าขนาดนี้ พูดอะไรไร้สาระไปหมด คุณรู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน นี่คือกรมทหารไม่ใช่บ้านของคุณ”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันรู้ว่าไม่ใช่บ้านฉัน คุณก็ไม่ต้องมาเร่งรัดฉัน”

    “สองคนนั้นเป็นญาติคุณ แม่คุณส่งพวกหล่อนมาเอาเงิน เอาตั๋วเนื้อบ้านเรา คุณมองแล้วก็ตัดสินซะ”


    หลินเจี้ยนเยี่ย “ทำไมคุณไม่ตัดสินเองล่ะ?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ถ้าฉันบอกว่าฉันจะตัดสิน ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยเหรอ?”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “คุณพาพวกหล่อนมาถึงกรมทหารนี่คือแก้ปัญหาได้แล้วเหรอ?"


    สวี่ม่ายซุ่ย “คุณขังพวกหล่อนไว้สักวันหนึ่งก็แก้ปัญหาได้”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “งั้นพวกหล่อนก็ออกไปไม่ได้”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ออกไม่ได้ก็ออกไม่ได้”

    “อีกสักพักคุณไปพูดกับพี่จ้าวทีว่าให้หลินเซียวกับหลินฟานไปกินข้าวบ้านเขา”

    หลินเจี้ยนเยี่ยมองท่าทางคิดเองเออเองของสี่ม่ายซุ่ยด้วยความเลื่อมใสศรัทธา “เธอนี่ร้ายกาจจริง ๆ” พูดจบก็รีบเดินไป


    จ้าวเป่ากั๋วเห็นหลินเจี้ยนเยี่ยหน้าบึ้งกลับมาก็ถามด้วยความกังวล “เป็นไงบ้าง”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “เป็นไงบ้างอะไร?”

    จ้าวเป่ากั๋ว “เมียกับน้องสาวนาย”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “อย่าพูดถึงเลย ให้พวกหล่อนไปซัดกันเองเถอะ ตอนนี้ยังมีเรือลาดตระเวนอยู่ไหม? ฉันจะไปข้างนอกสักเที่ยว”

    จ้าวเป่ากั๋ว “นายจะทำอะไร?”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “ออกไปดูข้างนอกสักหน่อย นายกลับไปตอนเที่ยงอย่าลืมให้หลินเซียวกับหลินฟานไปกินข้าวบ้านนายด้วย”


    จ้าวเป่ากั๋วมองพริบตาเดียวก็เข้าใจความหมายของหลินเจี้ยนเยี่ยที่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง “พวกนายสองคนผัวเมียนี่เยี่ยมจริง ๆ คนหนึ่งชิ่งหนี อีกคนอยู่ในห้องขัง ให้ฉันเป็นคนไม่ดีอีกครั้งแล้วยังต้องหาอาหารให้ลูก ๆ ของพวกนายอีก”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “นายหาอาหารอะไรกัน นายลืมแล้วเหรอว่าหลายวันมานี้กินข้าวบ้านฉันไปไม่น้อยเลยนะ แล้วก็ฉันไม่ได้ชิ่ง ฉันแค่ตั้งใจจะออกไปลาดตระเวน พอได้แล้ว ฉันไปก่อนนะ มีเรื่องอะไรรอฉันกลับมาค่อยคุย” 


    ในกรมทหาร สวี่ม่ายซุ่ยนั่งอ่านหนังสืออย่างอิสรเสรี แต่หลินเจี้ยนเฉ่ากับหลินเจี้ยนเฟิ่งกลับไม่ได้สบายขนาดนั้น ทั้งสองคนถูกเรียกไปสอบถามบ่อย ๆ ทำเอากลัวจนใจหายไปหมด

    พอได้ยินว่าหลินเจี้ยนเยี่ยไม่ได้อยู่ที่กรม ความกล้าหาญของทั้งคู่ก็ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว

    ตอนที่หลินเจี้ยนเยี่ยกลับจากลาดตระเวนมารับพวกหล่อน ยังไม่ทันพูดอะไรทั้งสองคนก็เริ่มร้องไห้ขึ้นมา “เจี้ยนเยี่ย นายกลับมาแล้วเหรอ?”

    “พี่สาม พี่ไปไหนมา?”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “ออกไปลาดตระเวนมา ไปเถอะ กลับไปค่อยคุย”

    หลินเจี้ยนเฉ่ากับหลินเจี้ยนเฟิ่งได้ฟังก็ส่ายหัวเหมือนไม้ป๋องแป๋งทันที “ไม่ล่ะ ไม่ล่ะ นายรีบไปซื้อตั๋วกลับให้พวกเราเถอะ”


    หลินเจี้ยนเยี่ย “ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาเหรอ? กินข้าวก่อนค่อยคุยเถอะ”

    หลินเจี้ยนเฉ่า “ไม่กินแล้ว นายควรรีบไปส่งพวกฉัน”

    หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็มองคนทั้งคู่ด้วยความประหลาดใจอย่างมาก ต้องทราบก่อนว่าทั้งสองคนมาได้รับวิชามาจากยายเฒ่าหลิน ทุกครั้งที่มาไม่เคยไปมือเปล่า

    …………………………………………………………………………………………………………………………

    สารจากผู้แปล


    รู้ฤทธิ์ของห้องดำแล้วใช่ไหมยัยสองคนนี้ รู้แล้วรีบขึ้นฝั่งไปซะแล้วอย่ามาอีก


    งงตรรกะพี่หลินมากเลยค่ะ เหมือนพี่พยายามลอยตัวอยู่คนเดียวแล้วให้ม่ายซุ่ยจัดการเรื่องยุ่ง ๆ นี่ ยุให้ม่ายซุ่ยหย่ากับพี่ดีไหมนะ


    ชิวเฟิง


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70 ที่คุณอ่าน