ราชันเหนือห้วงมิติ

    ราชันเหนือห้วงมิติ ตอนที่ 4 ไอแชค

    เช้าวันถัดมา เมืองถูกห่มด้วยแสงแดดอ่อน ๆ ที่เล็ดลอดผ่านเมฆหนา ถนนยังเปียกชื้นจากฝนเมื่อคืน ราวกับโลกยังไม่ยอมแห้งสนิทเสียที เซริอัสเดินออกจากบ้านในชุดนักศึกษาธรรมดา เสื้อเชิ้ตขาวที่รีดไม่เรียบกับกางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบคู่เก่าเปื้อนคราบน้ำฝน เขาสะพายกระเป๋าใบเล็กที่ข้างในมีสมุดเรียน และที่สำคัญที่สุด หนังสือของเอลิน่า ที่เขาห่อเก็บไว้อย่างระมัดระวัง


    เขาไปมหาวิทยาลัยเหมือนทุกวัน แต่หัวใจกลับไม่เหมือนเดิม สมาธิแทบไม่เหลือให้กับวิชาเรียนที่ยาวนาน อาจารย์บรรยายเสียงเรียบยาวต่อเนื่อง แต่สิ่งที่แทรกเข้ามาในหูเขามีเพียงเสียงกระซิบเล็ก ๆ ราวกับคนกำลังอ่านคำประหลาดซ้ำ ๆ ในหัว


    เขาสะบัดความคิด พยายามจดเลคเชอร์ แต่เมื่อมองลงไปในสมุด ข้อความที่เขาเขียนกลับบิดเบี้ยวผิดรูปไปบางส่วน เหมือนมือเขาเขียนเองโดยไม่รู้ตัว


    พักกลางวัน เซริอัสนั่งอยู่คนเดียวในมุมโรงอาหาร เพื่อนร่วมชั้นผ่านไปผ่านมา เสียงคุย เสียงหัวเราะทำให้บรรยากาศดูปกติ แต่โลกของเขากลับแปลกแยกออกมา


    เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์เพื่อนสนิท “ไอแซค”


    ปลายสายรับแทบจะทันที


    “ว่าไงวะ? สุดท้ายก็โทรมาเองนะ”


    เซริอัสกดริมฝีปากแน่น 


    “…แค่อยากคุย”


    “อย่าบอกนะว่านายยังไม่ได้นอนเหมือนเดิม” น้ำเสียงอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความห่วงใย


    “เมื่อคืนฉันส่งข้อความไป นายไม่ตอบเลย”


    “ฉันอ่านอยู่…”


    “อ่าน? หนังสือเล่มนั้นอีกแล้ว?” ไอแซคถอนหายใจหนัก


    “เซริอัส นายต้องฟังฉันนะ เ๱ื่๵๹พวกนั้นมันไม่ใช่ทางออกหรอก มันไม่พาน้องสาวนายกลับมาได้หรอก”


    เซริอัสเงียบไป ดวงตาจ้องภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่กลับเหมือนเขาอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งที่ทับซ้อน


    “…แต่ฉันรู้สึกว่าเธอทิ้งเบาะแสไว้” เสียงเขาเบาลง


    “และนี่คืออย่างเดียวที่เหลืออยู่ให้ฉันยึดเกาะไว้”


    ปลายสายเงียบไปนาน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    “โอเค…แต่สัญญากับฉันอย่างนึงได้มั้ย? ว่าถ้าเมื่อไหร่มันเริ่มทำให้นายเปลี่ยนไป นายจะหยุด”


    เซริอัสพยักหน้าทั้งที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น “อืม”


    พวกเขาคุยกันต่ออีกเล็กน้อย เ๱ื่๵๹เรียน เ๱ื่๵๹อาจารย์ เ๱ื่๵๹งานกลุ่มบทสนทนาธรรมดาที่ทำให้เขารู้สึกยังไม่ขาดจากโลกจริงเสียที แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าจิตใจเขากำลังค่อย ๆ ถูกดึงไปในทางที่มืดกว่า


    ตกเย็น เขากลับถึงบ้าน เปิดหนังสือของเอลิน่าอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่จ้องตรง ๆ แต่ใช้วิธีใหม่ เขาเปรียบเทียบกับเอกสารที่จดมาจากห้องสมุด วางเคียงกันบนโต๊ะ เขียนตัวอักษรซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนฝึกท่องสูตรคณิตศาสตร์


    สิ่งประหลาดเกิดขึ้น ตัวอักษรบางตัวเริ่มเชื่อมโยงกันเป็๲รูปทรงง่าย ๆ คล้ายสัญลักษณ์เลข หรือเสียงพยางค์บางอย่าง แม้ไม่ชัดเจน แต่สมองเขากลับ


    “รู้สึก” ว่ามันเริ่มมีโครงสร้าง


    ขณะที่จด เขาได้ยินเสียงเหมือนหยดน้ำหยดลงพื้นดัง ติ๋ง…ติ๋ง ทั้งที่บ้านไม่มีรอยรั่ว เขาลุกขึ้นสำรวจแต่ไม่เจออะไร พอกลับมาที่โต๊ะ ตัวอักษรที่เพิ่งเขียนลงไปเหมือนเปลี่ยนรูปร่างเล็กน้อยหรือเขาแค่คิดไปเอง?


    หัวใจเต้นถี่ เหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เขารีบปิดสมุด ลุกขึ้นเดินไปคว้าภาพถ่ายคู่กับเอลิน่าที่ตั้งอยู่บนชั้นหนังสือ


    ภาพนั้นยังเหมือนเดิม รอยยิ้มสดใสของเธอยังตรึงเขาไว้ แต่ในเงาสะท้อนของกรอบรูป เขากลับเห็นเงาเคลื่อนไหวบางอย่างอยู่ด้านหลังตัวเองในพริบตาเดียว


    เขาหันกลับไป ห้องยังว่างเปล่า


    เขาเม้มปากแน่น สะกดกลั้นความกลัว ก่อนกลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง ค่อย ๆ เปิดหนังสือออกใหม่ แม้หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ความคิดถึงน้องสาวผลักดันให้เขาไม่หยุด


    เวลาล่วงไปจนถึงค่ำ เซริอัสแทบไม่ได้กินอะไรนอกจากกาแฟซองที่ชงไว้๻ั้๹แ๻่บ่าย ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายเริ่มอ่อนแรง แต่เขายังจดต่อไป เส้นต่อเส้น สัญลักษณ์ต่อสัญลักษณ์


    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เป็๲ไอแซคที่โทรมาซ้ำ

    "มีอะไรหรอ.."


    “เซริอัส! มึงยังไม่กินอะไรเลยใช่มั้ย? เสียงนายโคตรแย่”


    “…ก็แค่ยังไม่หิว”


    “ไม่หิวบ้าอะไร! มึงกำลังแหลกไปทีละนิดเพราะเ๹ื่๪๫นี้อยู่ รู้ตัวบ้างมั้ย?” เสียงอีกฝ่ายเริ่มเข้มขึ้น 


    “โอเค เดี๋ยวฉันจะไปหามึงเอง เอาตรง ๆ ถ้าน้องสาวมึงกลับมาแล้วเห็นมึงในสภาพนี้ เธอจะคิดยังไง?”


    เซริอัสกำแน่น เขาไม่อยากตอบคำถามนั้น เพราะรู้ดีว่ามันแทงตรงกลางใจ แต่เขาก็ไม่อาจห้ามเพื่อนที่พยายามดึงเขากลับมาสู่โลกจริงได้


    “ฉัน…จะพยายาม” คำพูดหลุดออกมาในที่สุด


    “พยายามไม่พอว่ะมึง” ไอแซคถอนหายใจยาว 


    “โอเค ฟังนะ พรุ่งนี้เลิกเรียน เดี๋ยวฉันลากมึงไปกินข้าวเอง ไม่ต้องอ้างใด ๆ ทั้งนั้น”


    เซริอัสนิ่งไปนาน ก่อนตอบสั้น ๆ 


    “…อืม”



    คืนนั้น เขานั่งอยู่กับความเงียบจนเกือบเที่ยงคืน หนังสือยังคงเปิดค้างอยู่ ภาพของเอลิน่าในความฝันเมื่อคืนยังติดตา เสียงกระซิบยังคงวนเวียนในหัว


    เขาหลับตาลง มือกอดภาพถ่ายไว้แน่นเหมือนยึดเหนี่ยวสุดท้ายในโลกที่กำลังแตกเป็๲เสี่ยง ๆ


    ความสิ้นหวังคืบคลานทีละนิด แต่ในความสิ้นหวังนั้นเองก็มีไฟเล็ก ๆ ของความหวัง ความหวังว่าจะได้เจอน้องสาวอีกครั้ง ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร…


    ฝนพรำตกลงมาอีกครั้ง ท้องฟ้าสีเทาหม่นคล้ายจะทิ้งความมืดลงมาก่อนเวลาที่ควรจะเป็๲ เซริอัส โมแรน สะพายกระเป๋าหนังสือของเอลิน่าและสมุดบันทึกที่เขาคัดลอกจากห้องสมุด ก้าวเท้าออกจากบ้านไปยังมหาวิทยาลัย เขามีเพียงเป้าหมายเดียวในใจ เอเดรียน


    แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงผิดปกติ ทุกย่างก้าวเป็๲ความตึงเครียดและความกังวล ลมเย็นปะทะกับใบหน้า


    เขามาถึงตึกเก่าฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัย ประตูไม้เก่าและสนิมบนบานพับสะท้อนแสงไฟจากถนน ทำให้ความมืดยิ่งดูหนาวเหน็บ เซริอัสผลักประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังตามมา เขาเดินผ่านโถงว่างเปล่า มองหาเอเดรียน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า โต๊ะไม้ยาว และโคมไฟที่ยังส่องแสงสลัวอยู่


    “เอเดรียน…?” เขาเรียกเสียงเบา ๆ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ


    ความเงียบตอบสนองกลับมาเพียงเสียงฝีเท้าของเขาเองที่สะท้อนก้องในห้อง เซริอัสยกหนังสือขึ้นอีกครั้ง พยายามหาสัญญาณอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีร่องรอยใด ๆ ว่าเอเดรียนเพิ่งอยู่ที่นี่


    เขานึกขึ้นได้ ลืมขอเบอร์ติดต่อจากชายคนนั้นไป ตอนนั้นความเร่งรีบและความร้อนรนทำให้เขาลืมทุกสิ่งที่ควรเตรียม



    หัวใจเขากระตุกด้วยความสิ้นหวัง แต่ความคิดถึงน้องสาวกลับทำให้เขาผลักตัวเองต่อไป


    เซริอัสตัดสินใจไปห้องสมุดแห่งชาติอีกครั้ง คราวนี้เขาหวังว่าจะเจอเอเดรียนที่ทำงานหรือหาที่ปรึกษาใกล้ชิด แต่เมื่อถึงชั้นสาม ชั้นที่เขาเคยค้นหาสัญลักษณ์โบราณ ก็พบเพียงเอกสารและหนังสือเก่า ๆ วางเรียงรายเหมือนเดิม


    เ๯้าหน้าที่บอกเขาว่าเอเดรียนไม่เคยมาที่นี่นับ๻ั้๫แ๻่สัปดาห์ก่อน เซริอัสยืนมองโต๊ะไม้ที่เคยเขานั่งอ่านหนังสือ ราวกับเวลาไม่เคลื่อนไหว ทุกสิ่งเงียบสงัด จนความรู้สึกโดดเดี่ยวซัดเข้ามาเต็มแรง


    เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ แขนกอดอก มองเอกสารที่เขาเคยคัดลอกไว้แล้ว คิดถึงเอลิน่าอีกครั้ง


    “น้องสาว…ฉันควรทำยังไงต่อไป” เขาพึมพำ เสียงฝนที่กระทบหน้าต่างเหมือนกระซิบคำตอบแต่ไม่เคยชัดเจน


    ในใจเขารู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ระหว่างโลกสองใบ หนึ่งใบคือโลกที่เต็มไปด้วยความเป็๞จริงของความหายไปของเอลิน่า อีกใบคือโลกของสัญลักษณ์ที่เขายังไม่เข้าใจ


    ระหว่างที่เขานั่งอยู่ เซริอัสสังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ รอบตัว 


    แม้ไม่พบเอเดรียน เซริอัสไม่ยอมแพ้ เขาลุกขึ้น เดินไปยังมุมเก็บเอกสารพิเศษ หยิบหนังสือและแฟ้มที่เคยค้นดูมาก่อนออกมา เริ่มคัดลอกตัวอักษรที่เขายังไม่เข้าใจ พร้อมจดโน้ต


    ทุกตัวอักษรที่เขาจดเป็๞เหมือนเบาะแสชั้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงไปยังสิ่งที่เอลิน่ากำลังเกี่ยวข้อง เขาจดจนดวงตาเริ่มล้า มือชา แต่ความคิดถึงน้องสาวยังผลักดันให้เขาไม่หยุด


    ค่ำคืนล่วงมาถึง เซริอัสปิดไฟในห้องสมุด แพ็คเอกสารลงกระเป๋า เดินออกไปใต้แสงไฟสลัว ฝนโปรยบาง ๆ กลิ่นดินและความชื้นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกกักขังในโลกของความว่างเปล่า


    “เอเดรียน…น้องสาว…ฉันจะตามหาความจริงให้เจอ ไม่ว่าใครจะอยู่หรือไม่อยู่” เขาพึมพำ มือกำแน่นกับหนังสือของเอลิน่า


    แต่ขณะเดินออกจากประตู เขารู้สึกเหมือนมีใครหรือบางสิ่งมองเขาอยู่ในความมืด 


    เซริอัสก้าวต่อไป แต่หัวใจเต็มไปด้วยคำถาม


    ทำไมเอเดรียนถึงหายไป?


    น้องสาวอยู่ที่ไหน?


    และตัวอักษรเหล่านี้กำลังพาเขาไปยังอะไร…


    ฝนโปรยปรายยังคงไม่หยุด น้ำบนทางเท้าสะท้อนแสงไฟเป็๞ลวดลายประหลาด เซริอัสเดินกลับบ้าน ใจเขาร้อนรนเหมือนลุกเป็๞ไฟ แต่ก็รู้ว่าเส้นทางนี้ยังยาวไกล และเขาอาจต้องเผชิญสิ่งที่เกินกว่าความเข้าใจของคนธรรมดา