7
วันที่เจ็ดของการไม่ได้เป็มนุษย์
สภาพอากาศบนดาวร้างระยะนี้ทั้งร้อนทั้งแล้ง แม้กู้หวายจะสวมเพียงเสื้อผ้าบาง ๆ แต่ก็ยังไม่สบายตัวเท่าไรนัก
ทว่าบนดาวแห้งแล้งแบบนี้จะมาเรียกร้องสภาพแวดล้อมน่าอยู่เพื่อดำรงชีพก็ใช่ที่ แถมเขาก็ไม่อยากให้เหล่าเซิร์กทาร์กของตนต้องกังวล จึงไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจต่อสภาพความเป็อยู่ในปัจจุบัน
อันที่จริงกู้หวายเคยผ่านประสบการณ์ทำนองนี้มาแล้ว
สมัยยังเป็เด็กในสถานสงเคราะห์เขาเคยตกอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับตอนนี้เมื่อเข้าหน้าร้อน
งบประมาณของสถานสงเคราะห์มีไม่มากห้องจึงมีแต่พัดลม
จำได้ว่ามีปีหนึ่งที่หน้าร้อนร้อนเป็พิเศษผู้ดูแลเลยใจดีนำถุงน้ำแข็งมามอบให้เด็ก ๆ ทุกวัน ไอเย็นที่แผ่จากถุง พอเอามาแนบแก้มจะรู้สึกสบายมาก
ขณะกึ่งหลับกึ่งตื่นกู้หวายคลับคล้ายคลับคลาว่ามีอะไรเย็น ๆ แปะบนหน้าท้อง หรือพูดให้ถูกก็คือเ้าสิ่งเย็น ๆ นั้นกำลังพันรอบเอวเขาอยู่ ช่วยคลายความร้อนผากได้ไม่น้อย
ในความฝันกู้หวายนึกว่าของเย็น ๆ ดังกล่าวเป็ถุงน้ำแข็ง เลยเผลอคลำหาพอปลายนิ้วแตะโดนก็ลองลูบดู
ลูบทีเดียวไม่หนำใจ ถึงกู้หวายจะฉุกคิดได้ว่าของที่กำลังแตะไม่น่าใช่ก้อนน้ำแข็ง แต่เขาถูกใจความเย็นของเ้าสิ่งนี้จริง ๆ จนอดลูบซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ได้
หลังจากลูบคลำไปมาอยู่หลายรอบ กู้หวายจึงค่อยเอามือวางบนเ้าสิ่งนั้นอย่างพึงพอใจ
เดิมทีเหล่าเซิร์กระดับสูงยังมัวมองกู้หวายตาเป็ประกายแต่พอเห็นสิ่งที่กู้หวายทำรัว ๆ ก็พากันตัวเกร็งจ้องเซิร์กผมเงินที่ถูกลูบหางเขม็งด้วยเกรงว่าอึดใจต่อมา อีกฝ่ายจะใช้หางบั่นคอเด็กหนุ่ม
เซิร์กระดับสูงมีพื้นฐานความเข้าใจว่าเอกลักษณ์ประจำเผ่าที่ถูกหลงเหลือไว้เช่นหางสีเทาเงินนั่นไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อนนอกจากเ้าของ
ผู้นำของพวกเขาใช้หางพันรอบเอวเด็กหนุ่มก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะอนุญาตให้อีกฝ่ายลูบคลำได้
หากไม่มีผ้าคาดตาสีดำบดบังบรรดาทหารเซิร์กในที่นี้คิดว่า เซิร์กผมเงินตรงหน้าต้องกำลังหรี่ตาเล็กน้อยแล้วแน่ๆ
นั่นเป็การแสดงออกเวลาอีกฝ่ายไม่พอใจถ้าได้เห็นกับตา ย่อมเข้าใจเองว่าเป็สัญญาณอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย
การเชื่อมจิตไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อเซิร์กระดับอัลฟ่านักเหล่าเซิร์กระดับสูงในถ้ำแทบหยุดหายใจด้วยความตื่นตระหนกเพราะรู้นิสัยผู้นำของพวกตนดี
ถ้าท่านผู้นำลงมือจู่โจมพวกเขาจะปกป้องาาได้ทันหรือเปล่า
ใจพวกเขาบอกทันทีว่าเป็ไปไม่ได้ด้วยเหตุนี้ ทหารเซิร์กทั้งกลุ่มจึงยิ่งตระหนก
ทว่าผ่านไปหลายวินาทีหางสีเทาเงินที่พวกเขาจ้องเขม็งกลับไม่ไหวติง ยังคงพันรอบเอวเด็กหนุ่มอย่างสงบไม่เห็นเค้าความไม่พอใจแม้แต่น้อย
ต่อมามือของเด็กหนุ่มที่เคยวางนิ่งๆ ก็พลันคว้าหางเซิร์กผมเงินไปกอดแนบอก ใช้สองมือโอบกอดไม่พอยังแนบแก้มถูไถอีกต่างหาก ทำเอาพวกเซิร์กระดับสูงเริ่มสับสนงุนงง
หางของอัลเวสมีพละกำลังขนาดไหนทหารเซิร์กกองทัพที่หนึ่งรู้ซึ้งดีแก่ใจ
ขอเพียงผู้นำของพวกเขาคิดสะบัดหางต่อให้สิ่งที่ถูกฟาดจะเป็เหล็กก็มีสิทธิ์ยุบได้
พลังแกร่งกล้าขนาดนี้หากท่านผู้นำไม่ยินยอม เด็กหนุ่มที่หลับปุ๋ยย่อมไม่มีทางดึงให้หางขยับได้แต่แรกแล้ว
หมายความว่าอัลเวสยอมให้เด็กหนุ่มกอดหางเซิร์กระดับสูงทั้งกลุ่มรู้สึกเหลือเชื่อถึงที่สุด
ในสายตาพวกเขาตอนนี้เซิร์กผมเงินไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ทั้งสิ้น สีหน้าเองก็ไร้อารมณ์แต่ความจริงแล้ว ดวงตาที่ถูกผ้าปิดตาสีดำคาดไว้กำลังหลุบต่ำเล็กน้อย
ราวกับสัตว์ร้ายที่ได้รับการปลอบประโลมและทำตัวเชื่องอย่างหาได้ยากเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย
กลั้นเสียงขู่ในลำคอหดกรงเล็บเข้าอุ้งเท้าพยายามหุบเขี้ยวเล็บสุดความสามารถ...แม้จะยังดูน่ากลัวอยู่มากแต่ก็เป็ท่าทางไร้พิษภัยที่สุดของสัตว์ร้ายตัวนี้แล้ว
กู้หวายหลับไปราวสองสามชั่วโมงเมื่อลืมตาตื่นอย่างงัวเงีย ก็เห็นดวงหน้างดงามเยือกเย็นของคนผู้หนึ่งอยู่ตรงหน้า
ผ้าสีดำคาดตาตัดกับสีผิวของเซิร์กผมเงินจนยิ่งดูขาวซีดมองจากมุมนี้ทำให้กู้หวายเห็นสันกรามคมชัดของอีกฝ่ายได้พอดี และเมื่อไล่สายตาลงก็เห็นลูกกระเดือกนูนเด่น
อันที่จริงตอนกู้หวายตื่นมาพบว่ากำลังถูกอีกฝ่ายกอดเขาก็แค่ชะงักเล็กน้อย แต่พอก้มไปเห็นว่าของเย็น ๆ ที่ตนกอดอยู่เป็หางสีเทาเงินก็ชะงักค้างทันที
หางสีเทาเงินบนมือเขามีลักษณะคล้ายหางัตะวันตกผิวดูคล้ายโลหะ จับแล้วเย็นเฉียบ ความรู้สึกเมื่อได้ััตรงตามที่จินตนาการ
ที่สำคัญพอหวนนึกถึง่ที่ตนสะลึมสะลือได้ราง ๆ ดูเหมือนตอนนั้นเขาจะลูบหางนี้ไม่หยุดด้วยต่อให้เป็คนใจเย็นแค่ไหน บัดนี้กู้หวายก็อยากปิดหน้าตัวเองใจจะขาด
มัน...น่าอายเกินไปแล้ว
อารมณ์ของเด็กหนุ่มในอ้อมกอดเปลี่ยนปุบปับชัดเจนจนอัลเวสขมวดคิ้วมุ่นแม้จะไม่เห็นสีหน้าอีกฝ่าย แต่การที่จู่ ๆ ก็ตัวแข็งทื่อย่อมหมายความว่ากำลังตื่นตระหนก
เพราะเข้าใจตามนั้นอัลเวสจึงแผ่พลังพิเศษครอบคลุมถ้ำและขยายอาณาเขตไปด้านนอกอีกหลายร้อยเมตรโดยไม่รู้ตัว เป็การประกาศเตือนว่าถิ่นนี้ใครครอง
พลังพิเศษนี้มีอำนาจข่มขวัญแฝงแรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเมื่อได้รับคำเตือนล้วนคิดอยากหลบหนีโดยสัญชาตญาณ นี่เป็การกำจัดภัยคุกคามที่เร็วที่สุดวิธีหนึ่ง
‘ไม่มีสิ่งใดมาทำร้ายเธอได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกลัว’
คลื่นสมองของทั้งสองไม่ได้เชื่อมต่อกันกู้หวายที่ไม่รู้เื่รู้ราวจึงค่อย ๆ ปล่อยหางสีเทาเงินที่ตนกอดช้า ๆพร้อมทำเนียนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน ทว่าพอยกมือออกก็พบว่าหางเย็นเฉียบเริ่มขยับรัดตัวเขาแน่นขึ้นอีก
หรือจะถูกจับได้แล้ว...
ร่างของเด็กหนุ่มผู้ถูกอุ้มนิ่งเกร็งไปทั้งตัวทำเอาอัลเวสกลับมาหงุดหงิดเหมือนเคย เขาพันหางรอบตัวเด็กหนุ่มอีกหนครั้งนี้แสดงเจตนาปกป้องชัดเจน
ขณะเดียวกันเซิร์กผมเงินก็ถอดถุงมือซ้ายสีดำด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนใช้นิ้วเรียวยาวที่เห็นข้อต่อชัดเจนแตะริมฝีปากเด็กหนุ่ม
ทารกนั้นใง่ายมากและเวลาทารกเซิร์กใก็มักโจมตีกลับโดยสัญชาตญาณ หากยึดแค่่เวลาที่ลืมตาดูโลกเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก็ถือเป็ทารกจริง ๆ
ทารกเซิร์กโจมตีได้ไม่กี่รูปแบบหลัก ๆ จะใช้ฟันกัด ปกติเวลาใ ขอแค่ได้กัดอะไรหน่อยก็หายกลัวแล้ว
ทว่าทั้ง ๆที่อัลเวสลงทุนยอมให้กัดขนาดนี้ เด็กหนุ่มผู้ถูกอุ้มกลับโจมตีไม่เป็อัลเวสจึงกดนิ้วแทรกผ่านริมฝีปากล่างของเด็กหนุ่มแล้วลูบฟันหน้าสองสามซี่ที่พอจะคมอยู่บ้างบอกใบ้ให้กัดโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด
ฟันทู่ไปหน่อยอัลเวสกะดูแล้วคิดว่าแรงกัดของอีกฝ่ายน่าจะน้อยมากเหมือนกัน
เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาช่างเปราะบางเหลือเกินจะบอกว่าไม่มีความสามารถในการต่อสู้อะไรเลยั้แ่แรกก็ยังได้
กู้หวายนิ่งงันทันทีที่ถูกลูบฟันแต่ตอนนั้นเอง ในที่สุดเขาก็พอจะเชื่อมจิตกับเซิร์กผมเงินได้บ้างแล้ว
หากไม่เข้าใจอะไรผิดพลาดอีกฝ่ายเหมือนจะกำลังปลอบโยนเขาอยู่...
เซิร์กตรงหน้าไม่เหมือนพวกเซิร์กทาร์กที่กู้หวายเคยพบสีหน้าท่าทางไร้อารมณ์แม้จะดูเ็าน่าเกรงขาม ทว่าเมื่อนึกย้อนดี ๆ อย่างถี่ถ้วนกู้หวายก็คลับคล้ายคลับคลาว่าอีกฝ่ายชอบใจยามถูกลูบหาง
ถ้าอย่างนั้น...ลูบหางแล้วจะอารมณ์ดีขึ้นสินะ?
เมื่อได้ข้อสรุปเขาก็ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้ามองหางสีเทาเงินที่พันรอบเอวแล้วลองยื่นมือไปลูบดู
ทันทีที่แตะกู้หวายรู้สึกได้ชัดเจนว่าหางรัดเขาแน่นขึ้นนิดหน่อยเพื่อล็อกไม่ให้หลุดเซิร์กผมเงินโน้มหน้าลงมาน้อย ๆ ใบหน้าเ็าจู่ ๆก็คล้ายจะอ่อนโยนกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด
อยากลงแล้วละ
เขาพยายามสื่อความคิดให้อีกฝ่ายรู้เซิร์กผมเงินเมื่อถูกลูบหางก็เข้าใจ ยอมปล่อยให้ลงอย่างว่าง่าย
เมื่อเป็อิสระในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นเซิร์กระดับสูงกว่าร้อยตนอยู่ห่างไปไม่ไกล
แทบจะทันทีที่กู้หวายหันมามองบรรดาเซิร์กระดับสูงต่างก็พากันคุกเข่าข้างหนึ่งให้าาอย่างพร้อมเพรียง
ศีรษะก้มต่ำ มือขวาประทับตรงบริเวณหัวใจ พวกเขาแสดงความจงรักภักดีและสวามิภักดิ์ต่อเด็กหนุ่มอย่างไม่ลังเล
ภาพที่ปรากฏโดยไม่ทันให้ตั้งตัวนี้ทำเอากู้หวายทำอะไรไม่ถูก
เขายังไม่ทันตั้งสติเซิร์กหนุ่มที่เป็ทหารใหม่ในกองทัพก็เอ่ยปากถามว่า
“าาพวกเราเงยหน้ามองท่านได้หรือไม่”
ขณะคุกเข่าทำความเคารพไม่ควรเงยหน้าทว่าความจริงแล้วพวกเขาอยากมองเด็กหนุ่มใจจะขาด ทหารเซิร์กตนนี้จึงอดถามไม่ได้
กู้หวายชินกับการถูกรุมจ้องโดยสมบูรณ์แล้ว
ความเคยชินดังกล่าวไม่ได้เกิดเพราะจำยอมแต่เพราะััถึงความชื่นชอบที่เหล่าเซิร์กมีต่อเขาได้ชัดเจนทำให้เขาอยากตอบแทนความรู้สึกนี้บ้าง
กู้หวายไม่้าให้ทหารเซิร์กคุกเข่าต่อจึงกล่าวว่า “พวกคุณลุกขึ้นมามองเถอะ”
าาไม่อยากให้พวกเขาคุกเข่าเซิร์กระดับสูงรีบลุกทันทีที่ได้รับคำสั่ง จากนั้นแต่ละตนก็ใช้สายตาที่วาววับจนน่ากลัวจับจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้า
ความรู้สึกแบบนี้คืออะไรกันนะ
ราวกับจู่ ๆดวงอาทิตย์ก็ปรากฏบนโลกดำมืดอันหนาวเหน็บแม้ประกายแสงที่เกิดขึ้นกะทันหันจะเจิดจ้าเกินไปจนดวงตาเจ็บแปลบก็ยังปรารถนาจะจ้องมอง ต่อให้ร้อนจนแผดเผาเพียงใด พวกเขาก็อยากเข้าหาแม้ร่างกายจะมอดไหม้ก็ตาม
แรงดึงดูดอันมหาศาลนี้ราวกับแสงที่ดึงดูดทุกสรรพชีวิต ไร้หนทางต่อต้านหรือยับยั้ง
ลำพังตอนเด็กหนุ่มหลับพวกเซิร์กระดับสูงก็จ้องกันอย่างกระตือรือร้นมากพออยู่แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่ทั้งเคลื่อนไหวและคุยตรงหน้าเลย
าาน่ารักจัง...
หลังเด็กหนุ่มตื่นพวกเซิร์กระดับสูงก็เพิ่งพบว่าั์ตาของอีกฝ่ายเป็สีดำ ทั้งยังมีม่านตากลมเหมือนมนุษย์ไม่เรียวแหลมแบบพวกเขา แต่ถึงจะแตกต่างกันก็ช่างน่ารักเหลือเกิน
าาดูดีที่สุดเสียงก็ไพเราะเพราะพริ้ง ไม่ว่าจะมองตรงไหนก็ไร้ที่ติ
ในเมื่อาาตื่นแล้ว ก็สมควรแก่เวลาจะออกจากดาวดวงนี้เสียที
ตอนนี้พวกเขาอยากให้เด็กหนุ่มใช้ชีวิตในที่ที่เหมาะสมกว่าเร็วๆ ผู้ช่วยอัลเกอร์จึงก้าวขึ้นหน้าเอ่ยว่า
“ฝ่าาสภาพแวดล้อมของดาวดวงนี้เลวร้ายเกินไป ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยพวกเราอยากพาท่านไปยังดาวที่ดีกว่านี้”
ความจริงใช่ว่าพวกเซิร์กจะอาศัยในดาวร้างไม่ได้พวกเขาเคยไปเยือนที่ที่แย่กว่านี้มาแล้วด้วยซ้ำแต่พวกเขาไม่มีวันยอมให้เด็กหนุ่มใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบนี้ต่อเด็ดขาด
ย้ายออกจากดาวร้างได้ย่อมเป็เื่ดีกู้หวายตอบตกลงโดยไม่ลังเล
พอเด็กหนุ่มพยักหน้าอัลเกอร์ก็หันไปพูดกับผู้นำของตนอย่างอดรนทนไม่ไหวทันที
“ท่านผู้นำให้ออยเลอร์เข้ามาเถอะครับ พวกเราจะได้พาาาไปได้ทันที”
จะไปไหนล้วนดีหมดแต่แน่นอนว่ากลับไปดาวทูเซอร์ฐานที่มั่นกองทัพเซิร์กหน่วยที่หนึ่งของพวกเขาย่อมดีที่สุด อัลเกอร์ลอบคิดในใจ
“มาถึงแล้ว” อัลเวสตอบเสียงเรียบ
อัลเวสสั่งการให้ยานรบออยเลอร์เข้ามาใกล้ถ้ำก่อนเด็กหนุ่มจะตื่นตั้งนานแล้ว
หมายความว่าพวกเขาจะได้ออกเดินทางกันทันที บรรดาเซิร์กระดับสูงในที่นี้พลันกระปรี้กระเปร่า
หลังจากเซิร์กสองตนรับผิดชอบขนย้ายเปลือกไข่ขนาดั์ที่กู้หวายยังกินไม่หมดอย่างระมัดระวังเสร็จ กู้หวายก็เดินตามกลุ่มเซิร์กทาร์กไปยังปากถ้ำ
เมื่อเดินมาถึง เขาก็มองทิวทัศน์ของดาวดวงนี้เป็ครั้งสุดท้าย
จากไปครานี้คงไม่ได้กลับมาอีกแล้ว
แม้ดาวร้างจะกันดารแห้งแล้ง แต่สำหรับกู้หวายมันคือ่เวลาที่เขาได้อยู่ร่วมกับเซิร์กทาร์กผู้คอยปกป้อง เขาถือกำเนิดที่นี่ ดาวดวงนี้ย่อมกลายเป็สถานที่ที่ควรค่าแก่การระลึกถึง
“ถึงเวลาต้องไปแล้วละ” กู้หวายบอกเซิร์กทาร์กรอบกาย
ยามเหล่าเซิร์กทาร์กได้ยินประโยคนี้ก็พากันส่งเสียงต่ำ ๆ ั์ตาสีแดงโลหิตจ้องมองเด็กหนุ่มผมดำตรงหน้าอย่างตั้งใจ ดวงตาที่มีม่านตาเรียวแหลมดูเ็าน่ากลัวนั้นราวกับสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มแต่เพียงผู้เดียว
กู้หวายััได้ถึงความสุขและความเศร้าที่ขัดแย้งกันเองของเหล่าเซิร์กทาร์ก ทั้งยังมีความไม่ยินยอมอย่างล้นเหลือแฝงอยู่ด้วย เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ว่าพวกมันหวั่นไหวและสับสนขนาดนี้
พวกเซิร์กทาร์กไม่เต็มใจจะจากดาวดวงนี้ไปขนาดนั้นเลยหรือ
จริงสิพวกมันอาศัยบนดาวดวงนี้มาตั้งนาน อาจจะเห็นเป็บ้านเกิดไปแล้วสินะ
แต่กู้หวายก็ยังหวังให้เซิร์กทาร์กเหล่านี้ไปอาศัยบนดาวที่ดีกว่าด้วยกันดังนั้นแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ เขาก็ยังก้าวต่อ
ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวกู้หวายก็พบว่าเซิร์กทาร์กรอบกายไม่ได้ตามมาด้วย พวกมันเพียงมองส่งเขาจากปากถ้ำ
กู้หวายตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเขาไม่เคยเผื่อใจมาก่อนว่าเซิร์กทาร์กเหล่านี้จะไม่ยอมไปด้วยกัน
เขาไม่เคยมีพ่อแม่แต่หลังจากมาถึงโลกนี้และฟักออกจากไข่ ก็ถูกบรรดาเซิร์กทาร์กปกป้องหวงแหนเสมือนทารกมาตลอดจิตใต้สำนึกจึงถือเอาเซิร์กทาร์กเหล่านี้เป็พ่อแม่โดยไม่รู้ตัว
ด้วยเหตุนี้กู้หวายจึงย้อนกลับไปโดยไม่ต้องคิดเขาตรงไปเบื้องหน้าเหล่าเซิร์กทาร์กที่กำลังจ้องมองมา จากนั้นก็เงยหน้าถามว่า
“พวกนายจะไม่ออกไปด้วยกันเหรอ”
ออกไป
ด้วยกัน
เซิร์กทาร์กพอจะรู้จักความหมายของสองคำนี้ม่านตาเรียวแหลมจึงหดเกร็ง แต่ก็ยังคงสับสนรุนแรง
พวกมันไม่เต็มใจจะแยกจากพวกมันย่อมอยากไปด้วย แต่เหตุผลและสัญชาตญาณอันเืเย็นกลับบอกว่าพวกมันไม่มีความหมายต่อเด็กหนุ่มแล้ว ควรให้สหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่เก่งกาจยิ่งกว่าไปปกป้องข้างกายแทน หากทำแบบนั้นทารกที่พวกมันคอยปกป้องมาั้แ่เกิดจะได้รับการดูแลที่ดีกว่า
“พวกนายไม่้าผมแล้วหรือ” เพราะเห็นเป็พ่อแม่ เขาจึงถามไปเช่นนี้ เขาคิดถ้วนถี่ก่อนพูดแล้ว หากเซิร์กทาร์กไม่ยอมไปจริง ๆ เขาก็จะอยู่ที่นี่ต่อกับพวกมัน
น้ำเสียงและสีหน้าทำให้เหล่าเซิร์กทาร์กแทบจะเข้าใจคำพูดของเด็กหนุ่มได้ทันทีวินาทีนั้นความรู้สึกพลันเอาชนะเหตุผลขาดลอย
จ่าฝูงเซิร์กทาร์กค้อมกายใช้ท้องแขนประคองกู้หวายขึ้นมาวางบนบ่าอย่างระมัดระวังมันปรนนิบัติราวกับเด็กหนุ่มเป็สมบัติล้ำค่าท่าทีอบอุ่นนี้ทำให้เซิร์กระดับสูงที่อยู่ในเหตุการณ์พากันตกตะลึง
เซิร์กสายพันธุ์ทาร์กนั้นเชี่ยวชาญการต่อสู้และมีนิสัยดุร้ายนี่เป็ความจริงที่ทั้งชาวเซิร์กและทั่วจักรวาลต่างรู้ดี
แต่ ณ เวลานี้กลุ่มเซิร์กทาร์กตรงหน้ากลับทะนุถนอมรักใคร่เด็กหนุ่มมากอย่างไม่ต้องสงสัย
การกระทำคือคำตอบ พอกู้หวายนั่งได้มั่นคงเซิร์กทาร์กตนนั้นก็แบกเขาออกจากถ้ำ