ตอนที่12 สมุดบันทึกของแมรี่และความจริง
25 สิงหาคม ปี 2015
หญิงสาวท้องแก่หลงเข้ามาที่บ้านของฉันเธอาเ็สาหัส ฉันช่วยรักษาให้เธอ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตเธอได้หรือไม่
27 สิงหาคม ปี 2015
หญิงสาวคนนั้นรอดมาอย่างปาฏิหาริย์อาการดีขึ้นทุกวัน
2 กันยายน ปี 2015
หญิงสาวอาการดีขึ้น มีสติมากขึ้นและได้รู้ชื่อของเธอ“อดาลิน เบล็ค”
5 กันยายน ปี 2015
อาการาเ็และแผลหายเป็ปกติ ร่างกายของเธอฟื้นตัวช้ามากแม้ว่าจะกินเก่งมากก็ตาม
10 กันยายน ปี 2015
อดาลินพยายามจะจากไป โดยที่ไม่บอกกับแมรี่ สุดท้ายเธอเจอเข้ากลับซอมบี้ที่โจมตีระหว่างทาง
11 กันยายน ปี 2015
อดาลินตัดสินใจอยู่กับฉันที่บ้านหลังนี้การมาถึงของอดาลินทำให้ฉันเหมือนได้รับลูกสาวกลับมาอีกครั้ง
15 กันยายน ปี 2015
อดาลินยังไม่ค่อยพูดหรือเล่าถึงที่มาของตัวเองมากนักถึงอย่างนั้นเธอก็ไว้ใจฉันมากขึ้น เริ่มเล่าถึงที่อยู่ของตัวเองก่อนเกิดการแพร่ระบาด
20 กันยายน ปี 2015
อดาลินเริ่มเจ็บท้องเป็ครั้งแรก แต่ว่าเครื่องมือของฉันไม่มากพอแถมยาและอาหารก็เริ่มไม่มีแล้วด้วย ฉันจึงตัดสินใจไปหาคอนเนอร์
21 กันยายน ปี 2015
อาหารที่หามาได้อดาลินกินเยอะมากจนอาหารเริ่มไม่เพียงพอ แถมยังต้องวางแผนการคลอดลูกของอดาลินอีกด้วย
สุดท้ายก็ต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักใกล้ๆ อย่างคอนเนอร์ที่เคยเป็สัตว์แพทย์มาก่อน เขามาพร้อมกับเครื่องมือและช่วยตรวจครรภ์ของอดาลินให้ซึ่งใกล้จะคลอดแล้ว
23 กันยายน ปี 2015
อดาลินพูดคุยกับฉันเป็การส่วนตัวยอมเล่าความลับเกี่ยวกับตัวเองและเด็กที่อยู่ในท้อง หวังว่าถ้าเกิดต้องเลือกระหว่างตนเองและลูกฉันจะยอมช่วยลูกของเธอ
ฉันรับปากอดาลิน
อดาลินบอกตำแหน่งที่อยู่ ซึ่งกล่องนิรภัยไว้
24 กันยายน ปี 2015
ฉันออกไปตามหากล่องนิรภัยใบหนึ่ง ฉันก็...
“เอ้า หยุดเล่าแบบนี้ได้ยังไง” แมวน้อยอุทานอย่างหงุดหงิดก่อนจะลองเปิดหน้าอื่นดู ก็ถอนหายใจ เพราะยังมีเขียนไว้อีกหน้าหนึ่ง
“มาอ่านต่อ” ตอนนี้แมวน้อยเหมือนกับคนติดนิยายถ้าไม่อ่านต่อมันจะคาใจ คืนนี้นอนไม่หลับแน่นอน และรู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว
31 กันยายน ปี 2015
อดาลินเล่าว่าตนเองหนีออกมาจากเมืองแคปปิตอลซึ่งเธอเกี่ยวข้องกับการทดลองบางอย่าง เธอรู้ไม่มากนักเกี่ยวกับการทดลอง รู้แค่ว่าเด็กในท้องของเธอนั้นคือหนึ่งในชีวิตทดลองของห้องวิจัยที่เมืองแคปปิตอล
เธอยืนยันว่าอีกฝ่ายคือลูกของเธออย่างแน่นอนแต่พวกนั้นทำอะไรกับเขาเธอไม่รู้
มีผู้หญิงหลายคนที่เหมือนกับเธอแต่ทุกครั้งที่เด็กคลอดออกมาก็จะไม่มีใครได้พบเจอลูกของตัวเองอีก
วันหนึ่งเธอรู้ว่าเด็กทั้งหมดที่ถูกพาตัวไปตายหมดแล้ว
อดาลินไม่อยากให้ลูกของเธอเป็แบบนั้นเธอจะหาทางหนีออกมา
พวกนั้นไม่ได้ตามล่าเธอแต่้าเด็กคนนั้น แต่เธอไม่้าให้ลูกของเธอตกอยู่ในมือของพวกนักวิจัยที่เมืองแคปปิตอล
ในนั้นมีเอกสารไม่กี่แผ่นที่ถูกจดบันทึกตอนเธอแย่งมาจากพวกนักวิจัยเกี่ยวกับวิธีการใช้ยายานั้นช่วยเด็กในท้องได้ ถ้าเกิดว่าสักวันหนึ่งไทเลอร์ทำในสิ่งที่มนุษย์ไม่ทำให้ใช้ยานั้นช่วย
ในเวลาตีหนึ่งของวันที่ 1 ตุลาคม ปี 2015 ทั้งแม่และเด็กปลอดภัย
เนื้อหาต่อจากนี้ก็ไม่มีมาก เหมือนว่าย่าแมรี่ของไทเลอร์จะบันทึกเฉพาะเหตุการณ์สำคัญส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับไทเลอร์
และคนที่ตามล่าอดาลินแม่ของไทเลอร์ก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมาอีก
จนกระทั่ง 2 ปีต่อมาก็มีบันทึกเกี่ยวกับเื่นี้อีกครั้ง
9 มิถุนายน ปี 2017
มีนักล่าค่าหัวคนหนึ่งบังเอิญเจอที่นี่สุดท้ายก็จบลงไม่สวย แต่ว่าในหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งของเขามีใบประกาศจับอดาลินที่เก่ามาก
ปรากฏว่าที่ผ่านมาพวกนั้นไม่เคยลืมเื่ของอดาลินเลยแต่ว่าหาตัวเธอไม่เจอเท่านั้น
จนกระทั่งนักล่าค่าหัวคนนี้หลงมาที่นี่และเจอพวกเราก็จดจำได้ทันที
10 มิถุนายน ปี 2017
อดาลินตัดสินใจออกจากที่นี่เพราะเสี่ยงเกินไปที่จะอยู่ คนเ่าั้รู้จักหน้าตาของเธอแล้วเธอไม่อาจจะอยู่ที่นี่ได้อีก
แถมการหายตัวไปของนักล่าค่าหัวอาจจะดึงดูดนักล่าค่าหัวคนอื่นๆ เข้ามาที่นี่
เธอจำเป็ต้องจากไป
12 มิถุนายน ปี 2017
อดาลินตาย!
“เดี๋ยวก่อน!ทำไมไม่มีคำอธิบายอะไรไว้ล่ะเหมี้ยว!” แมวน้อยอยากรู้มากว่าแม่ของไทเลอร์ตายได้ยังไงแต่ว่าในนี้ไม่มีการกล่าวถึงเลย
“หนีไปแล้วโดนไล่ล่าจนตาย หรือเพราะว่าอะไรกันละเฮ้ยเหมี้ยว!”
แมวน้อยร้องโวยวายกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่สักพักแต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะไม่มีการกล่าวถึงอีก
“ไม่มี อันนี้ก็ไม่มี”
“โอ๊ะมีพวกสัตว์อสูรโจมตีด้วย แต่ว่าย่าแม่รี่เกือบตาย”
“หืม อันนี้มันไม่นานมานี้นี่หน่าเกิดอะไรขึ้นกัน” ที่จริงแมวน้อยก็ไม่รู้วันเดือนปีมากนักหรอก นอกจากมองดูวันที่ในปฏิทินที่ถูกเขียนไว้บนแผ่นกระดาษด้านหน้าซึ่งเป็ของทำมือ
ย่าแมรี่น่าจะทำไว้เพื่อจะได้จดจำได้ว่าวันนี้วันเดือนปีอะไร
24 มีนาคม ปี 2025
ไทเลอร์ตื่นขึ้นมากลางดึกและฆ่าแองกัสจนตายฉันไปพบเขา ดวงตาของไทเลอร์แดงฉานจนเหมือนกับดวงจันทร์สีเื มีกรงเล็บที่แหลมคมงอกออกมา
ไทเลอร์ร้องไห้และกอดศพแองกัสไว้แน่นฉันไม่รู้ว่านั้นคือไทเลอร์จริง ๆ หรือไม่ ทำไมเขาถึงกลายเป็สิ่งที่เหมือนกับปีศาจ
พระเ้าเด็กคนนี้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็อะไร
ฉันไม่มีทางที่จะหยุดสิ่งเหล่านี้ได้เลยจนกระทั่งนึกถึงยาที่ว่า พอไทเลอร์กินเข้าไปก็ช่วยให้เขากลับมาเป็ปกติได้
และเช้าวันต่อมาไทเลอร์กลับจำสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย
ฉันพบว่าไทเลอร์จะต้องกินยานี้ทุก ๆ 7 วันซึ่งจะช่วยกดอาการของไทเลอร์ได้ แต่ไทเลอร์กลับไม่กินยาเ่าั้และฉันพบว่ายามันรุนแรงมากทุกครั้งที่กินมันเหมือนเขาจะตาย ทำให้ต้องละลายยาลง มันช่วยให้ไทเลอร์กินได้ง่ายขึ้น
30 มีนาคม ปี 2025
ไทเลอร์กินอาหารมากขึ้นและเขาเริ่มหิวแบบไม่รู้ตัวอาหารธรรมดาไม่สามารถตอบสนองได้อีกแล้ว ฉันเลยลองเอาเนื้อของแองกัสให้เพราะมันคือเนื้ออสูร
แองกัสเริ่มกลายเป็สัตว์อสูรตามธรรมชาติมากขึ้นแต่ไม่เป็ผล สุดท้ายฉันจึงต้องออกล่าสัตว์อสูรในตอนกลางวันมากขึ้น โชคดีที่มีฝูงหมาป่าที่เริ่มกลายเป็สัตว์อสูรแล้ว
คอนเนอร์พบมันและช่วยล่ามาได้
วันที่ 6 เมษายน ปี 2025
คอนเนอร์ไว้ใจไม่ได้!
“เดี๋ยว ทำไมเป็อย่างนั้นแล้วย่าแมรี่เธอเขียนเตือนใครกันเหมี้ยว” แมวน้อยอ่านต่อ เพราะเข้าใจว่านี่เป็แค่สมุดบันทึกเท่านั้นอาจจะเขียนเพื่อเตือนตัวเองไม่ให้ลืม จึงไม่จำเป็ต้องอธิบายในบางสิ่ง
วันที่ 21 เมษายน ปี 2025
หลังจากที่ผ่านเกือบเดือน ไม่รู้เพราะอะไรทุกครั้งที่อาการของไทเลอร์แสดงออกมา มันจะยิ่งรุนแรงและนานกว่าครั้งก่อนเสมอ
บางครั้งฉันถึงกับต้องกลับไปใช้วิธีการกินยาแบบแรงๆ เหมือนเดิม แต่ไม่ได้ผล มันราวกับว่ายาที่กินนี้ทำให้อาการของไทเลอร์รุนแรงขึ้น
ยาพวกนี้ช่วยกดอาการไทเลอร์ได้จริงเหรอ?
นั่นคือประโยคสุดท้ายในหน้าบันทึกซึ่งก็คือเมื่อ 7 วันก่อน เป็ตอนที่แมวน้อยแอบกินยาเสริมพลังงานของไทเลอร์
“แย่ล่ะสิ มันอะไรกันว่ะเนี่ย ฉันไปรู้อะไรเข้าเหมี้ยว!”
แมวน้อยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนพึ่งไขคดีเกี่ยวกับแองกัสได้กลับกลายเป็ว่านั่นคือภาพลวงตาในมุมมองที่จำกัดของเขาเท่านั้น
เขาไม่รู้อะไรเลยและความจริงก็ตอกหน้าเขาเต็มๆ
กลายเป็ว่าย่าแมรี่แกไม่ได้ฆ่าแองกัส แต่เป็ไทเลอร์ที่ฆ่าเองแล้วก็จำไมได้แถมไทเลอร์ยังเป็ตัวอะไรก็ไม่รู้ที่เกิดจากการทดลองที่ไม่รู้อีกน้ำยาพลังที่ให้ไทเลอร์กิน ตกลงมันให้กินเพื่อกดอาการหรือว่ามีอะไรอยู่เื้ัอีกแต่แม่ไทเลอร์บอกให้ไทเลอร์กิน
อาหารที่กินก็ตามนั้น ที่แท้นับั้แ่ไทเลอร์แสดงอาการออกมาไทเลอร์้าอาหารมากขึ้น ไม่ใช่แค่เนื้อสัตว์ แต่ยังต้องเป็อสูรด้วย
“ทำไมอ่านไปอ่านมา ไทเลอร์มันเริ่มเหมือนเรามากขึ้น”แมวน้อยคิดแล้วก็สงสัย
“ไม่ได้ ต้องเก็บของพวกนี้ไปก่อน”แมวน้อยหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา แต่แล้วตอนนั้นเองก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งตกลงมา
เป็ตัวเลข 4 ตัวที่เขียนไว้อย่างชัดเจนในหน้ากระดาษที่เหมือนถูกฉีกออกมาจากเอกสาร
“รหัส!”
แมวน้อยรีบเอากล่องออกมาก่อนจะลองเปิดดูปรากฏว่ามันเปิดได้จริงๆ ด้วย
“พระเ้าด้านในมียาพลังงานจริง ๆ ด้วย”
[ประเมิน หลอดยาที่ใช้แล้วจำนวน x 2 หลอด]
[ประเมิน ยาพลังงานระดับต่ำจำนวน x 10 หลอด]
มีสองหลอดที่ใช้ไปแล้ว น่าจะใช้ไปกับการเจือจางแสดงว่าหนึ่งหลอดก็คงใช้ได้หลายครั้ง แล้วสิบหลอดนี่เพิ่มพลังงานแมวได้เท่าไหร่
แมวน้อยประเมินดูทีละหลอดอีกครั้งซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ทักษะบอกรายละเอียดแบบเฉพาะได้
[ประเมิน ยาพลังงานระดับต่ำสกัดจากเืเนื้อของสัตว์อสูรระดับต่ำ มีผลในการเพิ่มพลังงานแมวโดยตรงพลังงานที่เพิ่มได้จะอยู่ที่ 2-5 หน่วยต่อหลอด หมายเหตุ : ไม่เสถียร โฮสต์กินมันได้ แต่มันก็เหมือนกับะเิในร่างถ้ากินมากเกินไปสามารถลองได้]
คราวนี้ทักษะการประเมินบอกข้อมูลให้กับแมวน้อยได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นแน่นอนว่าไม่ลืมคำพูดเหน็บแนมต่อท้ายตามเดิม
“บัดซบมันฆ่าคนที่กินได้จริง ๆ ด้วย ไทเลอร์รอดตายมาได้ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว”
“แต่ว่าพลังงานแมว 2-5 หน่วยเย้ายวนเกินไปแล้ว”
แก็ก!
ตอนนั้นเองก็มีเสียงเหมือนประตูห้องใต้ดินถูกเปิดเข้ามา แมวน้อยใทันที
“ลืมไปเลย ฉันยังต้องหนีออกจากที่นี่ เสียงนั้นอย่าบอกนะว่าย่าแมรี่กลับมาแล้ว”แมวน้อยรีบหาที่ซ่อนตัวก่อน แต่ก็ไม่ลืมที่จะทำบางอย่างด้วย