ห้องชุดขนาดใหญ่ตกแต่งสวยงามเรียบหรูตามสไตล์ของเ้าของห้องผมเดินเข้ามาอย่างตื่นตาตื่นใจนี่มันใหญ่กว่าคอนโดฯ ของผมที่ตอนนี้ขายไปแล้วเมื่อเดือนก่อนเสียอีกผมเดินมานั่งลงที่โซฟาหนังสีเบจที่อยู่กลางห้องนั่งเล่นอย่างถือวิสาสะ
พี่พีทเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“นั่งอยู่นี่ก่อนเดี๋ยวเอาน้ำมาให้”เห็นไหมผมบอกแล้วเขาไม่ว่าอะไรสักหน่อย แถมยังใจดีเอาน้ำมาบริการถึงที่อีกต่างหาก
“อย่าเลยครับแค่พี่ให้ผมมาอยู่ที่นี่ก็เกรงใจแล้ว”ผมบอกร่างสูงจึงเดินมานั่งข้างๆ แม้ว่าเขาจะใจดีแต่ผมก็ควรเกรงใจและรักษามารยาทผู้ดีอันน้อยนิดไว้หน่อยเขาจะได้ไม่หาว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน
“เกรงใจอะไรยังไงซะ ผมกับคุณก็เป็ผัวเป็เมียกัน”ผมนี่แทบสำลักน้ำลายตายทำไมต้องพูดอะไรตรงๆ แบบนั้นออกมาด้วยเนี่ย!ถามจริงไม่ได้รู้สึกอะไรเลยใช่ไหมที่ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายเหมือนกันส่วนผมน่ะไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ
“อะ...อะไรนะผัวเมียเมียปลอมๆน่ะสิครับ” ผมแก้ให้เผื่อว่าเขาจะลืมว่าจริงๆ แล้วผมไม่ใช่ภรรยาของเขา
“...”
เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราทั้งสองคนอีกครั้งผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร และร่างสูงก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เขาเดินแยกไปยังบาร์หาน้ำหาท่ามาให้เราทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรต่างก็ต่างเงียบผมไม่รู้ว่าเขาคิดเื่ของพี่สาวหรือว่ากำลังคิดเื่อะไรกันแน่
“เอาของไปเก็บเถอะ”
“ครับ?”
“ห้องนั้น”ร่างสูงชี้ไปที่ห้องหนึ่งที่อยู่ทางซ้ายมือ
ผมจึงหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระของตนเองไปยังห้องที่ว่าเมื่อเปิดเข้าไปพบว่าเป็ห้องขนาดไม่ใหญ่มากเป็เตียงเล็กขนาดสามจุดห้าฟุตสภาพห้องเหมือนไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนฟูกบนเตียงยังคงห่อพลาสติกใสไว้อย่างเรียบร้อยเฟอร์นิเจอร์ภายในเป็แบบบิวท์อินสไตล์มินิมอลเน้นสีขาวเป็ส่วนใหญ่ต่างจากห้องภายนอกที่เป็สีเข้ม
“พวกเครื่องนอนอยู่ในตู้นะจัดการเองแล้วกันเดี๋ยวผมโทรสั่งอาหารมากินกันนี่ก็เที่ยงแล้ว”
“ครับ ขอบคุณนะ” ผมกล่าวพร้อมหันกลับไปยิ้มน้อยๆให้ร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องอยู่
ร่างสูงพยักหน้าเข้าใจและกลับไปที่หน้าโซฟาอีกครั้งส่วนผมก็คงต้องจัดการห้องนี้แม้ว่าห้องนี้แต่เล็กสักหน่อยแต่ก็นับได้ว่าสะดวกสบายอย่างที่เคยบอกว่าเฟอร์นิเจอร์เป็แบบบิวท์อินติดอยู่กับผนังด้านหนึ่งของห้องผนังอีกด้านเป็โต๊ะสำหรับทำงานมีเก้าอี้ตัวเล็กวางอยู่
ผมเดินวนๆ ดูรอบห้องอย่างสนใจไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้างแต่แล้วเท้าผมก็เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างลื่นๆ หยึบๆ หยึ๋ยๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกันเอาเป็ว่ามันน่าขยะแขยงมาก จึงได้ก้มลงดูสิ่งที่อยู่ใต้นิ้วโป้งเท้าข้างขวาที่เหยียบอยู่
ถุงยาง!
ผมรีบชักเท้าออกแทบจะทันทีทั้งที่สภาพห้องนั้นใหม่เหมือนไม่เคยใช้งานแต่ทำไมมีถุงยางอนามัยใช้แล้วมาหล่นอยู่จนตรงนี้
“น่าเกลียดจริงๆ”ผมบ่นพึมพำ
ซากอารยธรรมจากกิจกรรมเข้าจังหวะยังคงอยู่ที่เดิมผมกลั้นหายใจสุดชีวิตแล้วยื่นเอาเท้าคีบขึ้นมาอย่างขยะแขยงค่อยๆ ยื่นเท้าไปยังถังขยะที่อยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งนั่นแหละ
อี๋! จะพาสาวมาทำกิจกรรมขุดเจาะอะไรก็ช่วยเก็บซากอารยธรรมให้เรียบร้อยไม่ได้หรือไงถึงนี่จะเป็ห้องของเขาก็ตามแต่จะมาทิ้งไว้เรี่ยราดแบบนี้ไม่ได้
“คนบ้าอะไรเซ็กซ์จัดจัง”ผมบ่นลอยๆ เมื่อเห็นว่าในถังขยะใบเล็กนั้นยังมีซากถุงยางอยู่อีกสองอัน “ต้องล้างเท้า”
ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำล้างเท้าอย่างรวดเร็วด้วยความขยะแขยงแต่เหมือนว่าล้างเท่าไหร่ก็ไม่พอใจผมจึงหยิบสบู่เหลวที่อยู่ใกล้ๆ ปั๊มใส่มือแล้วฟอกจนเท้าเป็สีขาวจากฟองสบู่
“เข้ามาทำอะไรในนี้”เสียงเข้มถามขึ้นพร้อมกับสายตาคมของเ้าของห้องที่เปิดประตูห้องน้ำเข้ามา
“ล้างเท้า” ผมเงยหน้าขึ้นจากเท้าตัวเองที่กำลังฉีดน้ำล้างอยู่หันไปมองทางเขาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองมาที่ผมด้วยสีหน้าของความฉงน
“แล้วตั้งนานทำไมไม่จัดห้อง”
“เดี๋ยวไปทำครับเมื่อกี้สำรวจห้องอยู่”
“อืมอีกครึ่งชั่วโมงอาหารก็คงมาส่ง” เขาบอกแล้วเดินกลับออกไปอีกครั้ง
เอาล่ะ!ผมควรจริงจังกับการจัดข้าวของได้แล้วเริ่มที่หาผ้าปูที่นอนก่อนเลยเนื่องจากว่าห้องนี้สะอาดอยู่แล้วไม่มีแม้แต่ฝุ่นสงสัยว่าเขาคงจะให้คนมาทำความสะอาดเรื่อยๆล่ะมั้ง
ผ้าปูที่นอนสีสะอาดลายการ์ตูนแบบเด็กๆคือสิ่งที่ผมได้จากในตู้พร้อมกับหมอนใบใหญ่สองใบและหมอนข้างอีกหนึ่งความจริงผมค่อนข้างชอบการนอนกอดหมอนข้างนะมันให้ความรู้เหมือนเราได้ปกป้องใครสักคน
กว่าจะจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยก็เกือบๆสามสิบนาทีเนื่องจากของผมไม่ค่อยเยอะเลยไม่ได้ใช้เวลามากเท่าไหร่อีกอย่างห้องนี้ก็สะอาดอยู่แล้วนอกจากซากอารยธรรมที่เจอก็ไม่มีอะไรต้องเก็บกวาด
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูที่เปิดกว้างผมจึงรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปคุยด้วย
“มีอะไรครับ”
“อาหารมาแล้วเดี๋ยวจะลงไปเอาคุณก็รีบเก็บของก็แล้วกัน”
“ครับ”
เขาบอกเท่านั้นและเดินออกไปเมื่อเสียงปิดประตูเงียบลง ผมจึงรีบเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าใส่ในตู้และออกมาหาถ้วยชามรออาหารผ่านไปไม่ถึงสามนาทีร่างสูงก็กลับเข้ามาพร้อมกับถุงอาหารมากมายทั้งสองมือไม่รู้ว่าเขาสั่งอะไรมาบ้าง
เราทั้งสองคนช่วยกันจัดแจงอาหารไปที่โต๊ะก่อนที่จะนั่งลงคนละฝั่งของโต๊ะทานอาหารเมนูมื้อนี้เป็อาหารไทยหลายอย่างทั้งพะแนงเนื้อ ผัดเปรี้ยวหวาน ปลาทอดกระเทียมไข่ลูกเขย เป็อาหารรสชาติกลางๆทั้งหมดไม่รู้ว่าเขาตั้งใจสั่งมาเพราะผมไม่กินเผ็ดหรือว่าเขาเองก็ไม่กินเผ็ดเหมือนกัน
“กินได้ใช่ไหม”
“ครับ”
“ผมคิดว่าคุณอยู่เมืองนอกนานคงจะไม่ชินกับอาหารรสจัดเลยสั่งพวกนี้มาดีจริงๆคุณกินได้” เขาบอกและตักอาหารใส่จานให้“วันนี้กินอาหารไทยไปก่อนไว้ถ้าอยากกินอาหารฝรั่งผมจะพาไป”
“ไม่เป็ไรครับผมกินอะไรก็ได้”
เราทั้งสองยิ้มให้กันเล็กน้อยต่างก้มหน้าตั้งใจทานอาหารในจานของตนเองในขณะที่กำลังทานข้าวเพื่อนผมที่อยู่ต่างประเทศได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันแชทมาทำให้ต้องหยิบขึ้นมาดูแต่เื่ที่คุยกันค่อนข้างน่าสนใจทำให้ลืมว่ากำลังทานข้าวอยู่
“กินข้าว” คนตรงหน้าหยิบมือถือไปจากมือผมแล้วสั่งเสียงเข้มพร้อมกับสายตากดดันเต็มที่
“ก็ยังไม่...อุ๊บ” ยังพูดไม่ทันขาดคำเขาก็เอาช้อนตักข้าวยัดใส่ปากผมจน
เลอะติดแก้มไปหมด ยังมีหน้ามาขำอีกคนบ้า!
“กินซะ ผมจะพาไปข้างนอก”เขาบอกน้ำเสียงปกติไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด เป็ผมเองที่คิดว่าเขาจะหงุดหงิดเนื่องจากเมื่อสักครู่ที่เขามองด้วยสายดุๆก็เท่านั้น
ผมมองหน้าร่างสูงตรงหน้าทั้งที่ปากยังคาบช้อนอยู่เขาจึงดึงช้อนออกจากปากแล้วจับใส่มือผมแทน
“...”
“อย่าอมข้าว” เขาบอกเสียงดุอีกครั้งทำให้ผมต้องรีบเคี้ยวข้าวในปากทันที
“พี่จะพาผมไปไหน”ผมถามขึ้นเมื่อกลืนข้าวลงคอจนหมด
แทนที่เขาจะตอบกลับมาตามปกติแต่ร่างสูงตรงหน้าได้ยื่นมือเข้ามาใกล้จน ผมผงะเอนหลังหนี้ทว่าไม่สามารถเอนไปได้มากกว่านี้ทำให้นิ้วหัวแม่มืออุ่นๆเช็ดที่มุมปากเบาๆ
“เป็เด็กหรือไงกินข้าวให้ข้าวติดปาก” เขาบอกด้วยรอยยิ้มและกลับไปนั่งที่เดิม
ผมที่ไม่เคยถูกผู้ชายจู่โจมแบบนี้ต้องชะงักรู้สึกหายใจติดขัดอย่างบอกไม่ถูกแม้ว่าผมจะชอบผู้ชายแต่ผมไม่เคยบอกใครเลย แม้แต่แม่หรือพี่ภัทรก็ไม่รู้เื่นี้มีเพียงแค่เพื่อนในกลุ่มที่เมืองนอกเท่าไหร่ที่พอจะทราบรสนิยมทางเพศของผม และการอยู่ใกล้กับผู้ชายมากเกินไปเป็อันตรายต่อหัวใจของผมมากจริงๆ
“เป็อะไรรีบๆกินจะได้พาไปซื้อของ”เสียงเข้มเอ่ยผมจึงต้องรีบกินข้าวตามที่เขาบอก
เมื่อกินข้าวอิ่มแล้วผมอาสาที่จะล้างจานเองแค่เขาให้ที่อยู่ซุกหัวนอนก็เกรงใจมากแล้วจะให้มาทำตัวสบายเหมือนตอนอยู่บ้านก็คงจะไม่ได้แค่ล้างจานเื่เล็กน้อยมากอยู่ที่เมืองนอกผมก็ทำบ่อยๆ
“เสร็จหรือยัง” เสียงะโถามจากห้องนั่งเล่น
“แป๊บหนึ่งนะครับ”
“เร็วๆล่ะ เดี๋ยว่เย็นเวลาเลิกเรียนรถจะติด”เขาบอก
ผมไม่รู้นะว่าเวลาเลิกเรียนรถมันจะติดขนาดไหนั้แ่กลับมาอยู่บ้านผมก็ออกไปข้างนอกนับครั้งได้ผมเองเป็พวกที่ค่อนข้างติดบ้านจะเรียกว่ามนุษย์เลยก็ได้ด้วยรู้สึกว่าการอยู่บ้านมันปลอดภัยกว่าออกไปที่อื่นๆดังนั้นในบางครั้งที่้าอะไรผมจะฝากคนอื่นไปซื้อมากกว่าหรือถ้าอยากได้จริงก็เลือกที่จะกดสั่งออนไลน์จากแอปขายของ
“เราจะไปที่ไหนครับ”
“ห้างแถวนี้ก็ได้คุณน่ะรีบๆล้างเร็ว” เขาเร่ง
“สั่งเป็ผัวเลย”
“แล้วอยากให้เป็ไหมล่ะ”เสียงทุ้มกระซิบข้างหูอย่างไม่ทันตั้งตัว
ผมเกือบทำจานหลุดมือไม่รู้ว่าเขามาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่และก็ไม่รู้ด้วยว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่เขาเนียนมากอดเอวผมแบบนี้ทำผู้ชายคนนี้มันถึงชีกอนักนะ แต่อยู่ๆก็รู้สึกดีใจขึ้นมาที่พี่ภัทรไม่ต้องแต่งงานกับคนแบบนี้
“...”
“อยากให้เป็ไหมล่ะ”เสียงทุ้มกระซิบพร้อมกับเป่าลมอุ่นๆเข้าไปในรูหูจนสยิวไปทั้งตัวเกิดมาผมยังไม่เคยเสียตัวให้ผู้ชายเลยนะขืนปล่อยไว้แบบนี้พรหมจรรย์ผมไม่ปลอดภัยแน่ๆ
“ป...ปล่อยครับ”
ผมแกะมือปลาหมึกของเขาออกไปได้สำเร็จร่างสูงก็กลับมาโฟกัสที่จานในอ้างส่วนร่างสูงกลับไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นแล้วถ้าเมื่อกี้เข้าไม่มีวุ่นวายป่านนี้ผมก็ล้างจานเสร็จไปนานแล้ว
ผมเช็ดมือแล้วเดินออกมาห้องนั่งเล่นเห็นเขานอนเล่นมือถืออยู่ก็เข้าไปใกล้แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรขึ้นเขาก็คว้ามือของผมไปจับไว้และยกขึ้นดม
“ท...ทำอะไรครับ”
“...” เขาไม่ตอบแต่จับมือผมขึ้นมาชิดจมูกแล้วลากผมกลับไปที่ห้องครัว
อีกครั้ง
“เป็เด็กหรือไงทำไมเื่แค่นี้ต้องให้บอกล้างมือน่ะต้องล้างดีๆ รู้ไหมไม่อย่างนั้นมันจะมีกลิ่นติด” แม้ว่าปากจะบ่นแต่มือเขาก็ถูกับมือผมไปด้วย
“รู้แล้ว” ผมต้องเสียงอ้อมแอ้ม
นึกแล้วก็หมั่นไส้ที่ตอนนี้มาทำเป็คนรักสะอาดทีเมื่อกี้ในห้องน่ะทิ้งซากอารยธรรมไว้เรี่ยราดไม่เก็บให้เรียบร้อย
“อยู่เฉยๆ เสื้อเปียกหมดแล้ว”ทำไมชอบดุนักนะผมไม่เข้าใจจริงๆ
“ก็เพราะใครดันมาจนผมชนซิงก์เปียกๆล่ะ”บ่นด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด “โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วไม่ต้องให้มาล้างมือให้หรอกน่า”ผมบอก แล้วเบี่ยงตัวหลบไปมาจะให้เขาปล่อยแต่ก็ไม่เป็ผล
“รู้แล้วว่าโตไม่งั้นคงไม่หาลูกเขยให้แม่ตัวเองหรอก” ร่างสูงเอ่ยแซวพร้อมทั้งกดจมูกลงบนแก้มของผมฟอดหนึ่ง
“ผมไม่ได้อยากเป็แบบเสียหน่อย”ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่าตัวเองไม่ได้เต็มใจแต่งงานเลยสักนิดหนึ่ง ระหว่างที่กำลังเถียงเขาอย่างเอาเป็เอาตายเขาก็หยิบขวดน้ำที่บรรจุของเหลวที่ออกสีเหลืองอมเขียวขุ่นๆ ออกมาเทลงบนมือผมผมคิดว่ามันคือน้ำมะกรูดเพราะดมจากกลิ่นก็คิดว่าน่าจะใช่
“เสร็จแล้ว” เขาโยนผ้าเช็ดมือที่แห้งและสะอาดมาให้ผมก็รับไว้
“เมื่อกี้น้ำอะไร”
“น้ำมะกรูดสดเอาไว้ล้างมือดับกลิ่นคาวได้ดีเลยล่ะ”เขาบอก
ก็เคยเห็นนะเวลาที่แม่ทำกับข้าวแล้วจะเอามะกรูดมาล้างมือแต่แม่ไม่ได้คั้นเอาน้ำแบบนี้แม่จะใช้มีดแบ่งผลมันออกเป็สองส่วนแล้วก็ล้างทั้งเปลือกเลยพอมาเห็นแบบนี้ก็เลยไม่แน่ใจเลยลองถามดู
“ไปเตรียมตัวได้แล้ว”