ฝ่ามือธุลีจันทรา แสงจันทราทะยานฟ้า!!
เปรี้งงงงงงง!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นมาดาบปราณจันทร์เสี้ยวได้ปะทะเข้ากับกระบี่พิฆาตอาชาของต๊กโกวฉิวหลงที่เหวี่ยงขึ้นมารับได้อย่างฉิวเฉียด ปราณดาบนั้นได้แตกกระจายออกและส่งไอเย็นออกมาแต่เพียงชั่วพริบตาไอเย็นเหล่านั้นก็ถูกทำลายลงด้วยไอร้อนจากร่างของจระเข้เพลิงโลหิต!
ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้พุ่งทะยานร่างออกมาฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาได้เปล่งแสงสีฟ้าเยือกแข็ง ไอร้อนรอบด้านได้ถูกต่อต้านด้วยปราณเก้าเยือกแข็งสีฟ้าเยือกที่ถูกส่งออกมาจากร่างกายของถังเฟยหู่
ฝ่ามือธุลีจันทราทวิดาราเยือกดาว!!
ร่างของถังเฟยหู่ที่สวมใส่หน้ากากปีศาจอยู่ได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับฟาดฝ่าทั้งสองข้างออกไป! ปราณเยือกแข็งห่อหุ้มฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาไว้ภาพมายาปราณจันทราปรากฏขึ้นบนฝ่ามือทั้งสองข้าง ต๊กโกวฉิวหลงที่พึ่งรอดตายมาอย่างฉิวเฉียดได้ตวัดกระบี่ยาวออกในแนวขวางเพื่อฟาดฟันใส่ฝ่ามือทั้งสองที่กำลังเข้ามา!
แต่ในชั่วพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ลดฝ่ามือข้างหนึ่งของตนลงมาให้ต่ำลงและหดฝ่ามืออีกข้างหนึ่งเข้าหาตัวแทนฝ่ามือข้างที่เขาหดกลับมาได้หมุนข้อมือและโคจรปราณไหลเวียนกลับไปเพื่อเปลี่ยนกระบวนท่าโดยปราณไม่ตีกลับฝ่ามืออีกข้างที่อยู่ด้านหน้าได้หุบข้อมือลงและใช้ข้อมือกระแทกใต้กระบี่จนกระบี่นั้นกระเด้งขึ้นด้านบนจนกระบวนท่าของต๊กโกวฉิวหลงผิดเพี้ยนและฟันพลาดถังเฟยหู่ได้หลบรอดจากคมกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงอย่างฉิวเฉียดและเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือเยือกแข็งนั้นกระแทกเข้าสู่กลางลำตัวของต๊กโกวฉิวหลงอย่างถนัดถนี่!
ตู้มมมมม!!
ร่างของต๊กโกวฉิวหลงถูกส่งลอยถอยหลังกลับไปหลายจั้งก่อนที่จะหลุดเลือดได้ขึ้นมาถึงคอของเขาแต่เขากลับอดกลั้นมันไว้และกล้ำกลืนมันกลับลงไปเขาไม่ยินยอมเสียหน้าด้วยการกระอักเลือดให้ศัตรูเห็นโดยเด็ดขาด! เขาจับจ้องไปทางศัตรูด้วยสายตาอาฆาตและโกรธเคือง
ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นราวกับเป็นนรกสีแดงที่พวยพุ่งไปด้วยแสงสีแดงเลือดของหินหลอมเหลวบางคราหินหลอมเหลวเหล่านั้นก็จะปะทุขึ้นมาซึ่งเขาจำเป็นต้องหลบพวกมันให้ทันไม่เช่นนั้นอาจจะบาดเจ็บอย่างหนักเขาได้มองสำรวจอีกฝ่ายก็พบว่าอีกฝ่ายได้ปกปิดตัวตนไว้ด้วยหน้ากากครึ่งซีกจึงทำให้ไม่ทราบถึงใบหน้าที่แท้จริง
“ฝ่ามือธุลีจันทรา…แกเป็นนักฆ่าของสำนักแปดดารา?”ต๊กโกวฉิวหลงกล่าวความคิดของตนเองออกมาเมื่อเห็นกระบวนท่าของอีกฝ่าย ในฐานะสำนักคู่แข่งในพื้นที่เดียวกันจึงทำให้เขารับรู้ถึงกระบวนท่าของอีกสำนักเป็นอย่างดีแต่เขาก็ยังไม่ปักใจมากนักเพราะนักฆ่าไม่สมควรจะใช้วิชาของสำนักออกมาโดยง่ายเช่นนี้
แต่วิชาฝ่ามือธุลีจันทราก็เป็นวิชาประจำสำนักที่สำคัญคนนอกยากที่จะฝึกฝนวิชานี้ได้ จึงทำให้เขาไม่ตัดความคิดข้อใดข้อหนึ่งของตนไปเขาได้กระชับกระบี่พิฆาตอาชาของตนขึ้นมาพร้อมกับชี้กระบี่ไปทางถังเฟยหู่
“แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตาม…เจ้าจะต้องตายภายใต้คมกระบี่ของข้า! ข้าจะให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของสกุลต๊กโกว!”ในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงได้พุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วเพื่อกับวาดกระบี่ออกไปอย่างหักโหมคลื่นน้ำรอบด้วยราวกับจะถูกกระบี่ยาวนั้นชักนำจนเปลี่ยนทิศทาง
ตู้มมมมม!!
ในตอนนั้นเองที่พื้นด้านล่างได้เกิดการปะทุของหินหลอมเหลวขึ้นใส่ร่างของถังเฟยหู่ชายหนุ่มได้พลิกตัวหลบแต่แล้วกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงเองก็ตามมาไม่ห่างกลายเป็นศึกสองด้านที่ยากรับมือแม้เขาจะมีขอบเขตการฝึกตนต่ำกว่าต๊กโกวฉิวหลงแต่การฝึกฝนร่างกายและความหนาแน่นของปราณไม่นับว่าด้อยกว่าเท่าไหรนัก
ปราณมารไร้ลักษณ์กายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจวังวนมาร!
ฝ่ามือธุลีจันทรา พิรุณเยือกดารา!
ในตอนนั้นเองที่รอยสักมารแห่งหมึกปีศาจได้ปรากฏบนแขนทั้งสองข้างของเขาปราณมรณะจากมุกมารได้ถูกลอบดึงมาใช้ในชั่วพริบตา ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาได้แปลงแสงสีฟ้าเยือกการโจมตีต่อเนื่องอันรวดเร็วได้บังเกิดขึ้นมาต่อต้านกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงที่ได้พุ่งเข้ามา
กายหยาบมารของหมึกปีศาจได้เพิ่มพูนพลังกายของเขาให้มากขึ้นถึงแปดท่า! แต่ละฝ่ามือที่ฟาดออกไปของเขาราวกับทำให้ห้วงน้ำโดยรอบเกิดการระเบิดขึ้นด้วยแรงซัดอันมหาศาลเหล่านั้นแม้แต่ต๊กโกวฉิวหลงยังไม่อาจรับการโจมตีที่ดุเดือดเช่นนี้ไว้ได้
ตู้มมมม!! ตู้มมมมมม!!
ร่างของต๊กโกวฉิวหลงได้ลอยถอยหลังกลับไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจควบคุมแต่มีหรือที่เขาจะยอมแพ้โดยง่ายเช่นนี้!ต๊กโกวฉิวหลงได้ใช้กระบี่พิฆาตอาชาในการป้องกันร่างของตนเองไว้อีกทั้งพยายามจะฟันกระบี่สวนกลับไปอีกด้วย! แต่ไม่กี่อึดใจเท่านั้นที่ต๊กโกวฉิวหลงรู้สึกว่าการโจมตีของอีกฝ่ายอ่อนกำลังลง
‘ตอนนี้ละ!’ ต๊กโกวฉิวหลงเล็งเห็นจังหวะในการสวนกลับเขาได้เร่งเร้าปราณเจ็ดสำเนียงของตนขึ้นมา ปราณวายุครอบคลุมกระบี่พิฆาตอาชาไว้จนหมดสิ้นต๊กโกวฉิวหลงกระชับกระบี่ในมืออย่างมั่นคงและตวัดกระบี่นั้นออกไปอย่างรวดเร็ว!
ครืนนนนน!
คลื่นวายุที่บังเกิดขึ้นม้วนเอาห้วงน้ำใต้ท้องทะเลให้ปั่นป่วนคลื่นวายุที่โหมกระหน่ำได้ม้วนเข้าใส่ร่างกายของถังเฟยหู่อย่างถนัดถนี่ ถังเฟยหู่ที่ใช้กำลังอย่างหักโหมจากกายหยาบมารทำให้ผลาญปราณมรณะไปอย่างรวดเร็วอีกทั้งการใช้กายหยาบมารของหมึกปีศาจยังสร้างภาระให้กับร่างกายจึงทำให้เขาไม่สามารถใช้เคล็ดวิชานี้ได้นานมากนักต๊กโกวฉิวหลงที่สังเกตเห็นถึงสิ่งนี้จึงได้โจมตีกลับอย่างทันท่วงที ถังเฟยหู่ที่ถูกโจมตีจนร่างถอยหลังกลับไป
ในตอนนั้นเองที่พื้นเบื้องล่างที่เกิดรอยร้าวที่ส่องแสงสีแดงเพลิงได้ปะทุขึ้นมาพร้อมกับหินหลอมเหลวที่พวยพุ่งขึ้นมา! ซึ่งในตอนนั้นเองที่เคล็ดหัวใจพิณของเขาได้ทำงานขึ้นมาจิตใจของเขาได้สงบลงราวกับเสียงพิณอันแผ่วเบาเขาได้พลิกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาและโคจรปราณเก้าเยือกแข็งขึ้นมาอย่างทันท่วงที
ฝ่ามือธุลีจันทราเหมันต์เยือกธุวดารา!
ตู้มมมมมม!!
ปราณเก้าเยือกแข็งถูกรวมไว้ยังกลางฝ่ามือข้างขวาของถังเฟยหู่ปราณเหล่านั้นรวมตัวและบิดหมุนราวกับเกรียวคลื่นที่กลางฝ่ามือในตอนนั้นเองที่เขาได้ผลักฝ่ามือของตัวเองออกไป!ในพริบตานั้นเองที่ลำแสงปราณสีฟ้าเยือกแข็งได้พุ่งออกไปจากฝ่ามือของเขาราวกับเสาแสงต้นหนึ่งที่พุ่งเข้าจู่โจมหินหลอมเหลวด้านล่าง!
ราวกับเสาแสงสีฟ้าและแดงได้ปะทะเข้าใส่กัน! พลังสองขั้วที่แตกต่างกันได้ทำลายล้างกันเองอย่างหักหาญแต่ดูเหมือนว่าลำแสงปราณสีฟ้าจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบกว่ากันมากนักแต่เป้าหมายของถังเฟยหู่มิใช่การจู่โจมเพื่อเอาชนะหักหาญแต่เขาต้องการที่จะสร้างช่วงเวลาสำหรับการหนีของตน!
ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับผสานกายหยาบมารแห่งปลาปีศาจ!
พริบตาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู้ได้กระตุ้นปราณมรณะจากมุกมารทั้งสามหลังจากผ่านการใช้งานในแดนลับทะเลปีศาจมาหลายต่อหลายครั้งจนชำนาญเขาสามารถเรียกกายหยาบมารออกมาได้ดั่งใจและยิ่งเป็นกายหยาบมารแห่งปลาปีศาจนับว่าเขามีความชำนาญมากที่สุดอีกด้วย!
รอยสักมารปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างของเขาความเข้ากันกับสภาพแห่งท้องทะเลนับว่าเพิ่มพูนมากขึ้น การเคลื่อนที่ใต้ทะเลของเขาเพิ่มสูงขึ้นเขาได้โคจรปราณลงไปบนฝ่าเท้าและหลบหลีกไปมาอย่างน่าสับสนร่างของเขาพริ้มไหวดุจอสรพิษตนหนึ่งที่แหวกว่ายไปในท้องทะเลรอบร่างกายของเขาได้แผ่ไอเย็นออกมาต่อต้านคลื่นความร้อนของห้วงทะเลที่ถูกแปรเปลี่ยนโดยจระเข้เพลิงโลหิตร่างของถังเฟยหู่ได้พริ้วไหวและเคลื่อนเข้าไปใกล้ร่างของต๊กโกวฉิวหลงอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือธุลีจันทราแสงจันทราทะยานฟ้า!
ฟิ้วววววว!!
ฝ่ามือของถังเฟยหู่เรืองแสงปราณสีฟ้าและปรากฏปานจักทราขึ้นบนฝ่ามือจากนั้นเขาได้ตวัดมือฟันและปล่อยปราณดาบจันทร์เสี้ยวออกไป! ปราณดาบนั้นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วแต่ต๊กโกวฉิวหลงหาได้กลัวไม่เขาตวัดดาบฟันออกไปและทำลายปราณดาบนั้นด้วยปราณวายุที่เคลือบกระบี่ของตน!
เปรี้ยงงงง!
“คิดว่าวิธีเดิมจะได้ผลซ้ำสองหรืออย่างไร!” ต๊กโกวฉิวหลงกล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราด! กระบี่พิฆาตอาชาของเขาทำลายปราณดาบจันทร์เสี้ยวจนแตกเป็นเสี่ยงแต่ก่อนที่เขาจะได้ดีใจนั้นเองก็พบว่ามีปราณดาบจันทร์เสี้ยวพุ่งมาจากอีกทิศทางหนึ่งเขาได้วาดกระบี่ออกไปเพื่อต้านรับเอาไว้
“เหอะ! หมาลอบกัดลอบทำร้ายคนจากด้านหลัง!” ต๊กโกวฉิวหลงกวาดตาตามหาถังเฟยหู่แต่การปะทุของหินหลอมเหลวกำลังเพิ่มมากขึ้นทำให้ทัศนวิสัยของเขาต่ำลงไปเรื่อยๆแต่ในตอนนั้นเองที่มีปราณดาบจันทร์เสี้ยวพุ่งมาอีกจากหลายทิศทาง
ถังเฟยหู่นั้นได้ใช้ประโยชน์จากเสาเพลิงของหินหลอมเหลวที่กำลังปะทุในการอำพรางร่างกายของตนเองไว้ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับนับว่ามีความได้เปรียบอย่างมากในการใช้ล่อหลอกและทำให้ศัตรูสับสนมึนงงเขาพยายามเคลื่อนที่ไปโดยรอบบริเวณเพื่อใช้ฝ่ามือแสงจันทราทะยานฟ้าในการฟาดฟันอีกฝ่าย
แต่ต๊กโกวฉิวหลงนั้นมิใช่หมูในอวยที่ให้เล่นงานโดยง่าย! ทุกการโจมตีของถังเฟยหู่กลับถูกกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงทำลายลงอย่างต่อเนื่อง!ในตอนนั้นเองที่มีปราณดาบจันทร์เสี้ยวเล่มหนึ่งได้พุ่งเข้ามาหาต๊กโกวฉิวหลงแต่ทุกดาบเขาก็สามารถรับการโจมตีเหล่านั้นได้โดยง่าย
ต๊กโกวฉิวหลงได้ยิ้มเยาะออกมา “เหอะ!เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็สมควรออกมารับความตายของกระบี่ข้าเสีย! จะดิ้นรนให้เปลืองแรงทำไมกัน!” ต๊กโกวฉิวหลงตวัดกระบี่พิฆาตอาชาออกไปอย่างไม่ใส่ใจไปทางปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ใกล้เข้ามาแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ถังเฟยหู่ได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว!
ญาณโลหิต ตาเหยี่ยวพันลี้!
ฝ่ามือธุลีจันทราแสงจันทราทะยานฟ้า!
ฟิ้วววววว!
ดวงตาสีดำจากปราณมรณะของถังเฟยหู่ได้กลายแหล่งรวบรวมสายเลือดที่กลายพันธุ์ด้วยการควบคุมของญาณโลหิต! ดวงตาสีดำนั้นเปล่งแสงสีม่วงดำอันลึกลับสายตาของเขากลับกลายเป็นเฉียบคมมากขึ้นซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ถังเฟยหู่ปะทุพลังปราณเก้าเยือกแข็งขึ้นมาและรวบรวมไว้ในฝ่ามือ!
ถังเฟยหู่ได้สะบัดมือฟันและได้ปล่อยแสงจันทราทะยานฟ้าออกไป! ปราณดาบจันทร์เสี้ยวนั้นพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ! ปราณดาบสีฟ้าเยือกนั้นพุ่งออกไปตามหลังแต่ไปถึงก่อนมันได้ติดตามปราณดาบเล่มก่อนหน้าไปอย่างแม่นยำ!ปราณดาบนั้นได้สัมผัสปราณดาบก่อนหน้าอย่างแม่นยำก่อนที่กระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงจะไปถึง!
เมื่อปราณดาบจันทร์เสี้ยวทั้งสองสัมผัสกันพวกมันได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว! ปราณดาบที่หลอมรวมกันได้กลับกลายเป็นปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ใหญ่กว่าดาบรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมและแหลมคมยิ่งกว่า!
ในพริบตาที่ปราณดาบเล่มใหม่ได้ก่อเกิดขึ้นมาในชั่วอึดใจกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงที่กำลังจะกระทบถูกปราณดาบกลับพลาดไป! นั่นเพราะปราณดาบตรงหน้าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและความเร็ว! อยู่ๆมันก็พุ่งอย่างรวดเร็วและทำให้การฟันของต๊กโกวฉิวหลงผิดจังหวะ! ปราณดาบนั้นพุ่งออกไปใส่ลำคอของเขาอย่างรวดเร็ว!
ฉัวะ!
เสียงปราณดาบเฉือนเนื้อได้ดังขึ้น! ต๊กโกวฉิวหลงที่กำลังถูกปราณดาบตัดคอกลับพยายามเอี้ยวคอหลบอย่างสุดชีวิต! ปราณแห่งวายุถูกโคจรออกมาด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อเพิ่มความเร็วในการหลบของเขาคอของต๊กโกวฉิวหลงหลบรอดจากคมของปราณดาบจันทร์เสี้ยวอย่างฉิวเฉียด เขาได้เข้าใกล้หุบเหวแห่งความตายเพียงเอื้อม!
ต๊กโกวฉิวหลงตวัดสายตากลับไปมองถังเฟยหู่ที่พุ่งตัวหลบไปมาเขาได้กระชับกระบี่ของตนพร้อมกับ ปราณวายุโหมกระหน่ำเบื้องหลังของต๊กโกวฉิวหลงได้เกิดมายาปราณของอินทรีปีกทองขึ้น!
สายเลือดอินทรีปีกทอง!
ต๊กโกวฉิวหลงได้กระตุ้นสายเลือดแห่งสกุลต๊กโกวของตนเองขึ้นมา! แม้ตัวเขาจะเป็นเพียงตระกูลสาขาที่สายเลือดเจือจางแต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังคงมีสายเลือดของเทพอินทรีปีกทองไหลเวียนอยู่ในกาย!มายาปราณแห่งอินทรีปีกทองได้พุ่งตัวออกไปเบื้องหน้าของต๊กโกวฉิวหลงก่อนที่จะหลอมรวมเข้าไปในกระบี่ของเขา!
นี่คือความสามารถของสายเลือดอินทรีปีกทอง!การหลอมรวมกับอาวุธเพื่อเพิ่มระดับพลังของอาวุธ ใบหน้าของต๊กโกวฉิวหลงปรากฏความบ้าคลั่งลมบ้าพายุอันบ้าคลั่งก่อเกิดบนกระบี่พิฆาตอาชาพลังที่ราวกับทำลายล้างทุกสรรพสิ่งกลุ่มหนึ่งแผ่กระจายออกมาจากคมกระบี่!
ต๊กโกวฉิวหลงในตอนนี้ราวกับได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ว่ากันว่าที่สกุลต๊กโกวมีชื่อเสียงในการสู้รบก็เพราะความสามารถของสายเลือดอินทรีปีกทองพลังสายเลือดชนิดนี้ทำให้พวกเขาบรรลุถึงสำนึกของอาวุธโดยง่ายการควบคุมอาวุธที่ไร้เทียมทาน เป็นยอดนักใช้อาวุธในสมรภูมิ!
แต่นั่นก็เป็นเพียงความสามารถพื้นฐานของสายเลือดสกุลต๊กโกวเท่านั้น! โดยแท้จริงแล้วครอบครองสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลต๊กโกวก็อาจจะสามารถบรรลุขอบเขตความสามารถที่แท้จริงได้นั่นก็คือการก่อร่างสร้างอาวุธขึ้นจากพลังสายเลือด!ในรายนามยอดยุทธ์ห้าตระกูลแห่งแผ่นดินมีคนผู้หนึ่งจากสกุลต๊กโกวสามารถครอบครองความสามารถในตำนานนี้และใช้มันเพื่อก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของยุทธภพ!
คนผู้นั้นก็คือจ้าวศาสตราวิญญาณต๊กโกวเหยาเจี้ยน!
ซึ่งในตำราโบราณเกี่ยวกับเทพเจ้าอินทรีปีกทองได้บอกกล่าวเกี่ยวกับเรื่องรากเหง้าแห่งสายเลือดนี้ไว้เทพเจ้าอินทรีปีกทองเป็นเทพแห่งศาสตรา ปีกสีทองของเทพองค์นี้ประกอบขึ้นจากอาวุธนับพันนับหมื่นที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันจนเป็นปีกสีทองปีกศาสตราก็คือความสามารถสูงสุดของสายเลือดนี้!
แต่ความสามารถเหล่านั้นอยู่ในขอบขั้นที่สูงเกินต๊กโกวฉิวหลงมากจนเกินไป! สิ่งที่สำคัญสำหรับเขาคือการจัดการศัตรูตรงหน้านี้!สำนึกแห่งกระบี่ถูกใช้ออกมากระบี่พิฆาตอาชาร้องก้องกังวาลปล่อยพลังสะกดข่มที่มองไม่เห็นออกมา
ในตอนนั้นเองที่ภายในห้วงวิญญาณใจกลางตันเถียนของต๊กโกวฉิวหลงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นตราแห่งญาณที่นิ่งสงบมาตลอดได้ถูกกระตุ้น ญาณซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิดโดยสมบูรณ์! ตราแห่งญาณสีเขียวมรกตได้เกิดการเคลื่อนไหวและส่งกระแสลมสีเขียวบางอย่างกระจายออกมา
ญาณแห่งวายุ!
เมื่อญาณแห่งวายุถูกกระตุ้นขึ้นปราณแห่งวายุที่ครอบคลุมกระบี่พิฆาตอาชาอยู่ก็ดูเหมือนจะมีอำนาจทำลายล้างมากขึ้นอีกหลายส่วนดวงตาของต๊กโกวฉิวหลงเต็มไปด้วยความมั่นใจเขาต้องการที่จะบดขยี้ถังเฟยหู่ให้ตายภายในดาบเดียวชายที่มีความมั่นใจสูงอย่างเขากลับพลาดท่าให้กับศัตรูเหมือนคนโง่!
เขาไม่อาจยอมได้! ไม่อาจยอมรับได้!!
ต๊กโกวฉิวหลงจับกระบี่พิฆาตอาชาด้วยสองมือปราณของเขาปะทุขึ้นมาดุจดั่งพายุคลั่งเขาได้เงื้อกระบี่ขึ้นสู่เบื้องบนเหนือศีรษะของตนเองมายาปราณวายุได้ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นอินทรีอยู่เบื้องหลังของเขา และในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงได้วาดกระบี่พิฆาตอาชาลงมา!
ปราณแห่งวายุถูกควบแน่นและถล่มทลายลงมาจากเบื้องบนกลายเป็นกระบวนท่าโจมตีวงกว้างด้วยคมกระบี่!มายาปราณแห่งอินทรีได้พุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนเสียงอินทรีร้องคำรามอย่างน่าเกรงขาม!แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปอย่างยาวนานแต่การโจมตีของศาสตร์วายุสำคัญที่ความเร็วและเฉียบคมการโจมตีของต๊กโกวฉิวหลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเสียจนศัตรูไม่อาจรับรู้หรือหลบรอดไปได้! ถังเฟยหู่ที่อยู่ในระยะการโจมตีของต๊กโกวฉิวหลงหากคิดจะหลบก็คงยาก!
แต่ถังเฟยหู่ไม่ยินยอมรับความตายเพียงเรื่องแค่นี้! ในตอนนั้นเองที่เขาได้เร่งเร้าโคจรปราณกระตุ้นปลอกแขนอสูรเมฆาบนแขนอาวุธจิตวิญญาณชิ้นนี้ได้ขยับเคลื่อนไหวและเปลี่ยนกลายเป็นรูปร่างธนูในทันที มืออีกข้างของเขาก็ได้สร้างลูกศรจากโซ่ปราณที่หนาแน่นขึ้นมาและประทับลูกศรลงบนคันธนูในทันที!
ธนูเซียนพยัคฆ์ สามเซียนวายุ ผสานกายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจ!
ปราณมรณะของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาในชั่วพริบตาจากมุกมารทั้งสามรอยสักมาปรากฏขึ้นบนแขนของเขาแทบจะในทันที เขาได้ดึงรั้งสายของธนูด้วยแรงอันมหาศาลลูกศรแปลกประหลาดที่มีร่องแปลกประหลาดอยู่บนนั้นถูกดึงจนสุดแขน
และในชั่วพริบตาก่อนที่กระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงจะมาถึงเขาก็ได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดของตนเองลงไปเหมือนกัน ญาณแห่งโลหิตถูกกระตุ้นและรวบรวมพลังสายเลือดที่กลายพันธุ์ไว้ในดวงตาทั้งสองข้างวิชาตาเหยี่ยวพันลี้ถูกใช้ออกมาอย่างเร่งร้อนภาพวายุโหมกระหน่ำที่กำลังถล่มลงมาได้อยู่ภายใต้การมองของเขาแล้ว
ดวงตาของเขากวาดมองแทบทุกมุมของวายุตรงหน้าเพื่อหาจุดอ่อนทุกเสี้ยววินาทีที่ผ่านไปเท่ากับเข้าใกล้ความตายไปเรื่อยๆ แต่ถังเฟยหู่ก็หาได้ตื่นตกใจไม่เคล็ดหัวใจพิณทำให้เขาสามารถรวบรวมสมาธิของตนด้วยจิตที่สงบนิ่งได้ และในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่สามารถสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง
‘จุดนี้คือใจกลางของกระบวนท่าเปรียบเหมือนดั่งตาของพายุที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งจุดนี้ก็น่าจะคือจุดอ่อนเช่นกัน! ได้แต่เดิมพันด้วยชีวิตแล้ว!’ ถังเฟยหู่ได้ชี้ปลายลูกศรของตนเองไปยังใจกลางของคลื่นลมอันบ้าคลั่งที่กำลังถาโถมเข้ามา! และในตอนนั้นเองที่เขาได้ปล่อยลูกศรดอกนั้นออกไป!
ฟิ้ววววววว!!
ด้วยพลังกายที่เพิ่มขึ้นแปดเท่าของกายหยาบมารทำให้ลูกดอกนั้นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วและเป็นลูกศรที่รวดเร็วและรุนแรงมากที่สุดเท่าที่เขาเคยยิงออกไป!ด้วยรูปร่างพิเศษของลูกศรดอกนั้นจึงทำให้บังเกิดเกรียวน้ำอันแปลกประหลาดราวกับเป็นพายุใต้น้ำอีกลูกหนึ่ง
แต่นั่นก็ไม่อาจเทียบกับผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์วายุอย่างต๊กโกวฉิวหลงได้ส่วนศรสามเซียนวายุของถังเฟยหู่นั้นเดิมทีเป็นการสร้างคลื่นลมด้วยกำลังหาใช่ความเชี่ยวชาญในศาสตร์วายุไม่ ลูกธนูดอกนี้ย่อยต้องด้อยกว่าอยู่แล้ว แต่จุดประสงค์ของเขาหาใช่การหักหาญด้วยกำลังอยู่แล้ว!
ศรวายุของถังเฟยหู่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและใกล้จะปะทะกับคลื่นวายุคลั่งจากกระบี่พิฆาตอาชาของต๊กโกวฉิวหลงและในตอนนั้นเองที่ศรวายุของถังเฟยหู่พุ่งเข้าสู่ใจกลางของกระบวนท่าวายุของต๊กโกวฉิวหลงสายลมจากต่างทิศมาเจอกัน แต่ศรวายุที่แหลมคมและรุนแรงได้แทงเข้าไปในคลื่นลมอันร้ายกาจตรงหน้า!
ตู้มมมมม!!
เสียงระเบิดดังขึ้นที่ใจกลางกระบวนท่าของต๊กโกวฉิวหลงมายาปราณอินทรีเกิดการบิดเบี้ยวอย่างแปลกประหลาดขึ้นแม้กระบวนท่านั้นจะไม่ถูกทำลายแต่ก็ถูกทำให้เสียกระบวนไปหมดด้วยศรดอกนั้น! คลื่นลมทั้งหมดในกระบวนท่านั้นถูกสายลมของศรดอกนั้นกระแทกจนเสียรูปไปสิ้น!
‘ตอนนี้ละ!’ ถังเฟยหู่กล่าวขึ้นในใจเขาได้ปล่อยอาวุธลับหัวธนูออกมาจากปลอกแขนอสูรเมฆาถึงสองร้อยห้าสิบหกชิ้น! ปราณของเขาปะทุขึ้นมาอย่างหักโหมสองแขนของเขาขยับเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว!
เข็มทิพย์ดอกเหมย ดอกอิงฮวากั้นเมฆา!!
มายาปราณกลีบดอกอิงฮวาสีชมพูปลิวไสวไปทั่วทั้งบริเวณอาวุธลับทั้งสองร้อยกว่าอันได้ถูกควบคุมไว้โดยถังเฟยหู่ อาวุธลับทั้งหมดหมุนวนจนกลายเป็นโล่ปราณกำบังเพื่อปกป้องร่างกายของเขาซึ่งเป็นวินาทีเดียวกันกับที่คลื่นลมอันบ้าคลั่งของต๊กโกวฉิวหลงได้พุ่งเข้ามาปะทะกับโล่ปราณของเขาพอดิบพอดี!
ตู้มมมมม!!
การปะทะกันนั้นช่างรุนแรงเป็นอย่างมากเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โล่ปราณกำบังจากมายาปราณดอกอิงฮวาได้บังเกิดรอยร้าวขึ้นในทันทีและในวินาทีต่อมามันก็ได้แตกสลายในทันที!อาวุธลับทั้งสองร้อยชิ้นแตกกระจายไปคนละทิศคนละทางร่างของถังเฟยหู่ถูกกระแทกจนลอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว!
ตู้มมมมม!
เสียงระเบิดดังขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง ราวกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพื้นเบื้องล่างกลับเกิดการปะทุขึ้นของหินหลอมเหลวขึ้นมาในตอนนั้นเอง! ร่างของถังเฟยหู่ที่พุ่งไปอย่างไม่อาจควบคุมกำลังจะเข้าชนกับเสาเพลิงนั้น!!
“บ้าเอ้ย!”ถังเฟยหู่ร้องคำรามออกมาเมื่อเจอแบบนี้เขาเร่งร้อนใช้กายหยาบมารแห่งปลาปีศาจออกมา!รอยสักมารรูปเกล็ดปลาได้ปรากฏขึ้นบนร่างของเขาซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ร่างของเขาได้พุ่งเข้าใส่เสาเพลิงนั่น! ถังเฟยหู่รูปสึกเจ็บปวดราวกับร่างทั้งร่างถูกเผาทั้งเป็น!
เมื่อร่างของเขาผ่านออกจากเสาเพลิงนั้นออกมาก็ปรากฏรอยแผลไหม้จำนวนมากบนร่าง! หากเขาไม่เคยเรียนรู้วรยุทธ์ฝึกการหรือไม่มีกายหยาบมารแห่งปลาปีศาจเขาก็อาจจะบาดเจ็บหนักกว่านี้จนถึงขั้นถูกเผาจนตายไปเลยก็ได้!
ตู้มมมมม!
ร่างของถังเฟยหู่ลอยออกไปและกระแทกเข้ากับร่างของจระเข้เพลิงโลหิต! ความร้อนจากร่างของมันได้เผาผลาญร่างของถังเฟยหู่อีกครั้งถังเฟยหู่ได้โคจรปราณเก้าเยือกแข็งออกมาโดยเร็วเพื่อต่อต้านความร้อนรวมถึงบรรเทาความเจ็บปวดจากพลังความร้อนของจระเข้เพลิงโลหิต
ถังเฟยหู่ชันกายลุกขึ้นมาพร้อมกับจับจ้องไปทางต๊กโกวฉิวหลงที่กำลังลอยตัวอยู่กลางห้วงทะเลที่พื้นเบื้องล่างกลายเป็นนรกสีแดงเขาดูถูกศัตรูผู้นี้จนเกินไป! เขาดูถูกหนึ่งในยอดสายเลือดแห่งห้าตระกูลจนเกินไป
และในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้หันหลังกลับไปมองเบื้องหลังของเขาคือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของสำนักเสียงสวรรค์ในตอนนั้นเองที่เขาได้บังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา!เขาได้เผยรอยยิ้มที่แปลกประหลาดออกมาพร้อมกับเอื้อมมือออกไปสัมผัสยังร่างของจระเข้เพลิงโลหิตเขาสัมผัสได้ว่าชีวิตของมันใกล้จะดับสูญ...
“เคล็ดกลืนกิน....”