“เฟิ่งเอ๋อร์มีเื่พูดกับเ้า”
‘เฟิ่งเอ๋อร์... เรียกกันสนิทสนมยิ่ง’ นางได้แค่พูดในใจด้วยท่าทีเบื่อหน่ายก่อนหันไปมองคนที่้าพูดกับตน
“อันใด”น้ำเสียงราบเรียบเรียกความสนใจจากแม่ทัพหนุ่มไม่น้อยเขามองนางด้วยความฉงนเมื่อเห็นว่านางไม่มีอาการหึงหวงเหมือนอย่างเคยซึ่งสายตาเช่นนั้นนางก็ได้รับจากโจวเฟิ่งจิ่วเช่นกัน
“เซียนอะ...”
“อย่าเรียกชื่อข้าเช่นนั้นข้ากับเ้าหาได้สนิทกันไม่” ไป๋ฟางเซียนพูดขัดขึ้นทันทีให้ถูกเรียกด้วยความสนิทสนมโดยคนที่ตนเองไม่ชอบนี่ไม่มีวันเสียหรอกเสนียดชื่อนางหมดพอดี อีกอย่างนางหวังดีนะคนตรงข้ามจะได้ไม่ต้องอดทนเสแสร้งสนิทหวังดีกับนางให้เหนื่อย
“แต่เราคือเพื่อนรักกันนะ”
“หึเพื่อนที่จ้องแย่งบุรุษของเพื่อนข้าไม่้า”
“แต่ว่า”
“หากเ้ายังไม่เลิกเรียกข้าเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ไป๋ฟางเซียนพูดพร้อมมองไปที่อีกฝ่ายเขม็ง
“ฮึ! นางไม่อยากให้เรียกก็ไม่ต้องเรียกหรอกเฟิ่งเอ๋อร์สตรีเช่นนี้เ้าไม่ต้องสนิทด้วยเป็ดี”
“แต่ว่านางเป็เพื่อนข้านะเ้าคะพี่เหวิน”พูดจบแล้วก็รีบหลบสายตาคล้ายกลัวว่าแม่ทัพหนุ่มจะเห็นหยดน้ำตาสีใสที่พร้อมไหลทุกเมื่อ
“แสดงเก่ง”
“นี่เ้า!” หลี่เหวินหลางกดเสียงต่ำแต่ไป๋ฟางเซียนไม่สนใจ นางเลิกคิ้วยกยิ้มท้าทายก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงกังวานใสชวนให้เขาคล้อยตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็หลี่เหวินหลางที่เกลียดนางดังเดิม
“มีอันใดก็รีบพูดข้ามีกิจต้องทำ ไม่ได้ว่างมาตามก้นบุรุษที่แต่งงานแล้วเช่นจะ...”
“ฟางเซียน!” หลี่เหวินหลางตะคอกเรียกชื่อนางเสียงดัง
“อันใดของท่านอยู่ใกล้กันเพียงนี้ จะตะคอกทำไม ไม่เจ็บคอรึ...หรือว่ากลัวลืมชื่อภรรยาที่งดงามเช่นข้าเล่า”พูดแล้วก็ส่งสายตายั่วยวนเรียกสายตาต่อว่าและรังเกียจจากอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
‘ดี เกลียดข้าให้มาก ๆ ถึงเวลาจะได้ไม่ต้องมีห่วงอะไรมาผูกติดกัน’
ส่วนโจวเฟิ่งจิ่วที่ไม่ได้เห็นความเกรี้ยวกราดจากไป๋ฟางเซียนั้แ่คราแรกที่นางมาถึงก็ค่อนข้างแปลกใจนางพยายามยั่วโมโหให้อีกฝ่ายหลุดกิริยาเหมือนอย่างเคยก็ไม่ได้ผลเหมือนกับว่านางไม่ได้สลักสำคัญหรือมีผลต่อความรู้สึกอีกฝ่ายเลยสักนิดโจวเฟิ่งจิ่วคิดด้วยความหงุดหงิดพอได้ยินนางพูดกับพี่เหวินของนางด้วยน้ำเสียงและสายตายั่วยวนก็ยิ่งไม่พอใจสองมือที่ประสานกันบนหน้าตักกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ แต่นางไม่สนใจสองตาจ้องมองมารหัวใจตาแทบถลนถูกต่อว่านางพอทนได้แต่เห็นอีกฝ่ายยั่วยวนคนที่นางรัก นางทนไม่ได้จริง ๆ
“ข้ามาเยี่ยมเ้า”เมื่อไม่อาจทนเห็นอีกฝ่ายยั่วยวนคนรักต่อหน้าต่อตาได้นางจึงโพล่งออกไปและนั่นเรียกให้สตรีที่นางเกลียดชังหันกลับมาหานาง
“ั้แ่เ้าตกน้ำและฟื้นขึ้นมาข้าก็ไม่ได้มาเยี่ยมเ้าเลยขะ... ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ไม่้ามาเยี่ยมเ้านะ เ้าอย่าเข้าใจผิดไปที่ข้าเพิ่งได้มาในวันนี้เพราะข้าเพิ่งหายป่วยเช่นกัน” พูดออกไปด้วยท่าทีหวาดกลัว
ไป๋ฟางเซียนหรี่ตามองพลางครุ่นคิดในขณะที่หลี่เหวินหลางแทบจะเข้าไปตระกองกอดอีกฝ่ายอยู่แล้วไป๋ฟางเซียนมองภาพนั้นอย่างนึกสมเพช
สมเพชให้กับเ้าของร่างที่ตายไปสมเพชให้อย่างแท้จริง
‘นี่หรือบุรุษที่เ้ารัก เพื่อนที่เ้าเคยเรียกหาว่าสนิทนี่คือสิ่งตอบแทนต่อความรู้สึกเ้าหรือไป๋ฟางเซียน ชั่งน่าสมเพชยิ่ง’ ไป๋ฟางเซียนคิดอยู่คนเดียว น่าแปลกที่แม้เ้าของร่างตายไปแล้วแต่ความรู้สึกของอีกฝ่ายกลับไม่หายไปมันยังคงตราตรึงอยู่ที่หัวใจดวงนี้และชัดเจนในความรู้สึกยิ่งพอได้เห็นภาพตรงหน้าหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ก็เจ็บแปลบทันทีครู่หนึ่งนางมีสายตาเศร้าทว่าก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะเปลี่ยนเป็เฉยชา
ถึงจะบอกว่าชั่วครู่แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาดุจพญาเหยี่ยวอย่างหลี่เหวินหลางไปได้เขาจับจ้องนางอยู่เช่นกัน เพราะไม่เชื่อว่านางจะไม่รู้สึกอันใดเลยครั้นเห็นว่านางมีความเสียใจอยู่บ้างมุมปากของเขาก็กระตุกยิ้มก่อนจะไม่สนใจนางอีก
แม้หลี่เหวินหลางจะรู้สึกว่าภรรยาของตนเปลี่ยนไปหลังจากประสบเคราะห์ครั้งใหญ่แต่เขาหาได้รู้ไม่ว่านางมิใช่คนเดิมแล้ว
“ขอบใจที่คิดเป็ห่วงข้าแต่ข้าไม่้า เก็บความห่วงใยจอมปลอมของเ้ากลับไปเถอะ”
“ไป๋ฟางเซียน!” หลี่เหวินหลางกดเสียงต่ำ
“ใช่อันตัวข้า มีนามว่า ไป๋ ฟาง เซียน ท่านจะเรียกอันใดนักหนาเล่า”นางหันหน้าไปตอบเขาอย่างกวน ๆ พร้อมเน้นย้ำชื่อของตนทีละคำแม่ทัพหนุ่มขบฟันแน่นกำลังจะต่อว่าก็ต้องชะงักไป เมื่อคนที่ตนสนใจโพล่งขึ้นมา
“ฟางเซียน...หากเ้าโกรธเกลียดข้าเพราะเื่ของพี่เหวิน ข้าก็ขอโทษเ้าด้วย เพียงแต่ว่าเื่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ ข้าห้ามความรู้สึกตนเองไม่ได้ ฮึก! ข้าขอโทษ ฮือ ฮึก!”
โจวเฟิ่งจิ่วพูดแล้วก็ร้องไห้ปล่อยให้หยดน้ำตารินไหลอาบแก้มนวล มองดูแล้วน่าสงสารยิ่งสงสารที่การแสดงนี้ของนางไป๋ฟางเซียนหาได้หลงเชื่อไม่
“หากเ้าจะมาเพราะเื่เพียงเท่านี้ก็กลับไปเถิดข้าไม่อยากเสวนากับเ้า ท่านก็เช่นกันเป็บุรุษเพิ่งออกเรือนได้ไม่ทันไรก็คิดพาสตรีอื่นเข้าจวน แสดงออกว่ารักกันยิ่งไม่เห็นแก่หน้าข้าก็เห็นแก่หน้าท่านพ่อท่านแม่บ้างเถิด”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
“ไม่มากเลยสักนิดที่ข้าพูดเป็เื่จริงทุกประการ ในขณะที่ข้านอนป่วยที่เรือนท่านกลับไปเยี่ยมเยียนสตรีอื่นถึงจวนทั้งยังพานางมาหยามข้าถึงที่นี่ทันทีที่ข้าหายดี แล้วแบบนี้ท่านจะมาว่าข้าพูดเกินไปได้อย่างไร”
“เ้า!”
“โกรธข้ารึท่านคิดว่าโกรธเป็คนเดียวหรือ ข้าก็โกรธท่านเช่นเดียวกันภรรยาคนงามก็นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านกลับโอบกอดสตรีอื่นหวังปลอบโยน แล้วตัวข้าเล่าข้าที่ต้องมาเห็นภาพน่ารังเกียจเช่นนี้ควรรู้สึกเช่นใด ยินดีปรีดาหรือไม่หากท่านรักนางมากก็ตบแต่งให้มันเรียบร้อยเสียผู้อื่นจะได้ไม่ว่าท่านพ่อท่านแม่ได้ว่าไม่สั่งสอนบุตร”
“ฟางเซียน!” หลี่เหวินหลางตะคอกชื่อนางเสียงดังกว่าครั้งไหน ความโกรธพลุ่งพล่านในจิตใจแล้วสะท้อนออกมาทางแววตา
“อันใดกันข้าแค่พูดความจริงก็โกรธแล้วรึ ท่านไม่ใช่เด็กแล้วนะหลี่เหวินหลางอันใดสมควรไม่สมควรก็คิดดูบ้างเถิด ส่วนเ้า... โจวเฟิ่งจิ่วในเมื่อเ้ารักบุรุษผู้นี้มากขนาดที่ไม่สนความถูกผิดไม่สนแม้แต่จะคิดว่าเขาเป็บุรุษของเพื่อน เ้าก็ให้เขาไปขอเ้ากับบิดาเ้าแล้วตบแต่งเข้ามาเถิด”
ไป๋ฟางเซียนพูดกับหลี่เหวินหลางก่อนแล้วจึงหันไปพูดกับอดีตเพื่อนรัก เสร็จแล้วก็ทำท่าจะเดินออกจากศาลาไปแต่เหมือนกับว่านางนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงได้ชะงักเท้าแล้วหันกลับมาพูดกับโจวเฟิ่งจิ่วอีกครั้งด้วยประโยคที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของคนฟังตบท้ายด้วยการฉีกยิ้มให้เบา ๆ กับสามีตัวดี จากนั้นจึงเดินจากมาทิ้งให้หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาเกรี้ยวกราด