แรงกดดันแผ่ลามออกมาจากร่างของคนที่เด็กกว่าเป็สิบปี ทั้งที่มองอย่างไรตนก็อยู่ในภาวะได้เปรียบไม่ว่าทั้งสภาพร่างกายหรืออาวุธที่ใช้ ไม่รู้ทำไมพอได้เห็นแววตาและสีหน้าของฝ่ายนั้นความรู้สึกหนาวชันกลับผุดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ความรู้สึกที่เรียกว่าความหวาดกลัว
“ เป็ไปไม่ได้ ข้าในตอนนี้เหนือกว่ามันเป็ไหนๆต่อให้มูนไนท์ก็ไม่แพ้ แล้วทำไมถึง... ” คำพูดทั้งมวลหายเข้าไปในลำคอเมื่อเ้าคนที่อยู่ห่างเข้าประชิด ตามมาด้วยกำปั้นที่กระแทกเข้าใส่ตำแหน่งเดิม
ยังคงเป็เช่นเดิมพลังหมัดถูกดูดซับเอาไว้เกือบสมบูรณ์ ความเสียหายไม่ได้ถูกส่งมายังเ้าของร่างนั่นทำให้มันเริ่มตั้งสติ หมัดถูกปล่อยสวนกลับหมายจะหยุดยั้งศัตรูและเป็อีกครั้งที่ทางนั้นหลบเลี่ยงและส่งลูกเตะสวนกลับ
รูปแบบการต่อสู้ยังคงดำเนินไปเช่นเดิมคนในเกราะยังคงโจมตีอย่างทื่อด้าน น้อยครั้งที่จะสามารถแตะต้องหรือโจมตีใส่ทางนั้นได้อย่างจริงจัง ริกเนสแม้จะระดมรัวการโจมตีมากเพียงไหนก็ไม่อาจเจาะผ่านเกราะนี้ไปได้เช่นกัน
ในคราแรกมันเป็แค่ความรำคาญหรือเื่ไร้สาระ สำหรับคนที่สั่งซื้อและได้ตรวจสอบประสิทธิภาพสินค้ามาก่อนย่อมรู้ ขนาดเครื่องยิงจรวดยังทำให้เ้านี่เสียหายแทบไม่ได้แค่เพียงกำปั้นที่ได้เกียร์เสริมพลังกายย่อมไม่อาจทำอะไรได้มากมาย
มันควรจะเป็แบบนั้นหากสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างหนุนเนื่องเริ่มสั่นคลอนความเชื่อมั่นในจิตใจไปทีละนิด
ลูกเตะกระแทกเข้าใส่่ท้องแน่นอนว่ามันไม่ได้ผล หากพอจะคว้าข้อเท้าร่างนั้นพลันดีดตัวก่อนส่งลูกเตะเข้ากระแทกใส่ปลายคางแรงกระแทกถูกดูดซับแต่แรงเตะยังมากพอจะส่งใบหน้าให้สะบัดอยู่เหมือนกัน
ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้นวินาทีที่สายตาไม่ได้จับจ้องสำหรับมันย่อมหมายความว่ายุติหนทางโต้ตอบ เท้าอีกครั้งขยับก่อนเปลี่ยนเป็การเกี่ยวพาร่างของตนขึ้นไปอยู่้า ใช้ขาสองข้างเป็ตัวเกี่ยวเข้าที่ลำคอก่อนหมัดและศอกจะระดมรัวเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
ท่วงท่าที่ไม่อาจทำได้ในยามปกติเพราะคนทั่วไปไม่อาจรับน้ำหนักขนาดนี้ได้ หากเพราะเกราะช่วยเพิ่มพละกำลังแม้จะมีอีกร่างมาะโเกาะก็ยังยืนหยัด กระนั้นมันกลับเป็ช่องว่างให้ลงมือได้ตามใจ
การโจมตีโถมเข้าใส่อย่างมืดฟ้ามัวดินทุกครั้งมันจะเกิดเสียงตันๆตามมา การโจมตีรัวเร็วเสียจนไม่มีโอกาสและทันได้โต้ตอบร้ายกว่านั้นคือการบดบังสายตา ทำให้คนที่โดนล็อคคอไม่อาจทำอะไรนอกจากเป็เป้าซ้อมต่อไปอย่างหนุนเนื่อง
มือเอื้อมหมายจะสะบัดร่างที่เกาะเป็ผีร้ายให้หลุดออกน่าเสียดายที่ไร้ผล ขาทั้งสองข้างเกาะแน่นพร้อมการโจมตียังคงรัวเข้าใส่จนเริ่มอื้ออึง แม้เกราะจะทนทานแต่การไม่อาจมองเห็นก็ทำให้มันสติแตกได้อย่างไม่ยากเย็น
“ โอว!! ” เสียงคำรามตามมาด้วยการทะยานออกไปทางด้านหลัง การเคลื่อนไหวเหมือนไร้ประโยชน์หากชายหนุ่มกลับเข้าใจจุดประสงค์ ไม่อะไรให้มากความร่างทะยานดีดตัวออกห่างจากเ้าคนที่คิดจะดับเครื่องชนโดยพลัน
หมวกเกราะฟาดเข้าใส่กำแพงจนเกิดเสียงดังสนั่นอิฐที่ใช้ก่อฉาบแตกกระจาย การกระแทกคล้ายฆ่าตัวตายหากมันทำให้เ้าคนที่เกาะติดอยู่กับศีรษะของตนหลุดออก อย่างน้อยก็ทำให้มันหวนกลับมาเป็อิสระอีกครั้ง
แม้จะแลกด้วยอีกหนึ่งฝ่าเท้าที่กระแทกเข้าซ้ำที่ใบหน้าก็ตาม
ร่างที่กระแทกเข้าใส่กำแพงยันกายขึ้นไม่มีอาการาเ็ใดๆเกิด เกราะต้านทานแรงโจมตีทั้งที่เกิดจากตัวเองและฝ่ายตรงข้ามไว้ได้สมบูรณ์ แตกต่างจากด้านจิตใจที่ยามนี้ความโกรธเริ่มครอบงำความนึกคิดทีละนิด
“ ฆ่า!! จะฆ่าแก ฆ่า ฟู่ ”
“ อ้าวๆ อะไรกันโดนไปแค่ไม่กี่ร้อยหมัดก็ของขึ้นซะแล้ว เอาจริงๆนี่ฉันยังไม่ได้นวดแกไปสักเท่าไหร่เลยนา ” คนต่อยเองก็ขยับยิ้มหมัดและศอกห้อเืจากการระดมต่อยสิ่งที่แข็งกว่า เ้าตัวกลับไม่ได้แม้แต่จะเหลือบแล
สายตาของมันจ้องมองมายังร่างของเขาราวกับ้าฉีกเป็ชิ้นๆ ความปรารถนาในการเข่นฆ่าอัดแน่นชวนให้อึดอัดหากคนเป็เป้ากลับไม่รู้สึกรู้สา เ้าตัวกลับแสยะยิ้มคล้ายจะถูกใจสิ่งนี้เสียด้วยซ้ำ
วินาทีต่อมาคนมองก็ขมวดคิ้วสายตาที่เ้าคนคลั่งจ้องมองกลับไม่ได้เหลือบมาทางตน ทั้งที่กำลังโกรธจนเืขึ้นหน้านอกจากจะไม่พุ่งเป้ามาที่เขาดันเหลือบไปทางอื่น ภาพที่ชวนให้เขาแปลกใจหากเขากลับไม่ยอมละสายตาจากทางนั้น เลือกจะใช้การได้ยินเพื่อยืนยันสิ่งที่อยู่ทางด้านหลัง
“ บอกก่อนว่าถ้าจะมาแย่งเหยื่อนี่รับรองมีเื่แน่นะเฮ้ยบอกเลย ” จะเป็ใครอื่นได้อีกนอกจากร่างในชุดนินจา คาไมทาจิผู้ยืนบนระเบียงของตึกหลังหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังของเขา
“ คิดว่าแค่มีจำนวนมากกว่าจะชนะข้าได้งั้นเรอะ เฮ้ย พวกเรามาเร็ว!! ” เสียงเรียกจากเ้าคนสวมเกราะที่เหมือนจะร้องเรียกใครบางคน น่าเสียดายที่มันกลับปราศจากการตอบกลับใดๆ
“ เฮ้ย!! ข้าสั่งไม่ได้ยินหรือไง ”
“ ลองเปิดประตูเข้าไปแล้วแกจะพบคำตอบ ” หาได้บอกออกไปโดยตรงกลับเลือกจะให้ไปดูให้เห็นกับตา ไม่อะไรให้มากความร่างนั้นหันหลังก่อนเดินไปยังตึกที่ตนเดินออก ปราศจากการขัดขวางของอีกสองรายที่เหลือ
พริบตาที่เดินเข้าไปภาพที่ปรากฏคือบรรดาร่างที่นอนกองอยู่กับพื้น บ้างก็ถูกดาบฟาดฟันบ้างก็ถูกคุไนปักอยู่บนอกแต่ที่ชวนให้ทึ่งที่สุดคือร่างที่สวมเกราะเหมือนกับตน สองคนที่ได้รับเกียร์ทรงพลังที่สามารถบดขยี้สิ่งต่างๆได้ดังใจยามนี้กลับนอนจมกองเื เกราะที่ภาคภูมิแตกร้าวหนึ่งในนั้นส่วนหมวกแตกออกเผยให้เห็นใบหน้าอีกรายก็ถูกมีดปาดลำคอจนแน่นิ่งไปแล้ว
“ หวาว เล่นซะเละเทะเลยวุ้ย แต่ก็จัดการได้เงียบดีจริงๆนั่นแหละ ”
“ ใครมันจะไปสู้กันซะดังสนั่นเหมือนอยากให้คนทั้งเมืองรู้ตัวแบบแก ” หนึ่งในทักษะที่นินจาถนัดสุดย่อมไม่ใช่ใดอื่นนอกจากการลอบเร้น การจัดการคนหนึ่งโหลต่อให้ติดอาวุธก็ไม่ได้เหลือบ่าฝ่าแรงอะไรสำหรับเ้าตัว
ผิดกับด้านของศัตรูร่างกายแข็งทื่อราวถูกสาปสีหน้าเื้ัหมวกเกราะอัดแน่นไปด้วยความใ ดวงตาฉายชัดถึงความไม่อยากเชื่อเมื่อได้เห็นสภาพลูกน้องรวมถึงชุดเกราะที่ภาคภูมิพังยับเยินเช่นนี้
“ ปะ เป็ไปได้ยังไง เกราะนี่มันราคาตั้งเป็หลายแสนแล้วทำไมถึง... ”
“ คิดว่าของพรรค์นั้นจะโค่นล้มพวกเราได้จริงๆงั้นรึ? ” อาจไม่ใช่เื่น่าอวดแต่เมืองนี้เต็มไปด้วยตัวประหลาดมากมาย ทุกคนต่างมีศักยภาพและความสามารถในแบบของตนไม่เหมือนของเหมาโหลจากโรงงานเช่นนี้
ปัญหาอย่างเดียวสำหรับพวกเขาคือการโจมตีทั่วไปไม่แรงพอจะเจาะเกราะได้ ปัญหานี้ถูกแก้ไขได้เมื่อเขาพบจุดอ่อนตรงลำคอเลยเอาดาบปาดโดยตรง ส่วนอีกศพดันตายเพราะมัวแต่ปกป้องคอเลยไม่ได้สนใจการโจมตีอย่างอื่นของเขาแต่อย่างใดการสังหารจึงไม่ได้ยากเย็นอะไร
อย่างดีก็เป็ได้แค่ของฆ่าเวลายามว่างไม่มีทางต้านทานพวกเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายได้
“ แกเองก็เหมือนกันริกเนส รีบจัดการมันได้แล้วถ้าจะเล่นช่วยไปที่อื่น ”
“ วุ้ย สั่งจริ๊ง คนจ่ายเงินเดือนรึก็ไม่ใช่สั่งอย่างกับว่าเป็เ้านายตูงั้นแหละ ” การบ่นจากคนที่ถูกเรียกพร้อมสายตาไม่พอใจที่ถูกส่งกลับ หากมันก็คงอยู่แค่ชั่วพริบตาก่อนจะเหลือบไปยังเบื้องหน้า “ เอาวะ เวลาก็เริ่มไม่พอแล้วด้วย ”
สายตาผันเปลี่ยนชวนให้เสียวสันหลังความกล้าที่เคยมีก่อนหน้าเลือนหายไปทันควัน ทั้งที่ก่อนหน้าการโจมตีของทางนั้นแทบไม่อาจสร้างาแหรืออาการาเ็ใดๆให้ตนครั้งนี้มันกลับให้ความรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
“ คะ คิดว่าแค่กำปั้นกระจ้อยร่อยจะทำอะไรได้หรือไง ไม่รู้ว่าแกใช้ลูกเล่นอะไรหรอกนะคาไมทาจิแต่หลังจัดการเ้านี่เสร็จแกจะเป็รายต่อไป ” คำพูดที่ชวนให้คนฟังหัวเราะโดยเฉพาะถ้าได้รู้ขีดความสามารถของคนที่ถูกชี้หน้าด้วยแล้ว
“ ...รู้สึกจะติดเล่นมากเกินไปแล้วละมั้งเนี่ย ”
“ พึ่งรู้ตัวหรือไง? ” สายตาเื้ัหน้ากากไม้เจือด้วยความขบขัน อยากจะหัวร่อใส่เ้าคนพูดเสียเหลือเกินว่ามันไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับวงการนี้เลยสักอย่าง
แน่ล่ะว่าถ้าแข็งแกร่งที่สุดคือมูนไนท์อัศวินแห่งคาเมล็อต แก๊งค์ไหนเจอหมอนี่เข้าก็จัดว่าซวยแต่นั่นคือในด้านของฮีโร่ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่าในฝั่งของแก๊งค์ทั้งหลายถ้าให้พูดชื่อของคนที่กล่าวขานที่สุดในวงการย่อมหาใช่ใครอื่นนอกจากชายคนนี้
บุรุษที่มีชื่อว่าริกเนส เกรย์ฮาร์ท
“ Double boost ” คำสั่งเสียงพร้อมมือที่เอื้อมไปจับเข็มขัดพลังภายในร่างสูงจนปะทุขึ้นมาอีกระดับ ความเปลี่ยนแปลงที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่ถ้าเป็คนที่ผ่านศึกมามากจะรู้ได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
ไม่อะไรให้มากความร่างนั้นเลือกจะทะยานเข้าใส่อย่างเถรตรง สิ่งที่เปลี่ยนคือระดับความเร็วต่างจากทุกครั้งที่ยังพอจะโต้ตอบ ไม่แม้แต่จะมองเห็นรู้สึกตัวอีกทีหมัดก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าเป็ที่เรียบร้อย
ตูม!!
เสียงปะทะดังกึกก้องหมัดกระแทกเข้าใส่หมวกเกราะเหมือนก่อนหน้า อย่างเดียวที่แตกต่างคือผลลัพธ์ใบหน้าของมันสะบัดไปอีกด้าน สิ่งที่เกิดไม่ใช่การป้องกันแต่เป็ความมึนชาและเ็ปสร้างความตระหนกให้แก่คนโดน
“ อะ อะไรกัน ทำไม ” ไร้การตอบสนองคนลงมือไม่ได้ใจดีหรือบ้าน้ำลายพอจะมาอธิบาย ร่างโยกหลบอุ้งมือที่หวดฟาดมามั่วๆก่อนส่งหมัดที่สองกระแทกเข้าใส่ลำตัว ชุดเกราะส่งเสียงลั่นตามมาด้วยการยุบตัวยิ่งเพิ่มความหวาดหวั่นให้แก่คนมองขึ้นไปอีก
“ วะ เหวอ!! ” เสียงร้องตามมาด้วยสองแขนที่ยกขึ้นปัดป้องหมดสิ้นความคิดที่จะสวนกลับ ชายหนุ่มกลับไม่มีความคิดจะออมมือเข่ากระแทกเข้าใส่ลำตัวจนร่างที่สวมเกราะตัวงอ พริบตาที่ส่วนหัวโน้มลงกำปั้นก็กระแทกเข้าซ้ำเข้าที่เดิมจนมันแตกกระจาย
โลหิตสาดกระเซ็นก่อนร่างนั้นจะล้มลงท่ามกลางสายตาตื่นตระหนก แย่กว่านั้นคือเกราะที่สวมก็ดีดออกอาจเพราะประเมินว่าตัวเกราะเสียหายเกินกว่าจะปกป้องเ้าของมันจึงทำการดีดตัวเพื่อรักษาชีวิต หากในความจริงมันกลับเป็สิ่งเดียวที่ปกป้องชีวิตน้อยๆของมันเอาไว้
“ ก็เพราะงี้ไงเลยไม่อยากใช้เกียร์สอง ซัดไปได้สามหมัดก็แหกแล้วเนี่ย ” แทนที่จะยินดีคนลงมือกลับมีสีหน้าเหม็นเบื่อ มือสะบัดเืที่ติดอยู่ออกอย่างไม่ใส่ใจก่อนปรายตาไปยังร่างที่กำลังตัวสั่นอยู่บนพื้น
ออร่าเบลท์เป็อุปกรณ์ที่แสนยุ่งยากไม่ว่าจะเป็ในแง่ของการใช้งานหรือต้นทุนการผลิต การจะสร้างให้ใครสักคนใช้งานมันก็แสนยากเพราะต้องผ่าตัดและทำสารพันวิธี ดังนั้นผลลัพธ์มันจึงไม่ใช่เพียงการสร้างจอมพลังขึ้นมาคนหนึ่งแต่อย่างใด จุดหมายของเกียร์ชิ้นนี้คือการรังสรรค์อสูรกายในคราบมนุษย์ต่างหาก
ความสามารถโดยเนื้อแท้มันก็เป็แค่การเพิ่มศักยภาพของร่างกายที่ทำให้มันน่ากลัวขีดจำกัดที่ทำได้ คีย์เวิร์ดแต่ละคำจะเพิ่มศักยภาพร่างกายในระดับที่ต่างกัน ถ้าให้เปรียบก็เหมือนกับรถยนต์ที่แต่ละระดับเราจะสามารถทำความเร็วได้ไม่เท่ากัน
อย่างขั้นแรกที่เขาใช้คือBoostที่เขาถือเป็เกียร์หนึ่ง จะเพิ่มขีดความสามารถของเขาของมนุษย์รีดเร้นพละกำลังและกล้ามเนื้อดึงพลังแฝงในตัวออกมาให้ถึงขีดสุด ทำให้เขาทำเื่เหลือเชื่ออย่างการต่อยใส่หมัดเดียวก็ล้มคนทั่วไปได้โดยง่าย
ส่วนที่ใช้ในยามนี้คือDouble boost เป็การยกพลังพื้นฐานให้สูงขึ้นอีกระดับ ในยามนี้พละกำลังของเขามหาศาลจนเจาะเกราะเวรตะไลเบื้องหน้าได้ด้วยมือเปล่า เพิ่มขีดจำกัดทางกายภาพให้เหนือกว่าคนทั่วไปโดยสิ้นเชิง
ใช่จะไม่มีข้อเสียการจะใช้งานในแต่ละขั้นร่างกายต้องสามารถรองรับพลังนั้นได้ หรือก็คือไม่มีทางที่จะใช้งานเกียร์ชิ้นนี้หากร่างกายไม่แข็งแรงพอ หากไม่หมั่นฝึกร่างกายทันทีที่เร่งเกียร์สองแล้วต่อยออกไปสักหมัด รับรองว่าสิ่งที่แตกก่อนจะไม่ใช่เกราะแต่เป็กระดูกมือของเขา
เื่นี้ย่อมอยู่ในการรับรู้ของคาไมทาจิเพราะครั้งก่อนอีกฝ่ายก็ถูกพลังนี้ไล่ต้อนจนต้องถอยร่นกลับไป
“ งาย ในที่สุดก็ทุบกระดองเฮงซวยนั่นแหกจนได้นะ ทีนี้อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะเอาอะไรมาสู้อีก ” นิ้วขยับส่งเสียงลั่นสายตาจับจ้องไปยังคนที่คืบคลาน ความหวาดกลัวฉายชัดหากไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาแต่อย่างใด
“ ฉะ ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ด้วย ” ปราศจากมาดหรือความหยิ่งทระนงอย่างก่อนหน้า ภาพลักษณ์ที่ชวนให้รู้สึกสมเพศแต่สำหรับคนในชุดดำกลับรู้สึกอีกอย่างมากกว่า
“ คิดว่าแค่คำขอโทษมันจะพอชดใช้กับสิ่งที่แกทำลงไปหรือไง? ” น้ำเสียงของนินจาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เพราะเขารู้ว่าเด็กที่ถูกลักพาตัวไปนั้นจะไปจบลงที่ไหน
ถึงจะมีฝีมืออย่างไรก็เป็แค่คนๆหนึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกสิ่งอย่าง การเลือกเป้าหมายของคาไมทาจิโดยมากจะเป็ประเด็นเดือดร้อนของชาวบ้าน หรือไม่ก็เป็เคสที่เกิดขึ้นถี่จนผิดปกติภายในเขตหนึ่งถึงห้าที่เป็เขตดูแลของตน
เท่าที่สืบเฉพาะภายในเขตหนึ่งถึงห้าก็มีเด็กถูกลักพาตัวไปแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อย เด็กพวกนั้นไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับความโสมมของโลก บางคนอาจเติบโตจากสังคมหรือสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายแต่ไม่ได้หมายความว่าจะโตขึ้นมาเป็คนเลว ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและเส้นทางที่แต่ละคนเลือก
แต่เด็กพวกนั้นกลับหมดโอกาสและอนาคตเพียงเพราะความโลภของคนไม่กี่คน
การแพทย์ก้าวหน้าทำให้การปลูกถ่ายอวัยวะง่ายดายขึ้นตรงข้ามกับจำนวนผู้บริจาค การวิจัยอวัยวะเทียมที่จะมาใช้งานแทนก็ไม่ค่อยคืบหน้าทำให้ปัจจุบันเริ่มมีการรับจ้างตายเกิดขึ้นในหมู่คนด้อยโอกาส เื่นี้ใช่ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินแต่การลักพาตัวเด็กเพื่อนำอวัยวะไปใช้อย่างไรก็เป็สิ่งที่เกินรับ
ยังไม่รวมอีกหลายคนที่ถูกส่งไปยังซ่องหรือไม่ก็ค้าบริการ ทั้งที่เด็กพวกนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรแต่กลับถูกผลักไสไปยังโลกที่ไม่อาจหวนกลับ คิดได้ดังนั้นดาบในมือก็เงื้อขึ้นหมายจะสะบั้นลำคอของอีกฝ่ายเสียให้สิ้น
วินาทีนั้นดาบในมือกลับหยุดนิ่งเพราะมีมือข้างหนึ่งที่ตรงเข้ามารั้งไหล่ของตนไว้
“ ปล่อยฉันริกเนส เกรย์ฮาร์ท ถ้าแกยังมีความเป็มนุษย์เหลืออยู่ก็น่าจะรู้ พวกเราปล่อยไอ้เศษสวะตัวนี้รอดไปไม่ได้ ” สายตาเื้ัหน้ากากเหลือบมาแม้มองไม่เห็นแต่แรงกดดันกลับทวีความรุนแรงยืนยันเจตนาเข่นฆ่าได้เป็อย่างดี
“ เปล่าเอาจริงๆฉันไม่สนหรอกว่าไอ้หอกนี่มันจะอยู่หรือตาย ที่เคลื่อนไหวนี่ก็ไม่ได้มาจากนายจ้างเป็ความตั้งใจของฉันเองล้วนๆ ” เรี่ยวแรงที่ใช้บีบไหล่ทวีความรุนแรงเมื่อััได้ถึงการฝืนต้านที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที “ แต่ว่าไหนๆจะฆ่าทั้งทีแค่ปาดคอมันจะไม่สบายไปเรอะ? ”
เ้าคนที่เป็เป้าการสนทนาขนลุกซู่ร่างถอยกรูดหมายจะออกห่างจากคนพูดให้มากที่สุด ความหวาดกลัวเข้าครอบงำสติเสียจนไม่มีแรงกระทั่งจะลุกขึ้นยืน ทั้งหมดไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับเ้าสองคนที่ทำหน้าที่ผู้พิพากษาแต่อย่างใด
คิ้วของคนฟังขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังชั่งใจ หลังนิ่งไปได้พักหนึ่งดาบในมือก็ถูกเก็บเข้าไปในฝักเป็สัญญาณบ่งบอกว่ายอมรับการตัดสินใจของชายหนุ่ม
“ ฉันไม่รู้ว่าแก้าข้อมูลจากไอ้เวรนี่ไปเพื่ออะไร แต่ถ้าทำให้มันจะชดใช้ในสิ่งที่มันทำกับเด็กๆได้อยากจะทำอะไรก็เชิญ ”
“ คิดว่าจับไอ้นี่ไปรีดข้อมูลแล้วจะได้อะไรออกมางั้นเรอะ ฉันก็แค่อยากสนับสนุนความคิดของแกเท่านั้นเอง แล้วฉันก็ไม่ค่อยสบอารมณ์กับเื่นี้เป็การส่วนตัวอยู่เหมือนกัน ”
“ โชคดีนะพวก ยืดชีวิตออกไปได้อีกนิดหนึ่งแน่ะ ” เท้าก้าวเดินไปหาร่างที่กองอยู่บนพื้น ไม่ปล่อยให้ทางนั้นพล่ามอะไรให้ยืดยาวจนเสียเวลามือฟาดเข้าใส่ลำคอ ความแรงที่ไม่ทำให้ถึงตายแต่กระชากสติของมันไปได้อย่างเหมาะเจาะ
“ เรียบร้อยไปอีกเื่ แต่ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะได้ทำงานร่วมกับนายอย่างนี้แฮะ ” ครั้งก่อนที่เจอกันยังเป็ศัตรูที่จะฆ่ากันอยู่ร่ำๆ ครั้งนี้แม้ไม่ถึงขั้นร่วมสู้แต่ดันให้ความร่วมมือเป็อย่างดีพอตัว
“ ขอบอกไว้ก่อนว่านี่จะเป็แค่การร่วมมือเฉพาะกิจเพราะมีผลประโยชน์ร่วม ครั้งหน้าที่เจอกันถ้าแกยังทำตัวเหมือนเดิมอีกพวกเราจะเป็ศัตรูกัน ”
“ ว่าไงว่าตามกัน ถึงฉันจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็เถอะ ” ไม่อยากจะบอกว่าโลกมันไม่ได้ง่ายปานนั้น สายงานของเขาหรือคนพูดเองก็ใช่จะแบ่งมิตรหรือศัตรูได้อย่างชัดแจ้งเสียเท่าไหร่นัก บางทีศัตรูในวันนี้อาจเป็มิตรในวันหน้าก็ได้ใครจะไปรู้
แม้จะมีบางกรณีที่เขาจะไม่มีวันขออยู่ร่วมโลกกันก็เถอะ
ร่างในชุดดำไต่ทะยานขึ้นไปตามกำแพงพริบตาก็ดีดขึ้นไปสู่เบื้องบน ความว่องไวและรวดเร็วราวกับิญญาส่งร่างให้หายลับไปในความมืดมิด เหลือทิ้งไว้เพียงนักเลงหนึ่งหน่อพร้อมซากศพและความวินาศสันตะโรโดยรอบ
“ ทางนี้เองก็คงต้องไปเหมือนกันล่ะนะ ” ปากว่าก่อนเริ่มลากขาเ้าคนที่เป็เป้าโจมตีในครั้งนี้ อีกมือก็หยิบโทรศัพท์มือถือเตรียมติดต่อคนของตนให้ส่งรถมารับ ต่อให้เขาแบกเ้านี่หนีได้สบายแต่ก็ไม่คิดอยากจะแนบชิดกับตัวผู้ด้วยกันแต่อย่างใด
ถ้าเป็สาวน่ารักๆอาจพิจารณาอีกกรณี