เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 28 : วันที่พี่ชายพาไปเล่น
เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใสจื้อหมิงชวนน้องสาวและลูกพี่ลูกน้องทุกคนไปเดินป่าขึ้นเขาหลังหมู่บ้านเป็นกิจกรรมที่วางแผนกันไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหลังจากที่จื้อเผิงเล่าว่าเจอต้นเกาลัดป่าลูกดกอยู่บนเนินเขาไม่ไกลนัก
"ทุกคนพร้อมหรือยัง"จื้อหมิงถามพลางมองไปที่กลุ่มน้องๆ ที่มารวมตัวกันที่ลานกลางบ้านมีทั้งจื้อเฉิงน้องชายคนกลาง จื้อเฉียงกับจื้อเผิงลูกลุงใหญ่และจื้อกังกับจื้อจวินลูกลุงรอง รวมทั้งซินเยว่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม
"พร้อมแล้วค่ะ!"ซินเยว่ตะโกนด้วยความตื่นเต้นกระโดดโลดเต้นอยู่กับที่จนแม่ต้องคอยเตือนให้ระวังหกล้ม
จื้อกังที่ถือตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่สำหรับใส่เกาลัดเดินนำหน้ากลุ่มตามด้วยจื้อจวินที่ถือไม้ยาวไว้สอยลูกเกาลัดที่อยู่สูงทั้งสองพี่น้องบ้านลุงรองดูจะคุ้นเคยกับการเดินป่าเป็นพิเศษเพราะชอบสำรวจพื้นที่รอบหมู่บ้านตั้งแต่ย้ายมาใหม่ๆ
เส้นทางขึ้นเขาไม่ชันมากนักแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ซินเยว่หายใจหอบหลังจากเดินได้ไม่นาน ขาสั้นๆของเธอก้าวตามพี่ๆ ไม่ค่อยทัน
"พี่จื้อเฉิงหนูเดินไม่ไหวแล้วค่ะ" ซินเยว่งอแงพลางดึงชายเสื้อพี่ชายคนกลางสีหน้าทำท่าเหนื่อยเกินจริงเล็กน้อย
"เอาล่ะขึ้นมาพี่อุ้มพาดบ่าดีกว่า" จื้อเฉิงยอมทำตามข้อเสนออย่างว่าง่ายโดยไม่มีการอิดออดเขาก้มลงให้น้องสาวปีนขึ้นพาดบ่าอย่างคล่องแคล่ว เดินต่อไปโดยไม่บ่นสักคำ
"น้องนี่เก่งเรื่องออดอ้อนจริงๆนะ" จื้อเฉียงพูดแซวพลางหัวเราะเห็นน้องสาวยิ้มร่าอยู่บนบ่าพี่ชายอย่างสบายใจ
"ก็มันได้ผลทุกครั้งนี่คะ"ซินเยว่ตอบอย่างไม่อายเลยสักนิด ทำให้ทุกคนในกลุ่มหัวเราะกันครืน
เมื่อไปถึงต้นเกาลัดป่าทุกคนต่างแยกย้ายกันเก็บผลที่ร่วงอยู่ตามพื้น จื้อจวินใช้ไม้ยาวสอยลูกที่ยังติดอยู่บนกิ่งสูงลงมาจื้อเผิงคอยรับลูกเกาลัดที่ร่วงลงมาใส่ตะกร้า ส่วนจื้อกังปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้ต่ำๆเพื่อเก็บลูกที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย
"ระวังหนามด้วยนะเปลือกเกาลัดมีหนามแหลม"จื้อหมิงเตือนน้องสาวที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบลูกเกาลัดที่ยังไม่แกะเปลือก
ซินเยว่ชะงักมือทันเวลาพอดีมองดูหนามแหลมคมรอบเปลือกลูกเกาลัดด้วยความตื่นเต้นปนกลัวเล็กน้อย"แบบนี้แกะยังไงคะพี่"
จื้อหมิงสาธิตวิธีใช้เท้าเหยียบเปลือกให้แตกออกอย่างระมัดระวังก่อนจะแกะเนื้อข้างในออกมาซินเยว่ลองทำตามด้วยความตั้งใจแม้จะทำได้ไม่คล่องนักในครั้งแรกแต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ระหว่างที่ทุกคนช่วยกันเก็บเกาลัดจื้อเฉียงกับจื้อเผิงแอบเล่นแกล้งกันด้วยการโยนใบไม้ใส่หัวกันไปมาจนสุดท้ายกลายเป็นการไล่จับกันรอบต้นไม้อย่างสนุกสนานเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วเนินเขา
"ระวังเกาลัดหกหมดนะ!"จื้อกังตะโกนเตือนจากบนต้นไม้ เห็นน้องชายสองคนวิ่งเล่นจนตะกร้าเกือบล้ม
ซินเยว่นั่งดูพี่ๆเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งไปร่วมวงด้วย แม้ขาจะสั้นจนวิ่งตามไม่ทันพี่ชายตัวโตๆไม่ทัน แต่ก็พยายามไล่จับอย่างเต็มที่จนหกล้มลงบนพื้นหญ้านุ่มๆ
"เจ็บไหมน้องเล็ก"จื้อเฉียงรีบวิ่งมาช่วยพยุงด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เจ็บค่ะนุ่มดีออก" ซินเยว่ตอบพลางหัวเราะ ลุกขึ้นปัดหญ้าที่ติดตัวออกอย่างไม่ถือสา
เมื่อเก็บเกาลัดได้เต็มตะกร้าแล้วทุกคนนั่งพักกันใต้ร่มไม้ใหญ่ จื้อหมิงหยิบข้าวปั้นที่แม่เตรียมมาแจกให้ทุกคนเสียงพูดคุยและหัวเราะดังไม่ขาดสาย
"พี่กังคะทำไมพี่ไม่มีงานประจำเหมือนพี่คนอื่นๆ เลยคะ"ซินเยว่ถามขึ้นด้วยความสงสัยไร้เดียงสาไม่รู้ว่าคำถามนั้นอาจฟังดูล่วงเกินสำหรับผู้ใหญ่
จื้อกังนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆ"พี่ยังหางานที่ถูกใจไม่เจอน่ะ ชอบซ่อมของมากกว่านั่งทำงานเอกสาร"
"งั้นพี่ก็เก่งเรื่องซ่อมของที่สุดในบ้านเราแล้วสิคะ"ซินเยว่พูดชมอย่างจริงใจ ทำให้จื้อกังยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดแม้จะเป็นคนพูดน้อยแต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจกับคำชมง่ายๆ แบบนั้น
จื้อจวินที่นั่งข้างๆเสริมขึ้นด้วยความคึกคัก "พี่กังซ่อมจักรยานให้คนในหมู่บ้านฟรีตลอดเลยนะทุกคนชอบพี่กังมาก"
ระหว่างที่ทุกคนนั่งพักกันอยู่จื้อเผิงเอ่ยขึ้นถามด้วยความสนใจ"น้องซินเยว่ชอบเรียนอะไรที่โรงเรียนที่สุด"
"ชอบเลขค่ะ"ซินเยว่ตอบทันที ดวงตาเป็นประกาย "ครูบอกว่าหนูเก่งเลขมากเลยค่ะ"
"เก่งเหมือนพี่เฉียงเลยนะ"จื้อเผิงพูดพลางหันไปมองพี่ชาย "พี่เฉียงก็เก่งคำนวณมากจนพ่อชมตลอด"
จื้อเฉียงยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อยกับคำชมก่อนจะหันมาคุยกับซินเยว่ด้วยความสนใจ "ลองท้าพี่แข่งคิดเลขเร็วดูไหมล่ะใครแพ้ต้องแบกตะกร้าเกาลัดกลับบ้าน"
"ตกลง!"ซินเยว่ตอบรับทันทีอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังทั้งที่ในใจรู้ดีว่าตัวเองได้เปรียบมากแค่ไหนแต่ก็ยังอยากลองสนุกไปกับพี่ชายมากกว่าจะคิดเอาชนะจริงจัง
การแข่งขันเล็กๆดำเนินไปท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคน จื้อเฉียงตอบได้เร็วในช่วงแรกแต่พอโจทย์ยากขึ้นเรื่อยๆ ซินเยว่ก็เริ่มตอบได้เร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัดจนในที่สุดจื้อเฉียงก็ต้องยอมแพ้พลางหัวเราะ
"ยอมแล้ว ยอมแล้วน้องเก่งเกินไปจริงๆ" เขาพูดพลางยกมือขึ้นแสดงความยอมแพ้อย่างอารมณ์ดี
ทุกคนหัวเราะกันสนุกสนานก่อนจะช่วยกันแบกตะกร้าเกาลัดเดินกลับบ้านพร้อมกัน ระหว่างทางกลับจื้อหมิงเดินมาจับมือน้องสาวไว้เบาๆ
"วันนี้สนุกน้องไหม"เขาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"สนุกมากเลยค่ะพี่!อยากมาเก็บเกาลัดอีกจังเลย ครั้งหน้าพี่พามาอีกนะคะ" ซินเยว่ตอบอย่างมีความสุขมองไปยังพี่ๆ ทุกคนที่เดินอยู่ข้างหน้าด้วยความรู้สึกอบอุ่นในใจไม่ว่าจะเป็นพี่ชายแท้ๆ สองคนหรือลูกพี่ลูกน้องอีกสี่คนทุกคนต่างรักและดูแลเธอด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป แต่ล้วนมาจากใจจริงเสมอ
เย็นวันนั้นเกาลัดที่เก็บมาถูกนำไปคั่วแบ่งกันกินทั้งสามครอบครัวที่ลานกลางกลิ่นหอมของเกาลัดคั่วลอยไปทั่วบริเวณเสียงหัวเราะและเรื่องเล่าจากการเดินป่าวันนี้ถูกเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทุกคนหัวเราะกันไม่หยุด
"วันนี้จื้อเฉียงแพ้แข่งเลขให้น้องซินเยว่นะครับ"จื้อเผิงเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังด้วยความสนุกสนานทำให้ลุงใหญ่หัวเราะพลางมองลูกชายด้วยสายตาแซว
"แพ้เด็กเจ็ดขวบเลยเหรอลูก"ลุงใหญ่ถามพลางยิ้มกว้าง
"น้องเก่งจริงๆ ครับพ่อผมยอมรับเลย" จื้อเฉียงตอบอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้สึกเสียหน้าแม้แต่น้อย
หลินเต๋อชางที่นั่งฟังอยู่ข้างๆอดยิ้มปลื้มใจไม่ได้มองไปที่หลานสาวคนเล็กที่กำลังนั่งแกะเปลือกเกาลัดคั่วด้วยความตั้งใจ มือเล็กๆเปื้อนเขม่าดำจากถ่านคั่วแต่ก็ไม่สนใจ
"หลานเก่งเรื่องเลขจริงๆนะ"ปู่พูดขึ้นพลางลูบหัวหลานสาวเบาๆ
"ก็หนูชอบเลขมากนี่ค่ะปู่"ซินเยว่ตอบกลับพลางยิ้มร่าทั้งที่หน้าเปื้อนเขม่าดำทำให้ทุกคนที่เห็นต้องหัวเราะกับความน่ารักนั้น
คืนนั้นก่อนเข้านอนซินเยว่ยังคงรู้สึกอิ่มเอมใจกับความสนุกตลอดทั้งวันในใจคิดว่าถ้าทุกวันอาทิตย์เป็นแบบนี้ได้ตลอดไปคงจะดีไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นการเดินป่ากับพี่ๆ การแข่งคิดเลข หรือแม้แต่การหกล้มบนพื้นหญ้านุ่มๆทุกอย่างล้วนเป็นความทรงจำที่มีค่าที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลยในชาติที่แล้ว
เธอหลับตาลงพร้อมภาพใบหน้าของพี่ๆทุกคนที่ยิ้มแย้มล้อมรอบตัวเธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนจากการเดินป่าทั้งวันแต่ความสุขในใจกลับไม่มีวันหมดแรงตามไปด้วยเลยสักนิด