“ นี่ข้ายังไม่ตายอีกหรือนี่?” ราเชน นักฆ่าอันดับเก้า แห่งสำนักเทวาลัยเร้นลับ จับขา และ หัวของตนด้วย พร้อมกับรู้สึกประหลาดใจบางอย่าง ไม่รู้ว่าเื่อะไรกันแน่ แต่ก็มองสำรวจบรรยากาศรอบๆ แม้จะลุกนั่งได้ แต่ก็ยังไม่อาจลุกเดินได้ เพราะร่างกายของเขานั้นมีาแจากการถูกคมเขี้ยวของสัตว์กัดเข้าไปทั้งแขนและขา มีผ้าพันแผลไปทั้งตัว ขยับตัวทีก็รู้สึกเจ็บยิ่งนัก
แต่พอพิจารณารูปร่างของตัวเอง ก็ได้แต่อ้าปากค้าง เพราะร่างกายของเขาในตอนนี้มันอ้วนท้วนสมบูรณ์จน แทบจะอึดอัดไปหมด มองแขนและขาที่อ้วนใหญ่ราวกับหมูตอน พอลูบคลำใบหน้าก็กลมแบน พอมองไปที่กระจกเงาที่ด้านข้าง ก็แทบช็อค
“ เฮ้ย ไอ้อ้วนนี่มันเป็ใครกันวะ !!!”
ตอนนี้เขามาอยู่ในร่างเด็กหนุ่มวัยเพียง 15 ปี รูปร่างอ้วนท้วนราวกับหมูตอน ซ้ำยังาเ็สาหัส ทั้งๆ ที่ตัวจริงของเขานั้นรูปร่างสูงถึง 180 เิเ หนัก 75 กิโลกรัม รูปร่างกำยำแข็งแรง อายุ 25 ปี แต่ร่างของเด็กหนุ่มคนนี้น่าจะสูงพอๆ กัน แต่น้ำหนักน่าจะเกิน 120 กิโล ไปแล้ว
“ เกิดใหม่?” ราเชน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในตอนนี้ แต่ที่แน่ๆ ที่นี่ต้องไม่ใช่ ยุคที่เขาจากมาแน่ๆ เพราะที่นี่มันคล้ายกับ บ้านโบราณที่เขาเคยเห็นในหนังจีนกำลังภายในชัดๆ ไม่ทันที่จะคิดอะไร ก็มีหมาอ้วนๆ ตัวสั้นๆ รูปร่างของมันเหมือนหมูมากกว่า ะโขึ้นมาบนเตียง แล้วเลียแขนขา ใบหน้าของเขาอย่างดีใจ
“ โมโม่? นี่แกหมาหรือหมูกันแน่วะ” จู่ๆ ชื่อนี้ก็เข้ามาในหัวของเขา
หมาที่รูปร่างเหมือนหมู มันยิ้มยิงฟัน แล้วเห่าอออกมา แล้วเข้ามาเลียหน้าของเขา จนราเชนไม่รู้จะหลบยังไง ต้องปล่อยให้มัน เลียจนใบหน้าเปียกไปหมด จนกระทั่งมีสาวงามวัย สามสิบกว่า เดินเข้ามา แล้วเข้ามากอดร่างของเขาเอาไว้แน่น
“ เฟยหลงลูกแม่ โอ้ลูกฟี้นแล้ว จริงๆ ด้วย”
เ้าโมโม่ เลยลงไปนั่งสองขา ยิ้มอยู่ข้างเตียง
“ ท่าน..แม่?” เขากลับสามารถสื่อสารเป็ภาษาโบราณกับ สตรีผู้นี้รู้เื่ ยิ่งสตรีโฉมงามกอดเขาแน่น เขากลับรู้สึกอบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะั้แ่เขาเกิดมา ไม่เคยเจอมารดาหรือ บิดามาก่อน
“ ดีแล้ว ไม่ตายก็ดีแล้ว ต่อไปห้ามทำเื่เสี่ยงอันตรายอย่างนี้อีกนะ”
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้า จำอะไรไม่ได้เลย”
“ โถ คุณชาย ก็คุณชายเข้าไปช่วยเ้าหมาจรจัดตัวนี้ เลยถูกหมาล่าเนื้อของ สี่คุณชายตระกูลใหญ่ รุมกัด จนเกือบตาย าแเกินเยียวยา ขนาดหมอฮัว ยังบอกว่าท่านไม่รอด แต่ปาฏิหาร์ยมีจริง คุณชายฟื้นมาแล้ว” เสี่ยวถิงเล่าอย่างรวดเร็ว ราเชนมองเ้าหมาอ้วนที่ยังคงเห่าให้เขา เหมือนกับว่า มันกำลังขอบคุณ
แล้วหมอฮัวก็เข้ามาขอตรวจราเชนใหม่
“ เป็ไปได้ยังไงนี่ เมื่อสักครู่ข้าตรวจสอบแน่ชัดแล้ว ชีพจรชีวิตของเ้ามันขาดสะบั้นไปแล้ว แต่ตอนนี้ กลับเป็เหมือนเดิม โดยไม่ต้องกินกลีบสุริยันอีกด้วย”
“ รั่วหลาน เ้ารับปากท่านพ่อแล้ว ว่าจะยอมแต่งงานเป็เมียน้อยคนที่ 12 ของท่านแม่ทัพซุน นี่คือกลีบบัวสุริยัน”
“ พี่รองเอากลับไปเถอะ ลูกข้าหายแล้ว ข้อตกลงนั้น ข้ายกเลิก”
“ เฮ้ย ได้ไง เ้ารับปากท่านพ่อไปแล้วนะ”
“ ก็ตอนนั้นเฟยหลง จำเป็ต้องใช้กลีบบัวสุริยันมาต่อเส้นชีพจรชีวิต แต่ตอนนี้ไม่จำเป็แล้วนี่”
“ แต่ว่า หากเขาได้กินกลีบดอกบัวสุริยัน บางทีชีพจรปราณยุทธ์ที่ใช้ไม่ได้ของเขา อาจกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ขอให้ฮูหยินลองพิจารณาด้วย”
หมอฮัวเอ่ยพร้อมกับส่งสายตาให้กับ เมิ่งเอ่อคุน ที่ยิ้มมั่นใจ ว่า รั่วหลานต้องยอมตกลงแน่
“ อย่ามาเกลี้ยกล่อมข้าเลย มีหรือว่าข้าไม่รู้ว่า เฟยหลงมีความสามารถเพียงใด ต่อให้เขามีปรานยุทธ์ เขาก็คงฝึกไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เขาต้องทรมานตัวเอง”
เอ่ยจบก็เข้ามาลูบหัว ลูกชายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์อย่างห่วงใย ราเชนที่ได้ยินเหมือนจะรู้สึกดี แต่ในใจรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร
“ เอาใจกันเข้าไป เ้าอยากให้ลูกอ่อนแอ เป็ไอ้ขี้แพ้เช่นนี้ ก็ตามใจเ้า”
เมิ่งเอ่อคุนเอ่ยจบก็เดินจากไป
“ นี่คือยารักษาาแ และ ฆ่าเชื้อพิษของสุนัข ท่านต้มให้เขากิน และอย่าให้เขาต้องกินของหวาน มิเช่นนั้น าแของเขาอาจเกิดการอักเสบขึ้น จะทำให้เชื้อโรคลามไปทั่วร่าง” หมอฮัว เขียนเทียบยาและมอบให้กับ รั่วหลาน
“ ขอบคุณท่านหมอฮัว”
พอหมอฮัวจากไป รั่วหลานก็นำเงินออกมาให้เสี่ยวถิงไปซื้อยา และ อาหารมาเพิ่ม เพื่อทำให้ ราเชนได้กิน หลังจากฟื้นตัวขึ้นมา
ตัวราเชนเองก็รู้สึกอึดอัดกับร่างการที่อ้วนของหยางเฟยหลงมากนัก อยากจะออกไปเริ่มวิ่งออกกำลังกายสักสามชั่วโมง จะได้รู้สึกสบายตัวกว่านี้
“ หิวไหมลูก เดี๋ยวแม่ไปทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลให้”
ราเชนส่ายหัว พอได้ยินเื่ของขวาน เขาพาลอยากจะอ๊วก ขืนกินเข้าไปตอนนี้ ชาตินี้เขาคงไม่มีทางผอมลงได้แน่ๆ
“ ลูกยังไม่หิว”
“ หืม ไม่หิว” แม่ได้ยินลูกพูดคำนี้ออกมา ถึงกับทำตาโต เหมือนไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน
ราเชนไม่อยากให้รู้สึกผิดปกติ เลยบอกไปว่า
“ ไม่มีอะไร ลูกยังเจ็บแผลอยู่ กินอะไรไม่ลง”
“ ได้ ๆ เดี๋ยวรอให้ถึงมื้อเย็น ค่อยลุกขึ้นมากินอะไรสักหน่อย ดูซิ นอนซมอยู่บนเตียงหลายวัน ผอมแย่เลย”
ราเชนมองตัวเอง แล้วก็ส่ายหัว มีแม่เอาใจใส่ดีขนาดนี้ เ้าหยางเฟยหลงถึงได้อ้วนท้วนสมบูรณ์ขนาดนี้นี่เอง
“ ท่านแม่ ข้าไม่กินมื้อเย็น ตอนนี้ขอนอนก่อน ตอนเช้าค่อยกินก็ได้”
“ หือ..จริงดิ แล้วลูกทนได้?”
“ ได้ซิ ขอ อย่าให้ใครมารบกวนลูกก็พอ”
พอแม่จากไป เขาก็ทดลองติดต่อกับหยางเฟยหลง ซึ่งไม่สามารถติดต่อได้ แต่ว่าเขากลับััได้ ถึงความทรงจำของร่างเดิมว่าเป็เด็กหนุ่มวัย 15 ปี นามว่า หยางเฟยหลง เป็ทายาทขุนพลแห่งแดนเหนือ แต่สุดท้าย กลับถูก ขุนนางตระกูลเกาใส่ร้ายต่อจักรพรรดิแดนเหนือหักหลัง เพราะดันไปมีคุณูประการเหนือเ้าแห่งรัฐ จึงโดนใส่ร้ายข้อหาฏ ต้องโทษปะาทั้งครอบครัว โชคดีเขากับแม่รั่วหลาน มาเยี่ยมท่านยายเมิ่ง ทำให้รอดตายหวุดหวิด
ส่วนวันนั้นเขาพบกับเ้าหมาอ้วน กำลังถูกหมาของ สี่คุณชายไล่กัด จึงใช้ไม้เข้าไปไล่ตีหมา กลุ่มนั้น แต่ทว่า เขาสู้พวกมันไม่ได้ ถูกคนของสี่คุณชายไล่ชกต่อย และให้หมาเกือบสิบตัวที่เป็หมาล่าสัตว์ เข้ารุมกัดเขาจนสลบเหมือด พวกมันนึกว่าเขาตายไปแล้ว แต่เขายังมีลมหายใจแ่ๆ เ้าหมาอ้วน พยายามลากตัวเขาเข้ามาเพื่อให้คนเห็นอย่างทุลักทุเล จนเสี่ยวถิงไปเห็น จึงให้หมอฮัวมารักษาต่อที่บ้าน แต่ิญญาของหยางเฟยหลงนั้นทนพิษาแไม่ไหว ิญญาออกจากร่างไปแล้ว และ ิญญาของเขาดันกลับเข้ามาในร่างของหยางเฟยหลงแทน
“ มีเื่ราวแปลกประหลาดเช่นนี้ด้วยหรือนี่ ต่อไปข้าต้องใช้ชีวิตในร่างของเด็กน้อยหยางเฟยหลงตลอดไปอย่างนั้นรึ?” ราเชนเอ่ยกับตัวเองอย่างสับสน
รุ่งเช้าแม่ทำอาหารเช้ามาให้ บนโต๊ะ มีหมูสามชั้นผัดซีอิ้วหวาน ชิ้นใหญ่ มีไข่ต้ม สามใบ มีผักจานใหญ่ 1 จาน มีชามใส่ข้าวเล็ก สองถ้วย แต่ที่วางอยู่หน้าเขาคือ กาละมังสำหรับใส่ข้าว 1 ชามใหญ่ ราเชนสังเกตุเห็นแม่กับเสี่ยวถิงกินผัก กับไข่ต้มเท่านั้น และเห็นมือของทั้งสองคนค่อนข้างมีรอยหยาบกร้าน กว่าคนปกติทั่วไป
“ เฟยหลง กินเยอะ ๆ นะลูก นี่ไงหมูสามชั้นต้มซีอิ้ว ที่ลูกชอบไง”
“ ทำไมข้าวเยอะจัง”
“ หือ ไม่เยอะหรอก ลูกกินมื้อละสองชามอยู่แล้ว กินหมดแล้วเดี๋ยวค่อยเติมก็แล้วกัน”
นี่มันกินเข้าไปได้ยังไง นี่มันชามหรือกาละมังหมูกันแน่ ราเชนมองอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่า หยางเฟยหลงมันจะกินจุปานนี้
“ ลูกกินไม่หมดหรอก ขอชามถ้วยเล็กๆ ก็พอ ต่อไปท่านแม่ไม่ต้องยุ่งยากทำอาหารให้ลูกมากขนาดนี้ แค่ข้าวถ้วยเล็กๆ 1 ถ้วยไข่ต้ม มื้อละสี่ฟอง และผักมื้อละจาน วันหนึ่งกินสองมื้อ ก็พอแล้ว”
“ อะไรนะ เท่านั้นน่ะรึ คุณชายท่านจะลดความอ้วนรึ?”
เสี่ยวถิงถึงกับหยุดกินแล้วเอ่ยขึ้นอย่างใ
“ นั่นน่ะซิลูก กระเพาะของลูกคงไม่ยอมแน่ๆ อย่าทรมานตัวเองเลยลูก”
“ ไม่ทรมานหรอก ตอนนี้ลูกมีแผลเต็มไปหมดแบบนี้ ลูก้ากินไข่ และ พวกผักไปช่วยฟื้นฟูาแให้หายเร็วขึ้น หากกินข้าวมากไป มันอาจทำให้เกิดการอักเสบขึ้น และหายช้าลงไป และ่นี้ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว กินแค่สองมื้อก็มากเกินไปแล้ว
“ หมอฮัวบอกลูกมาอย่างนั้นรึ?”
“ อาจารย์สอนลูกมา”
“ อ๋อ อาจารย์ที่สำนักเมฆาม่วงน่ะรึ?” แม่พยักหน้าคล้ายเข้าใจ แต่ความจริงนั้นไม่เข้าใจสักอย่าง ราเชนได้แต่พยักหน้าออกไป เขาต้องกินให้พอดีกับ พลังงานที่จะใช้ในแต่ละวัน เพราะอ้วนมากขนาดนี้คงต้องมีโรคประจำตัวมากมายแน่ๆ
“ อ้อ หลังอาหารต้องกินยาด้วยนะ ยิ่ง่นี้ฉี่ของลูกมีมดมารุมตอมเต็มไปหมด หมอฮัวบอกว่า มันไม่ดีต่อร่างกายของลูกนะ"
ราเชนสะดุ้งทันที
โอ้ ไอ้บ้านี่เป็เบาหวานั้แ่เด็กเลยหรือวะนี่ โอ้...ป่านนี้ทั้งคอเรสเตอรอล ไขมันเลว ไตรกรีเซอร์ไลน์ คงขึ้นกระฉูดแล้ว แย่แล้วหวังว่าอย่าเป็เบาหวานประเภทที่ 1 เลย ราเชนรู้ว่า หากเป็เบาหวานประเภท 1 นั้นเขาไม่อาจรักษาตัวเองได้ แต่หากเป็ประเภทที่ 2 เขารักษาหายได้แน่ๆ
คืนนั้นราเชนต้องดื่มยาขมๆ หลายชาม ั้แ่รักษาโรคประจำตัว และ รักษาาแ ส่วนาแ แม่กับ เสี่ยวถิงช่วยกับทำความสะอาดให้ ราเชนได้พยายามควบคุมอาหาร และ ออกกำลังกายบ้างเล็กน้อย รอจนาแที่ถูกหมากัดค่อยๆ หาย ผ่านไปเจ็ดวัน าแของเขาก็ค่อยๆดีขึ้น สามารถเคลื่อนไหว ลุกขึ้นเดินเหินได้ ตามปกติแล้ว แต่ยังไม่อาจออกกำลังหนักๆ เหมือนที่เคยทำเอาไว้ตอนใช้ชีวิตแบบนักฆ่าได้
“คงต้องฝึกฝนร่างกายอีกนาน แต่ดูแล้วโลกใบนี้ประหลาดนัก แล้วข้าจะทำมาหากินอะไรดี ดูเหมือนว่า ข้ากับแม่ ยังต้องอาศัยคนของตระกูลเมิ่งอยู่นะ”
เขาเกิดมาก็ถูกฝึกให้ฆ่าคนั้แ่เด็ก จิตใจของเขานั้นเ็า ไม่เคยรู้จักความรับผิดชอบชั่วดี ทำให้เขาคิดทำอะไรก็ทำเลย ไม่ต้องมีห่วง แต่ครั้งนี้ เขากลับเป็ห่วงแม่รั่วหลานขึ้นมา
“ นักฆ่าอย่างเรา จะมีห่วงเช่นนี้ไม่ได้ หรือว่าจะต้องฆ่านางทิ้ง เพื่อขจัดห่วงในใจออกไป”
ราเชนดึงเชือกออกมาจากผ้าม่าน คิดสังหารแม่รั่วหลาน ด้วยความเคยชิน แต่พอคิดจะทำ เขากลับเจ็บที่หน้าอกของตนเอง
“ นี่ เราเป็อะไรไปวะเนี่ย”
แค่เพียงเขาคิดจะทำร้าย แม่รั่วหลาน หัวใจของเขาก็เจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที
จนกระทั่งเขาต้องวางเชือกลง ไม่คิดจะทำร้ายแม่รั่วหลานอีก อาการาเ็ที่หัวใจของเขาจึงค่อยๆ เบาบางลง
ตอนนี้ ราเชนเริ่มเคลื่อนไหวในท่าฤาษีดัดตน พร้อมกับฝึกหายใจเข้าออก นั่งสมาธิ และ เก็บสิ่งของเครื่องใช้รอบตัว มาทำอาวุธเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งเป็กิจวัตรที่เขาทำเป็ประจำในอดีต ในยามที่เขามีอาการาเ็ และอยู่ในสถานที่ไม้คุ้นเคย
จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกสามวัน เฟยหลงเริ่มออกกำลังกายท่าบริหารแบบง่ายๆ แต่ไม่ทำได้ไม่เท่าไร ก็รู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาเสียแล้ว
“ เฟยหลงลูกแม่ ลูกหายดีแล้วรึ?”
“ ขอรับ ตอนนี้ ข้าอยากหางานทำ จะได้ซื้อบ้านให้แม่อยู่ ไม่ต้องอาศัยบ้านของคนอื่นอยู่แบบนี้”
“ เด็กโง่ นี่มันเป็บ้านของ ท่านยาย ใช่คนอื่นไม่ ตอนนี้ท่านยายก็จากไปแล้ว และอีกอย่าง บ้านเก่าหลังนี้ ท่านยายของลูกก็มอบให้เป็กรรมสิทธิ์ของแม่แล้วด้วย”
“ แล้วทำไม พวกนั้นถึงอยากให้ ท่านแม่แต่งให้กับ แม่ทัพซุนอะไรนั่น?”
“ ผลประโยชน์น่ะ แม่ไม่อยากแต่งงานใหม่อีก แม่ยังคิดถึงท่านพ่อของลูกอยู่เสมอ”
“ ไม่ต้องห่วงนะแม่ หากใครกล้ามาบีบบังคับท่านแม่อีก ลูกจะเสียบมันเอง”
“ ไม่เอาอย่างพูดอย่างนั้น พวกเขาเป็ญาติของเรานะ อย่าคิดเอาไม้ลูกชิ้นไปไล่แทงพวกเขาล่ะ” แม่รั่วหลานหัวเราะออกมา เพราะคิดว่า หยางเฟยหลงบุตรชายของนางไม่กล้าทำ แต่หารู้ไม่ ราเชนในร่างของหยางเฟยหลง คิดจะทำจริงๆ
ราเชนได้แต่ยิ้มให้กับแม่รั่วหลาน แล้วเอาไข่ต้มโยนให้เ้าหมาน้อยที่มองยังไงมันน่าจะเป็หมูมากกว่าหมา
ตอนกลางคืน เ้าหมาอ้วน มันมานอนข้างเตียงของ ราเชนไม่ยอมจากไปไหน จนกลางดึก เขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ไม่ใช่เพราะประสาทััของเขารู้สึกถึงอันตราย แต่ถูกเ้าหมาอ้วน ขึ้นมาบนเตียง ใช้ขาของมาสะกิดที่แขนของเขา
“ อะไรของแกวะ”
ราเชนพอพูดออกไป เขาก็ััถึงไอสังหาร กำลังเคลื่อนตัวเข้ามารอบๆ บ้านของเขา ราเชนถึงกับเอาหูแนบกับพื้น ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เบามาก สิบคนกำลังค่อย ๆเคลื่อนตัวเข้ามา รอบๆ บ้านของเขา
“ ไม่ว่าพวกแกเป็ใคร แต่มายามดึกดื่นขนาดนี้ คงไม่มาชวนดูดาวแน่ๆ”
ราเชนคว้ากล่องอาวุธที่เขาเตรียมเอาไว้ั้แ่เย็น ด้านในกล่อง ล้วนเป็ตะเกียบไม้ ที่ถูกเหลาจนปลายแหลม แล้วนำมาเศษหินมาห่อด้วยผ้า รัดให้แน่นจะได้มีน้ำหนักมากขึ้น จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนขื่อหลังคาบ้าน แม้จะลำบากที่ร่างค่อนข้างอ้วนท้วน แต่ก็ขึ้นไปจนได้ จากนั้นก็เปิดหลังคาที่มุงด้วยหญ้าคาออก เห็นคนเดินเข้ามา พร้อมอาวุธ ชุดละ 4 คน
“ พวกแกเข้ามาได้ แต่จะไม่มีวันกลับออกไปอย่างมีชีวิต”
ราเชนเอ่ยจบ ก็นำตะเกียบไม้ออกมาจากกล่องที่ผูกเอาไว้กับเอว ราเชนขว้างออกไปทีเดียว แปดแท่ง
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!.........