Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 73 เมืองหนานทง

    ณ เมืองหนานทงนั้นสำเภาจะจอดเทียบท่าเรืออยู่ถึง 1 วัน 1 คืน เพื่อจะจัดเตรียมเสบียงและน้ำดื่มให้เพียงก่อนจะออกเดินทางสู่ท้องทะเลกว้างในตอนเช้ามืดของวันพรุ่งนี้ โดยจะขึ้นฝั่งอีกทีก็เมื่อถึงท่าเรือน้ำลึกเทียนจินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนครเป่ยจิงนั่นเองฝ่ายหยางไคซึ่งยังมิได้ซื้อหาของขวัญของฝากสำหรับพี่น้องในตระกูลหยางเลยสักชิ้นเดียวก็ได้โอกาสเหมาะ เพราะอย่างน้อย ๆ เขาก็ควรจะมีสิ่งของติดไม้ติดมือไปฝากคนในหอคัมภีร์บ้างตามมารยาท ซึ่งก็น่าจะดีกว่าถือกลับไปเพียงคุณวุฒิและใบรับรองจากทางการสำหรับตำแหน่งบู๊ซิ่วไฉ่และบัณฑิตซิ่วไฉของตนเท่านั้น จึงตระเตรียมแต่งตัวเพื่อออกไปจับจ่ายซื้อข้าวของที่ตลาดในเมืองหนานทง แต่ที่ผ่านมานั้นครั้นเด็กหนุ่มแต่งกายอย่างบัณฑิตคราใดก็มักจะมีเรื่องมีราวกับเหล่าชาวยุทธจักรมาอย่างสม่ำเสมอ เพราะคาดว่านักบู๊ทั้งหลายนั้นมักจะชอบรังแกบัณฑิตและนักศึกษาที่แลดูอ่อนแอและไร้ทางสู้กระมัง ? คิดได้เช่นนั้นแล้วหยางไคจึงเปลี่ยนการแต่งกายของตนจากชุดเบาบางสีขาวละเอียดอย่างบัณฑิต กลับกลายเป็นสวมด้วยชุดผ้าหยาบสีเทาเข้มแม้หน้าตาของผู้ที่สวมใส่จะอ่อนวัยอยู่อย่างมากมายก็ตามที จากนั้นเด็กหนุ่มก็ใช้ผ้าสีขาวมัดผมยาวสีดำสลวยไว้อย่างทะมัดทะแมง ทั้งยังมีความจงใจมิให้ผมเผ้าดูเรียบร้อยเกินไปนัก จึงได้ดึงเส้นผมบางส่วนให้สยายยาวลงมาเพื่อไม่ให้ปลายเส้นผมเสมอกัน พอสำรวจดูสภาพตนอีกรอบก็คิดเองเออเองว่าไปว่า การปลอมแปลงรูปโฉมของของตนเองในครั้งนี้นั้น มันช่างดูแนบเนียนกลมกลืนไปทั้งหมด จึงรีบตรงไปยังคอกม้าแล้วจึงขี่เจ้าขาวลงจากเรือสำเภาเพื่อไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองก่อนเวลาจะสายไปกว่านี้..…..พอมาถึงทีีเมืองแล้ว หยางไคนั้นยังมิได้รับประทานอาหารเช้าจึงคิดจะแวะกินที่ร้านอาหารเสียก่อน ครั้นเห็นร้านดังกล่าวอยู่ที่กลางเมืองนั้นมีผู้คนดื่มกินกันอยู่มากมาย ย่อมแสดงถึงฝีไม้ลายมือของผู้ปรุงอาหารได้เป็นอย่างดี จึงหยุดม้าเพื่อนำเจ้าขาวไปฝากไว้ที่โรงม้าใกล้ ๆ นั้น แล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารด้วยความมั่นใจ แต่ครั้นเข้าไปในร้านเพียงเท่านั้นเอง ก็อดที่จะเกิดความกังวลใจมิได้ เพราะสายตาหลายสิบคู่ต่างมาก็จ้องที่ตนเป็นจุดเดียวโดยมิได้นัดหมาย ! เนื่องด้วยสภาพของบุรุษที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาร้านอาหารย่อมมีความน่าสนใจอย่างที่สุดแล้ว ก็ด้วยเสื้อแขนสั้นสีเทาที่เขาสวมใส่พอให้หลวม ๆ นั้น ได้เปิดเผยหุ่นแน่น ๆ ที่น่ามองเป็นอันมาก ส่วนแขนทั้งสองข้างที่อยู่นอกร่มผ้าเอง ก็ปรากฎกล้ามเนื้อกระชับที่ใหญโตพอประมาณสองถึงสามคำได้ส่วนใบหน้าคมเข้มแต่ริมฝีปากนั้นประหนึ่งดังกระจับบางสีแดงอ่อน สอดรับกับผิวขาวละเอียดที่น่ามองนัก ส่วนการแต่งกายแม้คล้ายนักบู๊อยู่ก็จริงแต่ก็เหน็บกระบี่สีขาวของทางราชการ เมื่อมองเพียงปราดเดียวก็ทราบว่าเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่ดูดีมีอนาคตไกล ส่วนทรงผมที่ไร้ระเบียบวินัยนั้นก็ยิ่งน่าค้นหานัก เพราะมีส่วนคล้ายดังคุณชายตระกูลใหญ่โต ที่มีใจเกเรบ้างตามประสาวัยคะนองไปเสียอีก แม้เหล่าสตรีหลายนางจะมีความสนใจในตัวบุรุษซึ่งได้เข้ามาในร้านเพียงผู้เดียว แต่ก็ยังสงวนท่าทีอยู่ ที่ทำได้ก็คงมีแต่เพียงจ้องมองจนนัยน์ตาค้างไปเท่านั้น เพราะยังไม่ทราบว่าอีกฝ่ายได้นัดหมายกับผู้อื่นหรือไม่อย่างไร ? ส่วนฝ่ายบุรุษในร้านนั้นกลับมีความรู้สึกต่อบุรุษปริศนาที่ตรงกันข้ามกับสาว ๆ ทั้งหลายโดยสิ้นเชิง จนคิดจะลุกขึ้นไปขอคำชี้แนะกันสักยกสองยกเลยทีเดียว แต่ต่างก็ยังมิได้ลงมือแต่ประการใด เพราะอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนของทางการ และแม้จะมาเพียงลำพังผู้เดียวแต่ไม่ช้าก็อาจจะมีผู้อื่นติดตามมาอย่างแน่นอนแล้ว ทั้งร้านจึงเงียบสงัดอย่างน่ากังวลนักจนหยางไคเองก็รู้สึกได้ เด็กหนุ่มจึงต้องรีบตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือจะถอยกลับไปยังโรงม้าดี แต่ในที่สุดความหิวข้าวก็เอาชนะทุกสิ่ง พอนั่งได้ที่แล้วก็รีบสั่งสุราอาหารโดยไม่รอช้าเช่นเดียวกัน ...จนเวลาผ่านไปสักพักแล้ว แต่ที่โต๊ะปริศนาของบุรุษผู้นั้นก็ยังปราศจากแขกคนอื่นเข้ามาเพิ่มเติมแต่ประการใด ซึ่งก่อนที่สตรีทั้งปวงจะกระทำการใด ๆ ออกไปนั่นเอง กลับเป็นฝ่ายบุรุษทั้งหลายได้ลงมือก่อนด้วยการร้องตะโกนข้ามศีรษะกันไปกันมา เพื่อหวังจะเป็นการหยั่งเชิงอีกฝ่าย ทั้งยังเป็นการยั่วยุที่เคยได้ผลมาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้เป้าหมายกลับนิ่งเฉยจนน่าสงสัย เพราะไม่เพียงจะไม่ตอบโต้ใด ๆ แล้ว ก็ยังมิได้หยุดดื่มสุรารสแรงลงไปจอกแล้วจอกเล่า โดยไม่ว่างเว้นแม้แต่เพียงเวลาเดียว อาจจะด้วยเพราะอาหารที่สั่งไว้ยังมาไม่ถึง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าราคาสุราบนภาคพื้นดินนั้นต่ำกว่าราคาที่ถูกขยับสูงขึ้นไปบนเรือสำเภาก็เป็นได้ จนหมดสุราไปแล้ว 1 ไห บรรดาอาหารก็ถูกยกมาแล้ว บุรุษผู้นั้นก็รีบรับประทานให้เสร็จ จากนั้นจ่ายเงินก็ลุกออกไปอย่างรวดเร็วนัก ทุกคนในร้านยังไม่หายตกตะลึง ก็พบว่าอีกฝ่ายควบม้าออกไปไกลแล้ว หลายคนจึงรีบชำระเงินเพื่อติดตามออกไป แต่ฝีเท้าของม้าขาวตัวนั้นช่างว่องไวนัก เพียงชั่วอึดใจเดียวก็ทิ้งห่างผู้ติดตามไปจนหมดสิ้น... ฝ่ายหยางไคย่อมทราบดีว่ามีคนติดตามมา จึงเร่งควบม้าหนีจนทิ้งห่างอีกทุกคนได้แล้วก็หยุดม้าที่ริมทางเดินที่ลับตา แล้วป้อนเจ้าขาวด้วยกล้วยหอม 4 ลูก จากนั้นก็กลับมาพิจารณาการแต่งกายของตนกันอีกสักรอบ แล้วจึงกล่าวขึ้นมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า“บัณฑิตนั้นหาใช่จะอ่อนแอทุกคนไม่ เหตุใดไปที่ไหนจึงมีแต่คนคิดจะรังแกเราร่ำไปเล่า ?” จึงสวมเสื้อคลุมยาวถึงศีรษะ จากนั้นขึ้นม้าแล้วกลับไปยังตลาดอีกสักรอบ ในครั้งนี้หยางไคระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งแผนเดิมที่คิดจะท่องเที่ยวไปพร้อม ๆ กับการเลือกซื้อของฝาก ก็เป็นอันต้องระงับไปเสียสิ้น จากนั้นไปยังร้านจำหน่ายอาหารแห้งจำพวกขนมหวานซึ่งมีราคาไม่สูงนักดัวยต้องการประหยัดเงิน เพราะแม้หยางไคไม่ต้องจ่ายเงินทองเพื่อซื้อตั๋วขึ้นเรือในราคาแพง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง  จนบัดนี้เมื่อต้องใช้ซื้อหาของฝากทั้งหลาย จึงมีเงินสำรองเหลือแค่เพียง 14 ก้วน เท่านั้น แต่ขณะที่หยางไคเก็บเศษเงินทอนที่ได้รับจากแม้ค้ามานั่นเอง มือข้างขวากลับสัมผัสไปโดน ‘ถุงแดงนำโชค’ ที่ตนได้พกติดตัวเอาไว้ตลอด ในใจจึงคิดถึง ‘หยางเหมย’ ผู้ได้มอบให้ไว้ก่อนการเดินทางจากตระกูลหยาง ซึ่งตนก็ยังมิได้มีของขวัญของฝากสำหรับนางแต่ประการใดเลยแล้วคิดไปถึง ‘ยุ่นเอ๋อ’ ที่เคยอ้อนให้เขาซื้อปิ่นปักผมให้ ใจจึงคิดว่าสตรีทุกนางล้วนต้องการเจ้าของสิ่งนี้เช่นเดียวกัน ครั้นเห็นปิ่นปักผมที่สวยถูกใจแล้วก็คิดจะซื้อไปฝาก พอสอบถามราคาแล้วจะชำระเงิน แม่ค้ากลับเสนอเงื่อนไขที่น่าสนใจมาอีกว่า“ปิ่นปักผมชิ้นละ 500 เหวิน แต่ถ้าซื้อ 2 ชิ้นจะแถมให้อีกเป็น 3 ชิ้น !!!” หยางไคคำนวณดูแล้วเขาจ่ายไปเพียง 1 ก้วน แต่ได้มาถึง 3 ชิ้น จึงไม่ลังเลที่จะเลือกปิ่นปักผมอีก 2 ชิ้น ทั้งที่ตนก็ยังไม่ทราบว่าจะนำไปกำนัลแด่ผู้ใดเลยก็ตาม..

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน