ด้วยประสบการณ์ตลอดทั้ง 2 ชีวิตที่ผ่านมาซินหยานมองเพียงแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่า สถานการณ์ทายาทของตระกูลถังนั้นเป็เช่นไรถึงแม้จะไม่แสดงออกมาซินหยานก็รู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าตระกูลถังจะต้องรักและเอ็นดูเ้าของร่างเก่ามากกว่าบุตรคนอื่นๆ มิเช่นนั้นเขาคงไม่พยายามขัดขวางถังซินเยว่ขณะที่เขากำลังแก้ตัวอย่างแน่นอน
“แล้วเ้าล่ะ มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ว่าสิ่งที่ซินเยว่พูดนั้นไม่ใช่ความจริง…”
หลังจากที่สั่งให้ถังซินเยว่ห้ามเข้ามาแทรกแซงระหว่างการสนทนา มาในคราวนี้ถังเหมินก็หันมาถามคำถามซินหยานอีกครั้ง ซึ่งทางด้านของซินหยานเองก็ได้เตรียมคำตอบเอาไว้แล้วเช่นกัน
“เรียนหัวหน้าตระกูล…วันที่เกิดเหตุตัวข้าและน้องซินเยว่ได้มีการพบปะกันเล็กน้อย แต่ข้าไม่คิดเลยว่านางจะนำรุ่นเยาว์คนอื่นมาด้วย…พวกเราสนทนากันอยู่สักพักเพียงแต่น้องซินเยว่ไม่ชอบสิ่งที่ข้าพูดออกมานางจึงได้ลงมือตบใบหน้าของข้า…”
ซินหยานเล่าเหตุการณ์ั้แ่ที่เขามาถึงที่นี้ให้ตัวของถังเหมินฟังเพียงแต่ เขาได้เสริมเติมแต่งเข้าไปบางจุดและทำให้ตัวเองนั้นเป็ถูกกระทำมากที่สุด
“โกหก! ท่านพ่อนางโกหกอย่าเชื่อนางนะ-”
“ถังซินเยว่! ข้าจะเตือนเ้าเป็ครั้งสุดท้ายถ้าเกิดว่าเ้ากล้าแทรกการพูดคุยของข้าอีก…อย่าหาว่าข้านั้นโหดร้าย”
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็ไปตามสิ่งที่ซินหยานคิดเอาไว้เขาคิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงเสียถังซินเยว่ก็ต้องโต้แย้งสิ่งเขากล่าวออกไป และก็จะเป็ถังเหมินที่ห้ามปรามนางไม่ให้นางเข้ามาแทรกในระหว่างการสนทนา
“ว่าต่อ…”
และเมื่อถังเหมินอนุญาตให้ซินหยานได้พูดต่อ เขาก็แอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยในเมื่อเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างถังซินเยว่้าหาเื่เ้าของร่างนี้เขาก็จะจัดให้นางแบบนสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว
“หลังจากที่ข้าโดนนางตบใบหน้า ข้าก็ไม่ได้รู้โกรธนางแต่อย่างใดบางทีนางอาจะทำไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็เป็ได้…แต่ว่าเมื่อข้า้าจะสนทนากับนางต่อ นางกับเลือกที่จะทำร้ายข้าอีกครั้งคราวนี้ข้าสามารถที่จะหลบเลี่ยงได้ทัน…โชคร้ายด้วยสัญชาตญาณข้าจึงได้เผลอตบหน้านางกลับคืนไปด้วย.."
ขณะที่เล่าเื่ราวทั้งหมดสีหน้าของซินหยานก็เศร้าสร้อยเป็อย่างมากมันเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปนั้นเป็ความผิดพลาดอย่างมหันต์ เฝ้ามองจากท่าทางแล้วถังเหมินก็ไม่คิดว่าบุตรสาวคนโตของเขาจะโกหก นางกล่าวมันออกมาได้อย่างเป็ธรรมชาติและไม่มีอะไรผิดแปลกแต่อย่างใด
“สุดท้ายแล้วมันก็เป็เพียงแค่เื่เข้าใจผิด…ท่านหัวหน้าตระกูลอย่าทำให้มันเป็เื่ใหญ่"
ต่อให้อยากจะพูดอะไรออกมาถังซินเยว่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ นางรู้ดีว่าบิดาของนางนั้นเข้มงวดขนาดไหนเขาเป็คนที่พูดและทำจริง มันไม่คุ้มเสี่ยงเลยสักนิดเดียวที่นางจะฝ่าฝืนคำสั่งของเขาเป็ครั้งที่ 2 นางได้แต่เก็บความโกรธแค้นต่อซินหยานเอาไว้ภายในจิตใจอย่างเงียบๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วซินหยานขอตัว…”
การอยู่ในสถานการณ์แบบนี้นานๆไม่ใช่เื่ที่ดีสำหรับซินหยาน ต่อให้เขาจะมีความทรงจำของเ้าของร่างอยู่ในกำมือก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องรู้ทุกสิ่งภายในตระกูลมันอาจจะมีสถานการณ์ที่นอกเหนือจากสิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้ก็ได้การรีบออกไปจากบริเวณนี้คงจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
“เดี๋ยว! ลืมแล้วหรือว่าวันนี้เ้ามีสถานที่ต้องไป…”
แต่ในขณะที่ซินหยานเตรียมที่จะประสานมือให้แก่ถังเหมินและจากไป กลายเป็ว่าถังเหมินก็กล่าวขัดเขาเอาไว้เสียก่อน ซึ่งในประโยคดังกล่าวมันทำให้ซินหยานรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาพยายามค้นหาในความทรงจำของเ้าของร่างอย่างรีบร้อนว่าตัวเองนั้นต้องไปสถานที่ใดในวันนี้
“แน่นอนว่าข้าไม่มีทางลืม…ข้าจะเตรียมตัวไปสถาบันอี๋นั่วทันที”
โชคที่ว่าความทรงจำในส่วนนี้ยังอยู่ครบถ้วนและสมบูรณ์ดี กำหนดการของเขาในวันนี้ก็คือสถาบันอี๋นั่ว 1 ในสถาบันศักดิ์ของทวีปัฟ้ามันเป็สถาบันที่เปิดรับเฉพาะผู้ที่ความสามารถทั้งบู้และบุ๋น ไม่ว่าจะเป็ในการต่อสู้เช่น ผู้ใช้กระบี่ ผู้ใช้หอก ผู้ใช้ธนู การต่อสู้ด้วยมือเปล่าและศิลปะการต่อสู้อีกมายที่เปิดสอนอยู่ในสถาบันอี๋นั่ว หรือจะเป็งานหัตถกรรมและวรรณกรรมที่สถาบันอี๋นั่วก็เปิดสอนเช่นกัน เรียกได้ว่ามันคือสถานที่บ่มเพาะผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง
ที่ผ่านมาคนจากตระกูลถังก็มักจะส่งบุตรหลานของตัวเองเข้าศึกษาสถาบันอี๋นั่วกันทั้งสิ้นและส่วนมากจะประสบความสำเร็จกันส่วนใหญ่ถึงแม้จะไม่ได้เข้าเรียนต่อไหนในสาขาที่มีชื่อเสียง แต่เพียงแค่ได้เข้าเล่าเรียนนี้ก็นับว่าเป็หน้าเป็ตาของตระกูลมากแล้ว ซึ่งคนส่วนน้อยที่ไม่สามารถเข้าสถาบันอี๋นั่วได้ก็คือเ้าของร่างที่ซินหยานอยู่ในขณะนี้นั้นเอง
โดยปกติแล้วสถาบันอี๋นั่วจะเปิดรับศิษย์ใหม่ั้แ่รุ่นเยาว์อายุได้ 12-17 ปี ในความทรงจำที่ผ่านมาเ้าของร่างเก่าผ่านการทดสอบเข้าสถาบันอี๋นั่วมาแล้วถึง 5 ครั้งและล้มเหลวทั้งหมดต่อให้จะเป็สาขาที่เรียกได้ว่ามีคนสนใจน้อยที่สุดอย่างงานเย็บปักถักร้อยก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ นางจึงกลายเป็ตัวตลกในสายตาของคนอื่นเสมอยามเมื่อการทดสอบประจำปีมาถึง
“ครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายแล้วข้าหวังว่าเ้าคงจะมีชื่อติดอยู่ 100 คนแรกแม้ว่ามันจะเป็ไปได้ยากก็ตาม…”
ปีนี้อายุบุตรสาวคนโตของเขาอย่างถังซินหยานก็อายุ 17 ปีแล้วมันเป็ครั้งสุดท้ายที่นางจะมีโอกาสในทดสอบเข้าเป็ศิษย์ของสถาบันอี๋นั่วเป็ครั้งสุดท้าย ในขณะที่บุตรคนอื่นๆของเขาล้วนสามารถเข้าสถาบันอี๋นั่วได้ั้แ่อายุ 12 ปี ถึงเขาจะยังคาดหวังในตัวนางอยู่ก็ตามแต่ก็รู้อยู่แก่ใจมันไม่สามารถที่จะเป็ไปได้
“ท่านไม่ต้องกังวลปีนี้ยังไงเสียข้าก็ต้องมีชื่ออยู่ใน 100 อันดับแรกอย่างแน่นอน…”
เพียงซินหยานกล่าวประโยคดังกล่าวจบบรรดาผู้คนในห้องโถงตระกูลต่างะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันราวกับว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินเื่ที่น่าตลกขนาดนี้มาก่อน ทั้งที่ก่อนหน้าซินหยานยังใช้จำนวนรอบในการทดสอบถึง 5ครั้งก็ยังคว้าน้ำเหลวมาโดยตลอด พอมาถึงการทดสอบรอบสุดท้ายนางบอกว่าจะมีชื่ออยู่ใน 100 อันดับแรกมันจึงทำให้พวกเขารู้สึกว่าซินหยานช่างเพ้อเจ้อยิ่งนัก
“เงียบ!…ถ้าเ้ามั่นใจเช่นนั้นก็นับว่าเป็เื่ดี”
เมื่อได้ยินเสียงของถังเหมินบรรดาผู้คนในห้องโถงก็เริ่มหยุดการกระทำของตัวเองลงทันที ถึงแม้ว่าบางส่วนเองจะมีสีหน้าตลกขบขันอยู่บนใบหน้าก็ตาม แต่ทางด้านซินหยานเขากับรู้สึกเห็นใจสาวน้อยผู้นี้เป็อย่างยิ่งสำหรับเขาแล้วนางไม่ต่างอะไรจากแกะดำที่อยู่ในฝูงของแกะขาว ทุกคนเลือกจะปฏิบัติกับนางอย่างไม่เป็ธรรมในสิ่งที่นางควรจะได้รับ เพราะฉะนั้นแล้วในเมื่อไม่มีใครมองนางด้วยระดับสายตาเดียวกัน ซินหยานก็จะทำให้พวกมันไม่สิทธิ์แม้แต่จะมองนางอีกต่อไป
[แจ้งเตือน! กระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ใช้เสร็จสิ้น ระบบพร้อมใช้งานแล้วบัดนี้…]
ซินหยานทำการประสานมือไปทางถังเหมินอีกครั้งพร้อมกันหันหลังและเดินออกจากห้องโถงตระกูลไป ทว่าก่อนที่เขากำลังจะก้าวเท้าพ้นออกจากประตูไปเขาก็หยุดฝีเท้าของตัวเองลงและหันหน้ามายิ้มให้กับทุกคนที่อยู่ในห้องโถงทุกคนอย่างมีเลศนัย…
“สำหรับปีนี้บุตรหลานของพวกท่านคนใดที่หวังอันดับที่ 1 เอาไว้ข้าขอแสดงความเสียใจด้วยเพราะมันเป็ของข้าแล้ว!…”