บทที่2. โอ้โห!!! เหมืองถล่มงั้นรึ
ร่างเล็กๆ เป็ก้อนกลมๆ กระจ้อยร่อยกระจิ๋วหลิวพยายามขยับร่างกายพร้อมทั้งลืมตาแต่ก็ลืมไม่ขึ้น
‘ทะลุมิติแล้วสินะ แต่ทำไมเจ็บจังเจ็บไปทั้งตัวเลย’
ขณะที่เธอพยายามลืมตาก็รับรู้ได้ถึงความทรงจำเ้าของร่างเดิมเข้ามาในหัวอย่างช้าๆิเย่วหลับตานิ่งเพื่อรับรู้เื่ราวทั้งหมดก่อนแต่พอผ่านไปสักพักิเย่วรู้สึกว่าร่างกายโครงเครงไม่นิ่งทั้งยังได้ยินเสียงรอบข้างที่มีคนทั้งชายหญิงดังโอดโอย ร้องคร่ำครวญมากมายรอบข้าง
“ฮึก ฮืออ พี่รองอย่าเป็อะไรนะขอรับ ชุนชุนจะช่วยท่านเองขอรับ”เสียงเล็กที่พูดชัดบ้างไม่ชัดบ้างดังขึ้นที่ข้างๆ หูจากนั้นก็รู้สึกว่าร่างกายถูกแบกขึ้นหลังใครสักคนแต่ขาเธอยังลากไปกับพื้นบ่งบอกว่าคนที่แบกเธออยู่นั้นตัวน่าจะพอพอกันกับเธอเลยแล้วพาเดินไปข้างหน้า
แต่บ่าเล็กๆ ที่แบกร่างของเธอนั้นกลับสั่นเทาบ่งบอกว่าผู้ที่แบกนั้นต้องตัวเล็กมาก ต้องใช้แรงมากและต้องใช้ความพยายามอย่างมากเลยทีเดียว
ฮึบ! ฮึบ! ฮึบ! ร่างเล็กๆนั้นพยายามแบกร่างของพี่สาวออกมาจากกองซากบ้านที่ถล่มลงเพราะพี่สาวเอาตัวเข้ามาบังกอดปกป้องเขาเอาไว้จึงทำให้ได้รับาเ็จนสลบไปโชคดีที่ไม่ได้โดนไม้หนักๆ ทับเพราะมีคานไม้มารองรับอยู่นั้นเองแต่ที่หัวของพี่สาวได้แผลใหญ่เพราะถูกไม้กระแทกใส่ เืไหลออกมาอาบหน้าเยอะมากๆจนเขากลัว
“พี่รองท่านอดทนก่อนนะขอรับ ฮือออ ฮึก ฮือ” เสียงเล็กๆ ที่ิเย่วได้ยินเป็เสียงเด็กผู้ชายพูดทั้งพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไปด้วยนางใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีฝืนลืมตาขึ้นมาจนได้เมื่อดวงตากลมโตลืมขึ้นมาสิ่งที่กระแทกตาก็คือบ่าเล็กๆของเด็กน้อยที่แบกร่างนางอยู่นั้นเล็กมากๆ น่าจะเป็เด็กเล็กอายุไม่เกิน 5 หนาวที่พยายามก้าวขาสั้นๆ ป้อมๆ ไปอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าขาดวิ่นทั้งเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนและยังมีคราบเือยู่ด้วยเต็มเสื้อผ้าไปหมด
มองไปรอบด้านก็เห็นผู้คนต่างมีสภาพไม่ต่างกันเสียงร้องไห้คล่ำครวญโอดโอยดังระงมทั้งยังเดินไปทิศทางเดียวกันเหมือนกำลังหนีหรืออพยพกันอยู่ บางคนก็นั่งร้องไห้ที่พื้นอยู่ข้างร่างที่ไร้ิญญาของคนที่รักหรือญาติพี่น้องที่จากไปบางคนนั่งเหม่อลอยราวกับจิติญญาหลุดลอยไปไกลแล้ว…
ิเย่วยังไม่ทันที่จะได้คิดสิ่งใดต่อร่างเล็กๆ ที่แบกนางมาก็สะดุดล้มลงเต็มแรงเพราะขาที่อ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทนจนหน้าทิ่มกระแทกพื้นดิน
ตุ้บ! อั๊ก! โอ๊ย!ิเย่วร้องเพราะเมื่อคนที่แบกล้มลงตัวนางก็ล้มลงนอนแผ่หลากับดินด้วย
“พี่รอง ฮึก ท่านฟื้นแล้วชุนชุนขอโทษขอรับ เจ็บหรือไม่ขอรับ ฮืออ”เด็กน้องละล่ำละลักรีบถามทันทีที่เห็นว่าพี่สาวฟื้นคืนสติแล้วก็ดีใจมาก
“อย่าร้อง เด็กดีอย่าร้องไห้” เสียงเล็กๆ แหบแห้งพยายามเอ่ยิเย่วลืมตายื่นมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาให้เด็กน้อยตรงหน้าเพื่อปลอบโยนทั้งที่นางยังนอนเจ็บแผ่หลาอยู่บนพื้นข้างทาง
“พี่รองไม่เป็ไร ไม่เจ็บ” ิเย่วพยายามปลอบน้องชายวัน 5 หนาวให้หยุดร้องก่อนใช่แล้วล่ะเด็กน้อยตรงหน้าคือน้องชายฝาแฝดของเ้าของร่างที่เธอมาอยู่นั้นเองเธอเข้ามาอยู่ในร่างเด็กน้อยวัย 5 หนาวชื่อหยางิเย่วชื่อแซ่เดียวกันกับเธอเลย
อา!นี้เธอต้องกลายเป็เด็กน้อยวัย 5 หนาวหรอเนี่ยเธอนึกว่าจะทะลุมิติมาได้ทั้งตัวแต่กลับมาแต่ดวงจิติญญาเท่านั้นแล้วร่างกายเธอล่ะ..สลายหายไปแล้วหรือช่างเถอะอยู่ในร่างเด็กก็ดีเหมือนกัน
จากความทรงจำนั้นทั้งครอบครัวมี 5 คน ท่านพ่อหยางิฮุ่ยอายุ 33ท่านแม่มู่ฟางจิงอายุ 30 พี่ใหญ่หยางิเฟิงอายุ9 หนาว ตัวนางหยางิเย่ว 5 หนาวและน้องชายฝาแฝดหยางิชุนอายุ5 หนาว อาศัยอยู่ในหมู่บ้านซานซี เมืองโจวเจียง แคว้นฉีโดยมีอาชีพล่าสัตว์หาขอป่าและขุดแร่ในเหมืองเพื่อยังชีพ
อาชีพหลักของคนหมู่บ้านนี้คือการขุดเหมืองแร่เงินและทองคำรวมถึงแร่หยกและล่าสัตว์หาของป่ากันแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุมถึงเหตุการณ์ประหลาดที่พบเจอเนื่องจากผู้ที่เข้าป่าทุกคนในหมู่บ้านล้วนสังเกตเห็นว่าสัตว์ป่านั้นแปลกประหลาดดูแตกตื่นวิ่งพร่านไปทั่วป่า ฝูงนกก็บินแตกฮือกันเป็ฝูงเหมือนกำลังอพยพสัญชาตญาณสัตว์ป่ารับรู้ได้ถึงภัยธรรมชาติเสมอ
ผู้ใหญ่บ้านจึงเรียกประชุมให้ลูกบ้านระวังตัวถ้าเป็ไปได้ให้งดการเข้าป่าก่อนใน่นี้แต่เพราะไม่มีใครเคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนจึงไม่มีใครคาดคิดว่าที่สัตว์แตกตื่นนั้นเป็สัญญาณเตือนถึงภัยธรรมชาติที่กำลังคืบคลานเข้ามานั้นเอง
จากนั้นไม่กี่วันก็เกิดแผ่นดินไหวสั่นะเือย่างรุนแรงถึงจะไม่ทำให้แผ่นดินแยกแต่ก็แรงพอทำให้บ้านเรือนถล่มลงสร้างความเสียหายและที่หนักที่สุดก็คือเหมือนแร่ที่รับแรงแผ่นดินไหวไม่ได้ก็ถล่มลงมาฟ้าร้องคำรามกึกก้อง สายฝนที่หลงฤดูกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายนับเป็มหัตภัยที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่แคว้นฉีเคยประสบพบเจอเลยก็ว่าได้
ที่โชคร้ายกว่านั้นคือท่านพ่อและพี่ใหญ่ที่ปกติจะขึ้นเขาล่าสัตว์หาของป่ามาขายแต่วันนี้กลับพากันเข้าเหมืองเพื่อขุดหาแร่มาขายร่วมถึงท่านแม่ก็ไปด้วยเช่นกันเพราะ้าหาเงินมาซื้ออาหารตุนเสบียงในหน้าหนาวที่จะถึงนั้นเอง จึงมีแต่ิเย่วและิชุน น้องชายฝาแฝดที่อยู่เล่นด้วยกันที่บ้านตอนที่แผ่นดินไหวนั้นิเย่วกับิชุนนั่งอยู่ในบ้านกำลังนั่งกินแผ่นแป้งหยาบเป็อาหารกลางวันที่ท่านแม่เตรียมไว้ให้อยู่เมื่อเกิดการสั่นไหวที่รุนแรงเด็กทั้งสองจับมือกันหนีตายออกมาจากบ้านแต่ก็ยังไม่ทันพ้นตัวบ้านก็ถล่มลงมาจึงทำให้ด้วยเหตุนี้เด็กน้อยเ้าของร่างเดิมจึงเสียชีวิตเพราะเอาตัวเข้ากันให้น้องชาย
เฮ้อ!! น่าสงสารนักเธอจึงอธิษฐานในใจเพื่อเป็การบอกกล่าวเด็กน้อยเ้าของร่างเดิม‘ไม่ต้องห่วงนะเด็กน้อยิเย่วพี่สาวคนนี้จะดูแลทุกคนในครอบครัวและบรรพบุรุษให้ดีที่สุดเองไม่ต้องเป็ห่วงอะไรอีกแล้วนะ’จากนั้นก็รับรู้ได้ถึงสายลมอ่อนๆ โชยมาต้องกายเสมือนเป็การตอบรับว่ารับรู้ถึงความตั้งใจของเธอแล้ว
ส่วนทางท่านพ่อ ท่านแม่พี่ใหญ่นั้นไม่รู้ป่านนี้ทั้งสามคนจะเป็อย่างไร ได้แต่ภาวนาให้ทั้งสามปลอดภัยนางยังไม่อยากเป็กำพร้าั้แ่ครั้งแรกที่ทะลุมิติมาหรอกนะ
ิเย่วมั่นใจว่าเธอน่าจะทะลุมิติมายุคอดีตของจีนที่โบราณมากๆไม่แน่ชัดว่าเป็ยุคสมัยไหนกันแน่เรียกว่าน่าจะเป็ยุคก่อร่างสร้างตัวของต้นตระกูลหยางรุ่นแรกเลย เพราะดูจากการแต่งกายและสภาพแวดล้อมนั้นไม่ผิดแน่และจากตอนที่อยู่ยุคปัจจุบันลูกหลานในตระกูลหยางล้วนทราบดีว่าบรรพบุรุษรุ่นแรกนั้นลำบากมากแค่ไหนเป็เพียงชาวบ้านยากจนธรรมดาที่ทำงานขุดเหมืองเท่านั้น
อา!นี้เธอมา่ต้นตระกูลเลยหรือนี่ จำได้คุณย่าเธอเคยเล่าว่าเป็่ที่ยากลำบากมากๆเลยไม่สิตอนนี้ต้องตั้งสติก่อนว่าจะทำอย่างไร…….