ตอนที่6
ไพ่โจ๊กเกอร์
หลังจากที่นทีแนะนำตัวเสร็จราวินทร์ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง นทีหันไปมองที่ราวินทร์ แสดงท่าทีออกมาเช่นนั้น
ราวินทร์ :คงไม่พอใจน่าดูสินะที่ฉันกินิญญามนุษย์จนเป็เื่ถึงได้ส่งนายมาจับตามองแบบนี้
นที :แน่นอนว่าการกินิญญามนุษย์ไม่ใช่เื่ผิดสำหรับปีศาจเพราะปีศาจส่วนใหญ่ที่อยู่บนโลก ก็กินิญญามนุษย์เพื่อเอาตัวรอดอยู่แล้วแต่ที่นายทำ มันกระโตกกระตากมากเกินไปเท่านั้นเอง
ราวินทร์ : แล้วจะให้ฉันทำยังไงฉันพยายามเลือกคนที่ไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว แต่มันก็ยังเกิดปัญหา
นที : เอาอย่างนี้แล้วกันฉันจะบอกวิธีการกินิญญาแบบที่ไม่เสี่ยงมากให้ อย่างแรกคือ ห้ามสูบเร็ว ให้ค่อยๆสูบทีละนิด สองเลือกคนที่มีพลังิญญาสูงๆคนพวกนี้จะมีความอดทนต่อการสูบมากกว่าคนปกติ และสุดท้าย อย่าสูบจนหมด
ราวินทร์ :จะรู้ได้ยังไงว่าใครมีพลังิญญาสูง
นที : ประเมินจากท่าทางเอาก็แล้วกันถ้าสูบไปแล้วเขายังไม่หน้ามืด ก็แสดงว่าคนนั้นมีพลังิญญาสูงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง การกินพลังิญญาจะต่างจากการกินิญญาเพราะกินแค่พลังที่หล่อเลี้ยงร่างกาย พวกเขาสามารถฟื้นฟูขึ้นได้อีกแต่ถ้านายกินิญญาเข้าไปพวกนั้นจะอยู่ได้ไม่นาน บ้างก็ตายเลยบ้างก็อาจจะตายในอีกไม่นาน ดังนั้น เลือกกินเฉพาะคนที่มีพลังิญญาจะได้ไม่มีปัญหาเข้าใจใช่มั๊ย
ราวินทร์กลับมาทำงานอีกครั้งโดยนทีเป็คนหาลูกค้ามาให้ เขาสามารถดูได้เพียงวันละคนเท่านั้นเพราะตอนนี้เขาเหลือตาซ้ายแค่ข้างเดียว ส่วนตาขวานั้น ต้องใส่ตาปลอมไว้การดูดวงยังทำตามเงื่อนไขปกติ เขียนสัญญา แยกไพ่ สับไพ่และอธิษฐานแต่วันนั้นเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น หลังเขียนสัญญาเสร็จและเริ่มแยกไพ่โคมไฟ้าที่ส่องลงมาที่โต๊ะนั่นเสีย และเขาไม่มีหลอดไฟอันใหม่มาเปลี่ยนจึงคิดจะขอเลื่อนไปเป็ช่วยบ่าย แต่สัญญาเขียนไปแล้วและเริ่มสับไพ่แล้วแบบนี้จะผิดเงื่อนไขรึเปล่า เพราะมีกฎอยู่ว่า ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องดูให้จบ ลูกค้าจึงบอกกับราวินทร์ว่า“ไม่เป็ไรหรอกครับ เอาไฟมือถือส่องก็ได้” และลูกค้าคนนั้นก็เปิดไฟจากมือถือและเอามือถือพิงที่กล่องดำที่อยู่บนโต๊ะ และเริ่มแยกไพ่อีกครั้ง
ราวินทร์เริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติจากเดิม ไพ่โจ๊กเกอร์ที่ลูกค้าแยกออกมา มันเรืองแสงสีชมพูอ่อนๆแต่พอเขานำไปวางไว้ข้างๆ มันก็ไม่มีแสงออกมาอีก ทำไมถึงเป็เช่นนั้นไพ่จะเรืองแสงเฉพาะตอนที่ถูกััเท่านั้นงั้นเหรอเขาเก็บความสงสัยนั้นไว้และดูดวงจนเสร็จ แต่หลังจากนั้นเขา้าความมั่นใจเขาจึงพูดกับลูกค้าคนนั้นว่า
ราวินทร์ :คุณช่วยหยิบไพ่โจ๊กเกอร์นั้นขึ้นมาอีกครั้งได้ไหมครับ
ลูกค้า : (หยิบไพ่ขึ้นมา)ทำไมเหรอครับ มันมีอะไรเหรอ (พลิกซ้ายขวาเพื่อดูไพ่)
ราวินทร์ยิ้มและตอบกลับไปว่า“ไม่มีอะไรครับ เก็บไพ่เข้าสำรับก็เป็อันเสร็จพิธีแล้ว”สิ่งที่เห็นนั่นมันทำให้เขามั่นใจว่าไพ่จะเรืองแสงขึ้นเมื่อมีคนจับก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นเพราะโคมไฟ้า ส่องลงมาจนกลบแสงของไพ่ที่ส่องออกมา “แล้วมันมีความหมายอะไรล่ะ”เขาเริ่มคิดว่า มันต้องมีอะไรมากกว่าแค่เรืองแสงเป็แน่ มิเช่นนั้นคชาคงไม่ปิดบังเื่นี้
ราวินทร์เปลี่ยนโคมไฟที่ใช้ดูดวงเป็แบบตั้งโต๊ะ และเปิดไฟอ่อนๆ แทน เขาทำเช่นนั้นกับลูกค้าอีกหลายคนและสังเกตไปเรื่อยๆ จนพบว่าบางคนไพ่ก็ไม่เรืองแสง บางคนก็เป็สีชมพูอ่อนจะมีเกือบจะแดงปนมานิดหน่อย เหมือนสัญชาตญาณหรือเซ้นส์บางอย่างบอกเขาว่าคนพวกนี้เป็พวกมีพลังิญญาสูง และในวันนี้ลูกค้าที่มาเป็ชายอายุประมาณ 30+ ซึ่งกำลังเหมาะที่จะใช้ทดลองแถมไพ่ที่เขาจับมันเรืองแสงสีชมพูเข้มๆ เสียด้วย หลังดูดวงเสร็จเขาจึงเดินไปใกล้ๆชายคนนั้นใเล็กน้อยและพยายามผลักเขาออก
ลูกค้า : คุณจะทำอะไร?
ราวินทร์คิดว่าการประชิดตัวแบบนี้หากเป็คนที่ไม่ชอบอาจจะทำให้ยิ่งระวังตัว เขาจึงใช้อุบายเล็กน้อย
ราวินทร์ : ขอโทษด้วยครับผมได้กลิ่นพวกภูตผีออกมาจากตัวคุณ คิดว่าหลังจาก 3 เดือนที่เราดูดวงกันไว้ คุณอาจจะพบกับโชคร้ายก็เป็ได้
ลูกค้า : เอ๊ะ! จริงเหรอครับผมควรทำยังไง คุณสามารถปัดเป่าได้รึเปล่า
ราวินทร์ : ผมจะสวดไล่ให้ครับเชิญคุณนั่งและหลับตาลงก่อนนะครับ
ลูกค้าคนนั้นเชื่อคำพูดราวินทร์และนั่งลงจากนั้นเขาก็เดินไปที่ด้านหลังลูกค้า “คุณอาจจะรู้สึกหน้ามืดนิดหน่อยนะครับเพราะตอนที่มันออกจากร่างมันจะเอาพลังคุณไปด้วยนิดหน่อย ไม่ต้องห่วงพักผ่อนสองสามวันก็หาย” แล้วเขาก็เริ่มสูบพลังิญญาของลูกค้าคนนั้นทันที ใช้เวลาไม่ถึง10 วินาที เขาก็บอกลูกค้าให้ลุกขึ้น
ราวินทร์ : เรียบร้อยครับเป็ยังไงบ้างครับ มีอาการอะไรรึเปล่า?
ลูกค้า :เวียนหัวนิดหน่อยอย่างที่คุณว่าจริงๆ ด้วยครับแล้วผมต้องจ่ายค่าปัดเป่ารึเปล่าครับ
ราวินทร์ : ไม่เป็ไรครับถือเป็บริการหลังการขาย จากนี้ก็รักษาตัวด้วยนะครับ
หลังจากลูกค้ากลับไปเขาก็กลับมานั่งดูไพ่โจ๊กเกอร์ใบนั้นและคิดว่าทำไมนทีถึงไม่บอกว่าสามารถใช้ไพ่ดูว่าใครมีพลังิญญาได้เขาไม่บอกหรือเขาไม่รู้กันแน่ แต่พลังิญญาสีชมพูเข้มนี้มันช่างอิ่มและอร่อยเสียจริงๆ
ราวินทร์เก็บเื่ที่รู้นี้ไว้เป็ความลับไม่บอกนทีเขาหยิบไพ่โจ๊กเกอร์ออกจากสำรับและไปตามหาิญญาในยามค่ำคืนโดยให้คนพวกนั้นจับไพ่และดูว่าใครมีพลังิญญา จากนั้นก็จะหลอกพาไปที่ที่ไม่มีคนและเริ่มสูบิญญา ในวันนั้นหลังจากสูบิญญาเสร็จเขาก็หยิบไพ่ขึ้นมาดูปรากฏว่าพลังเ่าั้ ไหลเข้าไปในไพ่จนหมด “อะไรกันใช้เก็บพลังได้เหมือนอายุขัยสินะ แล้วถ้าจะเอามาใช้ทำยังไง”ก่อนหน้านี้ตอนที่เอาอายุขัยออกมาใช้นั้น ก็เพียงแค่ััไพ่เท่านั้นเขาจึงวางไพ่ลง และเอามือแตะที่หน้าไพ่อีกครั้ง พลังสีชมพูนั้นก็ไหลเข้าร่างเขาทันที“สุดยอด สุดยอดจริงๆ”
หลายวันถัดมา นทีก็เข้ามาที่บ้านพอเห็นราวินทร์หน้าตาสดชื่นแจ่มใสแล้วเขาก็แปลกใจ
นที : คงได้พลังิญญามาเยอะสินะฟิตน่าดูเลยนิ
ราวินทร์ :ใช้วิธีที่นายว่าช่วยได้เยอะเลย นายก็ทำแบบนี้เหมือนกันสินะ
นที :ปีศาจพี่เลี้ยงไม่ต้องกินิญญาหรอก เพราะพวกเราไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์ตลอดเวลาและท่านคชาก็จะมีอายุขัยให้เราได้ใช้ทุกเดือนเพื่อเอาไว้มาที่โลกมนุษย์อยู่แล้วก็แค่ทำตามคำสั่งและก็กลับปราสาท ชีวิตปีศาจพี่เลี้ยงก็แค่นั่นแหละ
ราวินทร์ :ใช้อะไรวัดว่าจะได้รับตำแหน่งอะไรในโลกของท่านคชางั้นเหรอ? แล้วทำไมถึงเป็ฉันล่ะที่ต้องทำงานนี้
นทีไม่ตอบคำถามนั้นเอาแต่จ้องหน้าราวินทร์ จนราวินทร์สังเกตได้
ราวินทร์ : เอาเถอะ ไม่ต้องตอบหรอกคงมีเหตุผลมากมายที่ท่านคชาเลือกนายเป็ปีศาจพี่เลี้ยงแหละนะ แล้วอย่างฉันเนี้ยเขาเรียกว่าปีศาจอะไรงั้นเหรอ ในโลกนั้นน่ะ
นที : ปีศาจรับใช้ไงหล่ะ
ราวินทร์ : งั้นเหรอฉันเป็แค่ข้ารับใช้สินะ แล้วเมฆาล่ะ เขาเป็ปีศาจพี่เลี้ยงเหมือนกันรึเปล่า
นที : ถามถึงเขาทำไม
ราวินทร์ :ฉันเป็คนทำให้เขาต้องได้รับโทษ ก็คงรู้สึกผิดล่ะมั๊ง
นที :ที่เขาช่วยนายก็คงเป็เพราะผูกพันกับนายมากในชาติก่อนล่ะมั๊ง
ราวินทร์ :แต่ฉันไม่รู้จักเขามาก่อนนะ
นที :ก่อนที่เขาจะมาเกิดชาติใหม่เป็เมฆา เขาคืออุไร เมียของนายหลังจากถูกฆ่าตายก็มาเกิดใหม่เป็เมฆา ส่วนนายก็อยู่ในนรกและเมฆาก็ถูกฆ่าตายอีกตอนอายุได้ 25 ปี และก็ได้มาเป็ปีศาจรับใช้คชาั้แ่ตอนนั้น
ราวินทร์ : ว่าไงนะเป็เื่จริงงั้นเหรอ?
นที :เื่นี้จะบอกให้ใครรู้ไม่ได้นะ เมฆาเองก็ยังไม่รู้เื่นี้ที่เขาตั้งใจช่วยปกปิดเื่ที่นายทำฉันคิดว่าเพราะความผูกพันในอดีตที่มีต่อกันนั่นแหละ
ราวินทร์ :แล้วเขาจะเป็ยังไงหลังจากนี้
นที : ไม่ต้องห่วงหรอกพอท่านคชาหายโกรธ ก็คงได้กลับมาทำงานเองแหละ แล้วก็นะฉันว่าตอนนี้เริ่มมีลูกค้ามากขึ้นแล้วด้วย จำเป็ที่นายต้องมีผู้ช่วยแล้วแหละ
ราวินทร์ : งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้ให้ฉันเป็คนจัดการหาเองก็แล้วกัน
เมื่อรู้ความจริงว่าเมฆาคือภรรยาของเขาในชาติก่อนมันยิ่งทำให้เขาเป็ห่วงมากขึ้นเขาคิดว่าเป็ความผิดของเขาที่ทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นและอยากจะพยายามหาทางช่วยเมฆาให้ได้ แต่จะทำยังไงล่ะ “ถ้าหาอายุขัยให้คชาได้มากๆเขาอาจจะพอใจและยอมยกโทษให้เมฆาก็ได้” นั่นคือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาจะต้องทำเพื่อช่วยเมฆาให้ได้
หลังจากวันนั้นราวินทร์ก็ประกาศรับสมัครพนักงาน ในใบประกาศเขียนไว้แค่ว่า “รับสมัครเลขาและผู้ช่วย” โดยเงินเดือนที่จ่ายให้นั้น มันมากจนคนแห่กันเข้ามาสมัครราวินทร์เป็คนสัมภาษณ์พวกนั้นเอง โดยคำถามทั่วๆ ไป 3-4 ข้อ ไม่มีอะไรพิเศษแต่สิ่งสุดท้ายที่เขาจะให้ทำคือให้ผู้สมัครจับไพ่โจ๊กเกอร์เพื่อดูว่ามีใครบ้างที่มีพลังิญญา หากเป็สีชมพู แสดงว่ามีพลังอ่อน หากเป็สีแดงจะเป็ผู้มีพลังสูง เขาเลือกคนเข้าทำงานจากสิ่งนี้ และเขาก็รับพนักงานชายมาคนหนึ่งเพราะไพ่ที่เขาจับนั้นเป็สีแดงสด
นที : นึกว่าจะเลือกผู้หญิงซะอีก
ราวินทร์ :ผู้ชายมีพลังสูงกว่าผู้หญิง นายเป็คนบอกเองไม่ใช่เหรอ
นที : นั่นสินะ
กรนภัสเป็คนที่ได้รับเลือกให้มาทำงานที่สำนักงานหลังจากทำไปได้อาทิตย์หนึ่ง เขาก็เริ่มสงสัยการทำงานนั้นจะมีสมุดสำหรับจดชื่อและเบอร์โทรลูกค้าที่นัดไว้และที่สำคัญมากคือจะมีจำนวนเดือนหรือปีที่้าให้ทำนายที่ระบุไว้ด้านหลังเสมอแต่จำนวนเงินที่ต้องจ่ายกลับไม่เคยจดไว้เลย เขารับเงินมาแล้วใส่ไว้ในกล่องซึ่งไม่เคยเห็นราวินทร์สนใจเงินพวกนั้นแม้แต่น้อยบางครั้งเก็บจนเต็มกล่องจนไม่มีที่ใส่ก็เคยมีและถึงเขาจะแอบเอาเงินออกไปราวินทร์ก็ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าเงินพวกนั้นหายไปด้วยความสงสัยเขาจึงเอ่ยถาม
กรนภัส : คุณราวินทร์ครับกล่องเก็บเงินเต็มแล้ว จะเอาไปเข้าธนาคารไหมครับหรือจะให้ผมเอาไปเข้าให้ก็ได้นะครับ
ราวินทร์เดินไปที่กล่องนั่นและเก็บเงินออกทันที“ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวฉันทำเอง” จากนั้นเขาก็เอาเงินไปเก็บไว้ในห้องนอนที่นั่นเต็มไปด้วยเงินมากมายที่หาได้ แต่เขาไม่จำเป็ต้องกิน หรือต้องใช้อะไรทำให้เงินเหลือมากมาย แต่ความสงสัยของกรนภัสก็ไม่ได้มีแค่นั้น
กรนภัส : คุณราวินทร์ครับทำไมที่นี่ถึงไม่มีทีวี คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือเลยสมัยนี้แล้วไม่ค่อยมีใครใช้โทรศัพท์บ้านแบบนี้กันหรอกครับใช้มือถือติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายกว่า ทั้งที่บ้านดูหรูขนาดนี้แต่ของภายในมีแต่ของเก่าๆ ทั้งนั้นเลย แล้วก็ห้องที่มันค่อนข้างทึบแบบนี้บางทีผมก็รู้สึกหายใจลำบากหรือหน้ามืดบ่อยๆ ครับสามารถเปิดผ้าม่านหรือหน้าต่างออกได้ไหมครับ
ราวินทร์ :อยากเปิดผ้าม่านก็ได้ตามสบายแล้วกัน ฉันชอบความเป็ส่วนตัวน่ะเวลาดูดวงถ้ารู้สึกว่ามีคนจับจ้องหรือมองมันทำให้ไม่สมาธิถึงไม่ซื้ออุปกรณ์ทั้งหลายที่นายว่ามานั่นเพราะมันจะทำให้ฉันเสียเวลาไปกับมันเปล่าๆ ไง
ราวินทร์เริ่มรู้ว่ากรนภัสสงสัยและสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป จึงคิดจะไล่เขาออก และเรียกเขาไปคุยเื่ค่าตอบแทน