ที่นอนที่ว่างเปล่า
ยามชวด (23:00 น.-00:59 น.) ล่วงเลยเข้าสู่ยามฉลู (01:00 น.-02:59)...ภายในห้องนอนเล็กที่ปิดสนิท... นางหายไป
เสิ่นอวี่หานยืนนิ่งอยู่ในความมืดสายตาคมกริบจ้องมองไปยังที่นอนที่ว่างเปล่าของน้องสาว เสิ่นซินอี้ที่ซูอันอันควรจะนอนอยู่
สตรีของข้า...แท้จริงแล้ว... คือปีศาจ... หรือภูตผีกันแน่...
เขาไม่กลับไปที่ห้อง...เขาไม่ปลุกคนอื่น... เขายืน "รอ" อยู่ในความมืดนั้นอย่างเงียบเชียบ
รอ... การปรากฏตัว
ในมิติหงส์
ซูอันอันล้มตัวลงข้างบ่อน้ำพุนางไม่รับรู้ถึงความโกลาหลทางจิตใจที่เกิดขึ้นภายนอก
นางจ้วงน้ำพุิญญาขึ้นมาดื่ม...ดื่ม... และดื่ม... ไอเย็นที่หอมหวานไหลผ่านลำคอลงสู่ช่องท้องความเ็ปที่บีบรัดค่อยๆ คลายตัว
...หายแล้ว...
นางนอนหอบหายใจอยู่บนผืนดินสีดำ
‘รอดแล้ว... ลูก...รอดแล้ว...’
นางตระหนักได้ถึงสาเหตุ...ความเครียด... อาหารไม่พอ... และความร้อน
นางพักอยู่ในมิติครู่ใหญ่จนมั่นใจว่าร่างกายกลับมาเป็ปกติ
‘ข้าต้องกลับไป...ก่อนที่ซินอี้จะตื่น...’
นางไม่รู้เลยว่า...หายนะที่แท้จริงกำลังรอนางอยู่ข้างนอก
นางรวบรวมสมาธิ"ข้าจะออกไป"
ฟุ่บ!
ร่างของนางปรากฏขึ้น...ในจุดเดิมที่นางหายไป... ข้างแคร่ไม้ไผ่ของซินอี้
และ...นางก็แข็งทื่อ
เบื้องหน้าของนาง...ห่างไปไม่ถึงสามก้าว...
ร่างสูงใหญ่ของเสิ่นอวี่หานยืนกอดอกพิงกำแพง... จ้องมองนางนิ่ง...
เขาไม่ได้อยู่ในเงามืด...เขาจงใจยืนให้แสงจันทร์สาดส่องมาที่ใบหน้า...
ใบหน้านั้น...ไร้ความรู้สึก ไม่ตื่นตระหนก... ไม่โกรธ... ไม่สงสัย...
มันคือใบหน้าของคนที่"รู้"
เขา... เขาเห็น!
เขา... รอข้าอยู่!
หัวใจของซูอันอันดิ่งวูบลงไปที่ตาตุ่ม...เืในกายเย็นเฉียบ นางอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
จบแล้ว...จบสิ้นแล้ว...
เสิ่นอวี่หานคลายอ้อมแขนที่กอดอก...เขาก้าวเข้ามาหานาง... ช้าๆ... ทีละก้าว
ทุกย่างก้าวของเขา...หนักอึ้งราวกับภูผาถล่ม
ซูอันอันถอยหลัง...จนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงดิน...
ไม่มีทางหนี...เขายืนอยู่ตรงหน้านาง... ร่างสูงใหญ่บดบังแสงจันทร์จนมิด...
นางตัวสั่น...ไม่ใช่จากความเ็ป... แต่จากความกลัว
เขาไม่ได้ถามว่า..."เ้าหายไปไหน"
แต่เขาเอ่ยถาม...ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนบาดกระดูก...
“...เ้า....คือตัวอะไรกันแน่”
คำถามนั้น...คือฟางเส้นสุดท้าย
ความกลัว...ความเ็ป... ความเครียด... และความน้อยเนื้อต่ำใจที่นางแบกรับมาตลอด...มันะเิออก
“ท่าน...ท่านเรียกข้าว่าตัวอะไร!” นางกรีดร้องใส่หน้าเขา... ไม่สนแล้วว่าใครจะได้ยิน...
“ท่านมีสิทธิ์อะไรมาเรียกข้าว่าตัวอะไร!”
นางผลักหน้าอกเขา...แต่มันก็เหมือนการผลักกำแพงหิน.
“ท่านก็เหมือนกัน!ท่านก็มีความลับ! อย่าเรียกหาความจริงกับข้า... ท่านไม่สนใจว่าข้าเป็อะไรข้ารู้สึกอย่างไร! ท่านแค่สนใจว่าเด็กในท้องเป็อย่างไร ก็เท่านั้นเอง!”
น้ำตาของนางไหลทะลัก...
“ท่านไม่ต้องห่วง!ต่อให้ข้าเ็ปปางตาย ข้าจะรักษาเด็กคนนี้เอาไว้ให้ท่านอย่างดี!”
นางเช็ดน้ำตาอย่างป่าเถื่อน...และประกาศคำขาด
“ข้าจะกลับไปนอนบ้านท่านแม่!”
ซูอันอันหันหลัง...หมายจะหนีออกจากห้องนี้
ตึง!
ยังไม่ทันที่นางจะได้ก้าว...มือใหญ่ของเขาก็วาดผ่านตัวนางไป...
...เขาทุบฝ่ามือลงบนแผ่นประตูไม้...ปิดกั้นทางหนีของนาง!
แผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกกว้างของเขา...นางััได้ถึงไอสังหารที่เย็นเยียบ...
“เ้า...จะไปที่ใด” มันไม่ใช่คำถาม... มันคือคำขู่
เสียงของเขา...ไม่ใช่เสียงชาวนาอีกต่อไป... มันคือเสียงของบุรุษผู้คุ้นชินกับการออกคำสั่ง...เสียงของ เสิ่นจ้าว
“ปล่อยข้า!”นางดิ้นรน “ข้าจะกลับบ้าน!”
“บ้านของเ้า...คือที่นี่”
“ไม่!”
“เ้าพูดว่า...ข้ามีความลับ?”
เขาพลิกร่างนางกลับมาเผชิญหน้า...แขนทั้งสองข้างกักนางไว้ระหว่างเขากับประตู... ดวงตาของเขาวาวโรจน์ในความมืด...
นาง... สังเกตเห็น? นางสังเกตเห็นความลับของข้า?
ความระแวง...และความไม่ไว้ใจ... ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งคู่
“ใช่!”ซูอันอันตวาดกลับอย่างไม่เกรงกลัว “ท่านไม่เหมือนชาวนา! ท่านรู้มากเกินไป!สายตาของท่าน... ท่านไม่ใช่คนธรรมดา!”
เสิ่นอวี่หานชะงักไป...มือของเขาเผลอกำแหวนัไว้แน่น... เขาต้องควบคุมสถานการณ์...
“เ้าพูดถูก”
ซูอันอันนิ่งงัน...เขายอมรับ?
“ข้าสนใจแต่เด็กในท้อง”
คำพูดของเขา...เ็าและโหดร้าย... มันคือการยืนยันคำกล่าวหาของนาง...
“เพราะมันคือสายเืของข้า”
“และเ้า...”เขาโน้มใบหน้าลงมา... ใกล้จนนางััได้ถึงลมหายใจที่เย็นเยียบ
“...คือภาชนะที่อุ้มท้องมันไว้”
หัวใจของนาง...ราวกับถูกบีบจนแหลกสลาย... ภาชนะ...
“เ้าจะเ็ปปางตาย...หรือเ้าจะเป็ภูตผีปีศาจจากขุมไหน... แต่จนกว่าเด็กคนนี้จะคลอด...เ้า...จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“พรุ่งนี้”
เสียงของเขาดังขึ้นในความเงียบ...
“หยุดสานรองเท้า...หยุดเข้าป่า... พรุ่งนี้เราจะเข้าเมือง... ข้าจะพาเ้าไปหาหมอ”
นางตอนนี้หูไม่ได้ยินเสียงที่เขาพูดอะไรแล้วมีแต่คำว่า…
“...ภาชนะ...”
คำคำนี้...เพียงคำเดียว... มันดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของซูอันอัน ราวกับระฆังมรณะ
มันไม่ใช่แค่คำขู่แต่มันคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งพันธนาการนางไว้กับบุรุษผู้นี้
วินาทีนั้นความรู้สึกทั้งหมดที่นางเคยมีถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดภาพความทรงจำที่นางเคยทะนุถนอมไว้ว่าเป็ "ความหวานชื่น"เพียงหนึ่งเดียว ไหลย้อนกลับเข้ามาทิ่มแทงหัวใจ...
ภาพเหตุการณ์ในป่าไผ่วันนั้น...วันที่งูพิษเลื้อยผ่านกอหญ้าเข้ามาใกล้... เขาตวัดมีดเพียงครั้งเดียวหัวของอสรพิษก็ขาดกระเด็น เืสาดกระเซ็นเปรอะใบหน้าเขา แต่เขากลับไม่เช็ดมันออกเพียงหันมาถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เ้าาเ็หรือไม่"
...นางเคยคิดว่านั่นคือความห่วงใยแต่แท้จริงแล้ว เขาเพียงแค่กำจัดภัยคุกคามที่จะทำอันตรายต่อ "ทายาท"ในท้องต่างหาก
และภาพคืนนั้น...คืนที่เขาหายตัวไปจนรุ่งสาง นางจำได้ดีว่านางกระวนกระวายเพียงใดกลัวว่าเขาจะได้รับอันตรายในป่า นางนั่งรอเขาจนเผลอหลับไปหน้าประตู...เมื่อนางลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็นเงาร่างสูงใหญ่ยืนบดบังแสงจันทร์
เขาเดินตรงมาหาซูอันอันที่กำลังยืนนิ่งอึ้งอยู่แล้ววางไหดินเผาใบใหญ่สองใบลงบนพื้นตรงหน้านางอย่างแ่เบา
เสียงก้นไหกระทบกับพื้นดินดังตุบ หนักแน่น ปลุกให้นางตื่นจากภวังค์
เขาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่คำเดียว...ไม่มีคำทักทาย...ไม่มีคำอธิบาย... มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยจากการทำงานหนักตลอดทั้งคืนและกลิ่นดินเผาไหม้ที่ลอยออกมาจากตัวเขา
เขาเพียงแค่ปรายตามองนางด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก...ก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านตัวนางไปตักน้ำล้างเนื้อล้างตัวอย่างเงียบเชียบราวกับนางเป็เพียงธาตุอากาศ
ในตอนนั้น...หัวใจของนางพองโต นางตีความ "ความเงียบ" ของเขาว่าเป็ความขัดเขินนางมองไหดินเผาบิดเบี้ยวเ่าั้ว่าเป็ "ของขวัญชิ้นแรก" ที่สามีทำให้นางคิดเข้าข้างตัวเองว่า 'เขาไม่พูด แต่เขาทำให้เห็น'
แต่บัดนี้นางตาสว่างแล้ว
ความเงียบนั้น...ไม่ใช่ความเขินอาย แต่มันคือความเฉยชาของเ้าของที่กำลังซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้
เขาฆ่างู...เพื่อปกป้อง "ทายาท"
เขาปั้นไห...เพื่อให้มั่นใจว่า "แม่พันธุ์" จะมีอาหารกินไม่อดตาย
ทุกการกระทำที่นางเคยซาบซึ้ง...ล้วนเป็เพียงขั้นตอนการดูแลทรัพย์สินของเขา... ก็เท่านั้นเอง
ราวกับมีบางสิ่งในตัวนาง...ขาดผึง
ความดื้อรั้นแบบนักศึกษาปีสุดท้ายที่เคยมี...ความโกรธเกรี้ยวที่นางใช้เป็เกราะป้องกันเมื่อครู่... พลันสลายหายไปจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกจากร่างจนเกลี้ยง
นางหยุดดิ้นรน...นางหยุดกรีดร้อง...
แผ่นหลังที่เคยเกร็งแน่นด้วยโทสะบัดนี้กลับอ่อนยวบลงพิงกับแผ่นประตูไม้ที่เย็นเฉียบ