“คุณชอบก็ดีแล้วค่ะ” ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้ม
ในฐานะนักออกแบบเสื้อผ้าความสุขที่สุดของเธอคือ การที่ลูกค้าชอบเสื้อผ้าที่เธอทำขึ้นมา
“จริงสิ อาจารย์เฉินคะ ตอนนี้ที่บ้านฉันมีจักรเย็บผ้าแล้วนะคะต่อไปถ้าจะสั่งตัดเสื้อผ้า ก็ทำได้เลยค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของเฉินเจียอวี้ก็เผยความยินดี แต่พอคิดถึงชุดกระโปรงหกชุดที่เพิ่งสั่งแก้ไปก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตัดชุดใหม่แล้วชุดกระโปรงพวกนี้ก็สวยงามมากพอให้เธอใส่ได้แล้ว อีกอย่างก็เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วอากาศร้อนคงเหลืออีกไม่กี่วัน
ซูเจียวเจียวรู้ทันความคิดของเธอจึงกล่าวยิ้มๆ “นอกจากชุดกระโปรงแล้วฉันยังตัดชุดฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ได้ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่อย่างเสื้อโค้ตผ้าสักหลาด ฉันก็ทำได้ค่ะ แล้วก็ชุดสูทด้วย ต่อไปถ้าคุณอยากได้อะไรก็มาหาฉันได้เลย รับรองว่าคุณจะพอใจแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำว่า‘ชุดสูท’ ดวงตาของเฉินเจียอวี้ก็เปล่งประกาย“คุณตัดชุดสูทเป็นด้วยเหรอ?”
ซูเจียวเจียวตอบ“เป็นค่ะ ราคายุติธรรมด้วย”
เฉินเจียอวี้ตื่นเต้น“ดีเลยค่ะ! วันชาติจีนปีนี้ น้องชายของฉันกำลังจะแต่งงานพอดีเขากำลังกังวลเรื่องชุดสูทอยู่เลย เดิมทีก็คิดว่าจะไปซื้อที่ตัวเมืองมณฑลแต่ก็ยุ่งยากเกินไป แถมเขางานยุ่งมากจนไม่มีเวลาไปตัวเมืองมณฑลเลยถ้าคุณทำได้ก็รบกวนคุณเลยนะคะ”
“ฉันต้องวัดตัวเขาก่อนค่ะ แล้วพวกคุณค่อยเอาผ้ามาให้ฉันใช้เวลาห้าวันก็ตัดเสร็จแล้วค่ะ” เพราะกลางวันเธอยังมีงานที่กองผลิตมอบให้ดังนั้นงานส่วนตัวแบบนี้จึงทำได้แค่ตอนกลางคืน
ห้าวันก็พอดีเพราะเหลือเวลาอีกเจ็ดวันก็จะถึงวันชาติแล้ว
“ได้เลย! เที่ยงนี้น้องชายฉันจะมากินข้าวพอดีเลย” เฉินเจียอวี้กล่าวด้วยความยินดีจากนั้นเธอก็จ่ายค่าแก้ไขชุดกระโปรงหกหยวนให้ซูเจียวเจียวก่อน
ไม่นานนักเฉินเจียฉี น้องชายของเฉินเจียอวี้ก็มาถึง เขามีอายุราวๆ ยี่สิบปีรูปร่างไม่สูงมากนัก ประมาณ 172 เซนติเมตร สวมแว่นตาดูเป็นคนสุภาพอ่อนโยน
ซูเจียวเจียวไม่ได้สอบถามเรื่องอื่นๆมากมาย เธอเพียงวัดขนาดตัวเขาแล้วจดบันทึกไว้จากนั้นก็นัดหมายว่าจะมาเอาผ้าตอนบ่ายสองโมง หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จเฉินเจียฉีก็ไปซื้อผ้า
จากนั้นก็สอบถามซูเจียวเจียวว่าชุดสูทราคาเท่าไร
“เดิมทีก็ชุดละแปดหยวนค่ะ แต่ในเมื่อเป็นน้องชายของอาจารย์เฉินก็คิดแค่เจ็ดหยวนก็พอค่ะ”
ตอนนี้ในตลาดค่าแรงสำหรับการตัดชุดเสื้อและกางเกงอยู่ที่ประมาณสองหยวนส่วนชุดสูทก็ย่อมแพงกว่าเป็นธรรมดา
เฉินเจียฉีเคยได้ยินพี่สาวพูดว่าซูเจียวเจียวฝีมือดีและพี่สาวยังเอาชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวดัดแปลงแก้ไขให้เฉินเจียฉีดูอีกด้วยดังนั้นเฉินเจียฉีจึงค่อนข้างเชื่อมั่นในฝีมือของซูเจียวเจียวแม้ว่าเจ็ดหยวนนี้จะค่อนข้างแพงกว่าร้านอื่นๆ แต่เมื่อคิดถึงฝีมือและความประณีตนี่ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
แม้แต่ร้านตัดเสื้อของรัฐค่าตัดชุดสูทยังต้องสี่หยวน แถมยังตัดออกมาไม่สวยอีกต่างหากอีกทั้งช่างของร้านรัฐก็มีงานเยอะ อาจจะไม่สามารถตัดให้เสร็จก่อนวันชาติได้
เมื่อตกลงกันแล้วซูเจียวเจียวก็ตั้งใจจะขอตัวกลับ รอตอนบ่ายสองโมงค่อยมารับผ้า
เฉินเจียอวี้ชวนซูเจียวเจียวทานมื้อเที่ยงอย่างมีมารยาทซูเจียวเจียวย่อมไม่รั้งอยู่ทานอาหารกลางวันที่บ้านของอีกฝ่ายอยู่แล้วนั่นเป็นเพียงคำพูดตามมารยาทเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นครอบครัวเฉินเจียอวี้ก็มีสมาชิกหลายคน นอกจากสามีแล้ว ยังมีบุตรอีกสอง
สามีของเฉินเจียอวี้ทำงานที่สถานีจ่ายไฟซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ดีมาก พ่อแม่สามีของเฉินเจียอวี้ก็มีงานทำทั้งคู่จัดว่าเป็นครอบครัวที่มีฐานะดี
ซูเจียวเจียวจึงยิ้มปฏิเสธอย่างสุภาพแล้วพาหลิวหยวนหยวนไปร้านอาหารรัฐสวัสดิการ สั่งเกี๊ยวน้ำชุดใหญ่หนึ่งชามกินด้วยกันสองคนก็พอดี
หลิวหยวนหยวนยังเป็นเด็กกินได้ไม่มาก กินไปแปดชิ้นก็อิ่มแล้ว ที่เหลือซูเจียวเจียวก็กินหมดเอง
หลังจากกินเสร็จซูเจียวเจียวก็พาหลิวหยวนหยวนเดินเล่นแล้วคิดว่าจะถือโอกาสไปซื้อของที่สหกรณ์สักหน่อย
หลังจากซื้อของเสร็จซูเจียวเจียวก็ซื้อไอศกรีมโบราณสองแท่ง แท่งละสี่เฟิน
ซูเจียวเจียวเห็นหลิวหยวนหยวนไม่ยอมกินจึงถามด้วยความแปลกใจ “หยวนหยวน ทำไมไม่กินล่ะจ๊ะ?ถ้าไม่อยากกินไอศกรีมโบราณ เดี๋ยวน้าไปเปลี่ยนอันอื่นให้ดีไหมเอ่ย?”
หลิวหยวนหยวนส่ายหน้า“หนูอยากเก็บไว้ให้น้าชายกินค่ะ”
เมื่อเห็นหลิวหยวนหยวนเป็นเด็กดีเช่นนี้หัวใจของซูเจียวเจียวก็อ่อนยวบ “ไอศกรีมเนี่ยถ้าไม่รีบกินก็จะละลายนะคะ หนูกินเถอะ เดี๋ยวเราซื้ออย่างอื่นอร่อยๆไปให้น้าชายแทนดีไหม?”
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วหยิบไอศกรีมขึ้นมาเลียช้าๆ มันทั้งเย็นเจี๊ยบ และมีกลิ่นนมอบอวลในปาก
หลังจากเดินเล่นได้สักพักซูเจียวเจียวก็ได้พบกับสองพี่น้องเฉินเจียอวี้และเฉินเจียฉีเข้าพอดีปรากฏว่าไม่ไกลจากตรงนั้นก็คือร้านผ้า ทั้งสองคนมาซื้อผ้ากันนี่เอง
เฉินเจียอวี้เห็นซูเจียวเจียวก็โบกมือให้ทันทีซูเจียวเจียวจึงจูงมือหลิวหยวนหยวนเดินเข้าไปหา
“ยุวชนซูคะ คุณช่วยน้องชายฉันดูหน่อยได้ไหมคะ ว่าชุดสูทควรจะใช้ผ้าแบบไหนดี?”เฉินเจียอวี้ถาม เธอกับน้องชายมาที่นี่นานแล้วเลือกไปเลือกมาจนตาลายไปหมด ไม่รู้ว่าสีไหนดี ผ้าแบบไหนดี
ซูเจียวเจียวสอบถามงบประมาณของพวกเขาเมื่อรู้ว่าพวกเขาไม่ขาดแคลนเงินและต้องการชุดที่ดีเธอก็เลือกผ้าสูทคุณภาพปานกลางถึงสูงในร้านให้เขา เป็นสีเทาเงิน
ซูเจียวเจียวเสนอแนะว่า“ข้างในสามารถใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ แล้วผูกเนกไทสีน้ำเงินเข้มถ้าที่บ้านมีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อก็ได้ค่ะ”
เฉินเจียฉีกล่าวว่า“เสื้อเชิ้ตที่บ้านมีแล้วครับ แต่เนกไทไม่มีที่เข้ากันเลยยุวชนซูครับ ถ้าคุณทำเนกไทเป็น ช่วยทำให้ผมสักเส้นด้วยได้ไหมครับ”
ซูเจียวเจียวพยักหน้า“ได้สิคะ”
จากนั้นเฉินเจียฉีก็ซื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มเล็กน้อยพอสำหรับทำเนกไท
เฉินเจียอวี้ถาม“ชุดแต่งงานของเสี่ยวหมิ่นเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เฉินเจียฉีก็ถอนหายใจและขมวดคิ้ว “เสี่ยวหมิ่นยืนกรานจะใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนคนในตัวเมืองมณฑลเลยครับแต่ว่าในตัวอำเภอของเราไม่มีร้านให้เช่าชุดเจ้าสาว ต้องไปซื้อจากตัวเมืองมณฑลชุดหนึ่งก็แปดสิบหยวน แถมยังต้องใช้บัตรแลกผ้าเยอะด้วยผมก็ไม่มีเวลาไปตัวเมืองมณฑลเลย…”
พูดไปแล้วเฉินเจียฉีก็หันมามองซูเจียวเจียวทันที “ยุวชนซูครับคุณตัดชุดเจ้าสาวเป็นหรือเปล่าครับ?”
ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้มเล็กน้อย“เป็นค่ะ”
เฉินเจียฉีและเฉินเจียอวี้ต่างมองมาด้วยความประหลาดใจโดยเฉพาะเฉินเจียอวี้ “ยุวชนซูคะ คุณเก่งจริงๆ เลยถึงกับตัดชุดเจ้าสาวได้ด้วย!”
ซูเจียวเจียวยิ้มตอบ“ที่จริงการตัดชุดเจ้าสาวไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ ถ้าพวกคุณต้องการฉันตัดให้ได้ค่ะ ว่าแต่เจ้าสาวสูงเท่าไรคะ?”
เฉินเจียอวี้ตอบ“สูงเท่าฉันเลยค่ะ รูปร่างก็ใกล้เคียงกันคุณตัดตามขนาดตัวฉันได้เลยค่ะ”
“ตกลงค่ะ”
จากนั้นซูเจียวเจียวก็ช่วยเลือกผ้าสำหรับชุดเจ้าสาวโดยเลือกผ้าสีขาวสองชนิด ชนิดหนึ่งคือผ้าลูกไม้สีขาวส่วนอีกชนิดคือผ้าซาตินที่เรียบลื่นและนุ่มนวล
ผ้าทั้งสองชนิดนี้ราคาไม่ถูกวันนี้เฉินเจียฉีจ่ายค่าผ้าไปทั้งหมดสิบห้าหยวน
เฉินเจียอวี้ถามเบาๆว่าค่าแรงตัดชุดเจ้าสาวเท่าไร
ซูเจียวเจียวตอบ“ชุดเจ้าสาวค่อนข้างซับซ้อนค่ะ ขั้นตอนเยอะจึงต้องคิดค่าแรงสิบหยวนค่ะ”
เฉินเจียอวี้ประหลาดใจเล็กน้อย
ซูเจียวเจียวอธิบายว่า“ค่าแรงสิบหยวน บวกกับค่าผ้าเก้าหยวน รวมแล้วก็สิบเก้าหยวนซึ่งถูกกว่าชุดเจ้าสาวสำเร็จรูปเยอะเลยค่ะแถมถ้าใครในบ้านต้องการชุดเจ้าสาวแต่งงาน พวกคุณยังสามารถให้เช่าได้อีกด้วยให้เช่าวันละสองสามหยวน ก็คืนทุนเร็วมากเลยนะคะ”
เฉินเจียอวี้ได้ฟังก็ตาเป็นประกายจริงด้วย!