เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 170 อาเฟิ่ง

            “อาเฟิ่ง”ไม่เคยอยู่ที่นี่ ผู้ที่รับหน้าที่ส่งมอบคนคือรองผู้บัญชาการที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของ“อาเฟิ่ง” โดยตรง และเมื่อได้เห็นสภาพของเยี่ยนเจาเจาผู้ที่รับหน้าที่ส่งตัวเยี่ยนเจาเจาก็ถูกด่าเหมือนเอาเลือดสุนัขมารดตัว [1]

            “ข้าบอกให้เจ้าดูแลนางให้ดีเจ้าเห็นหรือไม่ว่าตอนนี้สภาพนางเป็นอย่างไร? หัวของเจ้าและข้าคงมิอาจรักษาเอาไว้ได้แล้ว!”

            คนผู้นี้โกรธจนอยู่ไม่นิ่งตอนเดินออกมาจากห้องที่เยี่ยนเจาเจาใช้พักผ่อนชั่วคราว ก็ได้ยินเสียงด่าใส่หน้าโครมๆทั้งยังดังมากอีกด้วย

            “ข้าน้อย...ข้าน้อยเองก็จนปัญญา ผู้ที่ติดตามมามันกัดไม่ยอมปล่อย หากไม่ใช่เพราะเหล่าพี่น้องสู้จนตัวตายบางทีอาจจะเสียนางไปแล้วก็เป็นได้

            เส้นทางที่ใช้เดินทางก็เป็นทางเล็กๆที่ไม่ค่อยมีคนสัญจร ไม่มีหมู่บ้านหรือร้านค้า อีกทั้งยังไม่กล้าไปเชิญท่านหมอมาใครจะคาดคิดเล่าว่านางจะบอบบางอ่อนแอ กระทั่งการเดินทางระยะสั้นๆ นางก็ยังทนไม่ได้...”

            จิตใจของลูกน้องที่อยู่ใต้บังคับบัญชาผู้นั้นเองก็เจ็บปวดยิ่งตลอดทางไม่ใช่เขาที่ต้องลำบาก แน่นอนว่าเขาไม่มีวันเข้าใจ

            เดิมทีพวกเขาคิดว่าตัวเองได้เตรียมพร้อมทุกอย่างมาเป็นอย่างดีแล้วแต่น่าเสียดายที่หนานหมิงเหอเสียสติหลังจากสูญเสียเยี่ยนเจาเจาไป เหมือนกับหมาป่าคลุ้มคลั่งที่แว้งกัดด้านหลังของพวกเขาหากมิใช่เพราะนายท่านมีญาณทัศนะที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าส่งคนฝีมือดีมาช่วยตอนนี้เยี่ยนเจาเจาก็คงไม่อยู่ในมือของพวกเขาแล้ว

            แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นเพื่อมิให้สูญเสียเยี่ยนเจาเจาไป พวกเขาต้องแลกไปด้วยเหล่าพี่น้องมากมาย

            นอกจากพวกเขาก็ไม่มีผู้ใดเข้าใจเพื่อรั้งเยี่ยนเจาเจาให้อยู่ในมือ พวกเขาต้องจ่ายด้วยมูลค่ามากมายเพียงใด

            แม้แต่ตัวเขาเอง ที่ด้านหลังก็ยังบาดเจ็บสาหัสถึงสองจุด

            รองผู้บัญชาการที่รับหน้าที่ติดต่อมีความไม่พอใจสะสมมานานแต่เขาก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ใดที่ต้องมาทะเลาะกันในยามนี้เขาจึงระงับความโกรธที่มี ขมวดคิ้วพร้อมกล่าว “เรื่องแค่นั้นตอนนี้กล่าวไปก็ไม่สนุกยามนี้จำเป็นต้องรักษาสถานที่แห่งนี้เอาไว้ให้ดี เจ้าไปเชิญท่านหมอมากำชับกับเขาว่าต้องดูแลสุขภาพนางให้กลับมาปกติดี! หากดูแลนางได้ไม่ดีพวกเราก็จะโดนฝังกลบไปพร้อมกับนาง!”

            รองผู้บัญชาการไม่รู้ว่าเยี่ยนเจาเจาจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากมายถึงเพียงนี้ครู่หนึ่งเขารู้สึกตื่นตระหนกและสับสน ทว่ามันก็สายไปแล้วดังนั้นจึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับไป

            “แล้วของสิ่งนั้นยังจำเป็นต้องใช้หรือไม่ขอรับ?”

            เขาถามอย่างระมัดระวัง

            “หากหยุดได้ก็หยุดไปก่อนสภาพของนางตอนนี้วิ่งหนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว แค่เพิ่มคนจับตาดูก็พอ ตอนนี้สิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือทำให้ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงเป็นปกติมิเช่นนั้นหากนายท่านโกรธ ในบรรดาพวกเรามิว่าใครก็มิอาจทนได้แน่!”

            ระหว่างที่พูดก็หยิบป้ายแขวนเอวขึ้นมาแล้วโยนมันใส่มือเขา “หากเชิญท่านหมอฝีมือดีมาไม่ได้ให้นำของสิ่งนี้ไปที่หอชุนถางเชิญหวังต้าซือมาช่วยดูอาการของนาง”

            ด้านนอกมีเสียงเอะอะดังวุ่นแต่ภายในห้องพักกลับเงียบสงบ

            ข้างกายเยี่ยนเจาเจามีเพียงอาฮวาคอยติดตามตอนนี้นางนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอนด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้มน้อยๆ

            เมื่อเห็นสภาพของเยี่ยนเจาเจาอาฮวาก็อดหลั่งน้ำตาออกมามิได้ อย่างน้อยการเดินทางในครั้งนี้ทั้งสองคนก็ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเยี่ยนเจาเจาต้องพบกับความลำบากมากเพียงใด ล้วนอยู่ในสายตาของนางน่าเสียดายที่มิอาจแทนที่ร่างกายให้กันได้ นางจึงทำได้เพียงดูอีกฝ่ายรับความทุกข์ทนแต่เพียงผู้เดียว

            อาฮวามิสามารถเอ่ยปากชวนให้เยี่ยนเจาเจาดื่มยาได้นางทำได้เพียงผลักมือของเยี่ยนเจาเจา หวังว่าเยี่ยนเจาเจาจะดื่มยานั้นเข้าไป

            มันเป็นยาที่ช่วยทำให้สงบลงท่านหมอยังไม่มา จึงทำได้เพียงต้มยาให้เยี่ยนเจาเจาดื่มประทังไปก่อน

            เยี่ยนเจาเจาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสับสนนางส่ายศีรษะโดยมิรู้ตัว น้ำเสียงที่ใช้ตอบยามนี้ก็แผ่วเบาราวเสียงยุง “ไม่ไม่เอา”

            อาฮวาร้อนรนจนครางเสียงอืออือนางพูดไม่ได้ ความกังวลจึงเปลี่ยนเป็นหยดน้ำตาไหลออกมา

            “เดิมทีข้าก็เป็นเพียงเชลยตายแล้วมันจะเกี่ยวอะไร...”

            เยี่ยนเจาเจาเห็นอาฮวาร้องไห้ดวงตาของตนจึงแดงก่ำพร้อมส่งเสียงไอสองครั้งใบหน้าที่เดิมทีขาวซีดเหมือนกระดาษอยู่แล้วยิ่งน่าเกลียดขึ้นไปอีกมือบางเคาะที่หน้าอก ท่าทางราวกับจะอาเจียน จากนั้นเสียง “แหวะ”ของการอาเจียนก็ดังขึ้น

            น่าเสียดายในท้องของนางไม่มีอะไรอยู่เลยสิ่งที่นางอาเจียนออกมาจึงมีเพียงน้ำย่อย อาฮวายืนมองอยู่ที่ด้านข้างอย่างโศกเศร้าและทำอะไรไม่ถูก

            นางไม่อยากร้องไห้ออกมาต่อหน้าเยี่ยนเจาเจาจึงหันหน้าไปอีกฝั่งเพื่อเช็ดน้ำตา ก่อนถือถ้วยชาเดินออกไป

            อาฮวาถือถ้วยชาออกไปยืนร้องไห้อยู่ด้านหน้าประตูแต่ตอนที่นางเดินออกไป เยี่ยนเจาเจาที่ดูมืดหม่นก็ลืมตาขึ้นทันที แววตาคู่นั้นยังมีแสงเย็นวาบผ่าน

            ผู้บัญชาการให้เวลารองผู้บัญชาการครึ่งเดือนครึ่งเดือนหลังจากนี้ต้องได้เห็นเยี่ยนเจาเจากลับมีชีวิตชีวาครบทั้งเคราและหาง [2] มิเช่นนั้นเมื่อถึงเวลาพวกเขาทั้งสองคงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองนายท่านเป็นแน่

            เยี่ยนเจาเจาไม่อยากอาหารความเบิกบานทั้งหมดก็หยุดลง รองผู้บัญชาการผู้นั้นเชิญท่านหมอมาแล้วสามถึงสี่คนแม้แต่หวังต้าซือที่เป็นความหวังสุดท้ายยังบอกว่า ร่างกายของเยี่ยนเจาเจาบอบบางและอ่อนแอยิ่งการเดินทางครั้งนี้ทำให้ได้รับความเสียหายมากเกินไป การจะบำรุงให้กลับมาเป็นเช่นเดิมในช่วงเวลาสั้นๆเกรงว่าเป็นสิ่งที่มิอาจทำได้

            สุขภาพของเยี่ยนเจาเจามิสู้ดีเกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต พวกเขาจึงไม่ใช้ดอกไม้นั่นเพื่อทำให้สลบอีก

            สองบุปผาแบ่งบานต้องพรรณนาความงามทีละดอก

            มิใช่เพียงเยี่ยนเจาเจาที่อยู่อย่างร้อนใจกลางป่าแห่งหนึ่งในหุบเขาของเมืองเซียงซี ภายในกระท่อมเล็กๆที่ถูกสร้างขึ้นมาชั่วคราว มีคนสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกัน

            แม้ว่ากระท่อมเล็กๆ หลังนี้จะดูทรุดโทรมไปบ้างแต่ด้านนอกกลับมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าคนที่อยู่ในกระท่อมมีสถานะที่สูงส่งมากเพียงใด

            ด้านหน้าของคนทั้งสองมีแผนผังจำลองที่ทำด้วยทรายวางอยู่และบริเวณด้านบนก็มีหมากรุกวางอย่างไม่เป็นระเบียบอยู่

            ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกันด้านหนึ่งเอามือขยับหมากบนแผนผังทรายจำลอง อีกด้านหนึ่งก็กล่าวไปด้วย “ไปรับตัวนางมาหรือยัง?”

            น้ำเสียงทรงพลังเป็นอย่างยิ่งฟังแล้วดูเหมือนจะเป็นน้ำเสียงของบุรุษวัยกลางคน แม้จะเอ่ยออกมาแค่ไม่กี่คำ ทว่าเต็มไปด้วยความโกรธของจิตวิญญาณผู้เหนือกว่า

            คนที่อยู่ด้านหลังของเขากำหมัดเดินเข้ามาพร้อมกล่าวว่า “เรียนนายท่านรับตัวมาแล้วขอรับ ทว่าแม่นางเป็นคนอ่อนแอ บอกว่าต้องการพักสักระยะถึงจะสามารถมาได้ขอรับ”

            “อืมมิต้องรีบร้อน”

            บุรุษผู้นั้นหัวเราะโบกมือเป็นสัญญาณให้คนผู้นั้นออกไป จากนั้นสายตาก็เบนไปยังบุรุษชุดดำสวมหมวกคลุมใบหน้าจนมองเห็นมิค่อยชัดเจน “อาเฟิ่งวิธีนี้ของเจ้าจะได้ผลจริงหรือ? ครั้งนี้คนของพวกเราเข้าไปได้มิใช่แค่หนึ่งหรือสองคนแต่เป็นจำนวนไม่น้อย”

            เขาเก็บหมากรุกที่วางอยู่บนแผนผังทรายจำลองออกสองตัวก่อนโยนมันกลับลงไปที่แผนผังทรายจำลองอีกครั้ง

            หมากสองตัวก็คือจำนวนคนสองร้อยคน

            มิใช่คนธรรมดาทั่วไปทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือของเขา

            เพื่อปกป้องเยี่ยนเจาเจาระหว่างการเดินทางจากเมืองซูโจวมายังเมืองเซียงซีอย่างน้อยก็น่าจะมีการรวมทหารฝีมือดีเข้าไปมากกว่าสองร้อยคน

            ความสูญเสียในครั้งนี้มิว่าจะคิดอย่างไรก็ล้วนแต่ทำให้รู้สึกรำคาญใจ

            เพียงเพื่อจะจับตัวผู้ที่ไล่กัดผู้อื่นอย่างไม่คิดชีวิตอย่างหนานหมิงเหอที่อยู่เบื้องหลังของนางที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่คิดว่าเยี่ยนเจาเจาจะมีความสำคัญถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ทำอะไรไม่ได้

            ในคำพูดนี้ดูเหมือนมิได้มีความโกรธแฝงอยู่น้ำเสียงและทีท่าของเขาก็ดูสุภาพอ่อนโยนยิ่งนัก ราวกับรอยยิ้มอำนวยพรของพระสังกัจจายน์ทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความขัดแย้งขึ้นมาในใจ

            เงาที่อยู่ใต้ชุดคลุมสีดำดูผอมสูงมีเพียงคางสีขาวดุจหิมะเท่านั้นที่เผยออกมาจากหมวกผ้าหลุม

            ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเยาะดังเบาๆ “นายท่านนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขององค์หญิงฉงหยาง เป็นหลานสาวคนเล็กขององค์ฮ่องเต้หญิง”

            น้ำเสียงนั้นทั้งชัดเจนและน่าฟังฟังแล้วเหมือนจะเป็นเสียงของบุรุษหนุ่ม

            ได้ยินคำเรียกที่คนผู้นั้นเรียกเขาบุคคลนี้ก็น่าจะเป็น “อาเฟิ่ง” ผู้ที่รับหน้าที่พาตัวเยี่ยนเจาเจามา

            คิดไม่ถึงเลยว่านามแฝงระดับเดียวกับเหล่าสตรีเช่นนี้จะถูกใช้โดยบุรุษหนุ่มผู้นี้จริงๆ

            “ข้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วแต่เจ้าก็ต้องบอกให้ข้าเข้าใจด้วยว่า เหตุใดการที่นางอยู่ที่นี่ถึงควรค่าแก่กองกำลังติดอาวุธสองร้อยคน

            อีกทั้งเจ้ายังบอกว่าต้องพานางมาที่นี่โดยมิให้ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยเจ้ารู้หรือไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้ต้องใช้กำลังไปมากเพียงใด ไยถึงต้องลำบากเช่นนั้นด้วย?”

            บุรุษรูปร่างอวบลูบมือที่หน้าท้องของตนแต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายออกมา

            ตะเกียงน้ำมันในกระท่อมหลังน้อยเริ่มสลัวลงมีคนเดินเข้ามาเปลี่ยนน้ำมันตะเกียง เพียงครู่เดียวแสงสว่างก็จ้าขึ้นมา สาดส่องไปยังใบหน้าของอาเฟิ่ง

            แสงสว่างเป็นสิ่งที่ไวสำหรับบางคนยิ่งนักชายหนุ่มที่รู้จักกันในนาม “อาเฟิ่ง” ดึงหมวกผ้าของตนขึ้นเพื่อปกปิดใบหน้าของตนอีกนิดส่วนมืออีกข้างก็ดันหมากรุกกว่าสิบตัวลงไปยังแผนผังจำลองทั้งหมด

            เมื่อเห็นการกระทำของเขานายท่านผู้นั้นก็ดูเหมือนมิพอใจสักเท่าไร

            แต่ดูเหมือนอาเฟิ่งจะไม่กลัวที่อีกฝ่ายไม่พอใจเลยแม้แต่น้อยเขายังกล่าวต่ออีกว่า “ท่านประเมินคุณค่าตัวนางต่ำไป นางมิได้มีค่าแค่นั้น ในหัวใจขององค์หญิงและองค์ฮ่องเต้หญิงสถานะของนางสำคัญกว่าที่ท่านคิดเอาไว้มาก

            ข้าน้อยคิดจะใช้ตัวนางเพื่อแลกตัวคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ล้วนอยากเห็นองค์หญิงน้อยที่มีเสน่ห์มัดใจคนไม่ได้รับบาดเจ็บ มิใช่เชลยที่ป่วยหนักไร้ชีวิตชีวาเช่นนี้

            ต้องทำให้ลูกค้าพอใจถึงจะสามารถแลกกับสิ่งของได้มากขึ้น”

            เสียงของอาเฟิ่งเบาลงและยังแฝงความหมายที่น่ากลัวเอาไว้ด้วย

            “เช่นนั้นหรือ?”นายท่านผู้นั้นระงับความโกรธที่เกิดขึ้นลง ในประโยคคำถามเองก็มิได้มีความสงสัยเท่าไรนักราวกับไม่เชื่อ ทว่าก็ไม่เห็นถึงความสงสัยอะไร

            “เช่นนั้นเจ้าก็ลองว่ามาหากข้าแลกเปลี่ยนตัวนางออกไปจะมีค่าตัวประมาณเท่าไร?”

            นายท่านผู้นั้นหยิบม้วนกระดาษจากด้านหนึ่งโยนลงบนโต๊ะคิดไม่ถึงเลยว่าม้วนกระดาษจะชนเข้ากับโต๊ะเสียงดัง “ตึง”ทำให้เกิดบรรยากาศที่อึดอัดขึ้น สายตาของอาเฟิ่งจับจ้องไปยังกระดาษม้วนนั้นและได้เห็นสีเหลืองอร่ามปรากฏออกมาจากด้านใน

            ที่แท้ก็เป็นปลาเหลืองใหญ่

            ทองคำที่ราชสำนักทำขึ้นมามีสองประเภทคือห้าตำลึงและสิบตำลึงอาจเป็นเพราะเหล่าพ่อค้าคิดว่าการเรียกว่าทองคำแท่งเป็นคำที่ดูพื้นๆ เกินไปจึงเรียกห้าตำลึงว่าปลาเหลืองน้อยและเรียกสิบตำลึงว่าปลาเหลืองใหญ่

            ปีนี้มีสงครามเกิดขึ้นสงครามเกิดขึ้นภายในแคว้นต้าซี ชายแดนรอบๆ ก็ดูเหมือนจะขาดความมั่นคง แค่พริบตาเดียวมูลค่าของทองคำจึงเพิ่มขึ้นหลายเท่าแม้แต่เรือนสี่ประสานในเมืองเซียงเฉิงยังสามารถซื้อได้แค่หนึ่งปลาเหลืองใหญ่เท่านั้น

            มูลค่าของเยี่ยนเจาเจามีมากกว่าเรือนสี่ประสานกี่สิบกี่ร้อยหลังกัน?

            อาเฟิ่งออกเสียง “ชิ”เบาๆ และมิได้ตอบคำถามที่เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ปรากฏชัดอยู่แล้ว

            เขาใช้หลังมือหยิบตัวที่คล้ายกับทหารเล็กๆออกมาจากแผนผังจำลอง

            หมากและทหารเล็กๆทำมาจากเหล็ก ตัวทหารมีน้ำหนักมากกว่าตัวหมาก

            อาเฟิ่งผลักตัวทหารไปยังด้านหน้าของนายท่านผู้นั้นมือขวาก็ทำสัญลักษณ์ที่หมายถึงเลขเก้า

            “เก้าร้อยคนหรือ?”นายท่านผู้นั้นกล่าวถาม

            “มิใช่”น้ำเสียงของอาเฟิ่งทุ้มต่ำลง “หากท่านต้องการเอาตัวนางไปแลกคนจริงๆอย่างน้อยก็น่าจะแลกคนมาจากมือของคนผู้นั้นได้ถึงเก้าพันคน”

            เก้าพันยังถือเป็นจำนวนที่น้อยทว่าอาเฟิ่งหยุดคำพูดนี้เอาไว้แค่ในลำคอ

            เรื่องบางเรื่องก็มิควรพูดจนเกินไปยิ่งไปกว่านั้นนายท่านผู้นี้ก็ดูเหมือนมิใช่คนที่มีใจจะฟังคำพูดของเขาสักเท่าไร

            ได้ยินคำพูดของอาเฟิ่งใบหน้าของนายท่านผู้นั้นก็ปรากฏความประหลาดใจ ทว่าไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นความไม่เชื่อแทน “เรื่องที่เจ้ากล่าวเป็นเรื่องจริงข้าคงต้องเชื่อมันแล้วละ อย่ามาทำเป็นล้อเล่นเล่า”

            “จะเชื่อมาเชื่อมันก็แล้วแต่ท่าน”

            --------------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เอาเลือดสุนัขมารดตัวหมายถึง โดนด่าซะเละ

            [2] ครบทั้งเคราและหางหมายถึง สุขภาพแข็งแรงไร้โรค

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891