#วันพฤหัสสีเขียว 22 ตอนจบ
17.09 น.
วันนี้ฉันเลิกเร็วเลยกลับมาถึงบ้านั้แ่ห้าโมงเย็น วันนี้ฝนยังตกปรอยปรายตามสภาพอากาศที่บอกว่ามีพายุเข้า ฉันพาเด็ก ๆ เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดจากนั้นก็พามานั่งเล่นที่ห้องรับแขกด้านล่างและโทรวีดีโอคอลไปหาพี่เกรฟเพื่อให้หลาน ๆ ได้คุยกับพ่อแม่ ส่วนเธิร์สเดย์นั่งทำงานอยู่อีกด้านหนึ่ง เป็งานด่วนของเขาเห็นมีพี่คนหนึ่งเอามาให้ตอนที่ยังอยู่สนาม
จะว่าไปฉันกับเธิร์สเดย์ก็รู้จักกันมาสักพักใหญ่แล้วสินะ หนึ่งปีหรือสองปีกันนะ เหมือนทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้น แต่ความจริงแล้วผ่านมานานแล้วจริง ๆ นานจนฉันนึกวันที่ไม่มีเขาข้างกายไม่ได้เลย ยิ่งผ่านไปเธิร์สเดย์กลับกลายเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว ความคิดท่าทางดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้น แต่ในบางครั้ง บางเวลา ในสายตาฉันเขาก็ยังคงเป็เ้าเด็กเธิร์สเดย์อยู่ดี
“มองแบบนี้ผมจะอดใจไม่ไหวนะครับ” เ้าเด็กที่นั่งทำงานอยู่เอ่ยแซวพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เ้าตัวชอบยิ้มเวลาฉันทำอะไรถูกใจเขา รอยยิ้มร้าย ๆ แบบนี้คงคิดหาเื่มาแกล้งฉันอยู่แน่ ๆ เลย
“อย่ามาทำหน้าเ้าเล่ห์นะเ้าเด็ก”
“เด็กยังไงก็แฟนพี่อะ” เธิร์สตอบกลับเสียงกวน ๆ ทั้งยังปิดแฟ้มเอกสารแล้วเดินเข้าหาฉันที่นั่งอยู่บนโซฟากับหลาน สองแสบหลังจากได้คุยกับผู้เป็พ่อและแม่ตอนนี้ก็หายงอแงและเริ่มเล่นซนกันอีกแล้ว แต่พอเธิร์สเดย์มาทั้งสองก็รีบปีนไปนั่งตักและชวนดูเธิร์สเดย์ดูการ์ตูนในโทรศัพท์ด้วยกัน
“พี่กรีนพรุ่งนี้ตอนบ่ายผมมีงานที่พัทยา พี่ไปด้วยกันนะครับ” น้องเอ่ยชวน แต่ว่านะ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมั้แ่เช้าเลยและไม่รู้ว่าจะเสร็จตอนไหนนี่สิ
“พี่มีประชุมพรุ่งนี้”
“ไปตอนเย็นครับ งานวันมะรืน” น้องอธิบายเพิ่มเติม สีหน้าแววตายังเต็มไปด้วยความหวัง
“ต้องรอดูพรุ่งนี้ก่อนว่างานพี่จะยังไง แล้วไปกับใครทำงาน”
“มีผู้ช่วยไปด้วยครับ แต่อยากพาพี่ไปเที่ยวด้วยกันไง” น้องเฉลยในที่สุด แค่เอางานมาบังหน้าสินะ ่นี้ฉันทำงานหนักแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย กลับจากสนามก็รีบกลับบ้านมาพัก ไม่มีเวลาเที่ยวหรือไปไหนกับเ้าเด็กเลย ไม่รู้เ้าตัวจะงอนบ้างหรือเปล่า แต่ถ้า่ไหนงานเยอะมันก็เยอะจนไม่ว่างจริง ๆ นะ แต่ถ้า่ไหนว่างแทบจะไม่เข้าสนามเลยด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่บอกอีกทีนะ”
“ได้ครับ เด็ก ๆ หิวหรือยังอาจะพาไปทานข้าว”
“หิวแล้ว ๆ ๆ ” เด็กท้องสองตอบเสียงดัง ทำเอาคนที่แทนตัวเองว่าอาเธิร์สถึงกับหลุดขำออกมา จากนั้นไม่นานเราทั้งสี่ก็ย้ายมาทานข้าวที่ห้องทานข้าวฉันไม่ลืมที่จะชวนป้ากับลุงมาทานด้วยกันแต่พวกท่านเกรงใจเลยเอ่ยปฏิเสธบอกว่าจะทานกันทีหลัง ฉันเองก็ไม่อยากสร้างความลำบากใจให้ท่านทั้งสองจึงยอมตกลงไม่ได้บังคับอะไร
“พรุ่งนี้พี่ประชุมกี่โมงนะ” เธิร์สเอ่ยถาม
“สิบโมง แต่ว่าเฮียจะมารับหลานตอนสิบโมง ฝากเธิร์สดูหลานด้วยนะ” ฉันบอกน้องมือก็ยื่นไปตักกับข้าวใส่จานให้หลาน ๆ โดยที่ไม่ลืมตักให้เธิร์สเดย์ด้วย น้องเองก็ตักอาหารมาให้เช่นเดียวกัน บอกแล้วเด็กคนนี้เทคแคร์เก่งมากจริง ๆ
“ได้ครับไม่มีปัญหาอะไร พรุ่งนี้ผู้ช่วยผมก็น่าจะเข้าประชุมด้วยเหมือนกัน”
“งั้นเหรอ พี่ว่าพรุ่งนี้ต้องมีคนดราม่าใส่แน่อะ วันนี้ถ้าแท็ปไม่อธิบายพวกนั้นก็คงทำเหมือนอย่างที่เคยทำ” ฉันเล่าอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“พวกเขาทำแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”
“ประมาณนั้น พี่กับมินนี่พยายามเงียบแล้วเพราะไม่อยากมีปัญหาแต่ก็ยังโดนอยู่เหมือนเดิม จนแท็ปเข้ามานี่แหละ คงทนไม่ไหว”
“ทำไมไม่บอกพี่ณัฐล่ะครับ เขาเป็ผู้จัดการที่นั่นนี่”
“พี่ณัฐเองก็รู้ แต่จะทำยังไงได้ล่ะคนในทีมนั้นเส้นเล็กเสียเมื่อไหร่ เธอเป็ลูกสาวของเพื่อนเ้านาย” เส้นใหญ่เหลือเกิน พูดข่มคนอื่นไปทั่ว ชิ! คิดแล้วก็โมโห มีพนักงานหลายคนที่ทำไม่ถูกใจเธอและเธอก็ขอให้พ่อของเธอพูดให้เ้านายไล่คนพวกนั้นออก
“อยากเข้าประชุมด้วยเลยอะ คงสนุกน่าดู” เธิร์สเดย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ มีอะไรน่าสนุกกัน แต่ละงานพวกฉันไฟว์กันเืตาแทบกระเด็น
“ไม่เห็นสนุกเลย พี่ประชุมทีไรหมดแรงทุกที” น้องบอกน้อง อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเื่คุย ฉันเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าหลุดบ่นเื่ที่ทำงานเป็ครั้งแรก เื่นี้ฉันไม่เคยพูดกับใครเลยแม้กระทั่งพี่ชายหรือเพื่อนสนิท แต่ไม่รู้ทำไมถึงเชื่อใจที่จะพูดกับเธิร์สเดย์ เ้าเด็กเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเกี่ยวกับที่ทำงานของฉัน พอทานข้าวเสร็จเราก็เล่นกันต่อที่ห้องรับแขก รอเวลาเข้านอนของเด็ก ๆ ฉันให้เธิร์สเดย์เข้าไปอาบน้ำก่อน ตัวฉันเองพาเด็ก ๆ เข้านอนเตรียมนมไว้ให้อนึ่งแล้วเรียบร้อย ไม่เกินเที่ยงคืนคงร้องไห้งอแงดื่มนมแน่ ๆ เพราะวันนี้เ้าตัวเล็กหลับไปโดยที่ไม่ทันได้ดื่มนม ส่วนอชิหลับอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็น้องชายตัวเองแล้วเรียบร้อย
“เด็ก ๆ หลับแล้วเหรอครับ”
“หลับแล้วล่ะ ฝากดูด้วยนะพี่ไปอาบน้ำก่อน”
“ครับ” น้องรับปากเดินเข้ามาจูบที่แก้มเบา ๆ ก่อนจะผละออกห่าง เดินไปทิ้งตัวนอนข้าง ๆ อชิ มือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น เห็นแบบนั้นก็สบายใจที่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะงอนฉันหรืออะไร พอก้าวขาเข้าห้องน้ำก็หลุดยิ้มเขิน ๆ เมื่อน้องเตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้วทั้งผ้าเช็ดตัว ชุดนอนหรือแม้กระทั่งชุดชั้นในน้องก็เตรียมไว้ให้จนครบ ชุดนอนที่ชอบใส่ถูกสวมลงบนร่างพอเดินออกมาก็พบว่าคนที่ก่อนหน้านี้เล่นโทรศัพท์อยู่หลับไปแล้ว
“ผ้าก็ไม่ยอมห่ม น่าตีจริง ๆ ” แม้ปากจะบ่นแต่ขากลับก้าวเข้าไปใกล้รั้งผ้าห่มขึ้นคลุมร่างหนาของเธิร์สเดย์ ที่ตอนนี้หลับไปแล้ว เวลาหลับดูเหมือนเด็กน้อยไม่ต่างจากอชิและอนึ่งเลย
“ฝันดีค่ะ” ฉันกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเธิร์สเดย์เบา ๆ ก่อนจะผละออกห่าง ขอให้คืนนี้น้องฝันดีและฉันเองก็จะฝันถึงน้องด้วยเช่นกัน ฝันดีเ้าเด็ก
เช้าที่ควรจะเป็เช้าสดใสกลับมัวหมองเพราะวันนี้ต้องประชุมตอนเช้า หลังจากที่เดินทางมาถึงเธิร์สเดย์ก็พาสองแสบไปที่ห้องพักของนักแข่ง บอกว่าวันนี้ไม่มีใครเข้าเลยกะว่าจะพาหลานทั้งสองไปนอนกลางวันที่นั่น ส่วนฉันเข้าประชุมพร้อมกับแท็ปและมินนี่ ลูกสาวฉันวันนี้ใส่ชุดแดงปากแดงมาเลยล่ะ ระหว่างนั่งรอตัวแทนจากบริษัทใหญ่ฝ่ายตรงข้ามก็มีสีหน้าเคร่งเครียดกันไม่น้อย มีบ่อยครั้งที่ลอบมองทางพวกฉัน ถามว่าทีมฉันสนใจไหมก็ไม่ ทั้งมินนี่และแท็ปต่างชวนกันดูร้านปิ้งย่างกันอย่างสนุกไม่ได้มีท่าทีเคร่งเครียดอะไรเลย
“ขอโทษที่มาช้าครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม
“ไม่เป็ไรครับ” พี่ณัฐขยับลุกต้อนรับ เราทุกคนเองก็ยืนเช่นเดียวกัน
“วันนี้เ้านายจะเข้าประชุมด้วยนะครับ”
“ครับ” พอได้ยินว่าเ้านายเข้าประชุมด้วย ฉันก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ปกติงานแค่นี้จะมีเพียงตัวแทนเข้าประชุมเท่านั้น แต่นี่เ้านายถึงกับเข้าประชุมด้วยตัวเองคงไม่ใช่เล่นๆ แล้วล่ะ
“อะ เอ่อ”
“ขอโทษที่มาช้าครับ เริ่มประชุมกันเลย” เ้านายเดินเข้าห้องมาพร้อมกับพี่เกรฟ ถัดไปนั้นเป็เธิร์สเดย์ แล้วเธิร์สมาทำอะไร แล้วใครอยู่กับหลานฉันเนี่ย เหมือนเธิร์สเดย์จะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ น้องเดินเข้ามานั่งข้างฉันเอียงหน้ามากระซิบเบา ๆ
“หลานอยู่กับพี่ฟ้าใสแล้วครับ” ได้ยินแบบนั้นก็สบายใจ ฉันสงสัยในหลาย ๆ เื่แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามใครออกไปเธิร์สเดย์นั่งข้างฉันถัดเธิร์สขึ้นไปเป็ผู้ช่วยของเขาและพี่ณัฐ ด้านข้างฉันเป็มินนี่และแท็ป ฝั่งตรงข้ามคงไม่ต้องบอกว่าเป็ทีมใคร เ้านายนั่งหัวโต๊ะเป็ประธานประชุมโดยมีทั้งพี่เกรฟและผู้ช่วยพี่เกรฟนั่งด้านหลังถัดไป
“เริ่มประชุมเลยครับ”
“จากวาระการประชุมเมื่อวานเราย้ายหัวข้อประชุมมาวันนี้ เื่ของงานสปอนเซอร์เครื่องดื่ม...” เราประชุมกันอย่างเคร่งเครียด และผู้ช่วยพี่เกรฟเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานในห้องประชุมอีกครั้ง
“เอาละ ถ้ายืนยันว่าทำเองจริง ๆ วันนี้ช่วยนำเสนองานให้ผมฟังหน่อยแล้วผมจะตัดสินใจเอง” เ้านายเอ่ยบอกกับทุกคนในห้องประชุม ระหว่างที่อีกฝ่ายเตรียมตัวนำเสนองานด้วยสีหน้าเป็กังวล ลูกทีมฉันกลับยิ้มอารมณ์ดีจนน่าตี ฉันมองดุ ๆ ทั้งสองไป ทั้งคู่จึงสลดลงบ้างแต่ก็ยังเก็บแววตาสะใจไม่ไม่มิด เด็กสองคนนี้นี่ต้องจับมาคุยกันแล้วล่ะ ทำแบบนี้คนอื่นจะว่าเราได้นะ ฉันกลัวว่าจะมีคนมาว่าน้อง ๆ ของฉัน งานที่อีกทีมนำเสนอมาในมุมมองฉันมันดูเรียบง่าย ง่ายจนดูเหมือนตั้งใจขายของเกินไป และที่สำคัญบทเดิมที่เคยให้ฉันมาเปลี่ยนแค่สถานที่ หึ แล้วมาดูถูกทีมของฉัน
“อือ มีแค่นี้เหรอครับ นำเสนอแค่นี้เหรอ” เ้านายเอ่ยถาม ทำเอาคนถูกถามเริ่มอึกอักน้ำตาคลอ แน่สิ ปกติเ้านายไม่เคยเข้าประชุมด้วยเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้เ้านายกลับเข้าร่วมประชุมโดยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าพวกเธอคงตั้งใจทำงานกันลวก ๆ เหมือนอย่างเคยเพราะคงคิดว่าไม่มีใครกล้ามาจับผิดพวกเธอ
“คะ ค่ะ”
“เท่าที่ผมทราบมา งานที่พวกคุณนำมาเสนอวันนี้มันเหมือนกับงานชิ้นเดิมที่เคยเสนอมาไม่ใช่เหรอ?” เื่งานที่เสนอในห้องประชุมเ้านายรู้ได้ยังไง พี่ณัฐรายงานหมดเลยเหรอเนี่ย
“มะ ไม่ใช่ค่ะ คือ...” อีกฝ่ายเริ่มอึกอักกันหมด
“เอาละ งานชิ้นนี้ไม่ผ่านพวกคุณจะทำยังไงกันต่อ ลูกค้า้างานสิ้นเดือนนี้”
“คือ...ให้ฝั่งกราฟิกคิดช่วยค่ะ เพราะงานครั้งก่อน ๆ ฝ่ายกราฟิกเป็ฝ่ายทำเองหมดทุกอย่าง” เมื่อถูกกดดันมาก ๆ หัวหน้าฝ่ายตรงข้ามตอบเ้านายเสียงแ่ก้มหน้าหลบสายตาทุกคน แต่ทำไมต้องเป็พวกฉันอีกแล้วล่ะ มีอะไรด่วน ๆ หนักโยนมาให้ตลอดแบบนี้มันใช่หรือไงกัน!!
“หึ แสดงว่าที่ผ่านมาพวกคุณไม่ทำงานกันสินะถึงต้องโยนให้อีกฝ่ายทำแทนหมด งานที่นี่มันสบายเกินไปเหรอครับถึงไม่ยอมทำงานกัน ต้องทำยังไงพวกคุณถึงจะตั้งใจทำงาน” เ้านายเอ่ยเสียงเข้ม ทุกอย่างภายในห้องตกอยู่ภายใต้ความเงียบ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา
“ผมจะพิจารณาอีกทีว่าควรทำยังไงกับพวกคุณ”
“จะ เ้านายคะ พวกเราขอโอกาสแก้ตัวค่ะ”
“คุณอาคะ...”
“ที่นี่ที่ทำงานกรุณาให้เกียรติผมด้วย อ้อ เื่ของคุณอบเชย การที่ผมให้คุณเข้ามาทำงานที่นี่ส่วนหนึ่งเป็เพราะพ่อคุณขอร้อง แต่การที่คุณข่มขู่คนอื่นไปทั่วว่ารู้จักผมและให้พ่อคุณมาบังคับให้ผมไล่คนออกเพียงเพราะคุณไม่ชอบเขา ผมคิดว่ามันเป็ความคิดและการกระทำที่เด็กมากจริง ๆ ”
“เ้านายคะ คือฟังหนูอธิบายก่อน...” สาวสวยที่ชื่ออบเชยเอ่ยขัดเสียงสั่น แววตาเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แน่สิ เ้านายเวลาทำงานและโมโหน่ากลัวมาจริง ๆ
“ฟังเหรอครับ? คุณจะอธิบายเื่ไหนก่อนดี โยนงานให้ฝ่ายกราฟิก? ใส่ร้ายพนักงานคนอื่น ให้พ่อคุณมาบอกให้ผมไล่พนักงานออก หรือเมื่อวาน? ที่คุณให้พ่อคุณสินบนผมให้ไล่คุณกรีนออกเพียงเพราะไม่พอใจที่ทำให้คุณขายหน้า” บ้าจริง! ยัยคนสวยนั่นหาทางไล่ฉันออกอย่างนั้นเหรอ คิดบ้างสิ เศรษฐกิจแบบนี้ไล่ออกแล้วฉันจะเอาอะไรกิน มันน่าตีนักนะคิดแบบนั้นได้ยังไงกัน
“คือ...”
“ผมว่าคงไม่ต้องให้คุณอธิบายแล้วล่ะ เื่ราวตลอดการทำงานของคุณและของทุกคนผมรับรู้ทั้งหมดและทุกเื่ ผมแค่รอให้พวกคุณปรับตัวให้โอกาสในการทำงาน แต่ในเมื่อมันยังเหมือนเดิม ผมคงต้องตัดปัญหาให้มันจบเพราะประโยชน์ส่วนรวม คุณอบเชยผมไล่คุณของ คงไม่ต้องบอกเหตุผลนะว่าเพราะอะไร?” เ้านายมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ อบเชยอะไรนั่นนั่งบีบมือตัวเองแน่นดวงตาแดงก่ำ ส่วนหัวหน้าทีมและลูกทีมเธอได้แต่ก้มหน้าไม่รู้ว่าเ้านายจะตัดสินใจยังไง
“เอาละ กราฟิกงานชิ้นนี้พวกคุณได้คิดหรือวางแผนกันมาบ้างหรือยัง” จู่ ๆ เ้านายก็หันมาถามพวกฉันเสียงเข้ม มินนี่ยื่นมือมาสะกิดฉันเบา ๆ เป็สัญญาณให้พูด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่นจะเล่ารายละเอียดที่ได้คุยกับน้องในทีมคร่าว ๆ ยังลงรายละเอียดลึกไม่ได้เพราะยังไม่ได้คุยกับทีมอื่นว่าดีหรือยังหรือลูกค้า้าแบบนี้ไหม
“ฝ่ายอื่นว่าไง” เ้านายถามความเห็นคนอื่น ๆ หลังจากฉันพูดจบ
“ดีค่ะเ้านาย เดี๋ยวทางเราจะนำข้อมูลเสนอลูกค้าอีกที”
“ครับ งั้นฝากคุณดูแลต่อด้วย ส่วนทีมที่มีปัญหารอพบผมก่อนรวมถึงคุณกรีนและเธิร์สเดย์ด้วย ที่เหลือออกไปได้ครับ” ให้ตายสิ เื่ยังไม่จบเหรอคะเ้านาย!!
คล้อยหลังทุกคนออกไปจากห้อง ภายในห้องมีเพียงเ้านาย เลขาทั้งสองของเ้านาย ฉัน เธิร์สเดย์ และอีกทีมที่นั่งอยู่สามคน
“อบเชย เธอรู้ไหมคนที่เธอให้ฉันไล่ออกน่ะเป็ใคร?” เ้านายเปลี่ยนสรรพนามแต่น้ำเสียงยังคงน่าเกรงขามอยู่เหมือนเดิม น่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อเอ่ยถามประโยคถัดมา
“รู้ไหม? คิดจะทำตามใจตัวเองจนไม่เห็นหัวฉันแบบนี้ พ่อเธอจะอยู่ลำบากนะ”
“คุณอา หนูขอโทษ อย่า อย่าทำอะไรพ่อหนูเลยนะคะ”
“ไม่เลย ฉันไม่ได้ทำอะไรพ่อเธอเลย ฉันแค่ไม่อยากร่วมลงทุนกับพ่อเธอแล้วก็แค่นั้น อ้อ ฉันจะบอกอะไรให้ฟัง” เ้านายจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้น คนที่ชื่ออบเชย เธอร้องไห้สะอื้นอย่างน่าสงสาร เธิร์สเดย์ยื่นมือมาจับมือฉันไว้อย่างให้กำลังใจคงจะรู้ว่าฉันรู้สึกยังไง
“กรีนน่ะ เป็คนสนิทของฉัน ถ้าพูดจริง ๆ ก็นับเป็ญาติ อีกอย่าง เธอเป็แฟนของน้องชายสามีลูกฉัน เธอเข้าใจหรือยัง ว่าเธอคิดจะเล่นงานใคร?” ลำดับญาติฟังดูงงนะว่าไหม
“หนู ฮึก หนูขอโทษ”
“เธอรู้ว่าเธอควรขอโทษใคร ที่จริง กรีนเขามีตำแหน่งงานเทียบเท่ากับณัฐ ซึ่งสามารถไล่ใครออกก็ได้ เพราะสนามนี้ฉันยกให้เขาดูแลนานแล้ว รู้ไหมทุกครั้งที่ฉันได้รับรายงานความประพฤติพวกเธอ กรีนแก้ต่างให้พวกเธอขนาดไหน เพราะเขาห่วงอนาคตพวกเธอไงเขาถึงไม่ยอมไล่ออก คนอื่นที่ได้รับโอกาสจากฉันวันนี้ ขอให้ตั้งใจทำงานและปรับปรุงตัวเองซะ ส่วนอบเชยตามที่ฉันประกาศไป ฉันไล่เธอออก จบประชุม!” เ้านายลุกขึ้นเดินออกจากห้องโดยมีพี่เกรฟและผู้ช่วยพี่เกรฟเดินตามหลังออกไป ฉันลุกขึ้นเดินออกจากห้องพร้อมกับเธิร์สเดย์ เ้าเด็กนั่งเงียบั้แ่ต้นจนถึงจบประชุม
“เด็ก ๆ อยู่ไหนนะ” เมื่อประตูห้องปิดลงฉันรีบเอ่ยถามเธิร์สเดย์ทันที
“อยู่ห้องพักนักแข่งครับ ผมพาไปที่นั่น” ฉันพยักหน้ารับ
“เล่าให้พี่ฟังเลย เราไปทำอะไรมาหรือเปล่าทำไมวันนี้เ้านายถึงเข้าประชุมด้วย และท่านดูโกรธมาก ๆ เช่นเดียวกัน” ฉันมองเ้าเด็กอย่างคาดคั้น แต่มีเหรอจะกลัวน่ะ
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย”
“เธิร์สเดย์...” ฉันเรียกน้องเสียงเข้ม
“เฮ้อ เดี๋ยวค่อยเล่านะครับ ผมลางานให้พี่แล้วนะ วันนี้ไปพัทยาด้วยกัน แล้วผมจะเล่าให้ฟัง”
“ถ้าพี่โดนไล่ออกเพราะหยุดบ่อยนะ พี่ตีเราแน่” ฉันขู่น้องไป แต่เ้าเด็กหัวเราะชอบใจใหญ่เลยล่ะ
“ถึงโดนไล่ออกก็ไม่เป็ไร ผมเลี้ยงพี่ได้ครับ”
“...”
“จะเลี้ยงไปตลอดชีวิตเลย”
“...”
“ผมรักพี่นะ...”
“รักเหมือนกัน แต่รีบเดินได้แล้ว อยากไปหาหลาน” ฉันรีบเปลี่ยนเื่เพราะเขินที่จู่ ๆ เ้าเด็กก็มาบอกรักไหนจะตอบกลับน้องไปอีก เขินจนหน้าร้อนไปหมดแล้ว
“พี่เขินแล้วน่ารัก”
ยังจะมาแซวฉันอีกเ้าเด็กนี่!!
====
ตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ฝากคอมเม้นส่งท้ายได้ไหมคะ แอบเหงาเหมือนกัน
เรามาส่งทั้งน้องซ๊และพี่กรีนได้เท่านี้จริงๆ เื่ราวต่อจากนี้ทั้งคู่ต้องเรียนรู้และก้าวผ่านไปพร้อมๆกัน อย่าลืมส่งกำลังใจให้ทั้งคู่ด้วยนะคะ
ส่วนเื่ใหม่ เราเปิดแล้วแต่ยังไม่ได้อัพ เข้าไปติดตามและเม้นรอได้เลยค่ะ เื่ S Family Love Story
เื่ราวความรักของสามหนุ่มจากบ้าน Accidentally ซี ซีน ซอล ลูกๆที่แสนน่ารักของพ่อไชน์กับแม่เอมค่ะ