ทุกอย่างพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกคนตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
มอนเตอร์พวกนี้มาจากไหน!!
แต่เพียงตั้งสติได้ไม่นานทุกคนก็รู้ว่าวาสเป็นคนเรียกมอนเตอร์พวกนี้ออกมา!
แต่เดี๋ยวก่อน? ควบคุมมอนเตอร์?
ในอดีตเคยมีมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีความความสามารถเช่นนี้อยู่ ถึงเขาจะเคยขอร้องว่าอย่าบอกใครเรื่องนี้ แต่ขอเพียงแค่มีเงินก็สามารถใช้ผีให้โม่แป้งได้ ไม่นานข่าวเรื่องชายคนนั้นมีสกิลที่ช่วยควบคุมมอนเตอร์ได้ก็แพร่กระจายไปทั่วจนรู้กันหมดทุกคน
“วีรบุรุษสงคราม”ชายคนหนึ่งร้องขึ้นเสียงหลง ในใจเกิดความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและตื่นกลัวพร้อมกัน
วีรบุรุษสงคราม!! วีรบุรุษแห่งมวลมนุษยชาติ! ชายผู้ซึ่งสามารถบุกเดี่ยวช่วยเชลยจำนวนมากท่ามกลางก็อบลินและออร์คนับหมื่น อีกทั้งภายหลังทุกคนได้ทราบมาว่าเขาได้ฆ่าพวกมันทั้งหมด หลักฐานก็คือซากศพก็อบลินและออร์คที่นอนตายกันเป็นเบือในฐานทัพของพวกมัน
แต่คนที่ตกใจที่สุดคงไม่พ้นเนส หัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสง
‘ฉันทำอะไรลงไป!’เนสรู้ตัวว่าเขาได้สร้างศัตรูที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาแล้ว
โอ้พระเจ้า! ไอ้พี่ชายที่อยู่ในนรกของเขาดันไปตั้งค่าหัววีรบุรุษสงครามไว้ ทิ้งขี้ไว้ให้เขาก้อนใหญ่!!
“วาสหยุด!”ไคเซอร์ตะโกนขึ้นอย่างดุดัน เคราตั้งชี้ชันบ่งบอกถึงโทสะของเขา
ซากทัพเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง อันที่จริงพวกมันยังไม่ได้ทันทำอะไรเพียงแค่ยืนล้อมกรอบพวกนักล่าค่าหัวไว้เท่านั้น พวกที่เหลือก็แค่ตื่นตูมกันไปเอง
.”งานจบแล้วคุณไคเซอร์ เอาของที่ผมต้องการมาได้แล้ว”วาสกล่าวเสียงเฉียบ
ไคเซอร์สับสน ก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงๆ เรื่องทุกอย่างมันเร็วเกินไป เขาไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยเช่นนี้ ตอนนี้ถ้าเขาไม่ให้ของที่วาสต้องการก็ไม่รู้ว่าวาสจะทำเรื่องบ้าๆอะไรขึ้นมาหรือเปล่า
“เฮ้อ! งั้นก็เอาไปเถอะ”ไคเซอร์หยิบหนังสือแห่งบรรพชนออกมา เขากลัววาสจะขโมยไป(?)เลยเก็บเอาไว้กับตัว
ชายชรากระโดดลงมาจากที่นั่งยื่นหนังสือแห่งบรรพชนให้วาสกับมือ ท่ามกลางความสนใจของคนหลายคน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมลาละ”วาสไม่คิดจะอยู่ให้นานมากไปกว่านี้ วังวนมิติโผล่ขึ้นมาเตรียมรับเขาจากไป
“เดี๋ยวก่อน!”ไคเซอร์รั้งไว้ ชายชราผู้แข็งแกร่งคล้ายมีความในใจบางอย่างที่ต้องการบอกเขา
ไคเซอร์สูดลมหายใจก่อนจะหันไปที่ฝูงชนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องว่า
“ความจริงแล้วงานประลองนี้จัดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ซ่อนเร้นบางอย่าง!”ทุกคนฮือฮา พวกเขาคิดว่างานประลองนี้จัดขึ้นเพื่อค้นหาเหล่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น
“ทุกคนคงรู้ดี จากสงครามที่ผ่านมาพวกเราเสียเมืองไปทั้งหมด 3 เมือง คือเมือง กรีนวู้ด เดสซ่า และฟอนเต้ พวกก็อบลินได้เผาทำลายเมืองทั้งหมดจนเหลือแต่เถ้าถ่านทำให้ยากที่จะบูรณะขึ้นมาใหม่” หลายคนสลด พวกเขาล้วนต่างเป็นประชากรของทั้ง 3 เมืองที่ว่า บ้านของพวกเขาวอดวายจนไม่เหลืออะไร สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมนุษย์กว่าแสนชีวิตต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ต้องอาศัยรวมกันอยู่ที่นอกเมืองชั้นในทั้ง 4 เพราะว่าไม่มีที่เหลือพอให้พวกเขาเข้าไปอยู่อาศัยในเมือง
“ดังนั้นสิ่งที่ฉันต้องการก็คือให้ผู้ชนะเลิศในงานประลองครั้งนี้สร้างเมืองขึ้นมาอีกเมืองหนึ่งเพื่อให้พวกคุณได้อาศัยอยู่”หลายคนตาลุกวาว แต่วาสกลับสบถ นี้คือความต้องการที่แท้จริงของตาแก่นี่ มิน่าถึงได้เอาของที่เขาต้องการไปไว้เป็นรางวัลชนะเลิศ ที่แท้ไคเซอร์ก็วางแผนเอาไว้แล้ว!
ชายชราคนนี้นับว่าหน้าหนาเกินคาด เขาทำเป็นมองไม่เห็นสายตาดุร้ายของวาสแต่ยังกล่าวต่อไปว่า
“แต่ในวันนี้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น วีรบุรุษสงครามได้โผล่มาแบบที่เราไม่ทันได้คาดคิด ถึงจะเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันบ้างแต่ฉันก็เชื่อว่าวีรบุรุษสงครามผู้สง่างามนี้จะไม่ถือสาอะไร ใช่ไหม?”ไคเซอร์หันไปถามวาส แต่สิ่งที่ตอบรับกลับมาก็คือสายตาดุดัน
“อะแฮ่ม! เอาเป็นว่าฉันจะพูดตรงๆเลยแล้วกัน ฉันอยากจะให้วีรบุรุษสงครามสร้างเมืองขึ้นและให้เมืองนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของเขาทุกคนจะว่าอย่างไร?”สิ้นคำก็ทำให้ทุกคนแตกตื่น
ได้รับการคุ้มครองจากวีรบุรุษสงคราม!
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว พอเห็นมอนเตอร์นับหมื่นนับแสนที่เขาควบคุมออยู่ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนกระสันอยากจะเข้าไปอยู่อาศัยในเมืองของเขา
ในโลกที่อันตราย ผู้นำที่แข็งแกร่งย่อมสามารถคุ้มครองพวกเขาได้
พวกเขาไม่อยากนอนตากน้ำค้างอยู่ที่นอกเมืองอีกแล้ว!
“ฉันเห็นด้วย!”
“ฉันเห็นด้วย!”
“ได้โปรดสร้างเมืองด้วยเถอะ”
“คุณวีรบุรุษสงครามโปรดสร้างเมืองด้วย”
ผู้คนจำนวนมากกล่าวเสียงชุลมุนวุ่นวาย ในจำนานนั้นมีบางคนเป็นหนึ่งในนักล่าค่าหัวที่เคยมุ่งหวังจะฆ่าวาสด้วย
วาสมองเหยียดไปที่คนจำพวกนั้นก่อนจะกล่าวอย่างเลือดเย็นว่า
“ไม่! ทำไมฉันต้องช่วยพวกคุณ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่พวกคุณหรอที่ตะโกนด่าฉัน? ไม่ใช่พวกคุณหรอที่อยากจะฆ่าฉัน? แล้วตอนนี้อะไร? อยากให้ฉันช่วยงั้นหรอ ฝันไปเถอะ!”ทุกสิ่งเงียบเสียงลงในชั่วอึดใจ หลายคนก้มหน้าลงอย่างละอายใจ แต่ก็มีอีกหลายคนมีสีหน้าไม่ยอมรับแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ไคเซอร์รู้ถึงผลลัพธ์อยู่แล้วและเพราะอย่างนี้เขาถึงได้เตรียมแผนสำรองมา!
ชายชราปรายตาส่งสัญญาณให้วายุที่ยืนอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มผมดำฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะหายวับไป
เพียงไม่กี่วินาที ท่ามกลางความเงียบสงัดก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาว่า
“แม่ค่ะ ถ้าเราอยู่ในเมืองของพี่ชายคนนั้นเราจะปลอดภัยจริงหรอ เราไม่ต้องไปนอนที่นอกเมืองแล้วใช่ไหมคะ?”เด็กหญิงวัย5ขวบใบหน้าจิ้มลิ้มแก้มอวบๆยิ้มน้อยๆอย่างมีความหวัง
ถึงเสียงจะเบาแค่ไหนแต่ในความเงียบนี้ทุกคนยังได้ยินอยู่ดี หลายคนรู้สึกสงสารเด็กหญิงตัวน้อยและปรายตามองวาสหวังว่าเขาจะมีความเห็นใจบ้าง ทว่าใบหน้าของวาสยังคงนิ่งสงบเป็นรูปปั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร
ไคเซอร์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นแผนหนึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่เป็นไร! แผนสองเริ่มได้!
“วาส...”พอได้ยินเสียงนี้ทำให้แก้มวาสกระตุก!
“ครับคุณป้า”ครั้งนี้เขาทำเมินเฉยไม่ได้ เพราะผู้พูดคือหลินหานแม่ของไป๋ฟาง!
“ถ้าเรื่องนี้ไม่ลำบากวาสเท่าไหร่...ป้าก็อยากให้วาสช่วยหน่อยนะจ๊ะ”วาสเริ่มหน้าเสีย ถ้าเป็นคนอื่นพูดเขาคงไม่เก็บเอามาใส่ใจ
“ถือว่าลุงขอร้องอีกคนแล้วกัน”เสียงห้าวดังมาจากอีกที่หนึ่ง รอบนี้คือไป๋เทียน พ่อของไป๋ฟาง!
“พี่ชาย ช่วยเถอะนะๆๆๆ”ในที่สุดไป๋หยูก็ออกโรง พี่สาวและพี่ชายอีกสองคนก็ช่วยขอร้องอีกเช่นกัน
ในที่นี้ครอบครัวตระกูลไป๋เป็นคนเข้าใจหัวอกของเหล่าคนเร่ร่อนดีที่สุด เพราะครอบครัวของพวกเขาเคยต้องเผชิญสงครามถึง 2 ครั้ง สูญเสียบ้านถึง 2หน และสิ่งที่สูญเสียมากที่สุดก็คงเป็นชีวิตของไป๋ฟาง
โชคยังดีที่พวกเขามีไป๋หลงคอยช่วยเหลือจึงไม่ต้องไปอาศัยอยู่นอกเมืองเหมือนคนอื่น แต่ทุกครั้งที่เห็นเหล่าผู้เร่ร่อนก็อดจะสงสารไม่ได้
สีหน้าวาสเริ่มย่ำแย่ ถ้านับกันจริงๆนอกจากไทสัน มนุษย์ที่เขาสนิทสนมมากที่สุดก็คงจะเป็นครอบครัวตระกูลไป๋
วาสมองไคเซอร์ตาขวาง เขาเริ่มรู้ได้ลางๆว่าทุกอย่างเป็นไคเซอร์วางแผนไว้
ระหว่างที่วาสกำลังจมอยู่ในความคิด ไทสัน ชายแขนเดียที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นว่า
“ฉันก็คิดว่านายควรสร้างเมืองนะวาส”วาสมองไทสันอย่างไม่เชื่อสายตา
“อย่ามองอย่างนั้น ฉันไม่ได้อยู่ในแผนของตาแก่ติ๊งต๊องบางคนหรอก”ไคเซอร์หน้าร้อนฉ่าแต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
“ที่ฉันอยากให้นายสร้างเมืองเพราะฉันอยากจะย้ายเมืองอัมมอร์ไปไว้ที่อื่น”
“!!!”หลายคนตกใจกับสิ่งที่ไทสันเอ่ย แต่ก็มีหลายคนเข้าใจเจตนาที่ไทสันจะสื่อ
ยามนี้เมืองอัมมอร์กลายเป็นเมืองรอบนอกเมืองเดียวที่ยังเหลืออยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ถ้าเกิดสงครามไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมืองอัมมอร์จะเป็นเมืองแรกที่รับศึกหนัก ซึ่งไทสันก็ไม่ได้อยากจะกลายเป็นโล่เนื้อให้กับใคร
และเมื่อวาสสร้างเมืองทุกอย่างจะลงตัวทันที เขาจะย้ายคนของเขาไปอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม
วาสหลับตาครุ่นคิดอย่างจริงจัง ผ่านไปสักพักก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วกล่าวเสียงหนักแน่นว่า
“ได้! ฉันจะสร้างเมือง!”สิ้นคำ หลายคนส่งเสียงร้องอย่างมีความหวัง
“เดี๋ยวก่อน! ก่อนหน้านั้นฉันมีเงื่อนไขบางอย่าง!”ทุกสิ่งเงียบลงอีกครั้งรอดูว่าวาสจะพูดอะไร
“เงื่อนไขแรก...เมืองของฉันไม่รับคนของกิลด์อัศวินแห่งแสง!”วาสพูดด้วยความเฉยเมย เขารู้สึกรำคาญกิลด์นี้มานานแล้ว
เนสและคนในกิลด์อัศวินแห่งแสงหน้ามืดครึ้ม ได้แต่ทนกัดฟัน ตอนนี้วาสถือไพ่เหนือกว่า ถ้าเขาพูดอะไรไปแล้ววาสยกเลิกแผนสร้างเมือง พวกเขาจะโดนประณามจากทุกคนทันที
“เงื่อนไขที่สอง...เมืองของฉันจะไม่รับพวกที่มาล่าค่าหัวของฉัน!”นักล่าค่าหัวหลายคนหน้าซีดเผือด หลายคนพากันคุกเข่าอ้อนวอนวาสแต่เขาหาได้แยแสไม่
“เงื่อนไขที่สาม...ใครที่จะไปอยู่อาศัยในเมืองของฉันต้องทำพันธสัญญาว่าจะซื่อสัตย์และจงรักภักดีกับฉัน ขอบอกไว้ก่อนว่าถ้าใครฝ่าฝืนพันธสัญญามันผู้นั้นจะต้องเผชิญกับความตายที่แสนทรมานอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!”เสียงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่
วูบ!
วาสใช้ให้ซากทัพก็อบลินตัวหนึ่งเดินหายเข้าไปในวังวนมิติเพื่อตามผู้เฒ่าเวนก้ามาหาเขา ท่ามกลางสายตาตะลึงของผู้คน
วีรบุรุษสงครามควบคุมก็อบลินได้ด้วย!
หลายคนทึ่งในสกิลของวาส
ไม่นานผู้เฒ่าเวนก้าก็เดินออกมา ชายชราชาววีดสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่สนใจสายตาของมนุษย์นับหมื่น นานแล้วที่เขาไม่ได้ออกมาที่โลกใบนี้
วาสเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้เฒ่าเวนก้าฟัง ชายชราชาววีดพยักหน้าน้อยๆเชิงรับรู้
ผู้เฒ่าเวนก้ายกนิ้วขึ้น เกิดแสงสีแดงที่หลายนิ้ว จากนั้นจึงพุ่งกระจายออกเป็นร้อยๆเส้นพุ่งเข้าไปที่หน้าผากของคนที่มีตราสัญลักษณ์กิลด์อัศวินแห่งแสงและเหล่านักล่าค่าหัวโดยที่ไม่มีใครหลบได้
โชคดี งานวันนี้นับว่าเป็นงานใหญ่ของมวลมนุษย์ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ของกิลด์อัศวินแห่งแสงต่างพากันมาอยู่ที่นี่
“ไอ้ตัวประหลาดนี้แกทำอะไรกับพวกฉัน!”ชายคนหนึ่งตะดกนขึ้นอย่างเดือดดาล
“ไม่ต้องห่วง มันแค่มีผลให้พวกท่านไม่อาจเข้ามาในเขตทำพันธสัญญาได้เท่านั้น”ผู้เฒ่าเวนก้าไม่ได้โกรธ เขาอธิบายอย่างใจเย็น
“มาเริ่มกันเถอะท่านวาส”
สกิลพันธสัญญาผูกวิญญาณ!
รอบตัววาสแผ่รังสีสีทองสว่างจ้า อักขระรูปร่างประหลาดไต่ขึ้นจากผืนดินห่อหุ้มตัวเขาไว้ อีกส่วนหนึ่งตีแผ่เป็นวงกว้างกลายเป็นเขตแดนวงกลมขนาดใหญ่
“เชิญท่านพูดเงื่อนไขพันธสัญญาได้เลย!”ทุกอย่างเงียบสนิท ทุกคนกำลังรอฟังคำพูดของเขาอย่างใจจดใจจ่อ
“ฉันวาส ดีวอยด์ขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะคุ้มครองทุกคนที่เข้ามาอยู่ในเมืองของฉัน แต่ผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในเมืองของฉันได้จะต้องกลายเป็นผู้ใต้ปกครองของฉัน ผู้ใต้ปกครองของฉันจะต้องเชื่อฟังฉัน เคารพฉัน ซื่อสัตย์กับฉันจวบจนนาทีสุดท้ายของชีวิต หากใครขัดขืนคำสั่งตาย! หากใครไม่ให้ความเคารพฉันตาย! หากใครทรยศฉันตาย หากฉันต้องการให้ใครตายมันผู้นั้นก็ต้องตาย!!!” วาจาของวาสเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ดุดัน นัยน์ตาสีดำทอประกายดุร้ายออกมาอย่างชัดเจน!
พันธสัญญานี้มันคือพันธสัญญาที่เผด็จการอย่างแท้จริง!