สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) หมายถึง สินค้าที่ตัวสินค้ามีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่มีความแตกต่างกันในเชิงคุณภาพระหว่างสินค้า ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นผู้ผลิตสินค้านั้นก็ตาม เช่น น้ำมัน ข้าว ทองแดง ก๊าซธรรมชาติ เหล็ก น้ำตาล ยาง เป็นต้น
ไม่ว่าเราซื้อสินค้าโภคภัณฑ์จากที่ไหนในโลก คุณสมบัติของสินค้าก็จะเหมือนๆ กัน เช่น น้ำมันดิบจะซื้อที่ซาอุฯ รัสเซีย หรือ สิงคโปร์ ก็เหมือน ๆ กัน ยางพาราซื้อที่มาเลเซีย อินโดฯ ไทยก็ได้ยางพาราเหมือนๆ กัน น้ำตาลจะซื้อที่บราซิล อินเดีย หรือไทย ก็เป็นน้ำตาลแบบเดียวกัน
นั่นทำให้ผู้ผลิตสินค้ามีอำนาจต่อรองราคาขายได้น้อยเพราะลูกค้าจะไปซื้อที่ไหนก็ได้ ซึ่งราคาของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นจะขึ้นอยู่กับ อุปสงค์ (demand) และ อุปทาน (supply) เป็นตัวกำหนดราคา
ถ้าความต้องการซื้อ (อุปสงค์) มีมากกว่าความต้องการขาย (อุปทาน) ราคาสินค้าก็จะปรับตัวขึ้น
หุ้นโภคภัณฑ์ ก็คือหุ้นที่ต้นทุน รายได้ หรือสินค้า มาจากสินค้าโภคภัณฑ์ ดังนั้นรายได้หรือกำไรของหุ้นกลุ่มนี้จึงเป็นไปตามกลไกของ demand และ supply ด้วย เมื่อรายได้ กำไร เป็นไปตามกลไกตลาด ราคาหุ้นจึงมักขึ้นลงไปตามกลไกตลาดด้วย
ปล.หุ้นโภคภัณฑ์ก็จัดเป็นส่วนหนึ่ง (Subset) ของหุ้นวัฏจักร (Cyclic stock)
--------------------
สุดสัปดาห์ที่เป็นวันงานกฐินสามัคคี
ณรัชต์ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามมาปอกมะพร้าวราวสามสิบลูกเพื่อเตรียมไว้ให้เหล่าแม่ครัวทั้งหลายไว้ใช้ในการประกอบอาหารเลี้ยงคนมาทำบุญและคณะกฐิน กว่าจะปอกมะพร้าวเสร็จก็เช้าตรู่ พอดีกับที่เหล่าแม่บ้านของหมู่บ้านเริ่มทยอยกันมาเป็นแม่ครัวเตรียมงานที่บ้านของเขา
เมื่อปอกมะพร้าวเสร็จเขาก็ยังต้องมานั่งขูดมะพร้าวต่ออีกเพราะแม่ครัวคนอื่น ๆ ก็กำลังหั่นผัก เตรียมวัตถุดิบประกอบอาหารกันไป
โชคดีนายตำรวจที่เป็นแขกขาประจำก็มาช่วยงานตั้งแต่เช้า เขาเลยมีคนช่วยเพิ่ม และพอเช้าขึ้นมาหน่อยปลัดหนุ่มฯ ก็โผล่มาช่วยงานอีกคน
สุดท้ายณรัชต์เลยมีผู้ช่วยเป็นผู้หมวดกับปลัดหนุ่มนั่งล้อมวงขูดมะพร้าวอยู่ข้าง ๆ ด้วยบรรยากาศอึดอัดแบบแปลก ๆ
"น้ำค่ะ พี่อาท พี่วัฒน์"ระหว่างนั่งขูดมะพร้าว พี่สาวเขาก็เดินมาส่งน้ำ
"ไหนแก้วผม" เขามองเห็นแก้วแค่สองใบบนถาดที่มีขวดน้ำ
"ในตู้เย็น อยากได้เดินไปกิน" พี่สาวเขาตอบ ก่อนเดินกลับไปเตรียมของหวานต่อ
"......" ยังไงนิสัยแกล้งเขานี่ก็ยังไม่หมดแฮะ เมื่อวานยังคุยกันดีๆ อยู่เลย
มะพร้าวที่ปอกไว้เตรียมขูดสามสิบกว่าลูก แรงงานชายสามคนต่างก้มหน้าก้มตาขูดมะพร้าวกันไป นายตำรวจคงไม่ชอบบรรยากาศเงียบๆ ขณะขูดมะพร้าวจึงหันมาชวนณรัชต์คุย
"พี่ขายหุ้นตัวนั้นแล้วนะ ช่วงนี้ถือเงินสดอยู่ ตอนนี้ก็มองๆ หุ้นไว้อยู่สองสามตัว"
"น้องนะมีหุ้นอะไรจะแนะนำพี่ไหม นอกจากพวกกลุ่มอุปโภคบริโภคที่เคยบอกแล้ว"ผู้หมวดหนุ่มถามกึ่งชวนคุย
ณรัชต์นึกในใจ
ถ้าถามว่าหุ้นตัวไหนจะราคาปรับขึ้นรวดเร็ว เขาคงตอบยากเพราะตลาดหุ้นช่วงเวลานี้เขาก็จำได้แค่เลา ๆ แต่ถ้าเป็นในระยะยาวเขาแนะนำหุ้นดี ๆ ได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
"อืม กลุ่มประกันชีวิตอะพี่ พวกนี้เสือนอนกิน เป็นหุ้นยอดเยี่ยมของนักลงทุนเลย"เขาตอบ
"อย่างบริษัทประกันชีวิต K อ่ะพี่" เขาขยายความเจาะจง
ณรัชต์ไม่ได้อธิบายต่อว่า บริษัทประกันชีวิต K ดีกว่าบริษัทประกันชีวิตอื่นในตลาดหุ้นอย่างไร เพราะบริษัทประกันชีวิตทุกตัวในตอนนี้ล้วนให้ผลตอบแทนดีทั้งนั้น
แต่เพราะเป็นกลุ่มบริษัทที่ดีเยี่ยมนี่ล่ะ บริษัทประกันหลายตัวในตอนนี้ ในช่วงเวลาที่เขาจากมา ต่างทยอยถูกเทคโอเวอร์นำออกจากตลาดหุ้นไปแทบหมด เขาไม่อยากให้ผู้หมวดหนุ่มต้องมาลำบากหาหุ้นตัวใหม่ในอนาคตอีก เลยเจาะจงไปที่บริษัทประกันชีวิต K
หุ้นบริษัทประกันชีวิต K ในช่วงชีวิตที่เขาจากมานั้น ยังยืนยงอยู่ในตลาดหุ้นด้วยราคาที่สูงปรี๊ด และปันผลที่สม่ำเสมอ
"แล้วมีกลุ่มอื่นอีกไหม พี่ว่าจะจัดพอร์ตให้มีหุ้นซักประมาณ 5 - 6 ตัวตามที่แนะนำมา" ผู้หมวดหนุ่มถามต่อพร้อมมือจับกะลามะพร้าวหมุนใส่กระต่ายขูดมะพร้าวไปด้วย
"พวกการบินแห่งชาติ หรือบริษัทน้ำมันแห่งชาติสิ ผูกขาดจะตายพวกกิจการรัฐหรือรัฐวิสาหกิจพวกนี้น่ะ" เสียงปลัดหนุ่มเปรยร่วมวงสนทนา ขณะก้มหน้าเกลี่ยมะพร้าวที่อยู่บนกระต่ายลงถาด
"หืม พี่วัฒน์เล่นหุ้นด้วยเหรอครับ" ณรัชต์หันไปถามด้วยความสนใจ
"ที่บ้านเล่น เพราะส่วนมากได้หุ้นมาตั้งแต่ไอพีโอทั้งนั้น เพราะได้สิทธิ์" เสียงปลัดพูดอวดๆ เล็กน้อย
ราคาไอพีโอ (Initial Public Offering) ก็คือ ราคาแรกที่โบรกเกอร์ตั้งขายหุ้นให้นักลงทุนก่อนที่หุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น ซึ่งต่อมาเมื่อหุ้นเข้าตลาด ราคาหุ้นมักจะสูงกว่าราคาไอพีโอมาก ทำให้คนได้ซื้อหุ้นที่ราคาไอพีโอมักจะได้กำไรกันแน่นอนถ้าขายหลังหุ้นเข้าตลาดทันที
'ทางบ้านปลัดเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ โอกาสได้ไอพีโอหุ้นรัฐวิสาหกิจพวกนี้คงเป็นเรื่องธรรมดาล่ะมั้ง'เขาคิดในใจ
"หุ้นการบินจะไหวเหรอ เดี๋ยวเขาเปิดเสรีทางการบิน คู่แข่งมา กำไรก็คงหายหมด" ผู้หมวดหนุ่มถือโอกาสแซะปลัดหนุ่มเล็กน้อยโดยอาศัยข้อมูลที่เพิ่งคุยกับณรัชต์มาไม่นาน
"ราคาไอพีโอตอนเข้าตลาดของการบินแห่งชาติเท่าไหร่นะน้องนะ" ผู้หมวดหนุ่มหันมาถาม
"หกสิบบาทมั้งครับ"เขาตอบ
"ราคาตอนนี้ล่ะ" นายตำรวจที่เพิ่งขายหุ้นตัวนี้มาสดๆ ร้อนๆ ไม่นานแต่ยังแกล้งถาม
"สามสิบบาทครับ" ณรัชต์ตบมุกให้
"รู้สึกจะดอยสูงอยู่นะ" ผู้หมวดหนุ่มเปรย
ปลัดหนุ่มเพลี่ยงพล้ำนายตำรวจยังไม่ทันได้ตอบโต้ พี่สาวของณรัชต์ก็เดินถือถาดมาเปลี่ยนกับถาดที่พวกเขาขูดมะพร้าวกันไว้จนพูน ปลัดหนุ่มที่เสียหน้าจึงถือโอกาสช่วยยกถาดมะพร้าวตามพี่สาวเขาไป
เมื่อปลัดหนุ่มเดินตามพี่สาวเขาไปแล้ว ผู้หมวดหนุ่มก็หันมาคุยกับณรัชต์ต่อ ส่วนมือก็ไม่ว่างเปลี่ยนกะลาที่หมดเนื้อมะพร้าวเป็นกะลาใหม่แล้วลงมือขูดมะพร้าวต่อ
"มีกลุ่มประกัน แล้วมีกลุ่มไหนอีกไหมที่น้องนะคิดว่าจะเป็นเทรนด์ในอนาคต" ผู้หมวดหนุ่มถามต่อที่ค้างไว้
"มองเทรนด์อนาคตบ้านเรา บางทีมันก็มองไม่ยากนะพี่" เขาตอบ ก่อนหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ
"เวลาเราคิดไม่ออกว่าอะไรจะเป็นเทรนด์อนาคต เราก็มองไปประเทศที่เจริญกว่าเราแล้วสังเกตเอาก็ได้"
"เพราะส่วนใหญ่ประเทศที่กำลังพัฒนาก็มักจะดำเนินรอยตามประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งนั้น"เขาอธิบาย
"อย่างตอนนี้บริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนยิ่งใหญ่ที่อเมริกาก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือยุโรปก็จะเป็นห้างค้าอุปกรณ์แต่งบ้าน สองบริษัทนี้ทำเอาเจ้าของขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกเลย "ณรัชต์นึกถึงห้าง วอลมาร์ท กับ อิเกีย
"ผมว่าเดี๋ยวเทรนด์บ้านเราก็ต้องตามเขาไปแน่นอน หุ้นห้างสรรพสินค้า ค้าปลีก กับอุปกรณ์แต่งบ้าน อนาคตต้องไปได้ไกลแน่ๆ "
แน่นอนว่าทฤษฎีนี้เป็นความจริง หลังต้มยำกุ้งคือยุครุ่งเรืองของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีก เพราะธุรกิจกลุ่มนี้ต่างเจริญเติบโตขยายสาขากันอย่างมากมาย จนรายได้กับกำไรเพิ่มสูงไปมากมายทวีคูณ
ทำให้ราคาของหุ้นกลุ่มนี้เพิ่มสูงไปมากมายด้วย จนสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มนี้ในระยะยาวได้สูงมาก ถือว่าเป็นหุ้นอีกกลุ่มที่เปลี่ยนชีวิตนักลงทุนเน้นคุณค่าไปหลายคนไม่ต่างจากหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
โม้ไปมากณรัชต์ชักคอแห้งจึงขอตัวไปดื่มน้ำ
เดินผ่านกลุ่มแม่ครัวที่กำลังหั่นผักและพูดคุยกันอย่างครึกครื้นและผ่านพี่สาวเขาที่กำลังนั่งปั้นบัวลอยอยู่โดยมีปลัดหนุ่มเป็นลูกมือ เข้าไปในบ้านเพื่อดื่มน้ำในตู้เย็น
กลับมานั่งขูดมะพร้าวกับผู้หมวดหนุ่มอีกพักใหญ่พวกเขาก็จัดการเคลียร์มะพร้าวจนแล้วเสร็จ ก่อนส่งมะพร้าวที่ขูดเสร็จให้กลุ่มแม่ครัวนำไปจัดการต่อ
เต็นท์กางเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แต่ก็ยังเหลือจัดโต๊ เก้าอี้ เพื่อเตรียมรับแขกที่จะเริ่มมางานในอีกไม่นาน งานกฐินสามัคคีเป็นงานที่คนในหมู่บ้านจะออกมาช่วยเหลือบ้านหลังที่เป็นกองกฐิน
ซึ่งนอกจากบ้านของณรัชต์แล้วก็จะมีกองกฐินของบ้านหลังอื่นอีก แต่ที่คนหมู่บ้านหรือตำบลอื่นจะมาทำบุญพร้อมกินอาหารก็มักเป็นบ้านของผู้ใหญ่บ้านเป็นหลัก ดังนั้นที่บ้านของเขาจึงกางเต็นท์และตั้งโต๊ะไว้จำนวนมาก
ระหว่างจัดโต๊ะไปณรัชต์ก็นึกถึงหุ้นที่เขาเตรียมจะซื้อตัวต่อไปถัดจากหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
เมื่อวันก่อนที่หุ้นตัวนี้สะดุดตาเขาเพราะหุ้นนี้เป็นหุ้นขนาดมาเก็ตแคปใหญ่มาก แต่กลับมีราคาปรับตัวขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ได้ จึงทำให้เขาสะดุดตาและจำได้ขึ้นมา
นั่นเป็นหุ้นดังที่คนทั่วไปยังรู้จักและได้ยินบ่อย ๆ และในช่วงชีวิตที่แล้วเขาก็ยังได้ผ่าน ๆ ตากับกราฟราคาหุ้นตัวนี้ ทำให้เขาพอจะจำการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวนี้ในอดีตได้
หุ้นที่การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นช่วงแรก ๆ ขนาดชาวบ้านทั่วไปบางคนยังรู้ จากการได้ฟังแกนนำฯ ที่มักพูดถึงบ่อย ๆ
หุ้นรัฐวิสาหกิจที่มีคนบ่นถึงและอยากทวงคืนกันทุกครั้งที่ราคาน้ำมันแพง
หุ้นอันดับหนึ่งของตลาดหุ้นในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา
หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความเป็นวัฏจักร
หุ้นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ
-----------------------------------------------------------------------------------
ภาพประกอบการขูดมะพร้าว
