บทที่ 17 ปาฏิหาริย์
ใบหน้าอันหล่อเหลาของหลิ่วไถเฉิงบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป เขากัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งรวบตัวยายเฒ่า อีกข้างรวบตัวเล่อเวย แล้วรีบวิ่งออกมาจากกองเพลิง
ชาวบ้านหลายคนช่วยกันดับไฟจากลานบ้าน แต่เปลวเพลิงโหมกระหน่ำจนไม่อาจดับได้ด้วยการสาดน้ำเพียงอย่างเดียว
“เวยเวย!”
“ไถเฉิง!”
ทันทีที่ออกมา น้ำหลายถังก็ถูกเทลงบนตัวของพวกเขา เล่อเวยที่เพิ่งจะถูกวางลงบนพื้น รีบลุกขึ้นประคองร่างของหลิ่วไถเฉิงที่ทรุดตัวลงมา “เขาได้รับาเ็!”
ตอนที่ได้เห็นแผ่นหลังของหลิ่วไถเฉิง เล่อเวยก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใ
แผ่นหลังที่แต่เดิมเป็สีขาวของชายตรงหน้า ตอนนี้เต็มไปด้วยเืและแผลไหม้เกรียม
เธอทนดูต่อไปไม่ไหว
พระเ้า มันจะเจ็บขนาดไหนกันนะ
“พาไปที่บ้านฉันก่อน!” นางกุ้ยกังวลใจเมื่อเห็นาแ “ฝากที่นี่ด้วยนะ ต้ากุ้ย!”
เล่อเวยพยักหน้าแล้วช่วยพยุงหลิ่วไถเฉิงขึ้นหลังน้าสะใภ้กุ้ย พวกผู้ชายกำลังยุ่งอยู่กับการดับไฟ จึงปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเธอในการดูแลคนเจ็บ!
ด้วยความช่วยเหลือจากจี่เฟิ่ง เล่อตงก็แบกยายเฒ่าขึ้นหลัง ทุกคนต่างรีบตรงไปยังบ้านสกุลกุ้ย
หลังหลิ่วไถเฉิงนอนลงบนเตียง หมอห่าวจากสถานีอนามัยก็รีบเข้ามาดู ทันทีที่เห็นแผ่นหลังของหลิ่วไถเฉิง เขาก็พูดขึ้นมาว่า “รอยไหม้ใหญ่เกินไป ฉันรักษาเองไม่ได้ ต้องส่งไปโรงพยาบาลในเมืองโดยด่วน”
แต่กลางดึกเช่นนี้ พวกเขาจะเข้าเมืองได้ยังไง
เล่อเวยที่กำลังร้อนรน นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอหันไปคว้าตัวเล่อตงแล้วถามเสียงเบา “นายรักษาเขาได้ไหม”
เล่อตงมีนิ้วทองคำเป็ความรู้ทางการแพทย์แผนจีนอยู่ไม่ใช่เหรอ
เล่อตงมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาที่หลิ่วไถเฉิงซึ่งเกือบจะหมดสติบนเตียง แล้วตัดสินใจว่า “รักษาได้”
เขาลากเล่อเวยออกมา จนเกือบชนเข้ากับใครบางคนที่ประตู
เล่อเวยเงยหน้ามอง และเห็นว่าเป็ป้ากุ้ยจือ พี่สาวของน้ากุ้ย ก่อนหน้านี้เธอแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ในเมือง แต่หลังจากที่สามีตาย เธอก็กลับมาอยู่กับน้องชายและดูแลแม่ที่หมู่บ้านเดิม
ยายเฒ่ากุ้ยอยู่คนเดียวไม่ได้ จึงไม่ค่อยมีใครเห็นกุ้ยจือออกจากบ้าน
เล่อเวยเอ่ยปากทักป้ากุ้ยจือ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเล่อตงที่ยืนอยู่ข้างๆ ตัวแข็งทื่อขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เป็อะไรของเขา
แต่เพียงครู่เดียว เล่อตงก็กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว เขาะโทักทายก่อนจะดึงเล่อเวยออกมา
ถึงเล่อเวยจะอยากรู้ แต่ตอนนี้อาการาเ็ของหลิ่วไถเฉิงสำคัญกว่า
ทั้งหมดเป็เพราะเขาช่วยเธอเอาไว้!
“บอกมา รักษายังไง”
เมื่อเล่อตงเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้ว ก็หันหลังคลำหาบางอย่างอยู่สักพัก ก่อนจะยื่นขวดศิลาดลขวดเล็กให้เล่อเวย “ยาขวดนี้จะช่วยให้แผลดีขึ้น เอาไปทาให้เขาเถอะ แต่อย่าบอกว่าได้มาจากใคร เตรียมหาข้ออ้างดีๆ เวลาที่มีคนมาถามไว้ด้วยก็แล้วกัน”
“เข้าใจแล้ว”
เล่อเวยรับมาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะกลับเข้าไปในตัวบ้าน
เธอไม่สนใจว่าจะต้องบอกความจริงหรือไม่ เพราะอย่างที่เล่อตงบอก ไว้เธอค่อยหาข้ออ้างเอาอีกที ตอนนี้ไม่ควรมาเสียเวลากับการคิดแต่งเื่
แผลไฟไหม้บนหลังของหลิ่วไถเฉิงนั้นใหญ่มาก เขาไม่มีทางรอดก่อนไปถึงตัวเมืองแน่ๆ
เธอบอกกับหมอห่าวตามตรงว่า “หมอคะ ฉันรักษาเขาได้ ช่วยตัดเสื้อบนหลังเขาให้ที”
หมอห่าวสงสัยว่าเธอจะรักษาเขาได้ยังไงและรักษาด้วยอะไร “เธอ...”
“บอกว่ารักษาได้ก็ได้สิคะ เชื่อฉันเถอะ!”
หมอห่าวติดเชื้อความใจกล้าบ้าบิ่นจากเธอ เลยหยิบกรรไกรมาฆ่าเชื้อด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ จากนั้นก็ค่อยๆ ตัดเสื้อที่ไหม้จนหลอมติดิัของหลิ่วไถเฉิงออกอย่างชำนาญ
พอเห็นกรรไกรตัดโดนิั เล่อเวยก็อดรู้สึกเจ็บตามไม่ได้
ต้องเจ็บขนาดไหนกัน
ถึงจะไม่มีสติ แต่ร่างของหลิ่วไถเฉิงก็กระตุกตามความเ็ป
หมอห่าวทำความสะอาดแผลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอยออกมา
เล่อเวยกำมือของตัวเองแน่น
อย่าสั่นสิ! อดทนไว้! ไม่เป็ไร เชื่อในนิ้วทองคำของเล่อตงหน่อย!
เธอดึงจุกปิดขวดศิลาดลใบเล็กออก แล้วเทของเหลวสีเหลืองน้ำนมที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลงบนหลังของหลิ่วไถเฉิงตามคำแนะนำของเล่อตง
เล่อเวยค่อยๆ เกลี่ยของเหลวไปตามรอยแผล และไม่ว่าจะทาไปตรงไหน รอยไหม้ตรงนั้นก็หายไปราวกับใช้ยางลบลบออก!
“นี่มัน...” หมอห่าวเบิกตากว้าง “ปาฏิหาริย์!”
บทที่ 18 ไม่ง่ายที่จะโกหก
หลังจากทายาขวดนั้น แผ่นหลังของหลิ่วไถเฉิงก็กลับมาเรียบเนียนดังเดิม ไม่มีรอยไหม้ปรากฏให้เห็นอีกเลย
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ ทุกคนต่างตกตะลึง
ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น!
แผลไหม้ใหญ่ขนาดนั้น แล้วไหนจะเือีก มันกลายเป็ไม่เป็อะไรเลยได้ยังไง ทำไม...ถึงไม่มีแม้แต่ร่องรอยทิ้งเอาไว้เลย
เล่อเวยเองก็ใไม่แพ้กัน เธอรู้ว่านิ้วทองคำของเล่อตงมีประโยชน์ และเดาเอาไว้ว่ายานั่นคงช่วยสมานแผลได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะเร็วจน...น่ากลัว
ถึงว่า...เล่อตงมีสีหน้าลังเลตอนที่เรียกเธอออกไป!
นิ้วทองคำเช่นนี้อันตรายยิ่งนัก!
เกิดมีใครรู้ขึ้นมา ด้วยความโลภในใจคน มีความเป็ไปได้สูงที่จะเกิดเื่ขึ้น! ถึงแม้ว่าคนที่มาช่วยในวันนี้ล้วนเป็เพื่อนบ้านที่น่าไว้ใจก็ตามที
แต่หากมีคนนอกแทรกซึมเข้ามา และอีกฝ่ายมีเจตนาที่ชั่วร้าย ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง!
ใบหน้าของเล่อเวยซีดเผือด
โชคดีที่หลังจากทายาให้หลิ่วไถเฉิงเสร็จ ในขวดนั้นก็ไม่เหลือยาอีกแม้แต่หยดเดียว!
เธอต้องบอกเล่อตงไม่ให้เอาของแบบนี้ออกมาใช้อีกในอนาคต!
น้าสะใภ้กุ้ยอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปแตะแผ่นหลังของหลิ่วไถเฉิง เขาไม่แสดงอาการเ็ปเลยสักนิด “เล่อเวย นี่มันยาอะไรกัน ดีเหลือเกิน เธอได้มาจากไหน”
ถึงเล่อเวยจะใกับคำถามอยู่บ้าง แต่เธอก็คิดหาข้ออ้างไว้ั้แ่ตอนที่ทายาเมื่อครู่แล้ว
“น้าสะใภ้กุ้ย จำตอนที่น้าเจอฉันริมแม่น้ำได้ไหม ที่ฉันเปียกไปทั้งตัว”
“ได้สิ แต่เื่นั้นเกี่ยวอะไรกับยาขวดนี้กัน”
“อันที่จริงฉันไม่ได้ตกน้ำหรอก แต่ช่วยคนเอาไว้ คนคนนั้นให้ยาขวดนี้มา บอกว่ารักษาได้ทุกโรค ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อ แค่เก็บมันไว้ในกระเป๋า จู่ๆ นึกขึ้นมาได้ โชคดีที่มันไม่ได้ไหม้ไปกับไฟ ไม่คิดเลยว่าจะดีขนาดนี้...”
เธอไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองพูดนัก เพราะมันฟังดูคลุมเครือเกินไป
แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครในห้องนั้นติดใจสงสัยเลย
คงจะจริงที่ว่า เวลาเจอยาวิเศษแบบนี้ ยิ่งแหล่งที่มาคลุมเครือมากเท่าไร ความน่าเชื่อถือก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนในห้องล้วนได้เห็นรอยไหม้น่าสยดสยองบนหลังของหลิ่วไถเฉิงหายวับไปกับตา
น้าสะใภ้กุ้ยถอนใจ “คนคนนั้นคงจะเป็เทวดาแน่ๆ เสี่ยวหลิ่วโชคดีจริงๆ คนดีฟ้าคุ้มครอง!”
“คนดีฟ้าคุ้มครอง!”
จี่เฟิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยรีบพูดว่า “หมอห่าว ช่วยดูย่าเล่อให้หน่อยเถอะ ดูเหมือนจะมีรอยไหม้ที่เท้าด้วยเหมือนกัน”
พอจี่เฟิ่งพูดอย่างนั้น ทั้งห้องก็เลยเพิ่งจะนึกขึ้นได้
ใช่ ยังมียายเฒ่าอีกคน!
เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของนางเล่อนั้นแย่มาก แม้กระทั่งหลิ่วไถเฉิงที่เพิ่งจะมาเป็แขกของหมู่บ้านได้เพียงแค่สองสามวัน ยังได้รับความสนใจมากกว่าเลย!
เล่อเวยถือว่าตัวเองได้พยายามช่วยยายเฒ่าอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนนางเล่อจะได้รับาเ็หรือไม่ เธอไม่สนใจ
หลิ่วไถเฉิงยังคงหมดสติอยู่บนเตียง จังหวะการหายใจของเขาสม่ำเสมอ คาดว่าน่าจะฟื้นในอีกไม่นาน
หากหลิ่วไถเฉิงเข้าไปช่วยเธอไว้ไม่ทัน คานไม้คงตกลงมาทับศีรษะของเล่อเวยพอดิบพอดี เธอที่เพิ่งจะกลับชาติมาเกิดได้เพียงแค่สองวัน เกือบได้กลับไปเฝ้าพญายมอีกรอบแล้ว
เธอต้องหาทางตอบแทนน้ำใจที่เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ให้ได้!
เล่อเวยเหลือบมองเล่อตงอีกครั้ง
เล่อตงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองดูกุ้ยจือด้วยใบหน้าว่างเปล่าและเศร้าหมอง
เขาเกี่ยวข้องยังไงกับสกุลกุ้ยกันแน่!
หลังคิดเื่นั้น เล่อเวยก็เรียกเล่อตง และดึงตัวออกไปข้างนอก
ทันทีที่เธออ้าปาก เล่อตงก็ชิงพูดก่อน “ฉันรู้ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันเพิ่งเคยใช้ยานั้นครั้งแรกเหมือนกัน ต่อไปฉันจะระวังให้มาก”
เขาเองก็ไม่คิดว่าผลจะออกมาเช่นนั้นเหมือนกัน
เล่อเวยพยักหน้าเบาๆ “ดีแล้วที่นายรู้ ฉันแค่กลัวว่านายจะพลาด”
ตอนนั้นเอง น้ากุ้ยก็กลับมาพร้อมกับชาวบ้าน เขาเห็นเล่อเวยกับเล่อตงเลยบอกว่า “ไฟดับหมดแล้ว”
มีคนหลายคนเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มคนหนึ่งตรงไปดูที่เตียงก่อนจะถามว่า “พี่หลิ่วเป็ยังไงบ้าง”
พวกเขายุ่งอยู่กับการดับไฟเพื่อแข่งกับเวลา จึงได้ยินเพียงแค่ว่าหลิ่วไถเฉิงได้รับาเ็
จี่เฟิ่งจำได้ว่าเขาคืออวี๋ฉางเซิ่ง คนที่ช่วยหลิ่วไถเฉิงลากเล่อตงขึ้นมาจากบ่อน้ำ จึงรีบเข้าไปบอกว่า “ไม่ต้องเป็ห่วง เดี๋ยวเขาก็ฟื้น คราวนี้ต้องขอบคุณไถเฉิงจริงๆ ไม่อย่างนั้นเวยเวยคงตกอยู่ในอันตราย เธอสองคนช่วยตงตงแล้ว ไถเฉิงยังช่วยเวยเวยอีก ฉันไม่รู้จะขอบคุณพวกเธอยังไงดี!”