ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    39.เก็บเนื้อรมควันหีบแรก

    ช่วงบ่ายแก่ๆของวัน ซานหู่ก็พากลุ่มนายพรานของเขาเข้าป่าเพื่อออกล่าสัตว์ตามปกติ เมื่อจัดการกับเลื่อยอีกชนิดเสร็จ ซานหลงก็ผละตัวออกจากโรงเก็บวัสดุเช่นกัน ที่นี้จึงเหลือเพียงพี่น้องสกุลซาน ที่ยังทำงานอยู่ ภายใต้การกำกับดูแลของหม่าเหลียงเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไรมากนักวันนี้ เนื้อรมควันชุดแรกจะถูกเก็บลงกล่อง เขาจะต้องไปดูสักเล็กน้อย การเก็บเนื้อรมควันตามปกติ ของชาวบ้านที่ทำประจำ ไม่ได้มีพิธีรีตรองอะไรมากนัก เพียงแค่แขวนเนื้อไว้อย่างนั้นแหละ ไม่จับไม่สัมผัสเนื้อ แขวนเอาไว้ในห้อมรมควันเลย แต่ซานหลงทำแบบนั้นไม่ได้ ห้องรมควันต้องทำเนื้อรมควันออกมาอีกหลายชุด จึงต้องระบายเนื้อที่รมควันที่ทำเสร็จแล้ว ออกไปเก็บไว้ที่อื่น ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการเก็บเนื้อรมควันคือ ความชื้น และอุณหภูมิ เนื้อที่รมควันเสร็จแล้วจะถูกความชื้นอีกไม่ได้ เพราะจะทำให้เนื้อเน่าเสียหรือไม่ก็ทำให้เกิดเชื้อรา อุณหภูมิ มีผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ที่เป็นตัวการที่ทำให้เนื้อเกิดการเน่าเสีย ถึงควันไฟจะมีสารที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของมันแล้วก็ตาม แต่เชื้อจุลินทรีย์พวกนี้มีอยู่มากมายใน ธรรมชาติหรือแม้กระทั่งในอากาศ และมันจะเจริญเติบโตขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ ได้รับความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม เขาจึงต้องจัดการกับพวกมันสักเล็กน้อย"นายน้อย! ทางนั้นเรียบร้อยดีไหมเจ้าค่ะ"อี้หลันยร้องทัก และถามขึ้นทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้"เรียบร้อยดี ลุงหม่าดูแลอยู่ คงไม่มีอะไรหรอก แล้วทางนี้ละ ของที่ข้าให้เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง"ซานหลงถามขึ้น เขาสั่งให้อี้หลันเตียมของสองสามอย่างไว้รอเขา"หีบไม้ขุด ลวกน้ำร้อน ตากแดดเรียบร้อย เมล็ดข้าวสาลีแห้งสนิท ไม้สอยเนื้อ เหล็กคีบเนื้อ และ ขอเกี่ยวเนื้อ ทุกอย่างลนไฟตามที่นายน้อยสั่งเรียบร้อยแล้วเจ้าคะ"อี้หลันรายงานสิ่งของทั้งหมดออกมาทันที"อืม เริ่มได้ เอาไม้ไปสอยเนื้อลงมา ระวังอย่าให้เนื้อตกลงพื้น ละ"เขาสั่งคนงานที่ยืนรออยู่ ให้เข้าไปสอยเนื้อที่รมควันเสร็จแล้วลงมาจากราวแขวนเนื้อ"ส่วนแม่นางอี้ ไปล้างมือ มาเป็นผู้ช่วยข้า"เขาเอ่ยขึ้น แน่นอนว่าทุกขั้นตอน เขาจะต้องอธิบายให้อี้หลันและทุกคนที่รับผิดชอบฟังอย่างละเอียด อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง "ขั้นแรกเอาเมล็ดข้าวสาลี ลงในกล่อง 1 ใน 5 ส่วนของกล่อง ใช้เหล็กคีบเนื้อที่ลนไฟแล้ว คีบเนื้อลงในกล่อง ใช้เหล็กเกี่ยวเนื้อจัดเรียงพวกมันให้สวยงาม จำไว้ว่าใส่เนื้อลงไปในกล่องแค่ 3 ใน 5 ส่วนของกล่องเท่านั้น จากนั้นเติมเมล็ดข้าวสาลีลงไปให้เต็มกล่อง ปิดฝา ยาขอบฝาด้วยขี้ผึ้ง เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย" เขาทำไปอธิบายไปด้วย ทุกๆคนต่างได้ยินสิ่งที่เขาพูด สมาชิกทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่นายน้อยพูดสอนออกมานั้น มีประโยชน์มหาศาล พวกเขาจึงจดจ้องการกระทำของนายน้อยและตั้งใจฟัง ทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด"ทำไมต้องเอาเมล็ดข้างสาลีลงไปในกล่องเก็บเนื้อด้วยละเจ้าค่ะ"อี้หลันถามเมื่อจบการสอนของนายน้อย"เมล็ดข้าวพวกนี้จะทำหน้าที่ดูดน้ำภายในกล่อง ธรรมชาติของเมล็ดพืชมันจะดูดเอาน้ำจากพื้นที่รอบๆเข้าไปสะสมในตัวมัน แล้วเจริญเติบโตขึ้นเมื่อน้ำที่มันสะสมมีเพียงพอแล้ว และมีแสงแดดให้ความอบอุ่นแก่มัน ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า เมล็ดพืชสามารถเติบโตได้ดีในหน้าฝนเพราะหน้าฝนมีน้ำอยู่มากแสงแดดพอเหมาะกับการเจริญเติบโตของมัน แต่่ น้ำและความร้อน จะทำให้เนื้อเน่าเสียเร็วขึ้น เมื่อ เมล็ดพืชดูดเอาน้ำไปหมดแล้ว เนื้อที่เก็บเอาไว้จึงไม่มีน้ำ มันจึงไม่เน่าเสียง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น เนื้อแห้ง ทำไมเนื้อแห้งถึงเก็บไว้ได้นาน กว่าเนื้อสด นั่นก็เพราะว่ามันแห้ง ไม่มีน้ำ เขาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายที่สุด "ที่ทาขี้ฝึ้งปิดฝากล่องก็เพื่อกันน้ำเข้าหรือขอรับ"ชายหนุ่มผู้ขยันหาความรู้ถามขึ้น"ใช่ เพื่อไม่ให้น้ำจากภายนอกเข้าไปในกล่องได้""แล้วทำไมต้องใช้เหล็กลนไฟคีบเนื้อละครับ ใช้มือจับลงใส่กล่องเลยไม่ได้หรือ"เขาถามขึ้นอีก ซานหลงนิ่งคิดหาคำอธิบายที่พอจะทำให้ทุกคนที่นี่เข้าใจได้ง่ายๆ อยู่พักหนึ่ง มันไม่ง่ายเลยที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้คนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเข้าใจได้"ข้าขอถามเจ้าก่อน อาหารที่เจ้ากินแล้ว กับอาหารที่ปรุงสุกอยู่ในหม้อโดยที่เจ้ายังไม่ได้กิน หรือจับมัน อันไหนบูดเสียเร็วกว่ากัน"เขาถามในเรื่องที่เกิดขึ้นและพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันของผู้คนออกมา"อาหารที่ยังไม่ได้กิน เก็บไว้ได้นานกว่าขอรับ"มันตอบออกมาทันที เพราะมันเป็นแค่เรื่องธรรมดาที่ใครๆก็รู้"นั้นแหละที่ข้าจะบอก เพราะถ้าเราไปจับ หรือสัมผัสเนื้อโดยตรง จะทำให้เนื้อเน่าเสียเร็วขึ้น""อ่า แบบนี้นี่เอง ทำไมข้าคิดไม่ถึงนะ ทั้งๆก็เห็นกันอยู่ทุกวัน..""นายน้อยละเอียดอ่อนจริงๆ เรื่องพวกนี้ยังไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบคม ของนายน้อยไปได้"ผู้คนที่ได้ยินคำตอบอุทานขึ้นมาเบาๆแน่นอนว่านักวิจัยพันธุ์พืชจากโลกอนาคต ไม่สามารถบอกออกมาได้ว่า ในมือของคนเรามีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่เรียกว่าเชื้อจุลินทรีย์ ไต่ยุบยับอยู่เต็มไปหมด และพวกมันกัดกินอาหารของพวกเราทำให้มันเน่าเสีย จึงต้องเอาเหล็กคีบเผาไฟก่อน เพื่อให้เชื้อจุลินทรีย์ตายแล้วจึงเอาเหล็กไปคีบเนื้อที่แสนล้ำค่าแทนมือ เพราะการเผาไฟทำให้เชื้อจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ตาย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปในเนื้อรมควันของเราได้ "เอาละทำแบบเดียวกันนี้ทุกกล่องนะขอรับ จะเก็บไว้ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความใส่ใจในทุกขั้นตอนของทุกคน นี่คืออาหารในหน้าหานวของพวกเรา ถ้าหากเก็บไว้ได้ ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะไม่ต้อง อดอยาก"ซานหลงพูดกระตุ้นให้ทุกคนทำงานด้วยความระวัง เขาเองก็ไม่หมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าการทำแบบนี้มันจะสามารถยืดอายุ ของเนื้อรมควันให้ยาวออกไปได้ แต่ ตัวเนื้อรมควันเอง สามารถเก็บไว้ได้นานอย่างน้อย 2 เดือนอยู่แล้ว เขาจึงไม่กังวลในเรื่องนี้มากนัก ที่ทำแบบนี้ก็แค่เพิ่มโอกาศในการยืดอายุของพวกมันออกไปอีกก็เท่านั้น"โอ้ว!!เราจะทำตามขั้นตอนที่นายน้อยสอนอย่างละเอียด ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยขอรับ"คนงานทั้งหมดรับปากออกมาขันแข็ง เขาและเลขาสุดสวย ยืนดูคนงานทำงานอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผละตัวออกมา "วันนี้เราจะเอาอาหารไปแจกขอทานที่ลาน นายน้อยจะไปด้วยหรือไม่เจ้าค่ะ"นายถามขึ้น"อืม!!ไปสิ เรียกลุงหม่าไปด้วย"เขาเอ่ย ในหัวก็พรางคิดแผนเอาไว้เงียบๆ จิตวิทยาใช้ได้ดีเสมอในการสร้างความประทับใจแรกให้กับผู้คน การวางตัว การแต่กาย หรือแม้กระทั้งคำพูดก็ยังต้องมีบท "ท่านแม่ วันนี้ท่านทำอะไรกินหรือขอรับ"เด็กหนุ่มทักถามทันทีที่เข้ามาถึงโรงครัว ซานยี่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการ อาหารเย็นสำหรับทุกๆคน ในมือของนางถือทับพีที่ทำจากไม้ จรดริมฝีปากเป่าลมให้น้ำแกงเย็นเพื่อจะชิมรสชาติ"อาว..มาพอดีเลย ข้าทำต้มจืดหน่อไม้กระดูกหมู แต่ชิมอย่างไรมันก็ไม่เหมือนกับที่เจ้าทำเลย มาๆมาชิมให้แม่หน่อยว่าขาดอะไรไป"นากกวักมือเรียกลูกชายให้เข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ยื่นทับพีไม้ในมือให้เด็กหนุ่มทันทีเม่ือได้ลิ้มรส ของน้ำแกลเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่า สิ่งที่ขาดไปคืออะไร"ท่านแม่ เติมเกลือลงไปอีกขอรับ!"เด็กนุ่มเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม"เกลือ! มันเค็มไม่ใช่เหรอ แต่นี่ต้มจืดนะ"มารดากล่าว"ท่านแม่ขอรับ ถึงจะเรียกว่าต้มจืด แต่รสชาติของมันต้องกลมกล่อม ไม่ใช่จืดชืดแบบนี้ และเกลือเป็นตัวชูโรงให้กับรสชาตอื่นๆของวัตถุดิบด้วยนะขอรับ เช่นรสชาตของเนื้อหมู ระหว่าใส่เกลือเล็กน้อย กับไม่ใส่เกลือ อันไหนอร่อยก่าวกันละขอรับ""ก็ต้องอันที่ใส่เกลือลงไปสิ"มารดาตอบแทบจะไม่ต้องคิด เพราะเรื่องเหล่านี้คนทำอาหารทุกคนทราบดีอยู่แล้ว"ใช่ขอรับ แต่ถ้าใส่มากไปมันก็จะเค็ม เราต้องใส่ให้พอดีด้วยขอรับ"มารดาหยิบกระปุกเกลือมายื่นให้เด็กหนุ่ม หกระปุกไม้ขุด ลงลักสีดำ มีฝาปิด ภายในบรรจุเกลือสีเทาๆไม่น่ากินอยู่ 1ใน 5 ส่วนของกระปุก"มีเท่านี้แหละ ช่วงนี้เกลือหายากมากขึ้น แม่ว่าเราควรจะซื้อมาตุนเอาไว้"'ตุน?ของแบบนี้นี่นะ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเป็นเกลือสินเทา แต่ความบริสุทธิ์ของมันนี่ กระเดือกไม่ลงเลยจริงๆ'เด็กหนุ่มคิด แต่นะ จะควดหวังอะไรมากกับอุคสมัยนี้ มีให้กินก็ดีแล้วแต่...ทะเล..เมืองนี้มันติดทะเลไม่ใช่เหรอ!!!"ท่านแม่ เมืองนี้ติดทะเลใช่ไหมขอรับ""เห็นบิดาเจ้าว่าอย่างนั้นนะ แม่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไร แต่แม่ว่า ลูกอี้น่าจะรู้จักที่นี่มากกว่าพวกเรานะ"เธอหันหน้าไปทางอี้หลัน ระบายยิ้มอันอบอุ่นออกมา"เจ้าคะ. นายน้อยเข้าใจถูกแล้ว เมืองหน้าด้่านแห่งนี้ติดกับทะเล ทะเลห่างออกไปจากตัวเมืองแค่นั่งรถม้า 1 วันเท่านั้นเจ้าคะ ท่ีนั้นสวยมาก แต่ก็อันตรายด้วยเช่นกัน มันเป็นถิ่นของโจรอินทรี เลยไม่มีใครนิยมไปที่นั้นนัก"นายตอบออกมาตามที่ตนรู้"โจร? พวกมันเป็นโจรสลัดหรือ""โจรสลัดคืออะไรหรือเจ้าคะ!""โจรที่มีเรือลำใหญ่ๆออกปล้นผู้คนที่ใช้เรือนะ""ไม่ใช่เจ้คะ พวกมันเป็นจรขี่ม้า ปล้นคนตามหมู่บ้านรอบๆนี้เจ้าคะ""ปล้น หมู่บ้าน แล้วทางการไม่จัดการกับพวกมันหรือ""จัดการไม่ได้มากกว่าเจ้าคะ เมื่อทางการส่งทหารออกไปหราบครั้งใด พวกมันก็หนีหายไป หาตัวไม่พบเลยเจ้าคะ พวกมันชำนาญพื้นที่ และเส้นทางหลบหลีกเป็นอย่างดี ทางการเลยจับพวกมันไม่ได้สักทีซานหลงเติมเกลือลงไปในหม้อแกง ในหัวของเขากำลังครุ่นคิด ถึงความเป็นไปได้ ที่แรกเรื่องเกลือ ต่อมาลามมาถึงเรื่องโจรอินทรี เขาคิดว่าการดำรงอยู่ของพวกมันมีความผิดปกติอยู่ไม่น้อย ออกปล้นสะดมชาวบ้านหลายหมู่บ้าน สร้างความหวาดกลัว สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว แต่หนีรอดไปได้ทุกครั้ง มันต้องมีอะไรตุๆอยู่ในบ้านนี้เมืองนี้เป็นแน่ ไม่อย่างนั้นพวกมันจะหนีรอดซะทุกครั้งไปได้อย่างไร"พวกมันออกปล้มเป็นประจำเลยหรือ""ไม่เจ้าคะ พวกมัจะออกปล้นในช่วงก่อนถึง ฤดูหนาวเท่านั้น เราก็ควรต้องระวังตัว และหาทางป้องกันเอาไว้เหมือนกันนะเจ้าคะ"ยิ่งฟังยิ่งน่าสงศัย เข้าไปอีก ชวงนี้ทางการมีการเก็บภาษีจาก ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวปลาอาหาร จะถูกปันสวนเอาไปโดยทางการทั้งสิ้น ถ้าหากกลุ่มโจรมีคนของทางการอยู่เบื้องหลัง.... หากเป็นอย่างที่เขาคิด มันคงไม่ดีนัก
    error loadedเคยกินกันไหมครับ ผมเองนังไม่เคยลอง แต่ในชอบปี้แกงมาก


    คล้ายกับเรื่องซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน