" มันคือ... "
ในขณะที่ผมกำลังจะบอกของที่ผมจะนำมาประมูล ทำให้พวกชิลรอน และหลิงเอ๋อ ลุ้นตัวเกร็ง ก็มีเสียงดังในโรงประมูลดังขึ้น
" ฟันของเสือเขี้ยวทองคำ เป็นของคุณ ริโตะแล้ว "
" ฟันของเสือเขี้ยวทองคำ? " นั่นมันของที่มีคนขโมยไปจากผมนี่ และใส่ร้ายผมว่าเป็นคนถอนฟันเสือเขี้ยวทองคำ ผมต้องเอาคืน
ผมเดินบุ่มบ่ามเข้าไปในโรงประมูลอย่างไร้มารยาท เพื่อไปหาริโตะ โดยไม่สนใจชิลรอน กับหลิงเอ๋อ ว่าจะกล่าวทักท้วงผมหรือไม่
" ไม่ทราบว่าคุณคือ... " ริโตะผู้ประมูลฟันของเสือเขี้ยวทองทำหน้าตางงอย่างมาก
" ผมคือ อาวิน ครับ คุณริโตะ ไม่ทราบว่าคุณประมูลของนี้มาจากใคร " ผมถาม
" ผมประมูลมาจากชายชุดดำครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใคร " ริโตะตอบ
ชายชุดดำ เมื่อรับเงินไปแล้ว ก็รีบวิ่งออกประตูหลัง โรงประมูลไปในทันที โดยไม่รีรอให้ผมจับได้ และทำให้ผมรู้ว่า ผมยังมีศัตรูอยู่ในที่ลับตาอยู่อีกคน
ศัตรูกากๆที่อยู่ในที่ลับ น่ากลัวกว่า ศัตรูเก่งๆที่อยู่ในที่แจ้ง นี่คือวลีที่พ่อผมชอบพูดเสมอตอนผมเด็กๆ
ชิลรอน กับหลิงเอ๋อ วิ่งตามผมมาด้วยความสงสัย ที่จู่ๆผมก็วิ่งมาหาริโตะ แล้วกล่าวพร้อมกันว่า
" คุณสามี จะรีบไปไหนกันคะ "
ซึ่งผมก็หันกลับไป แล้วเล่าเหตุการณ์ของเสือเขี้ยวทองที่ถูกเลาะฟันไป ผมสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของใครบางคน ซึ่งมันเป็นเรื่องเล่าที่ชวนให้ง่วงนอน เพราะเรื่องนี้ไม่อยู่ในความสนใจของ หลิงเอ๋อ และ ชิลรอน
" คุณสามีไม่ต้องกลัวไป ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ก็ต้องแพ้สามีข้าแน่นอน " ชิลรอนกล่าว พร้อมกับหันมาหลิงเอ่อ หลิงเอ๋อ เอง ก็พยักหน้าเสริมคำพูดของชิลรอน แต่ชิลรอนพุดยังไม่ทันขาดคำ หลิงเอ๋อ ก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้จึงกล่าวว่า
" ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าของที่จะเอามาประมูลคืออะไร "
" ถ้าให้ข้าเดาคงเป็นดาบกากๆขั้นนภาที่คุณสามีได้มาจากหัวหน้าพวกเกรียนนั่น ไม่ก็หนังของ คิงส์โปปุ กริซลี่ " ชิลรอนพูดด้วยความมั่นใจว่าเธอทายถูก หลิงเอ๋อ เองก็เห็นด้วยเมื่อมองไปยังดาบ และ หนังของคิงส์ โปปุ กริซลี่ ที่ผมเหน็บมาด้วยที่เอว ทว่า...
" ผิดหมด ทั้งสองคน " ผมกล่าว
" แล้วมันอะไรละคะ ที่รัก "
" มันคือ ฟูลโพชั่นความบริสุทธิ์ 10 ส่วน ที่บริสุทธิ์กว่าฟูลโพชั่นตามท้องตลาด ซึ่งในตัวข้ามีเพียง 10 ขวดเท่านั้น "
หลิงเอ๋อ ตาลุกวาว ในขณะที่ชิลรอนทำหน้าบึ้งที่ทายผิด
" ข้าจะให้ท่านพี่ 3000 เหรียญทอง เพื่อแลกกับ ฟูลโพชั่น 1ขวด " หลิงเอ๋อ กล่าวด้วยความไร้เดียงสา แต่เห็นผมยืนนิ่งอยู่ เธอเลยพูดเพิ่มราคาขึ้น
" 4000 เหรียญทองต่อ ฟูลโพชั่น 1 ขวดก็ได้ ที่รัก "
จริงๆผมขายตั้งแต่ 3000 เหรียญทองแล้ว แต่กำลังยืนตะลึงอยู่ว่ามันได้ราคาแพงถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ฟูลโพชั่นที่ทำมาจากหญ้าฮิเตะ ฮิเตะ 1ขวดเนี่ย
" 3500 เหรียญทองแล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าข้าเอาเปรียบ " ผมกล่าว ซึ่งหลิงเอ๋อ ก็ดีใจจนกระโดดกอด ผมเลยทีเดียว กลิ่นกายหอมกรุ่น รสดอกไม้ของเธอ ทำให้ผมหน้าแดงเลยทีเดียว
" ท่านพี่ยอมลดราคาให้ แสดงว่า ยอมรับข้าเป็นภรรยาแล้วสินะ " หลิงเอ๋อ กล่าวอย่างร้อนรนเพราะคาดหวังคำตอบดีๆที่ผมจะกล่าวออกมา ซึ่งผมก็ยังไม่ทันตอบ ชิลรอนก็ตอบแทน
" มันแน่นอนอยู่แล้ว พวกเราสองคน มาแต่งงานกับท่านพี่ พรุ่งนี้กันเถอะ "
แล้วทั้งสอง ก็คุยกันกระหนุงกระหนิง เกี่ยวกับเรื่องของผม แล้วต่างคนต่างก็ขอตัวไปบอกพ่อ ให้จัดงานแต่งงานพรุ่งนี้
...นี่มันมัดมือชกกันนี่หว่า ตรูไม่ต้องการฮาเร็มเฟ้ย ผมคิด
ผมแยกตัวออกไปจากพวกชิลรอน และหลิงเอ๋อ เพราะไม่สบอารมณ์ ที่อยู่ๆก็มีสาวสวย หุ่นดีสองคน มาเป็นภรรยา ถ้าใครมาเป็นผม คงรู้ความทุกข์ของผมว่า การแต่งเมียคือการเข้าไปอยู่ในนรก โดยเฉพาะ นรกสาวอึ๋ม นี่ยิ่งน่ากลัว
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงของสัตว์อสูรตัวหนึ่งดังมาจากอีกฟากของเมือง ผมจึงรีบไปดูเหตุการณ์ในทันที
ณ ประตูเมืองทิศตะวันตก ของเมืองฟัมลิส มีราชันต์ราชสีห์สิงโตนรกตัวหนึ่ง มันชื่อเบลรีฟา กำลัง อาละวาดอยู่
"ช่วยด้วย อ๊าคคคคคคคคคคคค " เสียงของทหารยามนายหนึ่งดังขึ้น ก่อนโดนเบลรีฟา ตะปบตาย
สาเหตุที่ เบลรีฟามาอยู่ที่นี่ได้ เพราะประเทศนี้มีการฝึกทหารตั้งแต่เด็กๆ โดยจะให้เด็กไปสู้กับลูกหมาก่อน แล้วพอชนะก็จะให้ สุ้กับลูกหมาที่ตัวโตขึ้น ในวันต่อไป และวันต่อไป ในที่สุดเมื่อเจอกับ เสือ เด็กเหล่านั้นที่โตขึ้นมาเป็นทหาร ก็จะมองมันเป็นเพียง ลูกแมวธรรมด๊าธรรมดา แต่หารุ้ไม่ว่า เบลรีฟา เป็น ราชันต์อสูรสิงโตนรกที่มีพลังถึงขั้นอสูรระดับเพชร เพียงแต่วันที่มันโดนจับมา มันเป็นวันเบาๆ ของผู้หญิง
" เจ้าเป็นตัวเมียรึ " ผมถามเมื่อได้กลิ่นหอมของดอกไม้จากตัวมัน
" เจ้ามนุษย์ ตายซะเถอะ " เบลรีฟากล่าว ก่อนจะเริ่มจู่โจมผม
ผมเร่งพลังขึ้นจากระดับจอมเวทย์ขั้นสูงไปเป็นจอมปราชญ์ ในทันทีเพื่อรับมือเบลรีฟา แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์ของผม ทำให้ผมถูกรุกไล่ จึงต้องหนีขึ้นไปบนอากาศ เพื่อตั้งหลัก แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเบลรีฟา สามารถวิ่งบนอากาศได้
" เหยียบดาวชมจันทน์? "
ใช่แล้วมันเป็นทักษะ อัศวิน ที่สามารถวิ่งบนอากาศได้ในอนิเมะเรื่องหนึ่งที่ผมเคยดู
ตุบตับ ตุบตับ ฟ้าวววววว ตูม
เสียงการต่อสู้ของผมกับเบลรีฟา ดังไปทั่วท้องถนน แต่ผมใช้เวทย์ลวงตาให้ประชาชนแถวนั้นเห็นเป็นผมกำลังวิ่งหนี เบลรีฟา เพื่อไม่ให้ใครมารบกวนการต่อสู้ของผม
30 นาทีต่อมา....
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เบลรีฟากับผม กำลังยืนอยู่บนอากาศและกำลังเหนื่อยอ่อน
" เจ้าหนุ่มเก่งเหมือนกันนี่นา ข้าไม่เคยพบคู่ต่อสู้ระดับนี้มาก่อน " เบลรีฟากล่าว
" ถ้างั้นเรามาพนันกันมะ ถ้าใครชนะ อีกคนต้องยอมทำพันธะสัญญาเป็นอสูรพันธะสัญญาของอีกฝ่าย " ผมกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์
ถ้าผมชนะ ผมจะได้เบลรีฟา มาเป็นอสูรพันธะสัญญา แต่ถ้าผมแพ้ ผมก็ยังคงได้เบลรีฟาเป็นอสูรพันธะสัญญาอยู่ดีเพียงแต่ผมยอมเป็นลูกน้องก็เท่านั้น
" ย่อมได้ " เบลรีฟากล่าว เพราะหลงกลผม แล้วพุ่งเข้ามาโจมตีผมอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายก็พลาด ถูกผมเตะจุดสำคัญจนได้
เมื่อเธอถูกเตะถูกจุดสำคัญที่เรียกว่า จุดจุมพิตมังกร (จุดในร่างกาย ที่ถ้าถูกโจมตีจะทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ ราวกับติดอาการอัมพาต ) เธอก็ไม่สามารถขยับได้ เป็นเวลา 1วัน
ผมรีบเหาะมาอุ้มเบลรีฟาที่กำลังร่วงหล่นจากฟ้าทันที ด้วยมาดพระเอก เพราะต้องการให้เธอ ประทับใจ เธอค่อยร่วงลงมาแล้วร่างกายของเธอก็เริ่มกลับกลายเป็นคน
" เธอเป็น ครึ่งอสูรเหรอ? "
" ใช่แล้วค่ะ นายท่าน " เบลรีฟากล่าวอย่างอ่อนแรง
ผมมองหน้าเธอ ที่ตอนนี้กลับกลายเป็นสาวสวย ผมทอง ตาสีน้ำเงิน และกลิ่นกายของดอก ลาเวนเดอร์ ทำให้นึกขำอยู่ในใจ
...นี่ตรูได้ฮาเร็มอีกแล้วเหรอ
แล้วหลังจากนั้นผมก็เปิดห้องมิติของผม แล้วให้เบลรีฟา เข้าไปอยู่อาศัย ในฐานะสัตว์เลี้ยง เอ๊ย อสูรพันธสัญญาของผม
อีกด้านหนึ่ง
"ฮัดเช้ย!!! นี่เจ้าลูกชายของเราได้เมียคนที่สามอีกแล้วรึ " พ่อพระเอก ที่ใส่ชุดเหมือนคนบ้าในมาดพระเจ้ากล่าว
" ฮาเดส เซอาดีน คุณน่ะ ประมาทฝีมือของลูกชายเรามากเกินไป ที่ส่ง เบลรีฟาไปทดสอบฝีมือ " เทพธิดา ราเธีย แม่พระเอกกล่าว
" ฮะ ฮะ ฮ่า ใกล้จะถึงเวลาที่พวกเราจะไปให้ของขวัญกับลูกสะใภ้แล้ว และจะได้ทดสอบฝีมือของพวกเธอซะที " พระเจ้า ฮาเดส เซอาดีน พ่อพระเอกกล่าว
เช้าวันต่อมา....
แต่น แตร แตร แตน แต่น แต๊ แต่ แตน เสียงงานวันแต่งงานดังขึ้น ทั้งสกุล อามาเนะ และสกุลหลิง ต่างจัดงานใหญ่ ให้กับลูกสาวทั้งสอง อย่างเอิกเกริก
หลิงเอ๋อ และ ชิลรอน อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงบริสุทธิ์ ในขณะที่ผมนั่งอยู่บนม้า ในตำแหน่งเจ้าบ่าว
" เจ้าหน้าทุเรศ นั่นมันเป็นใคร ไม่เหมาะสมกับ แม่นางชิลรอน เลย"
" หลิงเอ๋อ ของข้าจะแต่งกับคนหน้าตาอุบาท แบบนี้ได้ยังไง "
" เจ้าบ่าว หน้าตาธรรมดา ไม่สมกับ เจ้าสาวทั้งสองที่สวยงาม ปานเทพธิดาเลย "
ใช่แล้วครับ ผมกำลังถูกชาวบ้านนินทาอยู่ในระยะเผาขน โดยเฉพาะพวกผุ้ชายที่ไม่พอใจผม เพราะผมมาแย่งผู้หญิงของพวกมันไป จนพวกมันไม่อาจอยู่เฉยได้ ขอระบายด้วยการด่าในระยะเผาขนนี่แหละดีที่สุด
เมื่อผมมาถึงหน้างานแต่งงาน ผมก็ลงจากม้า และเข้าไป อุ้ม ชิลรอน ด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงในตำนาน และอีกมือหนึ่งก็จูงม้าให้ หลิงเอ่อขี่ พร้อมกับเดินเข้าไปในงานแต่งด้วยความภาคภูมิ และฮัมเพลง หว่อ อ้าย หนี่ ไปด้วย เพื่อความสะใจที่ได้แกล้งเหล่าบรรดาชายหนุ่มที่พลาดหวังจากหญิงสาวทั้งสอง และแอบคิดในใจว่า
...นี่ตรูต้องแต่งงานกับแม่สองคนนี่จริงๆเหรอฟระ
****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป