ตอนที่ 13 กาฬโรค (3)
จ้าวเสวี่ยสวินคลี่ยิ้มบาง ใบหน้างามล้ำนั้นดั่งดอกบัวแรกแย้ม “ก็ยังมีพี่ชายกับพี่ใหญ่เซี่ยงเดินทางไปกับข้ามิใช่หรือ นอกวังกาฬโรคระบาดรุนแรงผิดปกติ เจ้าอย่าได้เสี่ยงอันตรายนี้ด้วยเลย”
คิดไม่ถึงว่าหลังจากเซี่ยงอวี่ทราบเรื่องที่เสวี่ยสวินจะเดินทางไปเป็นทูตยังแคว้นฉิน เขาก็ขออาสานำทัพคุ้มกันไปด้วยตนเอง เสวี่ยสวินแอบดีใจอยู่เงียบๆ ดูเหมือนว่าในใจเขานั้นยังคงมีตน
การเดินทางครั้งนี้จำเป็นต้องปลอบทุกข์บำรุงขวัญราษฎรไปตลอดทาง เสวี่ยสวินขอให้เตรียมเสบียงอาหารและยารักษาให้เพียงพอเป็นกรณีพิเศษ หมอหลวงในวังที่มีฝีมือวิชาแพทย์เลิศล้ำส่วนใหญ่ล้วนถูกนางเรียกตัวออกมาด้วย เป็นการป้องกันไว้ เผื่อระหว่างทางพบเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้น!
ส่วนด้านความปลอดภัย ได้เซี่ยงอวี่นำกำลังทหารคุ้มกัน และมีจางเอ่อร์เดินทางติดตามอยู่ข้างๆ ย่อมไม่ต้องกังวลใจ
ขบวนคนนำพาความหวังในการรักษาจ้าวเซีย และการเฝ้าคอยของราษฎรแคว้นจ้าว เดินทางมุ่งหน้าสู่แคว้นฉินอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร
…
ผู้คนบางส่วนในเขตแดนแคว้นจ้าวล้มป่วยติดโรคแล้ว อีกทั้งกาฬโรคยังเป็นโรคฉุกเฉินร้ายแรงยากต่อการควบคุม ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงเริ่มพากันหวาดระแวงอกสั่นขวัญแขวน
ยิ่งเดินทางไปถึงชายแดน สถานการณ์เช่นนี้ก็ยิ่งเห็นภาพชัด แทบจะถึงจุดที่ทุกคนรับรู้ได้ว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย!
จ้าวเสวี่ยสวินเห็นชาวบ้านนอกรถม้าเจ็บปวดทรมานจากอาการป่วยไข้ก็อดกังวลใจไม่ได้ ตัดสินใจลงจากรถและเรียกหมอหลวงมาทันที ก่อนเอ่ยถาม “ตอนนี้พอจะมีมาตรการอะไรยับยั้งการแพร่ระบาดของกาฬโรคได้บ้างหรือไม่”
พวกหมอหลวงยกเอาวิธีการง่ายๆ ที่พอเป็นไปได้ออกมาสองสามวิธี จางเอ่อร์ได้ยินแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นเขาหาจุดพักม้าที่ดูสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่งให้เสวี่ยสวินแวะพัก จากนั้นค่อยไปเตรียมการให้ชาวบ้านต่อสู้รับมือกับโรคระบาด
เสวี่ยสวินไหนเลยจะอยู่ว่างได้ นางกับกลุ่มคนสวมผ้าคลุมปิดหน้า นำอาหารและยาสมุนไพรส่วนใหญ่มายังมุมถนน
“ทุกคนไม่ต้องตื่นตระหนกกันไป ข้าเป็นองค์หญิงรองแห่งแคว้นจ้าว ออกเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อไปรับเทียบยารักษากาฬโรคมาจากแคว้นฉิน ขอทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ จงให้ความร่วมมือกับหมอหลวงและพวกทหารของเรา กาฬโรคจะต้องควบคุมได้ผลอย่างแน่นอน!”
ชาวบ้านพากันวิพากษ์วิจารณ์ พวกเขาไม่เชื่อว่าองค์หญิงท่านหนึ่งจะยอมลดเกียรติอันสูงศักดิ์ลงมาแจกจ่ายยาให้ชาวบ้านด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นอากัปกิริยาสง่างามเปี่ยมกลิ่นอายเชื้อพระวงศ์ และบุคลิกอ่อนโยนใจกว้างของนางเช่นนั้นแล้ว กลับทำให้ผู้คนเชื่อถือได้ไม่ยาก
“องค์หญิง ขอร้องท่าน โปรดช่วยพวกเราด้วยเพคะ...”
ระหว่างพูดก็มีชาวบ้านบางส่วนถึงกับคุกเข่าลง ร่ำไห้ตะโกนขอร้องอ้อนวอน พวกเขาบางคนติดโรคป่วยหนักแล้ว บางคนขอร้องให้ช่วยคนในครอบครัวที่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ไม่ว่าผู้ใดเห็นแล้วก็ชวนปวดใจไปตามๆ กัน
“ทุกคนรีบลุกขึ้นเถอะ ข้าจะพยายามสุดความสามารถ จะนำเทียบยามารักษาโรคทุกคนให้หายดี! แต่ว่าผู้วายชนม์จำจาก ผู้มีชีวิตดำรงชีพอยู่ต่อไป ข้าหวังว่าทุกคนจะจัดการศพของคนที่ล้มป่วยเสียชีวิต และดูแลผู้ที่เจ็บป่วยติดโรคแล้วให้ดี อย่าให้กาฬโรคแพร่ลุกลามต่อไป จุดนี้สามารถทำได้หรือไม่”
ชาวบ้านต่างพากันพยักหน้าขานรับ ทำตามคำแนะนำของหมอหลวงและทหาร หยิบยาและรับอาหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เซี่ยงอวี่มองดรุณีข้างกายตนผู้นี้ด้วยสายตาชื่นชมในความสุขุมเยือกเย็น อ่อนโยนใจกว้าง ทุกเรื่องล้วนคำนึงถึงราษฎรก่อนเป็นสำคัญ สิ่งนี้เรียกได้ว่าจิตใจเมตตาอันยิ่งใหญ่! บนโลกนี้จะมีสตรีอีกสักกี่คนที่สามารถทำได้
จางเอ่อร์เองก็เห็นภาพทั้งหมดนี้อยู่ในสายตา ทว่ากลับไม่เห็นด้วยกับวิธีการเช่นนี้ของเสวี่ยสวิน กาฬโรคลุกลามรุนแรง อีกฝ่ายร่างกายอ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไร เกิดไม่ระวังเผลอติดเชื้อขึ้นมาจะทำอย่างไร
ทว่ายามเขาเห็นท่าทางเชื่อมั่นที่ชาวบ้านรอบบริเวณนั้นมีต่อเสวี่ยสวิน ก็คิดว่ายายหนูคนนี้ช่างเก่งกาจทีเดียว!
กาฬโรคเป็นโรคระบาดฉุกเฉิน จางเอ่อร์ไม่กล้าชักช้ารีรอแม้แต่น้อย สั่งการให้เหล่าทหารจัดหาที่ทางแก่ชาวบ้านอย่างเรียบร้อยเหมาะสมทันที
ก่อนอื่นนำร่างและกระดูกของผู้เสียชีวิตแล้วเหล่านั้นไปเผารวมกัน ป้องกันการแพร่เชื้อ สำหรับชาวบ้านที่ติดเชื้อป่วยแล้วก็จัดเขตที่พักแยกตามระดับความรุนแรงของอาการ และส่งหมอหลวงเข้าไปรักษา พยายามประคองอาการไม่ให้รุนแรงขึ้น!
ยังมีชาวบ้านคนอื่นๆ ที่สุขภาพแข็งแรงดี จึงจัดให้แยกตัวออกห่างจากผู้ป่วยเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อซ้ำ
กระบวนการควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ ราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง เสวี่ยสวินเห็นจางเอ่อร์มีความสามารถด้านการดูแลปกครองเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบนับถืออยู่ในใจ
ถ้าเกิดครั้งนี้ไม่มีญาติผู้พี่มาด้วย ตนก็ไม่รู้จะชุลมุนวุ่นวายจนมีสภาพเช่นไร
มิน่าราษฎรฉางซานถึงได้เคารพนับถือคุณชายจางเอ่อร์มากเพียงนั้น จางเอ่อร์ผู้นี้ความสามารถไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ทั้งยังมีบุคลิกกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก!