บทที่ 5:เงาในการประลอง
สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วบรรยากาศในจวนตระกูลหลิวคึกคักและตึงเครียดกว่าเดิมวันแห่งการประลองประจำปีมาถึงแล้ว ลานฝึกหลักของจวนถูกตกแต่งอย่างสวยงามธงทิวโบกสะบัดไปตามสายลม แท่นประลองถูกยกสูงขึ้นตรงกลาง รายล้อมไปด้วยเก้าอี้สำหรับผู้าุโและแขกผู้มีเกียรติเหล่าศิษย์ของตระกูลหลิวทั้งสายตรงและสายรองต่างทยอยกันเข้ามาประจำที่นั่งของตนแววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความคาดหวัง
เฟยชินในชุดผ้าป่านเก่าๆยังคงทำหน้าที่เป็บ่าวไพร่ คอยดูแลความเรียบร้อยและเสิร์ฟน้ำชาให้กับแขกแต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังเวทีประลองอย่างแน่วแน่เขาสังเกตการณ์คู่ต่อสู้ที่มีศักยภาพแต่ละคนประเมินทักษะและพลังของพวกเขาอย่างละเอียด
หลิวชิงอีอยู่ในชุดฝึกสีขาวสะอาดดวงตาส่องประกายความมั่นใจ นางได้รับการจับตามองเป็พิเศษในฐานะศิษย์สายตรงที่มีพร์สูงหลิวิก็เข้าร่วมการประลองด้วยเช่นกันแต่ท่าทางของเขาดูประหม่าและหลุกหลิกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสายตาของเขาเหลือบมาสบกับเฟยชินที่ยืนอยู่ริมสนามแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย
การประลองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการท่านเ้าบ้านหลิวเว่ยกล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจากนั้นการแข่งขันในรอบคัดเลือกก็เริ่มขึ้นเหล่าศิษย์ต่างแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ เสียงอาวุธปะทะกันเสียงร้องเชียร์ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เฟยชินเฝ้ามองทุกการต่อสู้ด้วยใจจดจ่อแม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในจิตใจของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เวลาผ่านไปจนถึงรอบสุดท้ายของการคัดเลือกหลิวิต้องขึ้นประลองกับศิษย์สายรองคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านพละกำลังก่อนขึ้นเวที หลิวิเหลือบมองมาทางเฟยชินอีกครั้งดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความลังเล
เมื่อการประลองเริ่มต้นขึ้นหลิวิดูเหมือนจะเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดคู่ต่อสู้ของเขามีพละกำลังที่เหนือกว่าและบุกโจมตีอย่างไม่ยั้งหลิวิตั้งรับอย่างยากลำบาก ใบหน้าเริ่มซีดเผือด
ในที่สุดเมื่อคู่ต่อสู้เงื้อหมัดเตรียมปิดฉากการต่อสู้หลิวิก็ถอนหายใจออกมาแ่เบาและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน"ข้ายอมแพ้..."
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งสนามผู้คนต่างแปลกใจกับการยอมแพ้ของหลิวิอย่างง่ายดายแต่เฟยชินที่ยืนอยู่ริมสนามกลับยกยิ้มเล็กน้อย เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
หลังจากผ่านรอบคัดเลือกหลิวิก็เข้ามาใกล้เฟยชินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
"ข้าทำตามสัญญาแล้ว"หลิวิกระซิบเสียงเครียด "เ้าจะทำอะไรต่อไป?"
"หน้าที่ของเ้าจบลงแล้ว"เฟยชินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ส่วนเื่ต่อไป...เป็หน้าที่ของข้าเอง"
เมื่อถึง่พักกลางวันเฟยชินแอบเข้าไปในห้องเก็บของด้านหลังเวทีประลอง เขาสวมชุดคลุมสีดำมิดชิดที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้าปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสีดำเหลือเพียงดวงตาที่คมกริบจากนั้นเขาก็แอบปะปนเข้าไปกับกลุ่มศิษย์สายรองที่กำลังจะลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองในรอบถัดไป
"เ้าชื่ออะไร?" เ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
"ไป๋หลาง (หมาป่าขาว)"เฟยชินตอบด้วยน้ำเสียงแหบต่ำที่เขาฝึกฝนมาเป็อย่างดี
เ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นมองชายในชุดดำด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขาจดชื่อลงในบัญชีอย่างรวดเร็ว
"ลำดับที่..." เขาไล่สายตาลงในบัญชี"ลำดับที่สามสิบเจ็ด... ไปรอที่สนามประลองย่อยหมายเลขสาม"
เฟยชินพยักหน้าและเดินออกไปอย่างเงียบเชียบหัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความเสี่ยง เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันนี้วันที่เขาจะได้ยืนอยู่บนเวทีประลองในฐานะผู้เข้าร่วมคนหนึ่ง
การประลองในรอบถัดไปเป็การต่อสู้แบบตัวต่อตัวในหลายสนามประลองย่อยเฟยชินถูกเรียกตัวไปยังสนามหมายเลขสามคู่ต่อสู้ของเขาเป็ศิษย์สายรองร่างกำยำที่มีชื่อเสียงในด้านพลังหมัด
เมื่อเริ่มการประลองคู่ต่อสู้ของเขาก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความรวดเร็ว ปล่อยหมัดหนักหน่วงมาอย่างต่อเนื่องเฟยชินไม่ได้ปะทะตรงๆ แต่เลือกที่จะหลบหลีกด้วยความคล่องแคล่วว่องไวอาศัยความเร็วและััที่เฉียบคมในการอ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้
"เ้ามัวแต่หลบทำไม! สู้กับข้าหน่อยสิ!"คู่ต่อสู้ของเขาะโด้วยความหงุดหงิดที่โจมตีไม่โดน
เฟยชินยังคงเงียบเขาเคลื่อนไหวราวกับเงา รอคอยจังหวะที่เหมาะสม ในที่สุด เมื่อคู่ต่อสู้เปิดช่องโหว่แม้เพียงเล็กน้อยเฟยชินก็พุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วปล่อยฝ่ามือกระแทกเข้าที่จุดสำคัญบนร่างกายของคู่ต่อสู้
อั่ก!
ร่างกำยำของศิษย์สายรองทรุดฮวบลงกับพื้นทันทีเขาพยายามลุกขึ้นแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออีกต่อไป
"ผู้ชนะคือ... ไป๋หลาง!" ผู้ตัดสินประกาศด้วยความประหลาดใจกับความรวดเร็วของการต่อสู้
ชัยชนะครั้งแรกของเฟยชินผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบไม่มีใครสังเกตว่ามีทาสคนหนึ่งแฝงตัวเข้ามาในการประลองทุกสายตาจับจ้องไปที่เหล่าศิษย์ที่มีชื่อเสียงมากกว่า
เฟยชินยังคงปิดบังตัวตนและค่อยๆไต่เต้าผ่านการประลองในแต่ละรอบด้วยทักษะการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในเงามืดผนวกกับความเข้าใจในเคล็ดวิชาเมฆาคล้อยที่แอบเรียนรู้มาทำให้เขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างไม่ยากเย็นนักแม้ว่าพลังลมปราณของเขาจะยังด้อยกว่าศิษย์คนอื่นๆแต่ความคล่องแคล่วและความเฉลียวฉลาดในการต่อสู้ก็เป็อาวุธที่ร้ายกาจของเขา
ในที่สุดเขาก็สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างน่าประหลาดใจ ชื่อของ"ไป๋หลาง" เริ่มเป็ที่กล่าวขานในหมู่ศิษย์สายรองหลายคนสงสัยในที่มาและความสามารถของนักสู้ปริศนาผู้นี้
และในรอบชิงชนะเลิศเฟยชินต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด... หลิวชิงอี
เมื่อทั้งสองยืนอยู่บนเวทีประลองสายตาของทุกคนในสนามก็จับจ้องมาที่พวกเขาอย่างไม่กะพริบการประลองครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... และเฟยชินรู้ดีว่านี่คือบททดสอบที่แท้จริงของเขา