สองวันที่ได้หยุดพักอยู่ในนครหยุนผิงอันคึกคักผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน เฉินหลิวใช้เวลาทั้งหมดอย่างคุ้มค่าในการจัดเตรียมสิ่งของจำเป็สำหรับการเดินทางใน่สุดท้าย ซึ่งเป็การเดินทางขึ้นสู่เทือกเขาสูงชัน อย่างพิถีพิถันและรอบคอบยิ่งกว่าครั้งใดๆ นางมิได้ซื้อเพียงเสบียงแห้งและน้ำดื่มให้เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์และหนังเนื้อดี ซึ่งทนทานและให้ความอบอุ่นได้เป็อย่างดี เหมาะแก่การเดินทางขึ้นสู่ที่สูงซึ่งมีอากาศหนาวเย็น ยาถอนพิษแมลงและสัตว์ร้ายคุณภาพสูง สมุนไพรสมานแผลชั้นเลิศที่นางปรุงขึ้นเองด้วยสูตรลับเฉพาะ และแม้กระทั่งเชือกป่านเส้นเหนียวพิเศษและอุปกรณ์ปีนเขาอย่างง่าย เช่น ขอเกี่ยวและสลักหิน บ่งบอกเป็นัยว่าเส้นทางสู่เทือกเขาัครามอันเป็ที่ตั้งของสถาบันเทียนซวนนั้น อาจจะมิใช่ทางเดินราบเรียบธรรมดาที่ใครๆ ก็สามารถเดินทางไปถึงได้ง่ายๆ
ส่วนเฉิน ฮ่าวหราน นั้น เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในห้องพักอันเงียบสงบและปลอดภัยของโรงเตี๊ยมไผ่หอม ทุ่มเทจิตใจและสมาธิทั้งหมดให้กับการฝึกฝน "เคล็ดวิชาอัสนีา - บทที่ 1: ชักนำและควบคุม" อย่างไม่ย่อท้อ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นกว่าในป่าเขา และปราศจากสิ่งรบกวน เขาััได้ถึงความก้าวหน้าในการฝึกฝนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาสามารถโคจรพลังงานสายฟ้าสีครามทองเส้นเล็กๆ ที่เคยดื้อรั้น ให้ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณเริ่มต้นที่ระบุไว้ในเคล็ดวิชาได้นานเกือบหนึ่งก้านธูปแล้ว ก่อนที่มันจะเริ่มปั่นป่วนและยากจะควบคุม! แม้พลังงานนั้นจะยังคงเกรี้ยวกราดและพร้อมที่จะดีดดิ้นออกนอกเส้นทางอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็เริ่มรู้สึกถึง "จังหวะ" และ "กระแส" ของมันได้ดีขึ้นเล็กน้อย ความสำเร็จเล็กๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่นี้ เติมพลังใจและความหวังให้แก่เขาอย่างมหาศาล แต่ในส่วนลึกของจิตใจ เขาก็ยังคงรู้สึกว่าตนเอง้าเครื่องมือหรือตัวช่วยเพิ่มเติมในการฝึกฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หินสะกดอัสนี ที่เขาเห็นในร้านค้าแห่งมรดก ซึ่งน่าจะช่วยให้เขาสามารถฝึกควบคุมพลังได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังคงขาดแคลนแต้มมรดกที่จะใช้ซื้อมันมาได้
ขณะที่เขากำลังนั่งพักผ่อนอยู่ริมหน้าต่างห้องพัก มองดูผู้คนหลากหลายที่เดินสัญจรไปมาบนถนนเบื้องล่าง และครุ่นคิดถึงการเดินทางครั้งสำคัญข้างหน้าที่ต้องเข้าใกล้สถาบันเทียนซวนอันยิ่งใหญ่และลึกลับเข้าไปทุกที ความประหม่าและความกังวลต่ออนาคตที่ไม่แน่นอนก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้ 'ข้าจะสามารถปรับตัวเข้ากับที่นั่นได้หรือไม่? ข้าจะทำได้ดีในการสอบคัดเลือกหรือเปล่า? พลังของข้าจะถูกเปิดเผยหรือไม่?' เขาไม่คุ้นเคยกับการต้องติดต่อสัมพันธ์หรือแสดงความสามารถของตนเองต่อหน้าคนจำนวนมากเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าอ่อนที่เขาคุ้นเคย ก็ปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของเขาอีกครั้งโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!
【ภารกิจทดสอบความกล้า (พิเศษ): สอบถามเส้นทางสู่เขาั】
【รายละเอียด: ในนครที่ท่านไม่คุ้นเคย โปรดรวบรวมความกล้าหาญ สอบถามเส้นทางไปยัง 'เทือกเขาัคราม' อันเป็ที่ตั้งของสถาบันเทียนซวน จากเ้าของร้านค้าหรือผู้คนในนครหยุนผิงที่ไม่ใช่คนรู้จักหรือมารดาของท่าน อย่างน้อย 3 คน ภายในวันนี้】
【รางวัล: 2 มรดกแต้ม】
【บทลงโทษหากภารกิจล้มเหลว: ไม่มี】
เฉิน ฮ่าวหราน เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ 'ภารกิจใหม่มาอีกแล้ว? แถมยังเป็ภารกิจทดสอบความกล้าอีก?' เขาก้มลงอ่านรายละเอียดของภารกิจซ้ำอีกครั้งอย่างละเอียด 'ให้ข้า... สอบถามเส้นทางจากคนแปลกหน้าถึงสามคน...' แม้ภารกิจนี้จะดูเป็เื่ง่ายๆ และธรรมดาสามัญอย่างยิ่งสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเขา ผู้ซึ่งค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม และรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องพูดคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย นี่ก็นับว่าเป็ความท้าทายทางจิตใจอย่างหนึ่งเลยทีเดียว แต่ทว่า... รางวัล 2 มรดกแต้ม นั้น ช่างเย้ายวนใจเขาเหลือเกิน! มันเป็จำนวนแต้มที่เพียงพอสำหรับซื้อ หินสะกดอัสนี ที่เขา้าได้พอดี! 'เอาล่ะ! ก็แค่ถามทางเท่านั้นเอง ไม่เห็นจะยากตรงไหน! ข้าต้องทำได้สิ!' เขาตัดสินใจแน่วแน่ในใจ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี
ใน่บ่ายแก่ๆ ของวันนั้น เมื่อเฉินหลิวได้ออกไปจัดการเื่รถม้าเช่าเหมาคันใหม่สำหรับการเดินทางต่อ ฮ่าวหรานจึงถือโอกาสนี้ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่เขามี ก้าวเท้าออกจากโรงเตี๊ยมไผ่หอมตามลำพังเป็ครั้งแรกในนครหยุนผิง เขาเดินไปตามถนนสายรองที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก เพื่อลดความประหม่า หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เขามองซ้ายมองขวา เห็นร้านขายสมุนไพรเล็กๆ ที่ดูไม่ค่อยมีลูกค้าร้านหนึ่ง จึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตัดสินใจเดินเข้าไป
"เอ่อ... ท่านเถ้าแก่ขอรับ" เขาเอ่ยถามชายสูงวัยเ้าของร้านด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด "ขะ... ข้าขอรบกวนสอบถามหน่อยขอรับ ไม่ทราบว่าหากจะเดินทางไปยังเทือกเขาัครามนั้น ข้าควรจะต้องไปทางประตูเมืองทิศใดหรือขอรับ?"
เถ้าแก่ร้านสมุนไพรเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี มองเด็กชายแปลกหน้าที่ดูสุภาพเรียบร้อยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วตอบอย่างใจดี "โอ้ จะไปเทือกเขาัครามเพื่อเข้าสอบคัดเลือกที่สถาบันเทียนซวนล่ะสิท่า? ต้องออกทางประตูทิศเหนือนะพ่อหนุ่ม เดินตรงไปตามถนนสายหลักเรื่อยๆ ก็จะเจอประตูเมืองทิศเหนือเองนั่นแหละ"
"ขะ... ขอบพระคุณท่านเถ้าแก่มากขอรับ!" ฮ่าวหรานโค้งคำนับอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจแล้วรีบเดินออกมาจากร้านทันที รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่สามารถผ่านบททดสอบแรกไปได้ด้วยดี
เขาเดินต่อไปอีกหน่อยตามถนนสายเดิม เห็นแผงขายผลไม้สดน่าทานริมทาง จึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าลองถามแม่ค้าดูอีกครั้ง คราวนี้เขารู้สึกประหม่าน้อยลงกว่าเดิมเล็กน้อย และแม่ค้าใจดีก็ตอบคำถามของเขาพร้อมกับแนะนำผลไม้ให้ด้วยรอยยิ้ม 'สำเร็จสองคนแล้ว! เหลืออีกเพียงคนเดียวเท่านั้น!'
เหลืออีกเพียงคนเดียว เขาเดินไปเรื่อยๆ มองหาผู้คนที่ดูน่าจะสอบถามได้ง่ายและไม่น่ากลัว จนกระทั่งเขาเดินมาถึงบริเวณใกล้ซุ้มประตูเล็กๆ ที่เชื่อมต่อไปยังตรอกอื่น เขาเห็นทหารยามสองนายกำลังยืนพิงกำแพงคุยกันอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ เขาลังเลอยู่เล็กน้อย เพราะทหารยามมักจะดูน่าเกรงขาม แต่เขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา "ท่านทหารขอรับ... ข้าขอรบกวนสอบถามเส้นทางไปยังเทือกเขาัครามได้หรือไม่ขอรับ?"
ทหารยามคนหนึ่งหันมามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ก็ไม่ได้ดุร้าย "ประตูเมืองทิศเหนือ เดินตรงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง" เขาตอบสั้นๆ ตามหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจแต่อย่างใด
"ขะ... ขอบพระคุณท่านมากขอรับ!" ฮ่าวหรานรีบโค้งคำนับแล้วเดินจากมาทันทีอย่างรวดเร็ว
【ภารกิจทดสอบความกล้า 'สอบถามเส้นทาง' สำเร็จลุล่วง!】
【ได้รับรางวัลตอบแทน: 2 มรดกแต้ม】
【มรดกแต้มปัจจุบัน: 3 แต้ม】 (จากเดิมมี 1 แต้ม + ได้รับ 2 แต้มล่าสุด)
'สำเร็จแล้ว!' ฮ่าวหรานรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะเขาได้รับแต้มมรดกเพิ่มขึ้นมาอีกสองแต้ม แต่เป็เพราะเขาสามารถเอาชนะความประหม่าและความกลัวในใจของตนเองได้สำเร็จ! เขารีบเปิดหน้าต่างร้านค้าแห่งมรดกขึ้นมาในใจทันที และใช้ 2 แต้ม ซื้อ [หินสะกดอัสนี (ระดับต่ำ)] มาหนึ่งชิ้นโดยไม่ลังเล! ทันใดนั้น! เขาก็รู้สึกถึงวัตถุเย็นๆ ก้อนเล็กๆ ปรากฏขึ้นในฝ่ามือที่กำแน่นอยู่ในแขนเสื้ออย่างเงียบเชียบ! มันคือศิลาสีดำขลับก้อนเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกเย็นและมั่นคงอย่างน่าประหลาด เขากำมันไว้แน่น รู้สึกถึงความปลอดภัยและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เขารีบเก็บมันลงในถุงผ้าเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างดี ตอนนี้เขาเหลือแต้มมรดกสะสมไว้อยู่อีก 1 แต้ม
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่เตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว เฉินหลิวและเฉิน ฮ่าวหราน ก็ได้ออกเดินทางจากนครหยุนผิงอีกครั้ง พวกเขาขึ้นรถม้าโดยสารที่ดูแข็งแรงและปิดมิดชิดกว่าคันเดิม ซึ่งเฉินหลิวได้ว่าจ้างไว้เป็พิเศษพร้อมกับคนขับสูงวัยผู้ชำนาญเส้นทางขึ้นสู่ทิศเหนือโดยเฉพาะ พวกเขากล่าวอำลานครหยุนผิงอันคึกคัก มุ่งหน้าสู่เทือกเขาัครามอันยิ่งใหญ่และลึกลับ อันเป็ที่ตั้งของสถาบันเทียนซวน จุดหมายปลายทางที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้
การเดินทางใน่นี้แตกต่างออกไปจาก่ก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากที่ราบและเนินเขา กลายเป็ป่าสนสูงใหญ่ที่ยืนต้นตระหง่าน และูเาสูงชันที่ทอดตัวสลับซับซ้อน อากาศเริ่มเบาบางและเย็นลงอย่างรู้สึกได้ แต่ในขณะเดียวกัน พลังงานฟ้าดินในบริเวณนี้กลับให้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์และหนาแน่นกว่าในนครหยุนผิงหรือที่ใดๆ ที่ฮ่าวหรานเคยััมา ทำให้เขารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ก็มีความกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศ พวกเขาเริ่มพบเห็นนักเดินทางกลุ่มอื่นๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่เป็เยาวชนในวัยไล่เลี่ยกับฮ่าวหราน ซึ่งกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน พร้อมกับผู้าุโในครอบครัวหรือผู้คุ้มกันส่วนตัว บางครั้งพวกเขาก็เห็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามเชิงเขา หรือสำนักฝึกยุทธ์สาขาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตามไหล่เขา บ่งบอกถึงอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของสถาบันเทียนซวนที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งภูมิภาคนี้
ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ก็มั่นคง เฉินหลิวได้ให้คำแนะนำสุดท้ายแก่บุตรชายก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง "ณ สถาบันเทียนซวนแห่งนั้น คือศูนย์รวมของเหล่าอัจฉริยะ ผู้มีพร์ และทายาทตระกูลใหญ่จากทั่วทุกสารทิศอย่างแท้จริง การแข่งขันภายในนั้นจะสูงส่งและเข้มข้นอย่างที่เ้าไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนในชีวิต" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมและจริงจังยิ่งกว่าครั้งใดๆ "จงจำคำของแม่ไว้เสมอ ฮ่าวหราน เมื่อเ้าก้าวเท้าเข้าไปในนั้นแล้ว จงอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ อย่าได้อวดดีหรือแสดงความสามารถที่แท้จริงออกไปโดยไม่จำเป็เด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังอัสนีาที่อยู่ในกายของเ้า มันอาจจะนำภัยพิบัติร้ายแรงมาสู่ตัวเ้าได้อย่างที่คาดไม่ถึง จงเรียนรู้ที่จะสังเกตการณ์ผู้คนและสภาพแวดล้อมรอบตัวให้รอบคอบ แยกแยะมิตรและศัตรูให้ชัดเจน และที่สำคัญที่สุด จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเองเสมอ"
เฉิน ฮ่าวหราน ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำของมารดา พยักหน้ารับอย่างจริงจัง เขาััได้ถึงความรัก ความห่วงใยอันลึกซึ้ง และความคาดหวังอันหนักอึ้งที่มารดามีต่อเขา
หลังจากเดินทางอย่างต่อเนื่องกันอีกสองวันเต็ม ในที่สุด บ่ายวันหนึ่งขณะที่รถม้ากำลังไต่ระดับขึ้นสู่สันเขาสูงแห่งหนึ่ง พวกเขาก็ได้เห็นภาพอันน่าตื่นตะลึงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า! ณ สุดขอบฟ้าอันไกลโพ้น ท่ามกลางทะเลหมอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เบื้องล่าง ปรากฏเงาของเทือกเขาขนาดมหึมาที่ทอดตัวยาวเหยียดสุดสายตา ประดุจพญาัสีครามที่กำลังหลับใหลอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ ยอดเขาหลักที่สูงที่สุดนั้น สูงเสียดฟ้าทะลุผ่านชั้นเมฆขึ้นไป บนยอดเขาสูงสุดนั้น แม้จะมองเห็นได้เพียงรางๆ ผ่านม่านหมอก แต่ก็สามารถััได้ถึงกลุ่มอาคารอันยิ่งใหญ่และสง่างามที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ที่แห่งนั้น พวกมันแผ่รัศมีแห่งพลังอำนาจอันลึกล้ำ โบราณ และศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างชัดเจน!
"นั่นคือ... เทือกเขาัคราม" เฉินหลิวเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงแฝงความรู้สึกที่ซับซ้อน "และนั่น... คือที่ตั้งของสถาบันเทียนซวน"
เฉิน ฮ่าวหราน จ้องมองภาพอันยิ่งใหญ่อลังการนั้นนิ่งงันราวกับต้องมนต์สะกด หัวใจของเขาเต้นรัวแรงด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ถาโถมเข้ามา ทั้งความตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่และความงดงาม ความประหม่าต่อสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และผู้คนที่จะได้พบเจอ และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะต้องก้าวเข้าไปเหยียบ ณ ที่แห่งนั้นให้ได้! จุดหมายปลายทางของการเดินทางอันยาวนานและเต็มไปด้วยความยากลำบาก บัดนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วจริงๆ! เขาััหินสะกดอัสนีเม็ดเล็กที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมสำหรับบทใหม่ของชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ สถาบันอันดับหนึ่งแห่งทวีปแห่งนี้!
(จบตอนที่ 15)