ดินแดนรกร้างทางเหนือ ตระกูลกู้เมืองเป่ยจี๋เทียน
ในฐานะหนึ่งในสามสำนักกองกำลังชั้นนำของดินแดนรกร้างทางเหนือตระกูลกู้มีพลังอำนาจอันแข็งแกร่งอยู่แล้ว และใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาพวกเขาก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แซงหน้าตระกูลซูและราชวงศ์ไป๋อวิ๋นไป
ฉะนั้นจึงมีสำนักกองกำลังมากมายเดินทางเข้าออกจากเมืองเป่ยจี๋เทียนต่างก็เดินทางมาประจบสอพลอตระกูลกู้หวังที่จะพึ่งพาพวกเขาและหลีกเลี่ยงการถูกกำจัดในอนาคต
ในปัจจุบันสำนักกองกำลังมากมายในดินแดนรกร้างทางเหนือต่างตระหนักได้นานแล้วว่าพละกำลังของตระกูลกู้นั้นไม่อาจหยุดยั้งได้ เป็ไปได้มากที่พวกเขาจะกลืนกินตระกูลซูและราชวงศ์ไป๋อวิ๋นก่อนยึดไว้เป็ของตน
ครั้นกลืนกินสองสำนักกองกำลังนี้ได้ตระกูลกู้ก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนขั้นเป็สำนักกองกำลังระดับสูง
หากสำนักกองกำลังขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ภายใต้สามสำนักกองกำลังชั้นนำเหล่านี้ไม่เลือกข้างก่อนล่วงหน้าก็มีแต่ต้องถูกกำจัดเท่านั้น และเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้จึงเลือกที่จะประจบประแจงตระกูลกู้
ใน่เวลาสั้นๆเมืองเป่ยจี๋เทียนคึกคักไปด้วยรถศึกและเรือศักดิ์สิทธิ์มากมายแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายพร่างพราย บุคคลสำคัญและผู้นำสำนักนิกายจากทั่วทุกสารทิศต่างก็มาเยี่ยมเยียน
ผู้าุโของตระกูลกู้ยิ้มต้อนรับพวกเขา
“หึมีผู้นำจากสำนักนิกายมาอีกแล้ว ท่านผู้นั้นคือหัวหน้าสำนักนิกายเป่ยเจี้ยนเขาเป็ผู้าุโระดับนิรันดร์! เป็รองเพียงสามสำนักกองกำลังชั้นนำเท่านั้น!”
“แม้แต่เขาก็ยังมาหาตระกูลกู้ดูเหมือนว่าตระกูลกู้จะครองดินแดนรกร้างทางเหนืออย่างแท้จริง”
“ไม่เพียงสำนักนิกายเป่ยเจี้ยนเท่านั้นแม้แต่สำนักกองกำลังชั้นนำจากภูมิภาคอื่นๆก็ยังส่งผู้าุโมาแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่านอกจากนี้ยังมีผู้าุโจากสำนักกองกำลังระดับสูงมาด้วย ตระกูลกู้ช่างมีเกียรติจริงๆ”
“นี่เป็เพราะพลังที่ตระกูลกู้แสดงออกมานั้นช่างน่าเกรงขามผู้าุโระดับนิรันดร์เกือบยี่สิบคน น่ากลัวกระไรเช่นนี้!แทบจะเทียบเท่ากับสำนักกองกำลังระดับสูงแล้ว”
“หากตระกูลกู้สามารถรวมดินแดนรกร้างทางเหนือได้จริงๆและยิ่งไปกว่านั้นมีเซียนนักบุญปรากฏขึ้นก็จะกลายเป็สำนักกองกำลังระดับสูงที่แท้จริง!”
ภายในเมืองเป่ยจี๋เทียน ณหอคอยจุ้ยเซียน ผู้าุโบางคนกำลังดื่มเหล้าองุ่นแห่งิญญาชั้นเลิศพลางมองไปยังผู้นำจากสำนักนิกายต่างๆ ที่เดินทางผ่านไปมาดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาพลังที่ตระกูลกู้แสดงออกมานั้นน่าเกรงกลัวจนเกินไปทำให้พวกเขาอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
เมื่อเทียบกับตระกูลกู้แล้วตระกูลซูและราชวงศ์ไป๋อวิ๋นนั้นด้อยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ในการต่อสู้กับตระกูลกู้นั้นตระกูลซูเองต้องประสบความสูญเสียครั้งใหญ่เป็แน่ เพราะผู้าุโระดับนิรันดร์สองคนต่างก็สิ้นชีพไปแล้ว
ผลของการต่อสู้ครั้งนี้เผยให้เห็นถึงความน่ากลัวของตระกูลกู้พวกเขาปราบปรามตระกูลซูราบคาบทำให้ตระกูลของพวกนั้นประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า
หากไม่ใช่เพราะตระกูลซูยังมีบรรพบุรุษฉางเซิงอยู่เกรงว่าพวกเขาคงถูกตระกูลกู้กำจัดเหี้ยนไปแล้ว
“ตระกูลซูน่าจะถึงจุดจบแล้วตระกูลกู้ส่งสำนักกองกำลังไปโจมตีจื่อเสวี่ยนเทียน ถอนรากถอนโคนตระกูลซู!”
ในตอนนี้เองชายวัยกลางคนในชุดคลุมนักบวชเต๋าเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ และเผยความลับสำคัญออกมา
“กระไรนะ!โหดร้ายถึงเพียงนั้นเลยหรือตระกูลกู้ไม่เกรงตระกูลซูจะต่อสู้จนพินาศกันไปข้างเลยรึตระกูลซูมีบรรพบุรุษฉางเซิงอยู่นะ เขาคือคนที่สังหารกึ่งเซียนนักบุญถึงสามคน!”
“หากบรรพบุรุษฉางเซิงปรากฏตัวขึ้นเกรงว่าตระกูลกู้คงไม่เพียงพอที่จะสังหารเขาได้กระมัง”
ภายในโรงเตี๊ยมคนจำนวนมากส่ายหัวไม่เชื่อ
แม้ว่าตระกูลกู้จะแข็งแกร่งจนกดดันตระกูลซูกระทั่งแทบต้องประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าทว่าพวกเขาเชื่อมั่นว่าตราบใดที่ยังมีบรรพบุรุษฉางเซิงอยู่ตระกูลกู้ก็ไม่อาจแสดงความกำเริบเสิบสานจนเกินไปได้
“หึๆพวกเ้าไม่เข้าใจ พลังของตระกูลกู้นั้นไม่ธรรมดา ตระกูลซูมีบรรพบุรุษฉางเซิงแล้วตระกูลกู้ไม่มีหรือ บรรพบุรุษผู้นั้นของตระกูลกู้หรือ… จุ๊ๆไว้ล่ะเพราะเขาบำเพ็ญเพียรบรรลุขึ้นเซียนนักบุญสำเร็จแล้ว!”
“และบรรพบุรุษฉางเซิงของตระกูลซูผู้นั้นเขาได้บำเพ็ญตนมาเป็เวลาหลายร้อยปีแล้ว พยายามที่จะก้าวหน้าไปสู่เซียนระดับเซียนนักบุญทว่าเขาไม่ได้ปรากฏตัวเป็เวลาหลายร้อยปี ผลลัพธ์น่ะหรือ...แน่นอนว่าเขาต้องล้มเหลว…”
“บัดนี้บรรพบุรุษของตระกูลกู้ประสบความสำเร็จแล้วผลลัพธ์ก็เป็ที่กระจ่างแจ้งในตนเอง”
เมื่อได้ยินดังนั้นชายวัยกลางคนในชุดคลุมนักบวชเต๋าก็พูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เหอะ!”
“นั่นหมายความว่าตระกูลซูถึงจุดจบจริงๆแล้วใช่หรือไม่”
“บรรพบุรุษของตระกูลกู้…หมายความว่า…”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาสีหน้าของทุกคนก็ผันเปลี่ยน พวกเขาทั้งหมดเป็ผู้าุโในนั้นก็มีผู้าุโระดับสำแดงกฎอยู่ไม่น้อย ด้วยการคาดเดาเพียงเล็กน้อยพวกเขาสามารถเข้าใจความหมายได้และตกตะลึงอยู่ในใจ
ใน่เวลาสั้นๆสายตาของทุกคนที่มองไปยังชายวัยกลางคนในชุดคลุมนักบวชเต๋าก็เปลี่ยนไป
“ท่านนักบวชช่างมีความสามารถยิ่งนักข้าขอถามว่าท่านเป็ศิษย์ของผู้ใดเล่า”
ชายชราในระดับสำแดงกฎโค้งคำนับแล้วถามขึ้นอย่างสุภาพ
“ข้าเป็เพียงนักบวชที่ไม่มีชื่อเสียงไม่มีความสำคัญใดๆส่วนเื่ที่ว่าข้าเป็ศิษย์ของผู้ใด…ข้าเป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้นทักษะของข้ายังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบนัก ข้าไม่อาจกล้าอ้างชื่อตระกูลของข้าอย่างไม่ระมัดระวัง!”
ชายในชุดคลุมนักบวชเต๋าโบกมือพูดอย่างไม่ใส่ใจ
......
ตระกูลกู้
“หึๆๆ…”
“ข้า…ข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ”
ในห้องที่ลับตาคนหญิงสาวร่างเล็กที่มีใบหน้าอันงดงาม ผิวซีดเผือด นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วมองไปที่เพดานด้วยความสับสน
หลังจากนั้น ดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นกะทันหันราวกับความคิดนับไม่ถ้วนไหลเข้ามาในหัวของนาง รังสีของความสูงศักดิ์ถูกแผ่ออกมาดั่งจักรพรรดินีที่ครองราชย์มายาวนาน
“ข้าคือกู้ชิงเกอจักรพรรดินีหมื่นภัยพิบัติ ผู้ปกครองแดน์ฉางเซิง ควบคุมเปลวไฟะบัวแดงข้าไม่ได้ตายไปแล้วหรือ ตายอยู่ในการต่อสู้ครั้งนั้น”
หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามพึมพำเสียงเบาสีหน้าของนางเปลี่ยนไปมาและสับสนอยู่มาก
“เป็เช่นนั้นเองหรือ…”
ทว่าในไม่ช้า นางก็สงบลง มองไปรอบๆห้องที่คุ้นเคย ทว่าแปลกตา จึงถอนหายใจเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบื่อหน่าย
“ข้าตายไปแล้วจริงๆทว่าข้าได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง ย้อนกลับมาสู่่เวลาก่อนยุคโบราณหลายหมื่นปียังคงอยู่ใน่เวลาที่ข้าอยู่กับตระกูลกู้!”
“ตระกูลกู้กู้ชางฉง!!!”
กู้ชิงเกอพึมพำกับตัวเองเมื่อพูดถึงตระกูลกู้และกู้ชางฉงแล้วนั้น น้ำเสียงของนางก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังและอาฆาตแค้นจนอยากจะฆ่าให้ตาย
‘กู้ชางฉง’คือชื่อของบรรพบุรุษของตระกูลกู้
นางมีนามว่ากู้ชิงเกอเป็สมาชิกของตระกูลกู้จากสาขาย่อยลำดับที่เก้า หลายปีก่อนนางถูกตรวจพบว่า ตนเองมีกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติซึ่งเป็ความสามารถของร่างสังขารเทพศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด
เดิมทีนี่เป็เื่ที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับตระกูล
ผู้าุโของสาขาย่อยลำดับที่เก้าต่างก็ดีใจเป็อย่างยิ่งยิ่ง้าฝึกฝนกู้ชิงเกออย่างตั้งอกตั้งใจจนถึงที่สุดเพื่อที่นางจะได้เป็เซียนนักบุญ หรือแม้แต่าานักบุญในอนาคตและนำพาตระกูลให้เจริญรุ่งเรือง
ทว่าช่างน่าเสียดายที่สาขาหลักของตระกูลก็มีอัจฉริยะที่โดดเด่นเช่นเดียวกันนาม ‘กู้อี้’ ซึ่งมีสังขารเทพศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกันแม้ว่าจะเป็เพียงสังขารเทพศักดิ์สิทธิ์ร่างธรรมดาก็ตามซึ่งห่างไกลจากกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติของกู้ชิงเกอไม่เห็นฝุ่น
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สาขาย่อยลำดับที่เก้าคุกคามสาขาหลักของตระกูลฮูหยินของผู้นำตระกูลกู้ได้วางแผนอย่างลับๆ นำคนรับใช้หญิงหลายคนมาใช้เวทโบราณขุดกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติของนางออกมา และปลูกถ่ายลงในร่างของกู้อี้
ยิ่งไปกว่านั้น ใน่หลายปีต่อมาพวกเขายังคงเลี้ยงดูกู้ชิงเกอเฉกเช่นหมูใช้เืเต๋าหมื่นภัยพิบัติของนางเพื่อหล่อเลี้ยงกู้อี้และช่วยให้เขารวมเข้ากับกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติจนได้
แน่นอนว่าผู้าุโของสาขาย่อยลำดับที่เก้ารวมไปถึงบิดามารดาของหญิงสาวไม่เต็มใจแน่ทว่าพวกเขาทั้งหมดถูกจัดการอย่างโเี้ด้วยสาขาหลักของตระกูล โดยกล่าวหาพวกนางว่าเป็คนทรยศสมรู้ร่วมคิดกับสำนักกองกำลังภายนอก
โดยธรรมชาติแล้วสิ่งเหล่านี้ทำให้กู้ชางฉง หรือบรรพบุรุษของตระกูลกู้ตกตะลึงทว่าเขากลับจบเื่นี้ด้วยการบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นและจบไปเพื่อประโยชน์ของตระกูลกู้ เื่นี้ควรจบได้แล้ว
และเขาได้จัดการกับฮูหยินของผู้นำตระกูลกู้เพื่อระงับความวุ่นวายในตระกูล
“น่าขันจริงๆเพื่อประโยชน์ของตระกูลกู้กระไรกัน ฝึกฝนกู้อี้เช่นนั้นหรือทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเ้าเองหรอกหรือ ไอ้แก่สารเลว ชาติที่แล้วข้าฆ่าเ้าได้ชาตินี้ข้าจะฆ่าเ้าอีกครั้ง!”
กู้ชิงเกอเผยสีหน้าเ็า และพึมพำกับตัวเอง
ในฐานะผู้ที่กลับมาเกิดใหม่กู้ชิงเกอรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับอนาคต
นางยิ่งรู้ดีว่าทั้งหมดนี้เป็เพียงเื่ไร้สาระ
แม้ว่าสาขาหลักของตระกูลจะมีอำนาจอย่างมากทว่าฮูหยินของผู้นำตระกูลจะกล้าทำสิ่งที่อุกอาจเช่นนี้ได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้เป็เพียงการบงการอยู่เื้ัของบรรพบุรุษตระกูลกู้เขาเพียงไม่ลงมือเอง
และเป้าหมายของบรรพบุรุษตระกูลกู้นั้นชัดเจนมากนั่นคือการยึดครองร่างกายของกู้อี้
ดังนั้น เขาจึงวางแผนเื่นี้ทั้งหมดปลูกถ่ายกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติของนางลงในร่างของกู้อี้เพียงเพื่อให้ความสามารถของกู้อี้ท้าทาย์มากยิ่งขึ้น
ในท้ายที่สุด เขาก็ประสบความสำเร็จจริงๆ
เพียงแต่ว่าต่อมาเขาก็ถูกกู้ชิงเกอสังหาร
“ไอ้แก่สารเลวเ้าคงไม่คิดหรอกว่าร่างกายของข้าไม่ใช่กระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติทว่าเป็ร่างกายะหมื่นภัยพิบัติ”
กู้ชิงเกอคิดในใจ
สิ่งที่เรียกว่ากระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัตินั้นเป็เพียงพลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายะหมื่นภัยพิบัติ ซึ่งเป็ผลพลอยได้เท่านั้น
ในชาติที่แล้วหลังจากที่กู้ชิงเกอตายจากไป ร่างกายะหมื่นภัยพิบัติทำงานโดยทันทีทำให้หญิงสาวฟื้นคืนชีพ และสำแดงความสามารถที่ท้าทาย์ออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งพันปีนางกลายเป็กึ่งจักรพรรดิขั้นที่เก้า และในท้ายที่สุด เพียงนิ้วเดียวก็บดขยี้บรรพบุรุษของตระกูลกู้สิ้น
“โอ๊ยเจ็บจัง!”
กู้ชิงเกอแตะที่หน้าอกของนางแล้วยิ้มบางๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นช่างแสนเ็า
นางนึกถึงฉากที่คนรับใช้หญิงหลายคนขุดกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติจากร่างของนางออกมา
ความเ็ปจากการถูกควักหัวใจยังคงไม่คลายไปจากใจและความทรงจำจนถึงทุกวันนี้
“ตอนนี้ไอ้แก่สารเลวนั่นน่าจะโจมตีตระกูลซูอยู่ ข้าต้องหาทางหนีโดยเร็วที่สุด!”
กู้ชิงเกอคิดอย่างหวาดหวั่นในใจ
แม้ว่านางจะได้เกิดใหม่มีความทรงจำจากชาติที่แล้วย้อนคืนมามั่นใจว่าจะสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้งและกระทั่งไปสู่จุดที่เหนือกว่าชาติก่อน
ทว่าบัดนี้นางยังคงไม่มีพลังใดๆและร่างกายยังไม่ถูกปลูก นางไม่กล้าประมาท เกรงว่าจะเกิดข้อผิดพลาด และสิ่งต่างๆจะไม่เป็ไปตามที่เคยในชาติก่อน
“ตราบใดที่ข้าออกจากตระกูลกู้ได้ด้วยความทรงจำจากชาติที่แล้วของข้าและการใช้ทักษะลับในการฝึกตน ภายในสิบปีข้าก็จะมีความแข็งแกร่งในระดับสำแดงกฎได้ และภายในร้อยปีข้าก็จะเป็าานักบุญได้อย่างง่ายดาย”
“เมื่อถึงเวลานั้นการบดขยี้กู้ชางฉงก็จะเป็เื่ง่าย!”
ดวงตาของกู้ชิงเกอเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท
ขณะที่นางกำลังจะหาทางหนีออกจากตระกูลกู้ความรู้สึกเศร้าโศกก็ผุดขึ้นมาในใจของนาง
แม้ว่ามันจะบางเบาและไม่รุนแรงทว่ามันก็ทำให้นางตะลึง และภายในใจของนางก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อยากจะเชื่อขึ้นมาด้วย
“นี่…นี่…”
“ไอ้แก่กู้ชางฉงตายแล้วหรือ”
กู้ชิงเกอตกตะลึงไปทั้งตัว