4
เ้าไม่ใช่นาง
"ผู่เย่ว์จัดโต๊ะแล้วตักข้าวสวยให้ข้าที ตักเผื่อคุณชายอันสักชาม" เจียงถิงถิงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่ายจะปะทะวาจาต่อ จึงปลงใจหันไปสั่งผู่เย่ว์ให้เตรียมจัดโต๊ะอาหารที่โถงกลางของเรือนตนเอง
"เ้าค่ะคุณหนู" ผู่เย่ว์ค้อมหัวรับคำแล้วยกไก่ผัดต้นหอมชามใหญ่และจานไข่เจียวเพื่อจะออกไปจัดโต๊ะอาหาร
"อ๋อ ข้าวสวยของข้าไม่ต้องตักมากเพียงสองอุ๋งมือก็พอ" เสียงหวานกล่าวจบก็หยิบแตงกวาที่ปอกแล้วขึ้นมาหั่นใส่ชามจนหมดทั้งสองลูก เพียงไม่นานผู่เย่ว์ก็กลับมาตักข้าวสวยให้ผู้เป็นายและแขก
"ไปสิ รีบกินรีบกลับได้แล้ว"
"เหตุใดจึงรีบไล่ข้าเช่นนี้ คราก่อนเ้ายังขอให้ข้าพาไปเที่ยวตลาดอยู่เลย"
"นั่นมันเมื่อก่อน รีบไปกันเถอะ" คุณหนูเจียงเอ็ดบุรุษตรงหน้าก่อนจะลากข้อมือของเขาให้ตามไปที่โต๊ะที่ผู่เย่ว์จัดไว้ คนเดินตามยกยิ้มมุมปากอย่างขบขันกับกิริยาสตรีที่เดินอยู่เบื้องหน้า
"ั้แ่คราที่เ้าจมบ่อบัวหัวคงกระแทกอย่างหนักกระมัง นิสัยและกิริยาจึงเปลี่ยนไปมากมายเช่นนี้"
"ไม่ต้องพูดมาก รีบกินรีบกลับไปเสีย" น้ำเสียงขุ่นมัวเอ่ยออกมาจากริมฝีปากสีชมพูที่แห้งแตกด้วยความไม่พอใจบุรุษตรงหน้าเพราะมาวุ่นวายกับตนเอง นางกล่าวเสร็จจึงหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเอาเนื้อไก่ผัดต้นหอมใส่ปาก พร้อมใบหน้าหงุดหงิดเสียเหลือเกินทั้งที่นางบอกตนเองว่าต้องทำตัวไม่ต่างจากเดิมมาก ผู้คนจึงจะไม่สงสัยใคร่รู้ในตัวตนของนาง แต่พอต้องมาอยู่กับบุรุษตรงหน้านางกลับเกือบสติหลุดทุกครา ไม่รู้เพราะสายตาหรือคำพูดก่อนนี้ของเขาที่เหมือนรู้ตัวจริงของนางหรือเปล่า นางจึงไม่อยากอยู่กับเขานานเกินไปเพราะเกรงเขาจะล่วงรู้เื่ราว
"เหตุใดเ้าจึงไล่ข้า ก่อนนี้มีแต่จะชวนข้าอยู่เล่นด้วย" น้ำเสียงนุ่มนวลของบุรุษตรงหน้ากล่าวจบก็คีบเนื้อไก่ใส่ปาก เฉกเช่นเดียวกับสตรีที่มีฐานะเป็พี่สะใภ้
"ใยเ้าจึงกินข้าวน้อยเช่นนี้" หลังจากทานอาหารกันเสร็จบุรุษในอาภรณ์สีครามก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง พร้อมกับคิ้วเรียวขมวดจนแทบไม่ต่างจากปมเชือก หากเป็แต่ก่อนนางคงกินหมดทั้งข้าวทั้งกับก็ไม่เหลือไว้ให้ผู้ใดดูต่างหน้าเป็แน่ แต่ที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้คือ ข้าวสวยเพียงครึ่งถ้วยนางก็กินไม่หมด
"ข้าอิ่ม คุณชายอันเองก็เช่นกันหากทานอิ่มแล้วก็กลับเถิดข้ามีสิ่งอื่นต้องทำ" เจียงถิงถิงไล่บุรุษตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบ เกรงว่าหากพูดตรงกว่านี้อันอี้เฉินคงจะสงสัยนางอีกเป็แน่ เพราะแค่การกินอาหารเขายังสงสัยนางถึงเพียงนี้
"เช่นนั้นข้ากลับก่อน ไว้วันหน้าจะมากวนเ้าอีก" พออันอี้เฉินกล่าวจบเจียงถิงถิงก็ทำท่าคารวะพร้อม ๆ กับบุรุษตรงหน้าค้อมศีรษะให้ อันอี้เฉินเดินออกมาจนพ้นประตูเรือนแล้วหันกลับไปมองยังสตรีด้านหลังเพียงอึดใจก็หันกลับมาด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ
"เ้าไม่ใช่นางจริง ๆ "
"เหตุใดคุณหนูจึงไล่คุณชายอันไปเล่าเ้าค่ะ ก่อนหน้าคุณหนูยังบอกว่าเหงาชวนคุณชายอันไปเดินเล่นในตลาดอยู่เลย" สาวใช้ถามขณะที่กำลังตักน้ำใส่ถ้วยให้ผู้เป็นายดื่ม
"ไม่มีสิ่งใด เ้าไปกินข้าวก่อนเถิดไก่ผัดต้นหอมข้ายังเหลือไว้ให้เ้าในกระทะ ข้าจะเดินเล่นอยู่แถวนี้เ้าไม่ต้องห่วง" หลังจากผู่เย่ว์ออกไปเจียงถิงถิงคนใหม่ก็พาตนเองเดินออกจากห้องนอน เพื่อเดินดูของใช้ในเรือนตนเองเมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดน่าสนใจมากนักจึงนั่งพักที่โต๊ะหินอ่อนหน้าเรือนอย่างเบื่อหน่าย
"ถ้าอยู่ที่บ้านตอนนี้ฉันคงกำลังนอนดูซีรีส์สักเื่ เสร็จแล้วก็ลุกไปจัดเมนูอาหารให้ลูกเทรนอยู่แน่ ๆ ไม่น่ากินเมาขนาดนี้เลยตายได้โง่มากจริง ๆ ภาพวาดเอ้ย" น้ำเสียงหวานพึมพำยามนั่งมองกิ่งหลิวปลิวไสวไปกับสายลมยามบ่าย แม้จะมีแดดแต่ก็ไม่ทำให้นางรู้สึกร้อนเลยแม้แต่น้อย นางยังคงนั่งนึกถึงวันวานคราที่ยังอยู่โลกของตนเองที่จากมาทั้งสุขสบายและไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับผู้ใด ต่างกับที่นี่นางยังคงต้องมีเื่กับอนุภรรยาของสามีอยู่ร่ำไป
"กำลังนึกสิ่งใดอยู่ ข้าเรียกเ้าหลายหนแล้วไม่ได้ยินเลยหรือ" อันอี้เฉินถามขณะก้าวเข้ามานั่งที่เก้าอี้หินอ่อนตรงข้ามกับเจียงถิงถิง พอเห็นว่าเป็ผู้ใดนางจึงเบือนหน้าไปอีกทางพร้อมกับเบะปากให้บุรุษตรงหน้า
"มาทำไมอีกล่ะเนี่ย"
"ข้านำถังหูลู่มาให้ ตอนกลับไปถึงเรือนบ่าวกำลังทำถังหูลู่ข้านึกได้ว่าเ้าชอบจึงนำมาให้" คุณชายอันกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแล้วยื่นถังหูลู่ให้เจียงถิงถิง
"ข้าไม่กิน ข้าลดน้ำหนักอยู่หลังจากนี้ห้ามเอาขนมหวานมาให้ข้าเด็ดขาด"
"ลดอย่างไรข้าเห็นเ้ากินไก่ผัดต้นหอมไปหมดถ้วย ไหนจะไข่ต้มอีก" บุรุษตรงหน้าถามด้วยความสงสัยว่านางจะลดน้ำหนักอย่างไรกันจึงกินเนื้อมากมายเช่นนี้ สตรีอวบอ้วนตรงหน้าทอดถอนหายใจเหนื่อยหน่าย
"ข้าก็ควบคุมอาหารอย่างไรเล่า คุณชายไม่เข้าใจหรอกแต่ก็คอยดูไปเถอะ" เสียงหวานกล่าวพร้อมยกชาขึ้นมาจิบ อันอี้เฉินยกยิ้มอย่างชอบใจเขาชอบที่นางทำหน้าคล้ายเบื่อผู้คนเช่นนี้ เจียงถิงถิงคนเก่านางมักจะยอมให้ผู้อื่นรังแกอยู่ตลอดหากครั้งใดเขาไม่อยู่นางมักจะเจ็บตัวเสมอ ทั้งที่ตนเองมีแรงมากกว่าแท้ ๆ แต่กลับยอมให้อนุภรรยายกตนขึ้นข่มภรรยาเอกเยี่ยงนาง ทั้งเรือนคงมีเพียงเขาที่ดีต่อเธอด้วยใจจริง ๆ
"ข้าไม่เข้าใจ เ้าก็พูดให้ข้าฟังสิ ข้าไม่ได้รีบไปที่ใด" คนที่ถือถังหูลู่พูดจบก็อ้าปากงับถังหูลู่บนไม้ในมือตนเองแล้วทำท่าราวกับรอฟังเื่ที่นางกล่าวเมื่อครู่
"แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว" เจียงถิงถิงกล่าวพร้อมยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างเหนื่อยอ่อน