"ในการต่อสู้จริงไม่มีคำว่าสู้แบบคนจริงหรือขี้ขลาดหรอกนะ มันมีเพียงแค่คนชนะกับคนแพ้เท่านั้น"เฉินกังไม่สนใจต่อคำดูถูกของเฉินไป๋หลงแม้แต่น้อย เขายังคงบังคับออร่าสีฟ้าของตนให้พุ่งเข้าโจมตีใส่เฉินไป๋หลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวี่แววจะหยุด ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ตัวของเฉินไป๋หลงรู้สึกโมโหขึ้นไปอีก!
"ดี! ในเมื่อเจ้ากล่าวออกมาเช่นนี้ข้าก็จะไม่ปราณีเจ้าอีกต่อไป!"เฉินไป๋หลงกล่าวออกมาด้วยความโกรธ ในขณะที่ระดับลมปราณของเขามันได้พุ่งสูงขึ้นจนอยู่ในระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 7 เห็นได้ชัดเลยว่าตัวของเฉินไป๋หลงในเวลานี้ได้เอาจริงแล้วและทันที่พลังของขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 7 ถูกปลดปล่อยออกมานั้นพลังออร่าของเฉินกังก็ถูกทำให้หายไปในทันที
"ข้ากำลังรอเวลานี้อยู่เลย! ฝ่ามือพลันแปร!"เฉินกังเมื่อเห็นเฉินไป๋หลงเค้นพลังทั้งหมดออกมานั้นก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด เขานั้นได้พุ่งตัวเข้าไปหาเฉินไป๋หลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้งานทักษะฝ่ามือพลันแปรตรงดิ่งโจมตีเข้าใส่ไปที่กลางอกของเฉินไป๋หลงด้วยความเร็วสูง!
"เจ้าโง่คิดจะโจมตีข้าตรงๆเช่นนี้ เจ้ากำลังรนหาที่ตายอยู่รึยังไง?"เฉินไป๋หลงแสยะยิ้มอย่างดูถูก หลังจากเห็นการกระทำที่โง่เขลาของเฉินกัง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ส่วนใหญ่แล้ว แต่ถึงจะรู้สึกดูถูกเฉินกังเฉินไป๋หลงเขาก็ไม่คิดที่จะประมาทเฉินไป๋หลงแม้แต่น้อยเขานั้นได้รวบรวมลมปราณไปไว้ที่แขนทั้งสองข้างของเขาเห็นได้ชัดเลยว่าเขานั้นตั้งใจที่ฉวยโอกาสตอนที่เฉินกังกำลังโจมตีมานั้นทำการหลบแล้วโจมตีสวนกลับไปในชั่วพริบตาในจังหวะที่เฉินกังยังไม่ทันตั้งตัว
"หึๆ เดี๋ยวเจ้าก็รู้!"เฉินกังแสยะยิ้มอย่างเย็นชา เขานั้นได้เดาความคิดของเฉินไป๋หลงออกหมดแล้วว่าตัวของเฉินไป๋หลงจะทำอะไร แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังคงเลือกที่จะทำการโจมตีใส่เฉินไป๋หลงอย่างตรงๆเช่นเดิมอยู่ดี ที่เป็นเช่นนั้นมันก็เป็นเพราะว่าตัวของเฉินกังได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้แล้ว! เขานั้นตั้งใจที่จะใช้ความประมาทของเฉินไป๋หลงนี่แหละมาทำให้เขาได้รับชัยชนะจากการประลองในครั้งนี้!
"อะไรกัน?"เฉินไป๋หลงกล่าวออกมาอย่างตกใจ เมื่อพบว่าฝ่ามือของเฉินกังนั้นได้เคลื่อนที่เข้ามาหาตนเร็วขึ้น! แม้ว่าเขานั้นจะได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือของเฉินกังเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วแต่เนื่องจากว่าความเร็วที่ถูกเพิ่มขึ้นอย่างกระทันหันมันก็ทำให้ตัวของเฉินไป๋หลงไม่สามารถที่จะป้องกันหรือหลบฝ่ามือของเฉินกังที่กำลังมุ่งหน้ามาหาเขาได้ทัน ส่งผลให้ตัวของเฉินไป๋หลงโดนฝ่ามือของเฉินกังกระแทกเข้าใส่กลางหน้าอกอย่างจรัง!
ปังงงงงงงงงง!!!
อั๊กกกกก!!
เฉินไป๋หลงได้ถอยหลังออกไป 5 ก้าวพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโตหลังจากที่มันโดนฝ่ามือของเฉินกังกระแทกเข้าใส่ร่างอย่างจัง แม้ว่าร่างกายของเฉินไป๋หลงจะแข็งแกร่งมากก็จริงแต่ว่าก็ใช่ว่าการโจมตีของเฉินกังจะเบาสะทีไหน หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อวานตัวของเฉินกังก็ได้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเกินกว่าคนที่มีลมปราณอยู่ในระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 4 ทั่วไปจะเทียบกับเขาได้ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่เฉินไป๋หลงที่ลดพลังป้องกันลงจะได้รับบาดเจ็บหลังจากโดนเฉินกังที่ใช้ทักษะฝ่ามือพลันแปรโจมตีเข้าอย่างจัง
"บ้าน่า! นี่ข้า....โดนการโจมตีของเจ้าขยะจนบาดเจ็บงั้นหรือ? มันเป็นไปได้ยังไง?"เฉินไป๋หลงเมื่อพบว่าตนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของเฉินกังตัวของมันก็รู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก เขานั้นไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อ่อนแอราวกับมดปลวกอย่างเฉินกังจะมีความสามารถมากพอที่จะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บได้ แต่ถึงจะไม่อยากเชื่อสักเท่าใดเขาก็ต้องยอมรับความจริงเพราะว่ามันเกิดขึ้นไปแล้วและมันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของตัวเขาเอง!
"หึ! เจ้าแพ้แล้ว!"เฉินกังกล่าวอย่างไม่แยแส เขานั้นไม่ได้สนใจในตัวของเฉินไป๋หลงอีกแล้วเพราะว่าการประลองมันได้จบแล้วโดยที่ชัยชนะมันได้ตกเป็นของเขาแล้ว มันจึงไม่มีอะไรที่เขานั้นจะต้องสนใจเฉินไป๋หลงอีก ฝ่ายเฉินไป๋หลงที่ได้ฟังคำกล่าวที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงไม่แยแสนั้นตัวของเฉินไป๋หลงมันก็ยิ่งรู้สึกเดือดดาลขึ้นไปอีกจนถึงขั้นไม่สนกฎกติกาที่ตกลงเอาไว้กับเฉินกังในก่อนหน้านี้
"เวรเอ้ยมันยังไม่จบหรอก!"เฉินไป๋หลงร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่เขานั้นพยายามที่เค้นพลังทั้งหมดออกมา แต่ทว่าทันทีที่เขาทำการโคจรลมปราณภายในร่างกายนั้นตัวของเขาก็ต้องกระอักเลือดออกมาพร้อมกับรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งนี่มันก็ทำให้ตัวของเฉินไป๋หลงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
"อย่าคิดที่จะโคจรลมปราณจะดีกว่าน่า ทักษะที่ข้าโจมตีใส่เจ้านั้นคือฝ่ามือพลันแปร ด้วยผลจากทักษะนี้มันจะทำให้เลือดลมภายในร่างกายของเจ้าเกิดการผันผวนชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเจ้าทำการโคจรลมปราณมันก็ทำให้เลือดลมภายในร่างกายเกิดการตีกันส่งผลให้เกิดผลย้อนกลับของพลังอย่างรุนแรงจนทำให้ตัวของเจ้าได้รับบาดเจ็บได้ เพราะฉะนั้นจงอย่าโคจรลมปราณจะดีกว่า"เฉินกังกล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงเฉยชา
"ว่ายังไงนะ?"เฉินไป๋หลงที่ได้ฟังคำกล่าวอธิบายของเฉินกังนั้นก็ได้กล่าวออกมาอย่างตกใจ ขณะเดียวกันเขาก็ทราบได้ในทันทีว่าเฉินกังนั้นใช้ทักษะอะไรโจมตีเขาในก่อนหน้านี้ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้สีหน้าของเฉินไป๋หลงเปลี่ยนไปเป็นหน้าเกลียดในทันที แต่ภายในเวลาไม่นานสีหน้าของเฉินไป๋หลงก็ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมพร้อมกับมีเสียงถอนหายใจดังออกมาจากตัวของเฉินไป๋หลง เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้เฉินไป๋หลงได้ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเฉินกังเขาก็สามารถมองเห็นสายตาที่แข็งกร้าวของเฉินไป๋หลงได้อย่างชัดเจนเห็นได้ชัดว่าเฉินไป๋หลงจะไม่ยอมรามือจากเขาไปง่ายๆแน่!
"เอาละพอแค่นี้แหละการประลองได้จบลงแล้ว!"เฉินหยางไท่ได้เข้ามาห้ามศึกของสองพี่น้องเอาไว้ ขณะเดียวกันเขาก็ได้ใช้พลังปราณทำให้เลือดลมภายในร่างกายของเฉินไป๋หลงสงบลง แทบจะเวลาเดียวกันตัวของเฉินหยางไท่ก็ได้หันมามองเฉินกังด้วย หลังจากที่ได้เห็นกลยุทธ์ในการต่อสู้ที่ชาญฉลาดของเฉินกังนั้นมันก็ทำให้ตัวของเฉินหยางไท่นั้นรู้สึกตกใจ ตื่นเต้นและเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าลูกชายที่ชอบใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบไม่เคยสู้รบกับใครของเขาจะมีทักษะการต่อสู้ที่น่ากลัวเพียงนี้!
...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะสามารถโจมตีตัวของหลงเอ๋อร์ได้ แถมยังสกัดไม่ให้หลงเอ๋อร์ใช้พลังได้อีก! เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆด้วย ลูกชายคนนี้ของข้ามีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาเลย น่าเสียดายที่เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องของการฝึกยุทธ์ไม่อย่างนั้นแล้วบางทีเขาในตอนนี้อาจมีระดับมากยิ่งกว่าตัวของพี่น้องคนอื่นๆของเขาก็ได้...
เฉินหยางไท่กล่าวกับตนเองภายในใจด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวของลูกชาย ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายด้วยเช่นกันที่ตัวของเฉินกังนั้นปล่อยให้เวลานั้นล่วงเลยไปอย่างเสียเปล่า แต่เขาก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเฉินกังเพียงแต่ว่าตามกฎของตระกูลแล้วทุกคนที่ใช้แซ่ของตระกูลเฉิน จำเป็นต้องจะเป็นนักรบทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงดังนั้นถึงแม้ว่าเฉินกังจะไม่ชอบเส้นทางนี้แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องเลือกที่จะเดินทางสู่เส้นทางนี้อยู่ดีไม่ว่าจะเป็นวันใดก็วันหนึ่ง เพราะว่าโลกใบนี้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะได้รับทุกสิ่งมันไม่ได้มีที่ว่างไว้ให้สำหรับคนอ่อนแอ
"ท่านพ่อข้านั้นได้ชัยชนะแล้ว ข้าขอตัวก่อนละ ข้าจะไปเตรียมตัวให้พร้อม อีก 1 ปีต่อจากนี้ท่านรอดูลูกชายคนใหม่ของท่านได้เลย!"เฉินกังกล่าวขอตัวลากับเฉินหยางไท่ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคำกล่าวของเฉินกังนั้นมันก็ทำให้เฉินหยางไท่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็รู้สึกยินดีเช่นกันที่ลูกชายคนนี้ของเขาจะเลือกก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์อย่างเต็มตัวสักที
------
"เชี่ย..เมื่อกี้ข้าพูดอะไรไปกัน!"เฉินกังหลังจากที่เดินทางออกมาจากสนามฝึกซ้อมของตระกูลได้ไกลพอสมควรแล้วก็ได้สถบคำพูดออกมาอย่างตกใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้กล่าวกับพ่อของเขาเช่นนั้นและเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้กล้าที่จะท้าทายตัวของเฉินไป๋หลงด้วยทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายเก่งกว่าเขาตั้งเยอะ ความรู้สึกของเขาในตอนนั้นมันคล้ายกับว่าถูกกระตุ้นโดยอะไรบางอย่างจนทำให้ตัวของเขานั้นมีความกล้ามากพอที่จะทำอะไรบ้าบิ่นอย่างเช่นกล่าวท้าทายเฉินไป๋หลง! ซึ่งเจ้าสิ่งที่กระตุ้นเขาตัวของเฉินกังเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร? คิดมากไปก็ปวดหัวเอาเสียเปล่าๆในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็คงได้แต่ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้
"แต่เอาเถอะ ในเมื่อไม่สามารถหลีกหนีการเข้าร่วมบททดสอบของสำนักสุริยันทมิฬได้ ข้าก็จำเป็นจะต้องแข็งแกร่งให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสที่ข้านั้นจะมีชีวิตรอดกลับมา"เฉินกังกล่าวปลอบโยนกับตนเอง ก่อนที่จะเดินทางไปหาเฉินเป๋ยเลี่ยที่รออยู่ตำหนักของเฉินหยางไท่ เพื่อที่เขาจะได้เดินทางกลับไปยังตำหนักของเขา
3 ชั่วยามผ่านไป
ในตอนนี้เฉินกังเขาได้กลับมายังตำหนักของเขาแล้ว และในเวลานี้เองเขาก็กำลังนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ ความเร็วในการบ่มเพาะของเฉินกังนั้นถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับคนทั่วไป ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากเจ้าเส้นเลือดสีดำแปลกประหลาดที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายของเขาที่มันมีส่วนช่วยในการดูดซับลมปราณ
แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่เรื่องคาดเดาของเฉินกังเท่านั้น เพราะตัวของเฉินกังเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเจ้าเส้นเลือดสีดำประหลาดนั่นมันมีส่วนช่วยในการดูดซับลมปราณจริงไหม? แต่ที่แน่ๆการที่เขาสามารถบ่มเพาะพลังด้วยรวดเร็วยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่านั้นมันก็ต้องเป็นผลมาจากเส้นเลือดสีดำประหลาดนั่นแน่นอน ดีไม่ดีเจ้าเส้นเลือดสีดำนั้นมันอาจเป็นพลังของเส้นลมปราณศักดิ์ในตำนานก็ได้ใครจะไปรู้
นอกจากนี้เองตัวของเฉินกังเขาก็พบว่าตัวของเขานั้นมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมากยิ่งกว่าเดิมเป็นหลายเท่าตัว หลังจากที่ได้ผ่านเหตุการณ์ประหลาดภายในเมื่อวานมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้มันก็ทำให้เฉินกังรู้สึกประหลาดใจ แต่นั่นมันก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นเพราะเขาเองก็ทราบสาเหตุที่ทำไมตัวของเขาถึงมีพละกำลังมากขึ้น มันคงเกิดมาจากการที่ชายสวมชุดเกราะปริศนาคนนั้นมอบพลังให้กับเขาเป็นแน่มันจึงทำให้ตัวของมีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นถึงเพียงนี้
5 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในระหว่าง 5 วันนี้เฉินกังเขายังคงนั่งบ่มเพาะพลังอย่างต่อเนื่องไม่ไปไหน ด้วยทรัพยากรณ์ที่พ่อของเขามอบให้มันทำให้ระดับลมปราณของเฉินกังในเวลานี้ก้าวหน้าไปอย่างมากเกรงว่าอีกไม่นานเขาคงก้าวเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 5 เป็นแน่!
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะก้าวหน้าได้รวดเร็วเพียงนี้ เกรงว่าอีกไม่นานข้าคงจะสามารถเลื่อนระดับลมปราณได้"เฉินกังกล่าวกับตนเองอย่างตื่นเต้น เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าตัวของเขาจะก้าวหน้าไปได้ไวขนาดนี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาได้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าตัวของเขาจะเลื่อนระดับลมปราณเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 5 อย่างน้อยๆจะต้องใช้เวลา 10 วันเป็นอย่างต่ำแท้ๆ แต่ทว่านี่พึ่งผ่านไป 5 วันผลลัพธ์ที่เขาได้นั้นมันกลับเกินความคาดหมายอย่างยิ่ง!
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปละก็เกรงว่าอีก 1 ปีเฉินกังเขาคงมีระดับลมปราณไม่ต่ำกว่าขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 2 เป็นแน่ดีไม่ดีเขาอาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำไป แต่นั่นก็เป็นเรื่องดีสำหรับเฉินกังเพราะว่านั่นมันจะเป็นหลักประกันที่จะทำให้เฉินกังนั้นสามารถเอาตัวรอดในการทดสอบคัดเลือกศิษย์ของสำนักสุริยันได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งมีระดับลมปราณมากเท่าไหร่โอกาสที่เขาจะรอดนั้นมันก็สูงขึ้นด้วย!
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฉินกังเขาก็ไม่รอช้าหลับตาลงแล้วทำการบ่มเพาะพลังต่อในทันทีโดยใช้หว่านเงาดำสมุนไพรทั่วไปที่มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรระดับสูง ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่ได้ใช้สมุนไพรหว่านเงาดำที่เป็นสมุนไพรระดับสูงไปตัวของเฉินกังเขาก็สามารถดูดซับลมปราณเข้าสู่ร่างกายได้มากยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัวอันเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของสมุนไพรหว่านเงาดำ ที่จะมีผลทำให้คนที่กินมันเข้าไปนั้นสามารถดูดซับลมปราณได้ดียิ่งขึ้นซึ่งผลของมันก็คงอยู่ได้แค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้นหากล่วงเลยเวลาไปคุณสมบัติของสมุนไพรก็จะหมดฤทธิ์ในทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป!!