ภายใต้แสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องลงมายังหุบเขาศิลาอาถรรพ์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใจกลางทะเลทรายมรณะ หลินเทียนและรัญยาหมอบนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน เบื้องล่างของพวกเขามีโครงสร้างสถาปัตยกรรมโบราณที่ดูทรุดโทรมทว่าน่าเกรงขาม "วิหารแห่งการล่มสลาย" ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่าวิหารคือ "กองทัพอสูรเกราะเหล็ก" นับร้อยตัวที่เดินตรวจตราอยู่รอบบริเวณ
อสูรเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็หุ่นเชิดกลไกขนาดั์ที่สร้างจากเหล็กไหลทมิฬและขับเคลื่อนด้วยผลึกปราณมืด ร่างกายของพวกมันสูงกว่ามนุษย์สองเท่า แขนข้างหนึ่งเป็ดาบั์ อีกข้างเป็ปืนไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดวงตาของพวกมันเปล่งแสงสีแดงฉานประดุจดวงไฟจากอเวจี
"พวกมันคือ 'หุ่นเชิดดับิญญา' ผลงานชิ้นเอกของหุบเขาไร้เนตร" รัญยากระซิบ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น "พวกมันใช้ทรัพยากรจากเผ่าข้าไปสร้างสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ หากเราบุกเข้าไปตรงๆ เราจะถูกพวกมันรุมล้อมและถูกเผาเป็จลในพริบตา"
หลินเทียนนิ่งสงบ เขาหลับตาลงเพื่อใช้ประสาทััแห่งัตรวจสอบค่ายกลที่วางไว้รอบวิหาร "พวกมันมีการเชื่อมต่อถึงกันผ่านกระแสพลังงานที่พื้นดิน หากเราทำลายตัวหนึ่ง ตัวที่เหลือจะรู้ตัวทันที... แต่ถ้าเราตัดการเชื่อมต่อในพริบตาเดียว พวกมันจะเป็เพียงกองเหล็กไร้ค่า"
หลินเทียนกระชับกระบี่ัพลิกฟ้า เขาตัดสินใจใช้พลังที่เพิ่งบรรลุมาจากการทะลวงขอบเขต "รัญยา... เ้าคอยสนับสนุนข้าจากระยะไกลด้วยเข็มพิษแมงป่อง เมื่อข้าให้สัญญาณ จงทำลายผลึกพลังงานที่ยอดหอคอยทิศเหนือ"
"ตกลง! ระวังตัวด้วย"
หลินเทียนทะยานร่างลงจากหน้าผาดุจปักษาล่าเหยื่อ เขาไม่ได้ตกลงพื้นอย่างรุนแรง แต่กลับใช้ 'วารีไร้ลักษณ์' ทำให้ร่างกายเบาปานขนนกแตะลงบนพื้นหินอย่างเงียบเชียบ หุ่นเชิดเหล็กไหลสองตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดยังไม่ทันได้หมุนหัวมามอง แสงสีครามใสก็พุ่งผ่านรอยต่อของเกราะคอของพวกมันไปอย่างแม่นยำ
"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่ห้า: กระบี่ผ่ามิติ!"
หลินเทียนไม่ได้ฟันเพียงร่างกาย แต่เขาฟันผ่าน 'มิติพลังงาน' ที่เชื่อมต่อหุ่นเชิดเข้าด้วยกัน รอยแยกสีน้ำเงินบางเฉียบปรากฏขึ้นกลางอากาศ ตัดกระแสพลังงานมืดจนขาดสะบั้น หุ่นเชิดนับสิบตัวพลันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาสีแดงดับวูบลงในทันที
ทว่า ความเงียบสงบอยู่ได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ 'อสูรเกราะเหล็กระดับแม่ทัพ' ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติสามเท่าและมีสี่แขนพลันคำรามกึกก้อง มันมองเห็นหลินเทียนและเริ่มระดมยิงเพลิงโลกันตร์ออกมาจากแขนทั้งสี่ข้าง เปลวไฟสีม่วงดำแผดเผาซากปรักหักพังจนกลายเป็หินละลาย
"มาเลย!"
หลินเทียนไม่หลบหนี เขาชูกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ ปราณัครามะเิออกมาจากร่างจนกลายเป็ัั์ที่ห่อหุ้มตัวเขาไว้ แสงสีครามปะทะกับเปลวไฟสีม่วงจนเกิดการะเิครั้งยิ่งใหญ่ ท่ามกลางควันไฟ หลินเทียนพุ่งทะยานออกมาดุจลูกศรแสง เขาฟันกระบี่ลงบนโลหะเหล็กไหลอย่างแรงจนเกิดประกายไฟเจิดจ้า
"ตอนนี้แหละ รัญยา!"
รัญยาที่รอจังหวะอยู่แล้ว สะบัดมือปล่อยเข็มพิษแมงป่องทองคำนับสิบเล่มพุ่งเข้าใส่ผลึกพลังงานบนหอคอยทิศเหนืออย่างแม่นยำ เสียงะเิของผลึกดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทะเลทราย พลังงานที่คอยหล่อเลี้ยงหุ่นเชิดทั้งหมดพลันปั่นป่วน หุ่นเชิดแม่ทัพเริ่มทำงานผิดปกติและสั่นะเือย่างรุนแรง
หลินเทียนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาพุ่งเข้าหาจุดใจกลางของหุ่นเชิดแม่ทัพ "อัสนีัพิฆาต!"
ดาบดำขลับปักเข้าที่กลางอกของหุ่นเชิดแม่ทัพ สายฟ้าสีน้ำเงินสว่างจ้าพุ่งทะลวงเข้าสู่กลไกภายในจนมันะเิออกเป็เสี่ยงๆ ร่างของอสูรเหล็กั์ล้มครืนลงทับหุ่นเชิดตัวอื่นๆ จนพินาศสิ้น หลินเทียนยืนสงบนิ่งท่ามกลางซากเหล็กที่ยังคงคุกรุ่นด้วยกระแสไฟฟ้า
"ยอดเยี่ยมมาก..." รัญยาะโลงมาหาเขาด้วยความทึ่ง "เ้าทำลายกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของหุบเขาไร้เนตรได้ด้วยตัวคนเดียว"
ทว่าหลินเทียนไม่ได้มีสีหน้ายินดี เขามองไปยังประตูใหญ่ของวิหารแห่งการล่มสลายที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ กลิ่นอายของชิ้นส่วนกระบี่ที่สามรุนแรงขึ้นจนทำให้กระบี่ในมือเขาร้องเตือน และภายในความมืดมิดหลังประตูนั้น มีเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลา... กลิ่นอายของคนผู้นั้นกดดันยิ่งกว่าใครที่เขาเคยพบมาทั้งชีวิต
"ยินดีต้อนรับ... ผู้สืบทอดัคราม" เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ "ข้าคือกษัตริย์ไร้บัลลังก์แห่งหุบเขาไร้เนตร... และข้าคือคนที่จะจบตำนานของเ้าที่นี่"
หลินเทียนกระชับกระบี่แน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็สี sapphire เจิดจ้า "ความจริงอยู่ที่นั่น... และข้าจะไปเอามา"
เด็กหนุ่มและหญิงสาวเผ่าทรายก้าวเข้าสู่ประตูวิหารที่กำลังจะปิดลง ปลายทางของความแค้นและจุดเริ่มต้นของพลังที่สมบูรณ์แบบรอเขาอยู่เื้ัม่านแห่งความมืดนี้!