ณ บริษัทวารัตดาขนส่งระหว่างประเทศ
เมธาในชุดสูทสีกรมท่าเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์งานด้วยความมั่นใจ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้าง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งมาดสุขุมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังอ่านเอกสารบนโต๊ะอย่างตั้งใจ เขาเป็หัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัทขนส่งระหว่างประเทศแห่งนี้
ฟงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มก็หันหน้ามาบอกกับเมธาด้วยรอยยิ้ม
“เชิญนั่งครับ”
เมธาพยักหน้ายิ้มให้ฟงหนึ่งทีแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะ พอชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารเมธาก็ไม่รอช้ารีบกล่าวแนะนำตัวกับชายตรงหน้าทันใด
“สวัสดีครับ ผมชื่อเมธา นภาลัย ผมมีความสามารถ…”
ไม่ทันที่เมธาจะพูดอะไรต่อชายตรงหน้าก็ยกฝ่ามือข้างขวาขึ้นให้เขาหยุดพูด ทำเอาเมธาหน้าเจื่อนพร้อมกับชะงักไปพักใหญ่ทันใด
“ไม่ต้องแนะนำอะไรมากหรอก ผมรู้เื่ความสามารถของคุณจากฟงมาเยอะแล้ว อีกทั้งฟงก็ได้เสนอชื่อคุณให้กับประธานบริษัทเป็ที่เรียบร้อย เอาเป็ว่าผมรับคุณเข้าทำงานในฝ่ายบัญชี ผมชื่อณรงค์ยินดีที่ได้รู้จัก” ณรงค์พูดด้วยน้ำเสียงสุขุม
“ครับ...ขอบคุณมากครับ” เมธาพยักหน้าให้ณรงค์เล็กน้อยแล้วชำเลืองตามองไปยิ้มให้ฟง ซึ่งฟงก็ยิ้มกว้างกลับให้เขาเช่นกัน เมื่อณรงค์เห็นอย่างนั้นดวงตาของเขาก็ขุ่นมัวลงทันใด
“ธนเทพ พาพนักงานใหม่ไปดูงานหน่อย” ณรงค์พูดเสียงดังเรียกคนนอกห้อง
“คุณณรงค์ เดี๋ยวผมพาเมธาไปเองก็ได้ครับ”
เมื่อเห็นฟงกล่าวอย่างเริงร่า ณรงค์ก็หันหน้าไปทางฟงพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ให้ธนเทพพาเมธาไป ส่วนฟงอยู่ที่นี่กับฉันก่อน”
“...เอ่อ…ครับ” ฟงขานรับด้วยน้ำเสียงกระอึกกระอักพร้อมกับยิ้มเก้อให้ณรงค์
ทันใดนั้น มือเรียวสวยของใครคนหนึ่งก็ยื่นมาเปิดประตูออกพร้อมก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยรองเท้าส้นสูงสีแดงสด พนักงานบริษัทสาวสวยคนนี้เดินมายืนข้างเมธาด้วยท่าทางที่อ้อนแอ้น
“สวัสดีจ้ะคนหล่อ ลุกขึ้นสิ เดี๋ยวฉันจะพาไปดูงานฝ่ายบัญชีที่พนักงานใหม่ต้องทำนะจ๊ะ ว่าแต่เธอคงจะรู้จักชื่อจริงของฉันแล้วสินะ เรียกฉันสั้น ๆ ว่าปุ้งกี๋ก็ได้นะจ๊ะ” ปุ้งกี๋ขยิบตาให้เมธาหนึ่งที
พอน้ำเสียงทุ้มต่ำออกจากปากของคนตรงหน้าก็ทำเอาเมธาอึ้งไปพักใหญ่ทันใด
‘...อย่าบอกนะว่าคนสวยคนนี้คือคนที่ชื่อธนเทพ? เป็ผู้ชายงั้นเหรอ!’
ปุ้งกี๋มีผมลอนยาวสีบลอนด์ หน้าอกนูน หุ่นผอมเพรียว ริมฝีปากหนาถูกเติมสีด้วยลิปสติกสีแดงสด ใบหน้าเรียวสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางพองาม ปุ้งกี๋สาวประเภทสองเป็พนักงานฝ่ายบัญชีที่อยู่บริษัทแห่งนี้มานาน ทั้งยังได้ฉายาว่าเป็สาวที่สวยไม่แพ้ใคร
ถ้าหากเมธาไม่ได้ยินเสียงของปุ้งกี๋ เขาต้องคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงอย่างแน่นอน ในตอนนี้เมธาได้แต่คิดในใจว่านับวันเรดาร์แยกชายหญิงของเขาคงใกล้พังเต็มที ก่อนจะรีบสะบัดความคิดนั้นออกแล้วตั้งสติลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปุ้งกี๋
“ตรงนี้คือโต๊ะทำงานของเธอนะ ว่าแต่พ่อหนุ่มชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” ปุ้งกี๋ถามเมธาด้วยน้ำเสียงใส
“ผมชื่อเมธาครับ”
“เมธา...ชื่อเพราะดีนะ เอาละ งั้นเรามาเริ่มทำงานเอกสารนี้ก่อนนะ”
“ครับ”
ปุ้งกี๋พาเมธาทำเอกสารเื่บัญชีต่าง ๆ พร้อมทั้งแนะนำเื่การทำงานในแผนกนี้ให้กับเมธา
วันเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เมธาก็สามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว และที่สำคัญภาพหลอนของชายปริศนาก็ไม่ปรากฏให้เขาเห็นอีกแล้ว ทำให้งานเสร็จอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเอกสารแต่ละแผ่นก็ไม่มีข้อบกพร่องจนพนักงานคนอื่น ๆ ตะลึงในความสามารถของเขา แม้แต่ปุ้งกี๋ที่เป็พนักงานฝ่ายบัญชีมาหลายปีก็ยังทึ่งจนอดออกปากชมไม่ได้
“ว้าว พ่อหนุ่มเมธาคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เริ่มทำงานแค่หนึ่งสัปดาห์ก็ทำได้คล่องแล้ว”
“ขอบคุณครับ”
“พอเห็นเธอทำงานได้คล่องแบบนี้ฉันก็สบายใจ เดี๋ยวฉันจะเอาเอกสารไปให้คุณณรงค์นะจ๊ะ”
“ขอบคุณครับ งานของผมก็เสร็จแล้ว งั้นผมขอตัวไปซื้อกาแฟมาดื่มแก้ง่วงก่อนนะครับ พี่ปุ้งกี๋จะดื่มอะไรไหมครับ”
“ไม่จ้า ขอบคุณนะ” ปุ้งกี๋ยิ้มหวานให้เมธาก่อนที่จะสะบัดผมยาวสลวย หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือแล้วเดินส่ายสะโพกไปที่ออฟฟิศของณรงค์
เมธามองตามแผ่นหลังของปุ้งกี๋อยู่ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินลงไปซื้อกาแฟที่อยู่ใกล้กับบริษัท
ภายในร้านกาแฟที่โชยกลิ่นหอมของกาแฟคั่ว เมธาสั่งกาแฟกับพนักงานแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้รอกาแฟที่ตัวเองสั่ง
ขณะนั้นฟงที่เดินเข้ามาในร้านกาแฟก็เจอกับเมธาพอดี เขาจึงรีบเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับเมธาแล้วกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงเริงร่าโดยพลัน
“เมธา หลังจากเริ่มงานได้อาทิตย์หนึ่งแล้วเป็ยังไงบ้าง”
“ก็ดีนะ...แต่ตอนที่มาสัมภาษณ์งานครั้งแรกกับคุณณรงค์รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่เขาไม่ให้นายพาเราไปดูงานน่ะ” เมธาพูดน้ำเสียงราบเรียบ
“บางทีเขาก็ดูน่ากลัวจริง ๆ นั่นแหละ...” ฟงค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองโต๊ะกล่าวเสียงต่ำพร้อมแววตาที่ขุ่นมัว ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นยิ้มแป้น
“หวา~ดูสิ นายขมวดคิ้วแน่นอีกแล้ว ขมวดคิ้วบ่อย ๆ เดี๋ยวก็กลายเป็น้องปั๊กหรอก~” ฟงพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้นพร้อมใช้มือทั้งสองข้างบีบหน้าผากตัวเองให้ย่นเลียนแบบหมาพันธุ์ปั๊ก ทำเอาเมธาที่กำลังเครียดอยู่ขำพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ทันใด
“นายชอบทำท่าน่ารักแบบนี้อยู่เรื่อยเลยนะ”
เมธาเอ็นดูอีกฝ่ายเลยยื่นมือไปดีดหน้าผากเบา ๆ จนฟงทำแก้มป่องใส่เขาก่อนที่จะหัวเราะร่าออกมา
ยามพักเที่ยงภายในห้องทำงานนั้นเงียบเชียบ เนื่องจากพนักงานทุกคนต่างพากันแยกย้ายไปรับประทานอาหาร
ฟงที่เพิ่งขึ้นมาที่ห้องทำงานถือแก้วกาแฟเดินมาที่โต๊ะทำงานตัวเองอย่างอารมณ์ดี พอเดินมาถึงที่โต๊ะของตนก็เห็นแก้วกาแฟหนึ่งแก้วที่แนบกระดาษแผ่นเล็กอยู่บนโต๊ะ เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความงงงวยแล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กนั้นขึ้นมาอ่าน
‘มอคค่าร้อน ๆ เหมาะสำหรับคนน่ารักอย่างนาย จากณรงค์’
“อะไรกัน นับวันคุณณรงค์ยิ่งแปลก” ฟงพึมพำเสียงเบา
ทันทีที่ฟงหันหลังกลับ เขาก็สะดุ้งเฮือกใจนหน้าซีดเผือดทันใด เมื่อณรงค์ที่ไม่รู้มายืนอยู่ด้านหลังเขาั้แ่เมื่อไหร่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาเขม็ง
“ทีเมธาบอกนายว่าน่ารักไม่ใช่เื่แปลก แต่พอฉันบอกว่านายน่ารักบ้างกลับบอกว่าแปลก ไม่ยุติธรรมเลยนะฟง” ณรงค์พูดด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมทั้งก้าวเข้าหาฟงเรื่อย ๆ
ฟงคิดคำพูดไม่ออก รู้เพียงว่าอยู่ดี ๆ หัวใจของเขาก็สั่นเทา รู้สึกกลัวณรงค์จนทำอะไรไม่ถูก ฟงเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนแผ่นหลังของเขาแนบกับผนังห้อง ทันใดนั้น ณรงค์ก็เดินไปแนบชิดพร้อมทั้งคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ทำเอาฟงรู้สึกขนลุกไปทั่วกายทันใด
“นายกับเมธาเป็อะไรกัน เป็เพื่อนกันหรือแฟนกันล่ะ พอดีที่ร้านกาแฟเห็นคุยกันกะหนุงกะหนิงเชียว”
“ผมกับเมธาจะเป็อะไรกันก็ไม่ใช่เื่ของคุณนี่ครับ” ฟงจ้องตาณรงค์กลับด้วยแววตาที่เ็า
ทันใดนั้น ณรงค์ก็จับคางของฟงให้เงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้
“หืม? เป็ครั้งแรกเลยนะที่เห็นฟงพูดไม่รักษาน้ำใจกับฉันแบบนี้ แต่ฉันก็ชอบคนปากดีอย่างนายนะ”
ติ๊งต่อง~
ทันทีที่เสียงลิฟต์ดังขึ้น ณรงค์ก็ถอยห่างออกจากตัวของฟงทันใด
“ที่ฉันรับเมธาเข้ามาในฝ่ายบัญชีก็เพราะเห็นใจนาย แต่ฉันจะคอยดูก็แล้วกันว่าเมธาที่นายว่าเก่งนักเก่งหนาจะไปได้สักกี่น้ำกัน” ณรงค์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมกับแสยะยิ้ม