หลังจากกลับมายังห้องทำงาน เหวินก็รีบหยิบปากกาและกระดาษขึ้นมาทันที คำพูดสุดท้ายของเด็กสาวทั้งสองยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา และเขารู้ว่าเขาต้องเขียนต่อไป เขาต้องเขียนเพื่อมอบชีวิตให้กับเื่ราวที่ถูกทอดทิ้งเ่าั้
เขาเริ่มต้นเขียนบทที่ 13 โดยจินตนาการว่าตัวเองกำลังเดินทางกลับเข้าไปใน “ภูมิทัศน์ของเื่เล่าที่ถูกทิ้ง” อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาเพื่อมองดูความว่างเปล่า แต่เขามาเพื่อพูดคุยกับตัวละครที่หลงลืมเ่าั้
เหวินจินตนาการถึงตัวเองที่กำลังเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่เคยนั่งรอคอยคนรักของเขาอย่างสิ้นหวัง เหวินนั่งลงข้างๆ เขา แล้วเริ่มต้นบทสนทนา
“คุณกำลังรอใครอยู่” เหวินถามเสียงเบา
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเหวินด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า “ผมไม่รู้ ผมจำไม่ได้”
คำตอบนั้นทำให้เหวินรู้สึกเ็ป เขาตระหนักว่าการถูกทิ้งไว้กลางทางนั้นไม่ได้ทำให้ตัวละครแค่ต้องรอคอยอย่างเดียว แต่ยังทำให้พวกเขาต้องสูญเสียความทรงจำและตัวตนที่แท้จริงไปอีกด้วย
เหวินใช้มือแตะที่ไหล่ของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นคง “คุณเป็ตัวละครที่ชื่อว่า ‘โรม’ และคุณกำลังรอให้คนรักของคุณ ‘จูเลีย’ กลับมาหาคุณ”
ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมา แสงสว่างบางอย่างปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา แล้วเขาก็เริ่มจำเื่ราวของตัวเองได้ เขาบอกเล่าเื่ราวความรักของเขากับจูเลียที่ต้องจบลงอย่างน่าเศร้าเพราะผู้เขียนไม่ยอมเขียนต่อ เหวินรับฟังเื่ราวของเขาอย่างตั้งใจ และในที่สุดเขาก็บรรจงเขียนตอนจบที่สมบูรณ์ให้กับเื่ราวของโรมและจูเลีย
เมื่อเื่ราวของโรมและจูเลียถูกเขียนจนจบ แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นรอบตัวชายหนุ่ม แล้วเขาก็หายไปอย่างเงียบๆ เหลือทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่อบอุ่นบนใบหน้าของเขา
เหวินรู้สึกถึงความปิติยินดีอย่างท่วมท้น เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้เป็แค่ผู้เขียนอีกต่อไป แต่เป็ผู้มอบชีวิตให้แก่เื่ราวที่เคยตายไปแล้ว และนี่คือความสุขที่แท้จริงของการเป็นักเขียน