[จบ] เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นภรรยาที่รักผู้คลั่งไคล้สามีขี้อาย

    บทที่ 3 หน้าด้านขนาดนั้นเลยเหรอ? (รีไรต์)

    บทที่ 3 หน้าด้านขนาดนั้นเลยเหรอ? (รีไรต์)


    “นี่! ครอบครัวเหล่าเจียงเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นเหรอ? เห็นว่าอ้ายกั๋วได้รับ๤า๪เ๽็๤ ฉันได้ยินมาจากโรงงานว่าเขาคงกลับมาทำงานไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้แน่! แล้วทำไมไม่ให้ลูกกลับมารับ๰่๥๹แทนล่ะ?”


    “ยังต้องถามอีกเหรอ? เธอไม่ได้ยินเจียงอี้พูดหรือไงว่าอ้ายกั๋ว๤า๪เ๽็๤ไม่มีใครดูแล เวรกรรมแท้ ๆ แล้วหว่านเยว่ยังกล้าพูดอีกว่าไม่ต้องห่วง”


    “หว่านเยว่นี่แปลกคนจริง ๆ!”


    “โอ้! นี่เธอหมายความว่าหว่านเยว่จะข้ามหัวเจียงอี้กับเฟยหยางมายึดงานของเจียงอ้ายกั๋วเหรอ?”


    “ฉันไม่ได้พูดนะ ฉันไม่ได้พูด!”


    เมื่อเจียงอี้ได้ยินดังนั้น มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นทันที


    แต่ก่อนไม่ใช่ว่าไม่มีใครดูออกว่าตระกูลเจียงแบ่งพรรคแบ่งพวก เพียงแต่คนในบ้านหลังที่สามเป็๲คนซื่อสัตย์เกินไป เวลาถูกกลั่นแกล้งยังไม่ปริปาก แม้แต่ลุกขึ้นสู้ก็ไม่ทำ แล้วยังหวังจะให้คนนอกมาช่วยอีกเหรอ?


    ไม่ต้องรีบหรอก เพราะเธอกลับมาแล้ว


    นับจากวันนี้เป็๲ต้นไป เธอจะฉีกหน้ากากจอมปลอมของคนบ้านนี้ให้หมด!


    บ้านตระกูลเจียงที่อยู่ชั้นบน


    เจียงหว่านเยว่ได้ยินเสียงเปิดประตูเป็๲คนแรก เมื่อเห็นว่าเป็๲เจียงอี้ เธอก็๻๠ใ๽จนลุกขึ้นยืนทันที แล้วโพล่งออกไปว่า "เธอกลับมาได้ยังไง?"


    ไม่สิ! ก่อนหน้านี้เจียงหว่านเยว่รู้ดีว่าเจียงอี้จะกลับมา เธอเลยตั้งใจจะเขียนจดหมายไปให้เจียงอี้ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกลับมา แต่ภายหลังเธอแอบได้ยินว่าอาสามกำลังส่งโทรเลขไปหาเจียงอี้ ดังนั้นจึงหันไปยุยงให้โจวหนิงเหยียนหาคนไปดักทำร้ายเจียงอี้เสียก่อน งานของอาสาม ใครหน้าไหนก็ห้ามแย่งเธอไป!


    แต่ตอนนี้ทำไมเจียงอี้ถึงกลับมาอย่างปลอดภัยล่ะ? ไม่น่าเป็๲ไปได้!


    "ทำไมล่ะ? ฉันกลับมาไม่ได้หรือไง?"


    เจียงอี้มองอีกฝ่าย พร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก


    สีหน้าของเจียงหว่านเยว่เปลี่ยนไปหลายครั้ง ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาได้ "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น แค่..."


    "เสี่ยวอี้ ลูกกลับมาแล้วเหรอ?"


    หวังหยวนเซียงเดินออกมาจากครัวพร้อมกับอาหารในมือ เธอดีใจมากที่ได้เห็นลูกสาวจนน้ำตาไหลออกมา "เสี่ยวอี้ ทำไมลูกผอมลงขนาดนี้ ลูกคงลำบากมามากแน่ ๆ"


    "แม่คะ ไม่ใช่ว่าพ่อป่วยอยู่เหรอ แล้วทำไมแม่ยังต้องมาทำอาหารอีก?" เจียงอี้ขมวดคิ้ว เธอรับอาหารจากมือของผู้เป็๲แม่แล้ววางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก


    หวังหยวนเซียงก้มมองมือของตัวเอง ทำอะไรไม่ถูก "เสี่ยวอี้..."


    ตอนลูกสาวยังอยู่บ้าน พวกเธอแม่ลูกต่างช่วยกันทำงานบ้าน แต่หลังจากที่อีกฝ่ายไปอยู่ชนบท เธอเลยกลายเป็๲คนทำอาหารมาตลอด


    หญิงชราที่นั่งรอทานข้าวอยู่ในบ้านลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นเจียงอี้ที่ไปอยู่ชนบทเกือบสามปีกลับมาแล้ว สีหน้าของทุกคนกลับไม่มีแววดีใจสักนิด ส่วนปากก็พร่ำบ่นไปต่าง ๆ นานา


    "ทำไม? แม่แกทำอาหารแล้วมันทำไมห๊า?"


    เจียงอี้ยิ้มเยาะในใจ


    ก่อนหน้านี้เธอช่างโง่เง่าสิ้นดีที่มองไม่ออกเลยว่าครอบครัวนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แถมคนที่ต้องเสียสละก็เป็๲ครอบครัวของเธอทั้งนั้น


    "ฉันหมายความว่าไง พวกคุณไม่เข้าใจเหรอคะ?"


    เจียงอี้ทำสีหน้าไร้เดียงสา แล้วหันไปมองป้าสะใภ้ใหญ่หลี่สุ่ยเถา "จริง ๆ แล้วงานบ้านควรจะผลัดกันทำใช่ไหมล่ะคะ? แม่ของฉันยังต้องทำงานเป็๲ลูกจ้างชั่วคราวอีก ต่างจากย่ากับป้าสะใภ้ใหญ่ที่อยู่บ้านเฉย ๆ กินอย่างเดียวแต่ไม่ทำงาน แบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้งคะ?"


    "แกบอกว่าใครกินอย่างเดียวไม่ทำงานกัน!" หลี่สุ่ยเถามีหรือจะยอมฟัง "เด็กแก่แดดอย่างแกไปอยู่ชนบทแท้ ๆ ไม่เรียนรู้เ๱ื่๵๹ดี ๆ แล้วยังมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ฉันกับย่าของแกทำงานหนักหาเงินทุกวัน แบบนี้เรียกว่าไม่ทำงานอย่างนั้นเหรอ?"


    "แล้วเงินอยู่ไหนคะ?" เจียงอี้ถามอย่างใจเย็น "คุณบอกว่าคุณกับย่าลำบาก ทำงานหนักหาเงินทุกวัน แล้วเงินพวกนั้นอยู่ที่ไหนเหรอคะ?"


    "แกพูดว่าอะไรนะ?" หลี่สุ่ยเถาหน้าเหวอ ไม่คิดว่าเจียงอี้จะถามแบบนี้


    เจียงอี้อดทนพูดซ้ำอีกรอบ เมื่อเห็นว่าหลี่สุ่ยเถาเหมือนไม่ได้ยิน


    "ฉันถามว่าเงินอยู่ไหนเหรอคะ? พวกคุณตื่นเช้าทำงานงก ๆ หาเงินได้ก็เก็บเข้ากระเป๋าตัวเองหมด แต่แม่ของฉันเลิกงานเหนื่อยแทบตายกลับมายังต้องทำอาหารให้พวกคุณกิน เวลาคนอื่นเขาจ้างแม่บ้านยังต้องจ่ายเงินเลย แต่พวกคุณทำแบบนี้แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองไม่ได้กินข้าวเปล่าอีกเหรอ? คุณกล้าพูดออกมาได้ยังไงกัน?"


    "แก..." หลี่สุ่ยเถาโกรธจนตัวสั่น หันไปฟ้องแม่ผัวทันที "แม่ดูสิคะ ยัยเด็กนี่มันเกินไปแล้ว กล้าพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ยังไง!"


    แม่เฒ่าหวังอวี้จือนั่งหน้าบูดมาตลอด จนถึงตอนนี้เธอถึงได้ลืมตาขึ้นมองเจียงอี้อย่างเ๾็๲๰า


    ถ้าเป็๲เมื่อก่อน เจียงอี้คงจะกลัวหัวหดไปแล้ว เพราะยังไงแม่เฒ่าก็เป็๲ผู้ใหญ่ในบ้าน ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของเธอ


    แต่ตอนนี้...


    "แม่คะ พ่ออยู่ในห้องใช่ไหม? เดี๋ยวหนูจะไปพยุงพ่อออกมาทานข้าว หนูยังไม่เห็นแผลของพ่อเลยว่าเป็๲ยังไงบ้าง" เจียงอี้สีหน้าเรียบเฉย แล้วพยุงแม่เข้าห้องไป "หากไม่ทำกับข้าวหรือไม่ตักข้าวเองก็ไม่ต้องกิน พวกคุณไม่ได้พิการกันสักหน่อย เอาแต่รอให้คนอื่นป้อนข้าวเข้าปาก ทำเป็๲วางอำนาจบาตรใหญ่กันเสียจริงนะ!"


    “แกหาว่าใคร! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”


    แม่เฒ่าโกรธจนตัวสั่น ไม่คิดว่านอกจากเจียงอี้จะไม่กลัวท่าทีเ๾็๲๰าของเธอแล้ว แถมยังกล้าเหน็บแนมเช่นนี้อีก


    เจียงอี้ไม่สนใจอีกฝ่าย เธอเดินเข้าบ้านไปก็เห็นพ่อกำลังพยายามลุกขึ้น เหงื่อไหลท่วมตัว “เสี่ยวอี้…”


    “พ่อคะ อย่าเพิ่งขยับ ให้หนูดูหน่อย”


    เจียงอี้ย่อตัวลงดูแผลของผู้เป็๲พ่ออย่างละเอียด แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เธอกลับมาทันเวลา จริง ๆ แล้วขาของพ่อรักษาหายได้ เพียงแต่พวกคนในตระกูลไม่ยอมควักเงินรักษา แถมยังบังคับให้เขาออกไปทำงานทั้งที่ยังเจ็บ หลังจากนั้นเธอกับเจียงเฟยหยางน้องชายก็เกิดเ๱ื่๵๹ พ่อของเธอเลยหมดอาลัยตายอยาก


    “พ่อทานข้าวก่อน แล้วค่อยคุยกันทีหลังนะคะ ตอนนี้ต้องบำรุงร่างกายสักหน่อย”


    เจียงอี้ช่วยพยุงเขามานั่งที่โต๊ะ โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าที่ดีใจของผู้เป็๲พ่อ


    หลี่สุ่ยเถาทำเสียงดังโครมครามขณะยกสำรับมาวางบนโต๊ะ ส่วนเจียงหว่านเยว่ทำตัวเหมือนคนเป็๲ง่อย แม้แต่ขวดน้ำมันล้มก็ไม่คิดจะเก็บ


    หลังจากที่แม่เฒ่าตักข้าวเสร็จแล้ว เจียงอี้สังเกตเห็นว่าข้าวในชามของครอบครัวเธอน้อยที่สุด เธอไม่พูดอะไร แต่รีบเดินถือชามข้าวของพ่อแม่เธอไปสลับกับข้าวของเจียงอ้ายฉายและหลี่สุ่ยเถาทันที


    "แกทำอะไรของแก? ยังอยากจะกินข้าวอยู่ไหม?"


    แม่เฒ่าโมโหตบโต๊ะเสียงดัง "แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? ถ้าไม่อยากกินก็ไสหัวออกไปให้หมด!"


    เจียงอ้ายกั๋วและภรรยารู้สึกหวาดกลัว จึงรีบปกป้องลูกสาวอย่างไม่รู้ตัว


    แต่เจียงอี้ไม่ได้รู้สึกอะไร เธอยังคงตักกับข้าวจานเดียวที่มีเนื้ออยู่บนโต๊ะ แบ่งให้แม่ของเธอและตัวเธอเองเล็กน้อย ส่วนที่เหลือเทใส่ชามของพ่อเธอทั้งหมด พร้อมกับกำชับอย่างละเอียดว่า "พ่อทานเยอะ ๆ นะคะ บำรุงร่างกายให้ดี แผลจะได้หายเร็ว ๆ"


    ทุกคนบนโต๊ะร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ มีเพียงเจียงอี้เท่านั้นที่ยังคงทานข้าวได้อย่างสบายใจ


    พ่อเฒ่าเจียงผู้ที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่าคนดี ในที่สุดก็ทำสีหน้าเ๾็๲๰า เอ่ยเสียงเข้มว่า "เจียงอี้!"


    "ค่ะ" เจียงอี้วางตะเกียบลงอย่างเชื่องช้า "ปู่เรียกฉันมีอะไรเหรอคะ? หรือว่าจะไล่พวกเราออกไปเหมือนกัน?"


    พ่อเฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหรี่ตามองเจียงอี้ราวกับ๻้๵๹๠า๱มองทะลุหลานสาวที่ไม่ได้เจอกันหลายปี ว่าเหตุใดจึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้


    เจียงอี้ปล่อยให้อีกฝ่ายมองตามสบาย แล้วยังเอียงคอเล็กน้อย แสร้งทำท่าทางไร้เดียงสา


    พ่อเฒ่ามองอยู่พักใหญ่ จึงเอ่ยปากขึ้นด้วยสีหน้าเ๾็๲๰า "เจียงอี้ แกคิดจะทำอะไรกัน หรือว่าไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว?"


    "ดูเหมือนปู่อยากจะไล่พวกเราออกไปจริง ๆ งั้นเรามาคำนวณเงินกันดีกว่าค่ะ พอปู่กับย่าให้เงินพวกเราแล้ว พวกเรารับรองว่าจะออกไปทันที" เจียงอี้เอ่ยอย่างง่ายดาย


    แม่เฒ่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนตวาดขึ้นว่า "เงินอะไรกัน!"