ตอนที่ 18 อ้างผีสาง (1)
หม่าซื่อเวลานี้ยังพอมีความอดทนกับอันเสี่ยวเย่ว์ ไม่ว่าอย่างไรในมือก็ยังมีไข่ไก่ใบโตอยู่ “เสี่ยวเย่ว์ พวกเจ้ายังเด็ก ใส่เครื่องประดับพวกนี้ เดี๋ยวก็วิ่งเล่นจนหล่นหาย ย่าจะเก็บรักษาไว้ให้พวกเจ้าเอง”
“ท่านย่า ขอโทษด้วย ท่านเตือนช้าไปแล้ว เครื่องประดับสามชิ้นนั่นหล่นหายไปแล้ว” อันเสี่ยวเย่ว์แบมือออกด้วยท่าทางสิ้นหวัง
“อะไรนะ หล่นหายแล้วหรือ ไหนเจ้าพูดอีกที!” พริบตานั้นหม่าซื่อตาลุกวาว ก็เครื่องประดับสามชิ้นนั้นราคาไม่ใช่น้อยๆ เลย!
“ท่านย่า หล่นหายไปแล้วจริงๆ แต่ว่าท่านย่าอย่าเพิ่งโมโหนะ! ตอนแรกข้าคิดว่ากลับบ้านแล้วจะเอาเครื่องประดับสามชิ้นนั้นให้ท่าน ข้าบอกไว้กับพี่หญิงและพี่หญิงเสี่ยวเหมยแล้ว พวกเขาก็เห็นด้วย ทั้งกลัวว่าจะทำเครื่องประดับหล่นหายจึงมอบให้ข้าเก็บไว้ ข้าดูแลเครื่องประดับทั้งสามชิ้นคนเดียว ปรากฏว่าตอนข้าเดินผ่านสระน้ำ ไม่ทันระวังจึงทำหล่นลงไปในน้ำ” อันเสี่ยวเย่ว์รับความผิดทั้งหมดไว้กับตัวเอง นางเกรงว่าอันเสี่ยวหลีกับอันเสี่ยวเหมยจะใจไม่แข็งพอ หม่าซื่ออาละวาดขึ้นมาพวกนางจะรับไว้ไม่อยู่
อันหยวนเฟิงนั่งดื่มชาอยู่ในบ้าน เขาไม่คิดจะแย่งพูด ในเมื่อตกลงกันในรถม้าว่าจะต่างคนต่างอยู่ เขาก็แค่นั่งดูละครฉากสนุกไปเท่านั้น ด้วยความเข้าใจของเขาที่มีต่อหม่าซื่อ วันนี้อันเสี่ยวเย่ว์ต้องไม่ได้อยู่สุขสบายแน่
“ข...ข้า...” หม่าซื่อโมโห บีบไข่ไก่ในมืออย่างแรงจนไข่ไก่แตก
“ท่านย่า นี่มันไข่ไก่ของมีค่าเชียวนะ! เหตุใดท่านบีบแตกเสียแล้ว” อันเสี่ยวเย่ว์แสร้งทำทีเป็นเสียดาย
อันหยวนเฟิงมองดูท่าทางโกรธจัดของหม่าซื่อ มุมปากยกยิ้ม วันนี้อันเสี่ยวเย่ว์หนีไม่พ้นถูกตีแน่ อันเสี่ยวเย่ว์ถูกตี เขาย่อมสบายใจเป็นพิเศษ
“ยัยเด็กบ้าทำเสียของ คอยดูว่าวันนี้ข้าต้องตีเจ้าให้ตายไปเลย” เสียงหม่าซื่อตวาดลั่นระดับปรอทแตก อันเสี่ยวเย่ว์รู้สึกเหมือนแก้วหูแทบแตกแล้ว
จากนั้น หม่าซื่อคว้าเอาไม้กวาดที่หน้าประตูมาได้ก็ฟาดใส่ร่างอันเสี่ยวเย่ว์ พวกอันเสี่ยวหลีที่แอบดูอยู่ไม่ห่างพากันใจหายวาบ อันเสี่ยวเย่ว์รับปากเป็นมั่นเหมาะว่านางมีวิธีที่ดี ต้องไม่มีเรื่องอะไรแน่ แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว แค่มีเรื่องที่ไหนกันเล่า นี่มันเรื่องใหญ่เลยต่างหาก
อันเสี่ยวหลีกับอันเสี่ยวเหมยพากันตัวสั่น กลับเป็นอันหยวนเซิงที่ดึงมือพี่สาวทั้งสองคนไว้ “อย่าเป็นห่วงไปเลย ข้าเชื่อพี่หญิงรอง นางบอกว่าไม่เป็นไรก็ต้องไม่เป็นไร”
อันเสี่ยวเย่ว์หลบหลีกไม้กวาดของหม่าซื่ออย่างว่องไว หม่าซื่อไล่ตีอันเสี่ยวเย่ว์ทั่วลานบ้านแต่ก็ตีไม่ถูก ถึงอย่างไรชาติก่อนอันเสี่ยวเย่ว์ก็เคยเรียนต่อสู้มาบ้าง แค่หลบหลีกยายเฒ่าชนบทไล่ตี ไม่ใช่เรื่องยากอะไร อย่าว่าแต่ได้พักฟื้นร่างกายอยู่ที่บ้านเจ้าของที่ดินเกามาระยะหนึ่ง ตอนนี้ร่างกายกลับมาแข็งแรงแล้วก็ยิ่งมีแรงต่อกรกับหม่าซื่อ นางต้องการให้หม่าซื่อออกแรงจนเหนื่อยไปเอง แล้วค่อยเริ่มแผนการ
ในที่สุด หม่าซื่อก็วิ่งจนเหนื่อย ยันร่างกับโม่หินตัวใหญ่ในลานบ้าน ก้มเอวลงหอบหายใจ แต่ดวงตาฉายแววกราดเกรี้ยว แทบจะกลืนอันเสี่ยวเย่ว์ลงไป
เวลานี้อันเสี่ยวเย่ว์พูดอย่างสบายๆ ขึ้นมาบ้าง “ท่านย่า อันที่จริง เรื่องทำเครื่องประดับหาย พวกเรามีโชคในยามเคราะห์ต่างหาก!”
“นางเด็กเวร ไม่ต้องมาพูดจาเหลวไหล มีโชคในยามเคราะห์หรือ หึ ข้าว่าเจ้ามันตัวซวยของบ้าน มีเจ้าอยู่โชคที่ไหนก็ไม่อยู่แล้ว” เสิ่นซื่อเอ่ยแทรก นางเคยเสียท่าให้อันเสี่ยวเย่ว์ ก็หวังว่าหม่าซื่อจะตีอันเสี่ยวเย่ว์ให้หนำใจ ช่วยระบายโทสะให้นางบ้าง!
“ท่านย่า อาสะใภ้สาม พอทำเครื่องประดับหาย ข้าก็ร้อนใจมาก ให้พวกพี่ๆ ไปเรียกคนของบ้านเจ้าของที่ดินเกามาช่วยงม ข้ากลัวว่าจะมีคนมางมไป จึงอยู่เฝ้าที่ข้างสระน้ำคนเดียว ตอนนั้นมีนักพรตชราท่าทางมีสง่าราศีคนหนึ่งมาบอกข้าว่า ห้ามงมเครื่องประดับพวกนั้นขึ้นมาเด็ดขาด เพราะเครื่องประดับนั่นได้เซ่นให้กับท่านเทพวารีไปแล้ว บอกว่าบ้านเราจะได้ดิบได้ดีแล้วกลับไม่เซ่นไหว้เทพเจ้า เทพเจ้าท่านเลยมาเอาของบางอย่างไป ไม่เช่นนั้นโชคดีก็จะกลายเป็นโชคร้าย” อันเสี่ยวเย่ว์ปั้นน้ำเป็นตัวหน้าตาเฉย นางทราบว่าในยุคสมัยที่ผู้คนยังหลงงมงายนี้ ใช้คำพูดพวกนี้มาหลอกหญิงชนบทนางหนึ่งรับรองว่าไม่มีปัญหาเลย
“บ้านเรากำลังจะได้ดิบได้ดีแล้วหรือ” หม่าซื่อดวงตาเป็นประกาย
เสิ่นซื่อวิ่งพรวดมาที่ข้างกายหม่าซื่อ “ท่านแม่ นี่มันนิมิตดี! หากหยวนเฟิงได้แต่งกับคุณหนูบ้านซู คหบดีซูย่อมต้องช่วยเบิกทางทุกอย่างให้เขา ปีหน้าก็จะสอบแล้ว หยวนเฟิงต้องสอบได้แน่ ไม่แน่ว่าจะได้เป็นขุนนางใหญ่! เช่นนี้บ้านเราก็จะได้ดิบได้ดีกันแล้ว หรือว่าเสี่ยวเฟิ่งจะได้แต่งกับตระกูลมีฐานะ ไม่แน่ว่าอาจช่วยเรื่องการสอบของหยวนเฟิงได้ด้วยนะเจ้าคะ”
“นางเด็กนี่คงไม่หลอกข้ากระมัง” หม่าซื่อแม้จะอยากเชื่อ แต่ก็ยังเผื่อใจไว้อยู่
อันเสี่ยวเย่ว์พูดต่อไปว่า “ท่านนักพรตบอกว่า พบน้ำเจริญรุ่งเรือง สิ่งของตกลงน้ำ นับเป็นนิมิตดี ยิ่งกว่านั้นเครื่องประดับพวกนั้นเป็นของที่พี่หยวนเฟิงซื้อมา เทพวารีจึงเลือกของพวกนั้น”