บางอย่างในท้องของซู่หรานกำลังโบยบิน เธอเริ่มรู้สึกว่าหายใจลำบาก ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะดีใจว่ายังหายใจได้ปกติ จนตัวเธอเองเริ่มไม่แน่ใจว่าตกลงเธอได้รับบาดเจ็บที่ไหนหรือไม่
พวกเขากอดกันอยู่บนพื้นอีกสักพัก กว่าซู่หรานจะควบคุมสติผลักเขาและรีบชันตัวลุกขึ้นนั่งได้ เธอสบตาเขา
‘วีรบุรุษที่ช่วยฉัน คือพระเอกปากเสียที่ออกมาจากในมันฮัว [1] อย่างนั้นหรอ’ ซู่หรานใจเต้นแรง
จิ้งจื่อเห็นว่านางเอาแต่ขมวดคิ้ว ทำหน้าตาตึงเครียด เขาจึงลุกขึ้นนั่ง
"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บที่ใดหรือไม่" เขาถาม
ซู่หรานทำเพียงส่ายหัว เขาจึงลุกขึ้นยืนและตั้งท่าจะเดินจากไป แต่เธอกลับจับชายเสื้อเขาเอาไว้ จิ้งจื่อหันไปมองคนที่ยังนั่งอยู่บนพื้นไม่ยอมลุกขึ้น ใช้มือข้างหนึ่งจับชายเสื้อเขาไว้แน่น
'หรือนางจะได้รับบาดเจ็บ' เขาสงสัย
"เจ้าเจ็บที่ใดเช่นนั้นหรือ"
แต่ซู่หรานยังคงส่ายหัว
ในเมื่อนางบอกว่าไม่ได้เจ็บที่ใด แต่ไม่ยอมลุกขึ้นทั้งยังจับชายเสื้อเขาเอาไว้ไม่ยอมให้เขาจากไป จิ้งจื่อจึงไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากยืนอยู่ให้นางจับชายเสื้อไว้
"ลุกขึ้นเถิด ฝนเริ่มทำท่าจะตกหนักขึ้นทุกทีแล้ว" เขายอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
"ขะ..ขอบคุณ" ซู่หรานเอ่ยคำขอบคุณได้ในที่สุด
เขาหันไปมองเห็นว่า ตอนนี้หน้าของเธอกำลังแดงก่ำ บางอย่างในหัวใจของจิ้งจื่อกระตุกจนเขารู้สึกได้ เขาพยายามควบคุมลมหายใจ ย่อตัวลงไปจับไหล่ของนางพยุงตัวให้ลุกขึ้น เขาเห็นแล้วว่านางยังคงทำหน้าตาเคร่งเครียด แต่บนใบหน้าของเธอกลับแดงก่ำราวกับสีชาด
'น่ารัก' จู่ๆ คำนี้ก็โผล่ขึ้นมาในความนึกคิดของจิ้งจื่อ เขาเองก็เริ่มรู้สึกถึงผีเสื้อที่บินวนไปมาในท้องแล้วเช่นกัน
ซู่หรานยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง แต่จิ้งจื่อยังไม่ยอมปล่อยมือ เขาจับจูงมือของเธอเดินไปท่ามกลางสายฝนโปรยปราย
เขาพานางผู้หญิงหน้าด้านกลับมาที่ร่างของม้าถูกแทงจนล้มตาย มือหนึ่งดึงกระบี่ อีกมือยังคงจูงมือของซู่หรานไว้ ไม่รู้ว่าม้าอีกตัววิ่งหายไปทางไหนแต่พวกเขาคงต้องเดินกลับกันแล้ว
หลังจากเดินอยู่ข้างหลังของเขาสักพัก ซู่หรานเริ่มกล้าที่จะเงยหน้ามองเขา ต่อให้เธอพยายามควบคุมลมหายใจแล้ว แต่หัวใจก็ยังคงเต้นผิดจังหวะ ตรงอกข้างซ้ายเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา แต่บนใบหน้าของเธอยังคงสงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
"หาที่หลบฝนก่อนดีหรือไม่" ซู่หรานเสนอ เพราะหากยังเดินไปต่อท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกแรงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาน่าจะป่วยก่อนที่จะกลับถึงเมืองหลวงได้
"อืม" จิ้งจื่อตอบสั้นๆ
เขาหันไปมองมือที่จับกันอยู่ ซู่หรานก็ก้มลงมองที่มือที่จับกันอยู่ตามสายตาของเขา
"ข้า..จะไปตัดหญ้าไป๋เหมาเกิน [2] มาทำที่หลบฝนชั่วคราว..เอ่อ" เขาพูดและเบนสายตาออกจากมือที่กุมกันอยู่
"อ้อ ..เอ่อ ไปเถิด" ซู่หรานยอมปล่อยมือหนานั้นด้วยความเสียดาย
จิ้งจื่อไม่รู้ว่าควรรับมือความรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้อย่างไร แต่เขายังคงทำเป็นสงบนิ่ง ใช้กระบี่ตัดหญ้าไป๋เหมาเกินข้างทางอย่างรวดเร็ว ใช้กิ่งไม้แถวนั้นมาพาดกับต้นไม้ต้นหนึ่ง และใช้หญ้าที่ตัดมาพาดทำเป็นหลังคาชั่วคราวแบบง่ายๆ ใช้หญ้าที่ตัดส่วนหนึ่งปูพื้นทำที่นั่ง จะได้นั่งสบายขึ้น
เขาเดินมาจูงมือซู่หรานที่ยืนมองอยู่เข้าไปหลบฝนด้วยกัน แม้พวกเขาจะเปียกบ้าง แต่ยังเปียกไม่ถึงเสื้อด้านใน เพราะฝนไม่ได้ตกหนักมาก
ซู่หรานมองมือที่ยังกุมกันไว้ แม้พวกเขาจะนั่งลงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ...
จิ้งจื่อเอาแต่มองออกไปด้านนอกที่เม็ดฝนเริ่มลงหนักขึ้น ต่างคนต่างไม่มีใครเอ่ยปากกับความแปลกประหลาดนั้น แม้พวกเขาจะนั่งอยู่ใกล้กันมาก
ในเมื่อจิ้งจื่อเอาแต่มองไปด้านนอก ซู่หรานจึงใช้โอกาสที่มีจ้องมองเขาให้เต็มที่ เธอรู้สึกว่าจิ้งจื่อหล่อมากเหลือเกิน หล่อราวกับพระเอกที่เดินออกมาจากมันฮัว เหมือนเทพเซียนที่เหาะเหินไปมาบนสวรรค์ หล่อเหลากว่าพระเอกในซีรีส์ทั้งหมดที่เธอเคยดูมา
ยิ่งมองซู่หรานยิ่งรู้สึกคอแห้ง เธอกลืนน้ำลายด้วยความลืมตัว ขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
จิ้งจื่อกำมือข้างที่ไม่ได้จับมือซู่หรานแน่น เขาพยายามควบคุมให้การหายใจยังคงปกติ แต่หญิงหน้าด้านผู้นั้นก็ขยับเข้ามาใกล้เขาทุกที เขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นหากนางเข้ามาใกล้อีก อาจได้ยินเสียงกลองที่กำลังรัวส่งเสียงอย่างหนักในอกข้างซ้ายของเขา
"จ้องพอหรือยัง" จิ้งจื่อถาม ทั้งที่สายตาของเขายังคงมองออกไปด้านนอก
ซู่หรานชะงักกับคำพูดเขา
'เฮ้อ เด็กนี่ ปากเสียตลอดเลยสินะ' เธอเบนสายตาจากหน้าด้านข้างของเขาไปมองบนพื้นแทน
แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวเธอก็อดที่จะแอบมองเขาอีกไม่ได้ ใครใช้ให้เขาหล่อขนาดนี้กันเล่า ผู้อื่นต้องอยากจ้องมองเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แอบแทะโลมเล็กๆ น้อยๆ เขาไม่สึกหรอสักหน่อย
ฝนกำลังตกหนักขึ้นจนละอองฝนเริ่มกระเซ็นเข้ามาโดนตัวพวกเขา จิ้งจื่อเปียกถึงหลัง แต่เขากลับรู้สึกร้อนจนคอแห้งเหือด เขาอยากกลืนน้ำลายแต่หญิงหน้าด้านก็ยังคงจ้องมองอยู่
วันนี้เขาใส่ชุดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน จึงต้องสวมหมวกเก็บผมไว้ เขากลัวว่านางจะรู้ว่าเขาตื่นเต้นจนคอแห้งหากกลืนน้ำลายให้นางเห็น จึงแสร้งยกมืออีกข้างมาดึงเชือกมัดหมวกใต้คาง ลอบกลืนน้ำลายอย่างแยบยล
ซู่หรานมองเขาขยับมือไปมาแถวคอแล้วรู้สึกไม่ดี มันทำให้เธอรู้สึกคอแห้งเช่นกัน
"หมวกของเจ้าเปียก เชือกมัดก็เปียกหมดแล้ว เหตุใดไม่ถอดออก มันระคายไม่ใช่หรือ" ซู่หรานอึดอัดจนต้องหาเรื่องพูด แต่พูดไปแล้วกลับรู้สึกว่าไม่เข้าท่าเสียเลย
"เรื่องของข้า" จิ้งจื่อตอบห้วนๆ
"ชิ" ซู่หรานรู้สึกว่าอยากเอาชนะความปากร้ายของเขาเสียเหลือเกิน คนอะไรปากเสียได้ตลอด แม้แต่ตอนที่จับมือสาวอยู่เนี่ยนะ!
เธอยื่นมือออกไปจับคางของเขาบังคับให้หันมาสบตาเธอตรงๆ แม้เขาจะขัดขืนอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อหญิงหน้าด้านถึงขั้นจับแก้มเพื่อบังคับให้เขาหันไป จิ้งจื่อจึงได้แต่ต้องจำใจ หันไปสบตากับสตรีตรงหน้า แสร้งทำหน้านิ่ง แม้จะรู้สึกว่าตรงข้างแก้มที่ถูกนางสัมผัสกำลังร้อนผ่าว
[1] หนังสือการ์ตูนของจีน
[2] หญ้าคา