นักธนูมือหนึ่งย้อนเวลากลับไปเย็บผ้าอยู่หลังบ้าน

    ตอนที่ 29 จับมือหญิงหน้าด้าน

    บางอย่างในท้องของซู่หรานกำลังโบยบิน เธอเริ่มรู้สึกว่าหายใจลำบาก ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะดีใจว่ายังหายใจได้ปกติ จนตัวเธอเองเริ่มไม่แน่ใจว่าตกลงเธอได้รับบาดเจ็บที่ไหนหรือไม่

    พวกเขากอดกันอยู่บนพื้นอีกสักพัก กว่าซู่หรานจะควบคุมสติผลักเขาและรีบชันตัวลุกขึ้นนั่งได้ เธอสบตาเขา

    ‘วีรบุรุษที่ช่วยฉัน คือพระเอกปากเสียที่ออกมาจากในมันฮัว [1] อย่างนั้นหรอ’ ซู่หรานใจเต้นแรง

    จิ้งจื่อเห็นว่านางเอาแต่ขมวดคิ้ว ทำหน้าตาตึงเครียด เขาจึงลุกขึ้นนั่ง

    "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บที่ใดหรือไม่" เขาถาม

    ซู่หรานทำเพียงส่ายหัว เขาจึงลุกขึ้นยืนและตั้งท่าจะเดินจากไป แต่เธอกลับจับชายเสื้อเขาเอาไว้ จิ้งจื่อหันไปมองคนที่ยังนั่งอยู่บนพื้นไม่ยอมลุกขึ้น ใช้มือข้างหนึ่งจับชายเสื้อเขาไว้แน่น

    'หรือนางจะได้รับบาดเจ็บ' เขาสงสัย

    "เจ้าเจ็บที่ใดเช่นนั้นหรือ"

    แต่ซู่หรานยังคงส่ายหัว

    ในเมื่อนางบอกว่าไม่ได้เจ็บที่ใด แต่ไม่ยอมลุกขึ้นทั้งยังจับชายเสื้อเขาเอาไว้ไม่ยอมให้เขาจากไป จิ้งจื่อจึงไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากยืนอยู่ให้นางจับชายเสื้อไว้

     

    "ลุกขึ้นเถิด ฝนเริ่มทำท่าจะตกหนักขึ้นทุกทีแล้ว" เขายอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

    "ขะ..ขอบคุณ" ซู่หรานเอ่ยคำขอบคุณได้ในที่สุด

    เขาหันไปมองเห็นว่า ตอนนี้หน้าของเธอกำลังแดงก่ำ บางอย่างในหัวใจของจิ้งจื่อกระตุกจนเขารู้สึกได้ เขาพยายามควบคุมลมหายใจ ย่อตัวลงไปจับไหล่ของนางพยุงตัวให้ลุกขึ้น เขาเห็นแล้วว่านางยังคงทำหน้าตาเคร่งเครียด แต่บนใบหน้าของเธอกลับแดงก่ำราวกับสีชาด

    'น่ารัก' จู่ๆ คำนี้ก็โผล่ขึ้นมาในความนึกคิดของจิ้งจื่อ เขาเองก็เริ่มรู้สึกถึงผีเสื้อที่บินวนไปมาในท้องแล้วเช่นกัน

    ซู่หรานยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง แต่จิ้งจื่อยังไม่ยอมปล่อยมือ เขาจับจูงมือของเธอเดินไปท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

     

    เขาพานางผู้หญิงหน้าด้านกลับมาที่ร่างของม้าถูกแทงจนล้มตาย มือหนึ่งดึงกระบี่ อีกมือยังคงจูงมือของซู่หรานไว้ ไม่รู้ว่าม้าอีกตัววิ่งหายไปทางไหนแต่พวกเขาคงต้องเดินกลับกันแล้ว

     

    หลังจากเดินอยู่ข้างหลังของเขาสักพัก ซู่หรานเริ่มกล้าที่จะเงยหน้ามองเขา ต่อให้เธอพยายามควบคุมลมหายใจแล้ว แต่หัวใจก็ยังคงเต้นผิดจังหวะ ตรงอกข้างซ้ายเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา แต่บนใบหน้าของเธอยังคงสงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

    "หาที่หลบฝนก่อนดีหรือไม่" ซู่หรานเสนอ เพราะหากยังเดินไปต่อท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกแรงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาน่าจะป่วยก่อนที่จะกลับถึงเมืองหลวงได้

    "อืม" จิ้งจื่อตอบสั้นๆ

    เขาหันไปมองมือที่จับกันอยู่ ซู่หรานก็ก้มลงมองที่มือที่จับกันอยู่ตามสายตาของเขา

    "ข้า..จะไปตัดหญ้าไป๋เหมาเกิน [2] มาทำที่หลบฝนชั่วคราว..เอ่อ" เขาพูดและเบนสายตาออกจากมือที่กุมกันอยู่

    "อ้อ ..เอ่อ ไปเถิด" ซู่หรานยอมปล่อยมือหนานั้นด้วยความเสียดาย

    จิ้งจื่อไม่รู้ว่าควรรับมือความรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้อย่างไร แต่เขายังคงทำเป็นสงบนิ่ง ใช้กระบี่ตัดหญ้าไป๋เหมาเกินข้างทางอย่างรวดเร็ว ใช้กิ่งไม้แถวนั้นมาพาดกับต้นไม้ต้นหนึ่ง และใช้หญ้าที่ตัดมาพาดทำเป็นหลังคาชั่วคราวแบบง่ายๆ ใช้หญ้าที่ตัดส่วนหนึ่งปูพื้นทำที่นั่ง จะได้นั่งสบายขึ้น

    เขาเดินมาจูงมือซู่หรานที่ยืนมองอยู่เข้าไปหลบฝนด้วยกัน แม้พวกเขาจะเปียกบ้าง แต่ยังเปียกไม่ถึงเสื้อด้านใน เพราะฝนไม่ได้ตกหนักมาก

    ซู่หรานมองมือที่ยังกุมกันไว้ แม้พวกเขาจะนั่งลงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ...

    จิ้งจื่อเอาแต่มองออกไปด้านนอกที่เม็ดฝนเริ่มลงหนักขึ้น ต่างคนต่างไม่มีใครเอ่ยปากกับความแปลกประหลาดนั้น แม้พวกเขาจะนั่งอยู่ใกล้กันมาก

     

    ในเมื่อจิ้งจื่อเอาแต่มองไปด้านนอก ซู่หรานจึงใช้โอกาสที่มีจ้องมองเขาให้เต็มที่ เธอรู้สึกว่าจิ้งจื่อหล่อมากเหลือเกิน หล่อราวกับพระเอกที่เดินออกมาจากมันฮัว เหมือนเทพเซียนที่เหาะเหินไปมาบนสวรรค์ หล่อเหลากว่าพระเอกในซีรีส์ทั้งหมดที่เธอเคยดูมา

    ยิ่งมองซู่หรานยิ่งรู้สึกคอแห้ง เธอกลืนน้ำลายด้วยความลืมตัว ขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

    จิ้งจื่อกำมือข้างที่ไม่ได้จับมือซู่หรานแน่น เขาพยายามควบคุมให้การหายใจยังคงปกติ แต่หญิงหน้าด้านผู้นั้นก็ขยับเข้ามาใกล้เขาทุกที เขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นหากนางเข้ามาใกล้อีก อาจได้ยินเสียงกลองที่กำลังรัวส่งเสียงอย่างหนักในอกข้างซ้ายของเขา

    "จ้องพอหรือยัง" จิ้งจื่อถาม ทั้งที่สายตาของเขายังคงมองออกไปด้านนอก

    ซู่หรานชะงักกับคำพูดเขา

    'เฮ้อ เด็กนี่ ปากเสียตลอดเลยสินะ' เธอเบนสายตาจากหน้าด้านข้างของเขาไปมองบนพื้นแทน

    แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวเธอก็อดที่จะแอบมองเขาอีกไม่ได้ ใครใช้ให้เขาหล่อขนาดนี้กันเล่า ผู้อื่นต้องอยากจ้องมองเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แอบแทะโลมเล็กๆ น้อยๆ เขาไม่สึกหรอสักหน่อย

     

    ฝนกำลังตกหนักขึ้นจนละอองฝนเริ่มกระเซ็นเข้ามาโดนตัวพวกเขา จิ้งจื่อเปียกถึงหลัง แต่เขากลับรู้สึกร้อนจนคอแห้งเหือด เขาอยากกลืนน้ำลายแต่หญิงหน้าด้านก็ยังคงจ้องมองอยู่

    วันนี้เขาใส่ชุดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน จึงต้องสวมหมวกเก็บผมไว้ เขากลัวว่านางจะรู้ว่าเขาตื่นเต้นจนคอแห้งหากกลืนน้ำลายให้นางเห็น จึงแสร้งยกมืออีกข้างมาดึงเชือกมัดหมวกใต้คาง ลอบกลืนน้ำลายอย่างแยบยล

    ซู่หรานมองเขาขยับมือไปมาแถวคอแล้วรู้สึกไม่ดี มันทำให้เธอรู้สึกคอแห้งเช่นกัน

    "หมวกของเจ้าเปียก เชือกมัดก็เปียกหมดแล้ว เหตุใดไม่ถอดออก มันระคายไม่ใช่หรือ" ซู่หรานอึดอัดจนต้องหาเรื่องพูด แต่พูดไปแล้วกลับรู้สึกว่าไม่เข้าท่าเสียเลย

    "เรื่องของข้า" จิ้งจื่อตอบห้วนๆ

    "ชิ" ซู่หรานรู้สึกว่าอยากเอาชนะความปากร้ายของเขาเสียเหลือเกิน คนอะไรปากเสียได้ตลอด แม้แต่ตอนที่จับมือสาวอยู่เนี่ยนะ!

    เธอยื่นมือออกไปจับคางของเขาบังคับให้หันมาสบตาเธอตรงๆ แม้เขาจะขัดขืนอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อหญิงหน้าด้านถึงขั้นจับแก้มเพื่อบังคับให้เขาหันไป จิ้งจื่อจึงได้แต่ต้องจำใจ หันไปสบตากับสตรีตรงหน้า แสร้งทำหน้านิ่ง แม้จะรู้สึกว่าตรงข้างแก้มที่ถูกนางสัมผัสกำลังร้อนผ่าว

     

    [1] หนังสือการ์ตูนของจีน

    [2] หญ้าคา