หมอกหนาทึบที่ปกคลุมลานสังหารค่อยๆ จางหายไปตามแรงลม เผยให้เห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวและน่าอัศจรรย์ใจในเวลาเดียวกัน กองทัพพรรคอสรพิษทมิฬที่เคยเกรียงไกร บัดนี้กลายเป็เพียงร่างไร้ิญญาที่นอนเกลื่อนกลาด ผู้าุโระดับสูงทั้งสามนอนสิ้นใจตายคาที่ด้วยอาวุธลับที่จุดตาย
ท่ามกลางความตายนั้น... สตรีผู้เลอโฉมในชุดเกราะไหมฟ้าสีเงินยวงยืนเด่นเป็สง่า แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องกระทบเกราะของนางจนเกิดประกายเจิดจรัสราวกับเทพธิดาแห่งาที่ลงมาจุติเพื่อชำระล้างความชั่วร้าย
"หลิวหรูเยียน"
นางสะบัดกระบี่ในมือไล่คราบเืทิ้ง ก่อนจะเก็บเข้าฝักด้วยท่วงท่าที่งดงามและเฉียบขาด สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ
"หน่วยเงา... ควบคุมพื้นที่! จับกุมผู้รอดชีวิตทั้งหมดของพรรคอสรพิษ! หากใครขัดขืน... ฆ่าทิ้งซะ!"
"รับทราบ!"
เงาร่างสีดำนับสิบสายปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ขานรับคำสั่งเสียงดังสนั่น ก่อนจะกระจายตัวไปจัดการเก็บกวาดสนามรบอย่างรวดเร็วและเป็ระบบ
เย่หวงที่ยืนหมดแรงอยู่กลางวงล้อม ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ขาที่สั่นเทาไม่อาจพยุงตัวได้อีกต่อไป เขาทรุดนั่งลงกับพื้น แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หลิวหรูเยียนด้วยความทึ่ง
นางหันกลับมามองเขา รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากดูอ่อนโยนต่างจากมาดนางพญาเมื่อครู่
"เ้าติดหนี้ข้า 'ครั้งใหญ่' อีกแล้วนะ... เย่หวง"
...
[หนึ่งชั่วยามต่อมา - ณ ห้องโถงใหญ่สำนักกระบี่เมฆา]
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรและความเคร่งเครียด เย่เทียน เ้าสำนัก และ ผู้าุโจาง ที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานด้วยสีหน้าซีดเซียว แต่แววตายังคงแจ่มใสด้วยความยินดีที่รอดพ้นวิกฤตมาได้
เย่หวง นั่งอยู่ฝั่งขวา ในขณะที่ หลิวหรูเยียน และหัวหน้าหน่วยเงานั่งอยู่ฝั่งซ้ายในฐานะแขกผู้มีเกียรติ
"ขอบคุณคุณหนูหลิวและท่านเ้าเมืองที่เมตตา..."
เย่เทียนพยายามจะลุกขึ้นคารวะ แต่หลิวหรูเยียนยกมือห้ามไว้
"ท่านเ้าสำนักเย่ไม่ต้องเกรงใจ... พรรคอสรพิษทำผิดกฎหมายร้ายแรงมานาน ข้าเพียงแค่ทำตามหน้าที่" นางตอบอย่างถ่อมตน
"แต่ข้าสงสัย..."
ผู้าุโจางเอ่ยขึ้นด้วยความข้องใจ
"พรรคอสรพิษสาขานี้ แม้จะเหิมเกริม แต่พวกมันไม่เคยกล้าบุกทำลายสำนักเรามาก่อน... อะไรทำให้พวกมันทุ่มสุดตัวถึงขนาดจะล้างบางพวกเรา ทั้งที่ไม่ได้มีผลประโยชน์คุ้มค่า?"
เย่เทียนถอนหายใจยาว สีหน้าเปลี่ยนเป็ความเศร้าหมองและหนักใจ เขาหันไปมองหน้าลูกชายและหลิวหรูเยียน ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง
"มันไม่ใช่แค่เื่เงิน หรือเื่แค้นส่วนตัวหรอก..."
เย่เทียนเอ่ยเสียงเครือ
"เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน... คือ 'พื้นที่หวงห้าม' ในป่าหมอกหลังสำนักของเราต่างหาก"
เย่หวงเลิกคิ้ว
"ป่าหมอก? ที่ข้าเพิ่งเข้าไปเก็บสมุนไพรน่ะหรือขอรับ? มันมีอะไรนอกจากสัตว์อสูร?"
"มันมี... 'ดันเจี้ยนลับโบราณ (Ancient Dungeon)' ซ่อนอยู่"
เย่เทียนเฉลยความลับ
"มันคือมรดกตกทอดชิ้นสุดท้ายของบรรพชนเรา"
"เมื่อ 1,000 ปีก่อน... สำนักกระบี่เมฆาของเรา เคยเป็ถึง 'พรรคอันดับหนึ่ง' แห่งแคว้นนี้! มียอดฝีมือระดับ 'ขอบเขตปฐี (Earth Realm)' มากมาย และมีเ้าสำนักรุ่นบุกเบิกที่ก้าวไปถึง 'ขอบเขต์ (Heaven Realm)' ทรัพยากรและวิชาลับมากมายมหาศาล"
เย่หวงและหลิวหรูเยียนเบิกตากว้าง ไม่น่าเชื่อว่าสำนักเล็กๆ ที่ทรุดโทรมนี้ จะเคยยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
"แต่ทว่า... เมื่อ 100 ปีก่อน เกิดาใหญ่ระหว่างฝ่ายธรรมะและอธรรม... 'สำนักกระบี่มารโลหิต (Blood Demon Sword Sect)' ได้บุกโจมตีเรา ท่านเ้าสำนักรุ่นก่อนและผู้าุโระดับสูงทั้งหมด สละชีพเพื่อปกป้องความลับของดันเจี้ยน และผนึกมันไว้ในป่าหมอก..."
"นับแต่นั้นมา... สำนักเราก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะวิชาและทรัพยากรส่วนใหญ่ถูกผนึกอยู่ในดันเจี้ยนนั้น และไม่มีใครในรุ่นหลังที่มีพร์พอจะบรรลุถึง 'ขอบเขตปฐี (Rank SR)' เพื่อไปปลดผนึกมันได้เลย..."
หลิวหรูเยียนพยักหน้าเข้าใจ
"ข้าเข้าใจแล้ว... พรรคอสรพิษคงสืบรู้เื่นี้ และ้ายึดครองพื้นที่เพื่อหาทางเปิดดันเจี้ยน เอาสมบัติและวิชาโบราณไป"
"และข้าสังหรณ์ใจว่า..."
เย่หวงแทรกขึ้น แววตาคมกริบ
"ผู้อยู่เื้ัพรรคอสรพิษ... อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับ 'สำนักกระบี่มารโลหิต' ที่ท่านพ่อพูดถึง"
"ถูกต้อง"
เย่เทียนพยักหน้า
"วิชาฝ่ามือพิษของงูโลหิต มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกับบันทึกของกระบี่มาร... ข้าเกรงว่าพรรคอสรพิษจะเป็เพียงเบี้ยล่างที่ถูกส่งมาหยั่งเชิง"
บรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ศัตรูที่พวกเขาเพิ่งจัดการไป เป็เพียงปลายแถวของอำนาจมืดที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก
หลิวหรูเยียนวางถ้วยชาลง สีหน้าจริงจัง
"ถ้าเป็เช่นนั้น... เื่นี้ใหญ่เกินกว่าแค่ความขัดแย้งในเมืองชิงเหอแล้ว"
นางหันมาสบตาเย่หวง
"แม้เราจะกวาดล้างสาขาย่อยได้หมด แต่ 'พรรคอสรพิษทมิฬ (สาขาหลัก)' จะต้องรู้เื่นี้แน่ ประมุขพรรคของพวกมันมีพลังระดับ 'ขอบเขตปฐี (Earth Realm)'... พวกมันอาจจะไม่กล้ายกทัพมาถล่มเมืองตรงๆ เพราะยังเกรงกลัวอำนาจท่านพ่อข้า แต่พวกมันจะต้องส่งนักฆ่า หรือใช้วิธีสกปรกมาเล่นงานพวกท่านแน่นอน"
"ระวังตัวไว้ให้ดี... โดยเฉพาะเ้า เย่หวง"
นางเตือนด้วยความเป็ห่วง
"เ้าอาจกลายเป็เป้าหมายหลักของพวกมันไปแล้ว"
เย่หวงยิ้มรับ
"ข้าชินกับการเป็เป้าหมายแล้ว... ยิ่งศัตรูแกร่ง ของดรอปยิ่งดีไม่ใช่เหรอ?"
คำตอบกวนๆ ของเขาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลิวหรูเยียนส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงเื่สำคัญที่สุด
"เกือบลืมไป..."
นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นส่งให้เย่หวง
"นี่คือ 'ยาแก้พิษอสรพิษเจ็ดก้าว' ที่หน่วยเงาค้นเจอในตัวของงูโลหิต... ข้าให้หมอประจำตระกูลตรวจสอบแล้ว เป็ของจริง รีบนำไปให้ศิษย์พี่หญิงของเ้ากินเถอะ นางจะได้หายดีเสียที"
เย่หวงรับขวดมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความกังวลที่เกาะกุมจิตใจมาตลอด 7 วันมลายหายไปสิ้น เขากำขวดแน่นแล้วมองหลิวหรูเยียนด้วยสายตาขอบคุณจากใจจริง
"ขอบคุณ... ขอบคุณท่านมากจริงๆ หากไม่ได้ยานี้ ข้าคง..."
"ไม่ต้องพูดแล้ว"
หลิวหรูเยียนตัดบทด้วยรอยยิ้มบางๆ
"ส่วนเื่ของ งูโลหิต และ เสอหลาง... ข้าสั่งให้คุมตัวพวกมันไปขังไว้ในคุกใต้ดินที่แ่าที่สุดของจวนเ้าเมืองแล้ว"
นางหันกลับมาตีสีหน้าเคร่งขรึม แววตาคมกริบดุจนางพญา
"ข้าจะให้คนสอบสวนพวกมัน... หอทรมานของตระกูลหลิวมีวิธีที่จะง้างปากคนตายให้พูดได้ ข้าจะให้คนเค้นความจริงออกมาให้หมดว่า 'ใคร' คือผู้สั่งการที่แท้จริงเื้ัเื่นี้ และพวกมันวางแผนจะทำอะไรกับเมืองชิงเหอกันแน่"
"ถ้าได้เบาะแสเมื่อไหร่ ข้าจะส่งข่าวมาบอก"
พูดจบ นางก็ลุกขึ้นยืน จัดชุดเกราะและผ้าคลุมให้เรียบร้อย เตรียมตัวกลับ
นางเดินเข้ามาใกล้เย่หวงอีกครั้ง... คราวนี้ไม่ได้มาในมาดผู้นำ แต่มาในมาดหญิงสาวผู้มีเลศนัย นางโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
"อ้อ... ท่านพ่อข้า ท่านเ้าเมือง 'หลิวหยุน' ... ท่านสนใจในตัว 'วีรบุรุษหนุ่ม' ที่กล้าต่อกรกับพรรคอสรพิษมาก..."
นางส่งสายตาพราวระยับ
"ว่างๆ... หาเวลาไปเยี่ยมจวนเ้าเมืองบ้างนะ ท่านพ่ออยากพบเ้า... และข้าเอง... ก็อยากคุยกับเ้าเื่ 'ความลับ' ของเ้าต่อด้วย"
เย่หวงยิ้มมุมปาก ประสานมือคารวะ
"น้อมรับคำเชิญ... ข้าจะไปแน่ เมื่อข้าพร้อม"
หลิวหรูเยียนพยักหน้าพอใจ ก่อนจะเดินนำขบวนหน่วยเงากลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความหวัง ยาแก้พิษ และเส้นทางใหม่ที่เปิดกว้างรอเย่หวงอยู่ข้างหน้า
...
[ภารกิจหลัก (Main Quest): กอบกู้สำนัก & ช่วยเหลือหลันซิน - สำเร็จสมบูรณ์!]
เงื่อนไขความสำเร็จ:
ปกป้องเ้าสำนักเย่เทียนจากการถูกสังหาร (สำเร็จ)
ช่วยชีวิตหลันซินโดยการหายาแก้พิษมาได้ (สำเร็จ)
ปกป้องเกียรติยศสำนักจากการถูกทำลาย (สำเร็จ)
[Rating: S (ยอดเยี่ยม! ท่านพลิกสถานการณ์ที่สิ้นหวังได้ด้วยไหวพริบ)]
[รับของรางวัล:]
1. โอสถรวมิญญาทิพย์ (Spirit Convergence Pill)
[ระดับิญญา (R)]
รายละเอียด: โอสถล้ำค่าที่ช่วยผสานจิติญญาและพลังปราณเข้าด้วยกันเพื่อทะลวงสู่ 'ขอบเขติญญา (Spirit Realm)'
ผลลัพธ์:
สำหรับคนทั่วไป: เพิ่มโอกาสสำเร็จ 50% และย่นระยะเวลาการปิดด่านจาก 1 เดือน เหลือ 7 วัน
สำหรับเย่หวง: ด้วยพื้นฐานที่แน่นปึ้กบวกกับ [หลุมดำตันเถียน] หากกินยานี้ จะสามารถทะลวงคอขวดได้ "ทันที" โดยไร้ความเสี่ยง!
2. กระบี่ประกายวารี (Aqua Glint Sword)
[ระดับิญญา (R)]
รายละเอียด: กระบี่เนื้อดีที่ตีจากโลหะผสมผลึกวารี มีความยืดหยุ่นสูงและคมกริบ เหมาะกับเพลงกระบี่สายพลิ้วไหวอย่าง 'เมฆาไหลริน' เป็ที่สุด
คุณสมบัติ: เพิ่มความเร็วการโจมตี +10%, ลดการใช้ปราณเมื่อใช้วิชาธาตุน้ำ
[ได้รับไอเทมภารกิจ: ยาแก้พิษอสรพิษเจ็ดก้าว]
[ความสัมพันธ์กับ 'หลิวหรูเยียน' เพิ่มขึ้นเป็ 'พันธมิตรที่ไว้ใจ']
"เยี่ยม..."
เย่หวงพึมพำในใจ ดวงตาเป็ประกายวาววับ
"ระบบรู้ใจจริงๆ กระบี่ใหม่มาแทนกิ่งไม้ได้พอดี แถมสเตตัสยังเข้ากับวิชาข้าด้วย... แต่ที่สำคัญที่สุดคือเ้ายานั่น"
เขานึกภาพเม็ดยาสีฟ้าครามที่นอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บของ
"ปกติถ้าข้าจะทะลวงด่านด้วยตัวเอง ด้วยบัฟ x10 ของข้า อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเก็บตัว 7 วัน เต็มๆ ถึงจะผ่านคอขวดระดับ 20 ไปได้"
"แต่ด้วยยานี้... คืนนี้ข้าก็สามารถก้าวข้ามไปสู่ 'ขอบเขตวิญญาณ' ได้เลย!"